ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจแม่ทัพกลับเป็นคู่หมายองค์ชายรอง

ยอดดวงใจแม่ทัพกลับเป็นคู่หมายองค์ชายรอง

เมื่อรักแท้ถูกทดสอบด้วยอุปสรรคถาโถม ความเชื่อมั่นและความเสียสละจะเพียงพอให้ก้าวข้ามผ่านไปได้จริงหรือ นี่คือเรื่องราวการดิ้นรนท่ามกลางสมรภูมิแห่งความรู้สึกและการตัดสินใจครั้งสำคัญ ระหว่างการลุกขึ้นสู้เพื่อไขว่คว้าหัวใจมาครอบครอง หรือการก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่สวรรค์ขีดเขียนเอาไว้ให้เป็นไป เส้นทางใดกันแน่คือบทสรุปที่หัวใจดวงนี้ควรเลือกเดินในท้ายที่สุด เพื่อพิสูจน์คุณค่าของความรักที่มั่นคงท่ามกลางไฟสงครามและอำนาจ
ตอน
แชร์

ตอน 2

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านใบไม้ที่เขียวขจี ลอดลงมาเป็นเงาลายบนพื้นหญ้า สวนดอกไม้ที่เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้หลากหลายชนิดส่งกลิ่นหอมอบอวลในอากาศ สายลมอ่อน ๆ พัดผ่าน ทำให้กลีบดอกเหมยสีขาวปลิวไสวลอยในอากาศราวกับเกล็ดหิมะที่ละลายเมื่อสัมผัสผิวโลก 

ไป๋เสวี่ยหนี่เดินทอดน่องไปในสวน มือเรียวขาวยังกำดอกเหมยที่เด็ดมาเมื่อครู่ นางยกดอกไม้ขึ้นสูดกลิ่นหอมอย่างช้า ๆ สายตาของนางทอดมองไปข้างหน้า ดวงตาที่เคยหม่นหมองบัดนี้กลับสดใสขึ้น แม้ว่าหัวใจยังคงมีความว้าวุ่น นางก็รู้สึกว่าสิ่งเล็ก ๆ อย่างดอกไม้ในมือนี้สามารถทำให้นางรู้สึกสงบลงได้

ในขณะเดียวกัน หลี่ชิงเฉิง แม่ทัพหนุ่มผู้สง่างาม กำลังเดินผ่านสวนดอกไม้อย่างไม่ได้ตั้งใจ ชิงเฉิงเพิ่งกลับมาจากชายแดน และต้องการพักผ่อนสักครู่ในสวนแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีความงดงามและสงบเงียบที่สุดในนครลั่วหยาง

เขาก้าวผ่านแนวไม้พุ่มสูงก่อนจะหยุดนิ่งในทันที เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาคมเข้มของเขาเบิกกว้างเล็กน้อย หญิงสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ ดูราวกับนางฟ้าที่หลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ เส้นผมยาวดำขลับปลิวตามสายลมเบาๆ ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาอย่างอ่อนโยน นางดูบอบบางแต่เปี่ยมด้วยความสง่างาม ไม่ต่างจากดอกเหมยที่นางถือไว้ในมือ

เสวี่ยหนี่เองก็รับรู้ถึงการมีอยู่ของใครบางคน นางเงยหน้าขึ้นและพบกับสายตาของชิงเฉิงที่จ้องมองมาที่นาง ดวงตาของเขาส่องประกายด้วยความประหลาดใจและชื่นชม ทำให้นางรู้สึกว่าหัวใจของตนเต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ทั้งสองต่างยืนมองกันอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับเวลาหยุดหมุน ทุกสิ่งรอบตัวกลายเป็นเพียงภาพเบลอ ความรู้สึกอบอุ่นและแปลกประหลาดที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนแล่นเข้ามาในใจของทั้งคู่ เหมือนว่าชะตากรรมได้ขีดเส้นนำพาพวกเขามาพบกัน ณ ที่แห่งนี้

ชิงเฉิงก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิด โดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเสวี่ยหนี่ นางไม่ได้ถอยหลังหนี แต่กลับรู้สึกว่าร่างกายของนางถูกตรึงอยู่กับที่ ดวงตาที่มองเขาก็เต็มไปด้วยความสงสัยและความรู้สึกที่นางเองก็ไม่อาจอธิบายได้

เมื่อทั้งสองยืนอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ชิงเฉิงก็หยุดเดิน เขาโค้งตัวลงเล็กน้อยด้วยความเคารพ 

"ขออภัยที่ข้ามารบกวนท่าน ข้ามิได้ตั้งใจ แต่เมื่อได้พบเห็นท่านในสวนนี้ ข้ารู้สึกเหมือนถูกดึงดูดให้ต้องเข้ามาพูดคุยกับท่าน"

