หน้าปกนวนิยาย อาหมอ

อาหมอ

7.9 / 10.0
สัมผัสอันลึกซึ้งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างอาและหลานสาวบุญธรรมอย่างญ๋า นำมาซึ่งความรู้สึกผิดและการปลอบประโลมที่แสนอ่อนโยน เมื่อความสัมพันธ์ก้าวข้ามเส้นแบ่งจนเกิดเป็นความแนบชิดที่เธอไม่เคยพานพบมาก่อน อาผู้แสนดีจึงเอ่ยคำขอโทษด้วยความอาทร เพราะตระหนักดีว่าความไร้เดียงสาของเธออาจต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดในค่ำคืนที่แสนเปราะบางนี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรักและความกังวลใจที่เขามีต่อเธอเพียงผู้เดียวเท่านั้น

อาหมอ ตอนที่ 1

• ACTION •

“ใกล้จะได้เป็นหมอจริงๆ แล้วสินะ...” 

แม่ของสาวหน้าหวานที่กำลังนั่งพับผ้าจัดกระเป๋าเตรียมส่งเธอไปอยู่บ้านอา พูดดีใจเป็นปลื้มเมื่อรู้ว่าลูกสาวกำลังจะได้เป็นหมอ extern ซึ่งนี่ก็เป็นก้าวสำคัญอีกก้าวของเธอ กับเส้นทางการเป็นหมอ และ ‘ญะญ๋า’ ก็เป็นความหวังเดียวของคนเป็นพ่อกับแม่

“อีกแค่ปีเดียว ตั้งใจเรียนนะรู้ไหม” คนเป็นพ่อยืนกอดอกพูดอยู่ที่หน้าประตูห้อง ด้วยท่าทางกวนๆ ตามสไตล์ของเขา

“ค่ะ พ่ออยู่บ้านก็ห้ามดื้อนะ” ญะญ๋าพูดเสียงหวานท่าทางนุ่มนิ่มบอกกับพ่อของเธอ เพราะรู้ว่าเขาชอบก่อกวนผู้เป็นแม่อยู่บ่อยๆ

“พ่อไม่ดื้อหรอก ไม่ต้องห่วง” 

“เดี๋ยววันหยุดพ่อกับแม่ขึ้นไปหาที่กรุงเทพนะ” แม้ว่าเวลานี้เธอจะมีอายุที่มากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คนเป็นพ่อและแม่ เป็นห่วงลูกสาวน้อยลงเลย เพราะรู้ว่าญะญ๋าเป็นเด็กหัวอ่อน ไม่สู้คน และมักจะถูกเพื่อนเอาเปรียบอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่เด็ก

“อาปืนยังใจดีเหมือนเดิมไหมคะ?” 

“อาปืนเขาใจดีอยู่แล้ว แต่ญ๋าอย่าไปดื้อกับอาเข้าใจไหม ไปอยู่บ้านเขาต้องเป็นเด็กดีนะ” 

“ค่ะแม่..” 

@เพนท์เฮ้าส์หมอปืน

บ้านหรูแสนทันสมัยบนตึกสูง ทำให้เด็กสาวเริ่มเกร็งเมื่อย่างกายเข้ามาที่นี่ เพราะฐานะที่ดูมั่นคงต่างไปจากเมื่อก่อน เหมือนว่าจะมีหลายอย่างที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับภาพจำของอาหมอคนใจดีของเธอ 

“ไม่เจอกันสิบปี โตขึ้นเยอะเลยแฮะ” อาหมอคนใจดียิ้มต้อนรับหลานสาวที่เดินทางมาถึง

“ฝากมึงด้วยแล้วกัน ญ๋าไม่ดื้อหรอก เลี้ยงง่าย ...แต่ถ้าดื้อก็ตีได้เลย” คนเป็นพ่อพูดบอกกับเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทอย่างหมอปืน และเขาก็ไว้ใจอย่างมากว่าเธอจะปลอดภัยกว่าการไปเช่าคอนโด หรือห้องพักอยู่คนเดียวในกรุงเทพเมืองหลวงที่แสนอันตรายนี้

“ฝากด้วยนะปืน ญ๋าเป็นเด็กตามคนไม่ค่อยทัน กลัวว่าจะโดนคนที่ทำงานเอาเปรียบ” ฉันโล่งใจขึ้น เมื่อรู้ว่าญะญ๋าจะได้ฝึกงานที่โรงพยาบาลเดียวกับที่ปืนทำงานอยู่

ซึ่งทั้งฉันสามีและปืนเราสนิทกันมากในช่วงนึง และยังคอยช่วยเหลือกันตลอดเรื่อยมา แม้ไม่ใช่คนในครอบครัวแต่ก็เหมือนเป็นเช่นนั้น...

