
ยอดดวงใจแม่ทัพกลับเป็นคู่หมายองค์ชายรอง
ตอน 2
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านใบไม้ที่เขียวขจี ลอดลงมาเป็นเงาลายบนพื้นหญ้า สวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้หลากหลายชนิดส่งกลิ่นหอมอบอวลในอากาศ สายลมอ่อน ๆ พัดผ่าน ทำให้กลีบดอกเหมยสีขาวปลิวไสวลอยในอากาศราวกับเกล็ดหิมะที่ละลายเมื่อสัมผัสผิวโลก
ไป๋เสวี่ยหนี่เดินทอดน่องไปในสวน มือเรียวขาวยังกำดอกเหมยที่เด็ดมาเมื่อครู่ นางยกดอกไม้ขึ้นสูดกลิ่นหอมอย่างช้า ๆ สายตาของนางทอดมองไปข้างหน้า ดวงตาที่เคยหม่นหมองบัดนี้กลับสดใสขึ้น แม้ว่าหัวใจยังคงมีความว้าวุ่น นางก็รู้สึกว่าสิ่งเล็ก ๆ อย่างดอกไม้ในมือนี้สามารถทำให้นางรู้สึกสงบลงได้
ในขณะเดียวกัน หลี่ชิงเฉิง แม่ทัพหนุ่มผู้สง่างาม กำลังเดินผ่านสวนดอกไม้อย่างไม่ได้ตั้งใจ ชิงเฉิงเพิ่งกลับมาจากชายแดน และต้องการพักผ่อนสักครู่ในสวนแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีความงดงามและสงบเงียบที่สุดในนครลั่วหยาง
เขาก้าวผ่านแนวไม้พุ่มสูงก่อนจะหยุดนิ่งในทันที เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาคมเข้มของเขาเบิกกว้างเล็กน้อย หญิงสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ ดูราวกับนางฟ้าที่หลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ เส้นผมยาวดำขลับปลิวตามสายลมเบาๆ ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาอย่างอ่อนโยน นางดูบอบบางแต่เปี่ยมด้วยความสง่างาม ไม่ต่างจากดอกเหมยที่นางถือไว้ในมือ
เสวี่ยหนี่เองก็รับรู้ถึงการมีอยู่ของใครบางคน นางเงยหน้าขึ้นและพบกับสายตาของชิงเฉิงที่จ้องมองมาที่นาง ดวงตาของเขาส่องประกายด้วยความประหลาดใจและชื่นชม ทำให้นางรู้สึกว่าหัวใจของตนเต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ทั้งสองต่างยืนมองกันอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับเวลาหยุดหมุน ทุกสิ่งรอบตัวกลายเป็นเพียงภาพเบลอ ความรู้สึกอบอุ่นและแปลกประหลาดที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนแล่นเข้ามาในใจของทั้งคู่ เหมือนว่าชะตากรรมได้ขีดเส้นนำพาพวกเขามาพบกัน ณ ที่แห่งนี้
ชิงเฉิงก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิด โดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเสวี่ยหนี่ นางไม่ได้ถอยหลังหนี แต่กลับรู้สึกว่าร่างกายของนางถูกตรึงอยู่กับที่ ดวงตาที่มองเขาก็เต็มไปด้วยความสงสัยและความรู้สึกที่นางเองก็ไม่อาจอธิบายได้
เมื่อทั้งสองยืนอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ชิงเฉิงก็หยุดเดิน เขาโค้งตัวลงเล็กน้อยด้วยความเคารพ
"ขออภัยที่ข้ามารบกวนท่าน ข้ามิได้ตั้งใจ แต่เมื่อได้พบเห็นท่านในสวนนี้ ข้ารู้สึกเหมือนถูกดึงดูดให้ต้องเข้ามาพูดคุยกับท่าน"
เสวี่ยหนี่อึ้งเล็กน้อยกับคำพูดที่แฝงความหมายลึกซึ้งนั้น นางยิ้มเบา ๆ อย่างเขินอาย
"ท่านพูดเกินไปแล้ว ข้าเองก็มาที่นี่เพียงเพื่อสงบใจ ท่านอย่าถือสาข้าเลย"
ชิงเฉิงมองรอยยิ้มของนางที่ทำให้หัวใจของเขาพลันรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
"ข้าคือหลี่ชิงเฉิง แม่ทัพแห่งเมืองลั่วหยาง ข้ามาที่นี่เพื่อพักผ่อนก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ของข้าต่อ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและจริงใจ
เสวี่ยหนี่พยักหน้าเบา ๆ "ข้าไป๋เสวี่ยหนี่ บุตรสาวของขุนนางไป๋ ข้าเองก็มาที่สวนแห่งนี้เพื่อหาความสงบในใจ"