“พวกพี่ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะดูแลญ๋าให้” 

ถึงจะเป็นการรบกวน แต่มันก็เป็นคนเดียวที่ผมไว้ใจ และกล้าฝากลูกสาวไว้กับมัน... “ขอบใจมากเว้ย ไว้กูจะมาเยี่ยมญ๋าบ่อยๆ” 

ตอนที่ฉันเด็กๆ พ่อกับแม่เอาฉันมาฝากไว้กับอาปืนบ่อยๆ เพราะพวกเขาต้องออกไปทำงาน ซึ่งฉันก็ซึมซับการอยากเป็นหมอจากอา บวกกับพ่อและแม่เองก็ต้องการให้ฉันเป็นอย่างนั้น แต่การเป็นหมอไม่ง่ายเลย มันยากกว่าที่คิดไว้ ทั้งเรื่องการเรียนที่หนักและยาวนานกว่าเพื่อนคณะอื่น และการฝึกงานที่โหดคูณสองแบบที่รุ่นพี่บอกไว้ อาของฉันเก่งมากจริงๆ ที่ผ่านช่วงเหนื่อยยากทั้งหมดนั้นมาได้...

“ยังมีหลายเรื่องที่ญ๋ายังไม่เก่ง อาช่วยสอนญ๋าหน่อยนะคะ” คนเรียบร้อยพูดบอกกับคุณอาคนใจดีของเธอ และเขาก็ยังคงเป็นแบบนั้นเสมอ

“ได้ครับ..” 

“งั้นพี่กลับแล้วนะปืน ฝากหลานด้วยนะ” คุณแม่ยังสวยพูดจบก็เดินเข้ามาสวมกอดลูกรักเพื่อบอกลาเธอกลับต่างจังหวัด แก้มใสของลูกสาวถูกหอมฟัดอย่างเอาใจจากผู้เป็นแม่ ส่วนคนเป็นพ่อก็ล่ำลาด้วยการลูบหัวเธอเบาๆ

“พ่อกลับก่อนนะ..” 

“ขับรถกันดีๆ นะครับพี่..” 

“เออ ไว้เจอกัน” 

ห้องนอนญะญ๋า...

“ชอบไหม อาจำได้ว่าญ๋าเคยบอกอาว่าญ๋าชอบสีชมพู อาเลยให้คนจัดห้องสีนี้ไว้ให้” เขาถามกับหลานสาวเมื่อพาเธอเข้ามาเดินชมห้องนอนของเธอ

“ชอบค่ะ ที่นี่ใหญ่เท่าห้องนอนญ๋า ห้าห้องรวมกันได้เลย” เธอพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มพรางวาดตามองไปรอบห้องอย่างให้ความสนใจ

ท่าทางเรียบร้อยและนอบน้อมของเธอทำคนที่ได้มองเอ็นดูไม่น้อย “ถ้าขาดเหลืออะไรบอกอาได้นะ เดี๋ยวอาจัดการให้” 

“แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ขอบคุณอาปืนมากนะคะ” แค่นี้ฉันก็เกรงใจมากแล้ว อาให้อยู่ฟรีไม่เก็บค่าเช่า แถมยังให้ฉันติดรถไปทำงานด้วยจนเรียนจบ ข้าวก็ฟรีที่พักก็ฟรี ฉันไม่กล้าเรียกร้องอะไรจากเขาอีกแล้วล่ะ

“งั้นญ๋าเก็บของเถอะนะ เดี๋ยวอาออกไปเตรียมมื้อเย็นก่อน” 

“เดี๋ยวญ๋ารีบออกไปช่วยนะคะ” คนเรียบร้อยตะโกนบอกคนที่เดินออกจากห้องไปสุดเสียง ซึ่งน้ำเสียงการตะโกนพูดของเธอยังดูออกว่าเธอเป็นคนนิ่มนวลแค่ไหน

ว่าแล้วเธอก็เร่งมือเก็บของ เพื่อจะออกไปช่วยงานคุณอาของเธอต่อ เพราะการให้เขาเตรียมข้าวเย็นให้เธอทานนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยิ่งสำหรับเด็กขี้เกรงใจอย่างเธอแล้วด้วย...

จู่ๆ มือน้อยที่จัดเสื้อผ้าอยู่ก็เกิดสั่นไหวขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุ ใจดวงน้อยเริ่มสั่นรัวเพราะความเป็นกังวล ให้ความรู้สึกเหมือนดื่มกาแฟไปเป็นสิบแก้ว อาการที่เป็นอยู่ เธอเผชิญสิ่งนั้นมาอย่างลำพัง และไม่คิดว่ามันจะส่งผลกับการใช้ชีวิตของเธอ จึงปล่อยผ่านทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น แต่อาการที่เป็นก็ยิ่งหนักขึ้นเช่นกัน

“เป็นแบบนี้อีกแล้ว..” 

เธอพยายามไม่สนใจอาการที่เป็น และรีบออกไปหาอาของเธอที่ด้านนอก..

ห้องครัว...

“อามีอะไรให้ญ๋าช่วยไหมคะ?” 

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวอาทำเอง” มันเป็นงานที่เขาถนัดและชอบทำ จึงไม่คิดว่าเป็นความลำบากแต่อย่างใด

“งั้นเดี๋ยวญ๋าช่วยจัดจานนะคะ” 

“ได้ครับ..” คุณอาสุดหล่อพูดตอบรับคำขอหลานสาว และปล่อยให้เธอทำงานชิ้นสำคัญนั้น 

มือน้อยที่กำลังถือถ้วยตักแกงสั่นจนอีกคนสังเกตเห็นได้ “ทำไมมือสั่นแบบนั้นล่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า” 

“เอ่อ.. ปกติค่ะอา มันเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ” เธอตอบเขากลับไปด้วยรอยยิ้มเฝื่อนๆ ก่อนถือถ้วยไปวางลงที่โต๊ะทานข้าวอย่างระวัง แม้ในเวลานั้นจะเริ่มรู้สึกหายใจไม่ถูกจังหวะ แต่เธอก็ยังทำเหมือนว่าไม่เป็นอะไร

ซึ่งคนเป็นหมออย่างเขาก็พอดูออกว่านั่นไม่ใช่อาการปกติของร่างกายมนุษย์ที่ควรจะเป็น แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามอะไรเธอมากไปกว่านั้น เพราะการห่างเหินกันนานถึงสิบปี ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้สนิทกันเหมือนเคย และคงต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหากันใหม่สักระยะ

“เป็นไงบ้าง อาทำกับข้าวพอใช้ได้ไหม” 

“อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ” อาหารมื้ออร่อยทำให้เธอผ่อนคลายและอาการที่เป็นอยู่ก็ดีขึ้น

ผมจำได้ว่าจะได้ยินแบบนั้นทุกครั้งที่ทำกับข้าวให้เธอทาน ซึ่งไม่รู้ว่ามันอร่อยจริงหรือว่าเธอหิวมากกันแน่ ญะญ๋าถึงตั้งใจกินจนไม่เงยหน้าขึ้นมาพูดคุยกับผมเลย

“ตื่นเต้นหรือเปล่า พรุ่งนี้จะได้เป็นหมอจริงๆ แล้ว” 

“ตื่นเต้นค่ะ” เธอพูดคำนั้นออกไปโดยไม่รู้ว่าสีหน้าของตัวเองนั้นมีความเป็นกังวลอยู่มาก

“มีอะไรไม่เข้าใจ ถามอาได้เลยนะ...” 

“ตอนอาเป็น extern ยากไหมคะ” ในบรรดาเพื่อนรุ่นเดียวกัน ฉันคงจะเป็น extern ที่โง่ที่สุด ถึงจะอ่านหนังสือเยอะแค่ไหนก็ยังไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้ แม้จะอยากเป็นหมอแต่มันก็มีความกลัวอยู่ในใจ

“ไม่ต้องกลัวนะ... ตอนที่อาเป็น extern อาสร้างปัญหาทุกวันเลยล่ะ แต่เพราะปัญหาพวกนั้นอาเลยเป็นหมอที่เก่งเหมือนตอนนี้ไง” 

ประสบการและความผิดพลาดของผม มันทำให้ผมกลายเป็นหมอที่ทั้งคนไข้และหมอด้วยกันต่างก็ยอมรับ ยิ่งผมผิดพลาดมากเท่าไหร่ ผมยิ่งตั้งใจทำให้มันดีขึ้นมากเท่านั้น

“นั่นสิคะ ใครก็ผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น ใช่ไหมคะ?” 

“ใช่ครับ.. แต่ต้องเรียนรู้กับสิ่งที่ผิดพลาดด้วยนะ ห้ามปล่อยผ่านเด็ดขาด” 

“ค่ะ” 

จ๊วบๆ!

“ยังดูดนิ้วอยู่อีกเหรอ?” 