คำพูดนั้นทำให้ชิงเฉิงรับรู้ถึงความลึกซึ้งในความรู้สึกของนาง ทั้งสองยืนอยู่ในสวนดอกไม้ที่หอมละมุน ราวกับถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด สายลมที่พัดผ่านทำให้กลีบดอกเหมยปลิวไสวและพัดโบกไปโดยรอบระหว่างพวกเขา ราวกับเป็นสัญลักษณ์ของความรู้สึกที่กำลังเบ่งบานในใจของทั้งคู่
ในช่วงเวลานั้น ไม่มีคำพูดใดเพิ่มเติมที่จำเป็นอีกแล้ว ทั้งสองรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่แปลกใหม่และลึกซึ้งที่กำลังเกิดขึ้น แม้จะเป็นการพบกันครั้งแรก แต่หัวใจของพวกเขากลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ ราวกับว่าชะตาได้ลิขิตให้พวกเขามาพบกันในสวนดอกไม้ที่งดงามนี้เพื่อเริ่มต้นเรื่องราวที่ไม่มีใครคาดคิด
ในจังหวะเดียวกันนั้น แม่นมหลินที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก มองเห็นท่าทีที่เกิดขึ้นระหว่างคุณหนูไป๋เสวี่ยหนี่กับชายแปลกหน้า นางรู้สึกถึงความไม่สบายใจที่ก่อตัวขึ้น แม่นมหลินเคยเฝ้าดูแลคุณหนูของนางมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย และรู้ดีว่าสายตาที่คุณหนูส่งให้กับชายผู้นั้นบ่งบอกถึงสิ่งใด
ด้วยความห่วงใย แม่นมหลินรีบก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เต็มไปด้วยความหมายที่ซ่อนเร้น
"คุณหนูเจ้าคะ ท่านขุนนางไป๋ได้สั่งให้ข้ามาเรียนเชิญท่านกลับไปที่จวนเจ้าค่ะ ท่านพ่อของท่านกำลังรอรับประทานอาหารร่วมกับท่านอยู่"
เสวี่ยหนี่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางหันไปมองแม่นมหลิน สายตาของนางยังคงมีความลังเลและเสียดายที่ต้องจากไป แต่นางก็รู้ดีว่าหน้าที่ในฐานะบุตรสาวของขุนนางใหญ่ไม่อาจละเลยได้
"เช่นนั้นเรากลับกันเถิด แม่นม" เสวี่ยหนี่พูดขึ้นอย่างอ่อนโยน แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนว่ามีบางสิ่งที่เพิ่งเริ่มต้นได้ถูกหยุดลงอย่างกะทันหัน
หลี่ชิงเฉิงที่ยืนอยู่เพียงไม่กี่ก้าวรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศ เขามองเสวี่ยหนี่ที่กำลังจะจากไปด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบเบา ๆ เมื่อคิดว่าการพบกันนี้อาจจะเป็นเพียงครั้งแรก ครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย
"ข้าหวังว่าเราจะได้พบกันอีกนะ คุณหนูไป๋เสวี่ยหนี่" ชิงเฉิงเอ่ยขึ้นเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเปี่ยมด้วยความรู้สึก
เสวี่ยหนี่หันกลับไปมองเขาอีกครั้ง ดวงตาของนางสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้า "ข้าก็หวังเช่นนั้น ท่านแม่ทัพหลี่" นางตอบกลับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ที่ปิดบังความรู้สึกในใจ
หลังจากนั้น เสวี่ยหนี่ก็เดินเคียงข้างแม่นมหลินกลับไปยังจวนอย่างเงียบ ๆ สายลมที่เคยพัดผ่านและกลีบดอกเหมยที่เคยปลิวไสวกลับดูเหมือนจะเงียบงันลงเมื่อไม่มีเธออยู่ ชิงเฉิงยืนมองตามแผ่นหลังของเสวี่ยหนี่จนลับสายตาไป พร้อมกับความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ที่ยังคงตกค้างอยู่ภายในใจเขา
แม่นมหลินลอบมองคุณหนูของนางด้วยสายตาที่แฝงความห่วงใย นางรู้ว่าการพบกันนี้อาจเป็นเพียงการบังเอิญ แต่ก็รู้ดีว่าความรู้สึกบางอย่างได้ถูกปลุกขึ้นมาในหัวใจของคุณหนูไป๋เสวี่ยหนี่แล้ว แม้จะไม่มีคำพูดใดจากเสวี่ยหนี่ แต่นางก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในท่าทีของคุณหนู นางจึงคิดว่าการกันท่าชายแปลกหน้าผู้นั้นเป็นสิ่งที่ควรกระทำ แม้จะรู้ว่าคุณหนูคงไม่ชอบใจก็ตาม..
คุณอาจจะชอบ