“มันติดน่ะค่ะ เห็นนิ้วเรอะเป็นไม่ได้ ฮ่าๆ” นิสัยที่ทำมันอย่างเคยชิน เธอเลิกทำมันไม่ได้เมื่อได้เห็นคราบเรอะที่นิ้ว

น่าแปลกที่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอ แต่แววตาที่ผมได้มองกลับรู้สึกถึงความเศร้าลึกๆ ไม่รู้ว่าเธอมีเรื่องกังวลอะไรอยู่

“มีอะไรปรึกษาอาได้เลยนะ อายินดีรับฟังทุกเรื่อง” 

เขาทำได้เพียงเท่านั้น เพราะไม่อยากเค้นถามให้เธอรู้สึกอึดอัด เพราะทั้งคู่ยังต้องใช้เวลาอยู่ร่วมกันอีกนาน

หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จ ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันเข้าห้องเพื่อเตรียมตัวพักผ่อน และตื่นมารับมือกับการทำงานในวันพรุ่งนี้

ห้องนอนญะญ๋า...

เหมือนว่าเวลายิ่งดึก ความรู้สึกของเธอจะยิ่งดิ่งลึกจนสัมผัสได้อย่างชัดเจน ถึงความหวาดวิตก และร่างกายที่ผิดปกติของเธอ

“แฮ่ก แฮ่ก ฮึก!” 

ฉันรู้สึกเหมือนว่า อาการที่ฉันเป็นจะเกิดขึ้นอีกแล้ว มันเกิดขึ้นโดยไม่รู้ว่ามันจะเป็นเมื่อไหร่ และไม่รู้จริงๆ ว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้มันเกิดอาการนี้ขึ้น และสิ่งที่เป็นอยู่มันก็ทำให้ฉันกลัว

ห้องนอนหมอปืน...

ก๊อกๆ!

“ฮึก อาคะ~” 

แก๊ก!

“มี...” 

ฟุบ!

เขาเอ่ยถามเธอยังไม่ทันจบ คนตัวเล็กที่ยืนอยู่หน้าห้องพุ่งเข้าสวมกอดชายร่างสูงร้อยแปดสิบห้าด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นว่าเขาเปิดประตูออกมา เนื้อตัวสั่นและท่าทางวิตกของเธอนั้นทำให้คุณหมอตาสว่างขึ้นจากความง่วงซึม

“ช่วยด้วยคะ ญ๋าหายใจไม่ออก ฮึก” 

“ญ๋า~ ใจเย็นๆ หายใจเข้าลึกๆ นะ” 

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏] 

อ่านต่อ

สารบัญ อาหมอ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
หญิงสาวผู้หนึ่งจำต้องรับอุ้มบุญให้ชายปริศนาตามข้อผูกพันบางอย่าง ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้เธอต้องเข้าพิธีวิวาห์กับคู่หมั้นหนุ่มในวัยเยาว์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แม้เริ่มต้นด้วยความเย็นชา แต่ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าก่อนกำหนดคลอดเพียงไม่นาน เขากลับยื่นใบหย่าให้จนเธอใจสลาย แต่สุดท้ายเขากลับสารภาพความจริงที่ซ่อนไว้ว่าเธอคือผู้เดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยเปลี่ยนใจเลย
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง เขาจำใจต้องผละจากเธอเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ แม้จะเสน่หาในตัวเธอเพียงใดก็ตาม ข้อตกลงลับระหว่างกันระบุชัดเจนว่าเธอต้องเป็นตัวแทนของลิก้า พี่สาวของเธอ โดยแลกกับการที่เขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวอย่างเด็ดขาด ชติรสใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว พร้อมคำข่มขู่ว่าหากเขาผิดสัญญาเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความโกรธแค้นที่คละคลุ้งในใจ
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย Stumble Love รักสะดุดใจ
9.7
โชคชะตาเล่นตลกกับความรักของสามคู่ชูชื่นที่มีทั้งสุขและเศร้า หลินสาวน้อยผู้ขยันขันแข็งต้องมาพัวพันกับพีค ซีอีโอเพลย์บอยเจ้าของโรงแรมหรูที่เปลี่ยนผู้หญิงทุกสัปดาห์ ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่เกิดขึ้นคือความผิดพลาดหรือความตั้งใจ เมื่อหลินเผลอใจรักชายผู้เห็นเธอเป็นเพียงของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าดึงดูดใจ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของแพรวากับกฤษ ภุชงค์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ รวมถึงคู่รักหลากหลายสไตล์ที่ต้องลุ้นว่าใครจะสมหวังในรักแท้ท่ามกลางบททดสอบที่เดิมพันด้วยหัวใจ
ตอน
อ่านเลย
แชร์