เสวี่ยหนี่อึ้งเล็กน้อยกับคำพูดที่แฝงความหมายลึกซึ้งนั้น นางยิ้มเบา ๆ อย่างเขินอาย 

"ท่านพูดเกินไปแล้ว ข้าเองก็มาที่นี่เพียงเพื่อสงบใจ ท่านอย่าถือสาข้าเลย"

ชิงเฉิงมองรอยยิ้มของนางที่ทำให้หัวใจของเขาพลันรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด 

"ข้าคือหลี่ชิงเฉิง แม่ทัพแห่งเมืองลั่วหยาง ข้ามาที่นี่เพื่อพักผ่อนก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ของข้าต่อ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและจริงใจ

เสวี่ยหนี่พยักหน้าเบา ๆ "ข้าไป๋เสวี่ยหนี่ บุตรสาวของขุนนางไป๋ ข้าเองก็มาที่สวนแห่งนี้เพื่อหาความสงบในใจ"

คำพูดนั้นทำให้ชิงเฉิงรับรู้ถึงความลึกซึ้งในความรู้สึกของนาง ทั้งสองยืนอยู่ในสวนดอกไม้ที่หอมละมุน ราวกับถูกโอบล้อมด้วยบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด สายลมที่พัดผ่านทำให้กลีบดอกเหมยปลิวไสวและพัดโบกไปโดยรอบระหว่างพวกเขา ราวกับเป็นสัญลักษณ์ของความรู้สึกที่กำลังเบ่งบานในใจของทั้งคู่

ในช่วงเวลานั้น ไม่มีคำพูดใดเพิ่มเติมที่จำเป็นอีกแล้ว ทั้งสองรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่แปลกใหม่และลึกซึ้งที่กำลังเกิดขึ้น แม้จะเป็นการพบกันครั้งแรก แต่หัวใจของพวกเขากลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ ราวกับว่าชะตาได้ลิขิตให้พวกเขามาพบกันในสวนดอกไม้ที่งดงามนี้เพื่อเริ่มต้นเรื่องราวที่ไม่มีใครคาดคิด

ในจังหวะเดียวกันนั้น แม่นมหลินที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก มองเห็นท่าทีที่เกิดขึ้นระหว่างคุณหนูไป๋เสวี่ยหนี่กับชายแปลกหน้า นางรู้สึกถึงความไม่สบายใจที่ก่อตัวขึ้น แม่นมหลินเคยเฝ้าดูแลคุณหนูของนางมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย และรู้ดีว่าสายตาที่คุณหนูส่งให้กับชายผู้นั้นบ่งบอกถึงสิ่งใด

ด้วยความห่วงใย แม่นมหลินรีบก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เต็มไปด้วยความหมายที่ซ่อนเร้น 

"คุณหนูเจ้าคะ ท่านขุนนางไป๋ได้สั่งให้ข้ามาเรียนเชิญท่านกลับไปที่จวนเจ้าค่ะ ท่านพ่อของท่านกำลังรอรับประทานอาหารร่วมกับท่านอยู่"

เสวี่ยหนี่สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น นางหันไปมองแม่นมหลิน สายตาของนางยังคงมีความลังเลและเสียดายที่ต้องจากไป แต่นางก็รู้ดีว่าหน้าที่ในฐานะบุตรสาวของขุนนางใหญ่ไม่อาจละเลยได้

"เช่นนั้นเรากลับกันเถิด แม่นม" เสวี่ยหนี่พูดขึ้นอย่างอ่อนโยน แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนว่ามีบางสิ่งที่เพิ่งเริ่มต้นได้ถูกหยุดลงอย่างกะทันหัน

หลี่ชิงเฉิงที่ยืนอยู่เพียงไม่กี่ก้าวรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศ เขามองเสวี่ยหนี่ที่กำลังจะจากไปด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบเบา ๆ เมื่อคิดว่าการพบกันนี้อาจจะเป็นเพียงครั้งแรก ครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย

"ข้าหวังว่าเราจะได้พบกันอีกนะ คุณหนูไป๋เสวี่ยหนี่" ชิงเฉิงเอ่ยขึ้นเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเปี่ยมด้วยความรู้สึก

เสวี่ยหนี่หันกลับไปมองเขาอีกครั้ง ดวงตาของนางสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้า "ข้าก็หวังเช่นนั้น ท่านแม่ทัพหลี่" นางตอบกลับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ที่ปิดบังความรู้สึกในใจ

หลังจากนั้น เสวี่ยหนี่ก็เดินเคียงข้างแม่นมหลินกลับไปยังจวนอย่างเงียบ ๆ สายลมที่เคยพัดผ่านและกลีบดอกเหมยที่เคยปลิวไสวกลับดูเหมือนจะเงียบงันลงเมื่อไม่มีเธออยู่ ชิงเฉิงยืนมองตามแผ่นหลังของเสวี่ยหนี่จนลับสายตาไป พร้อมกับความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้ที่ยังคงตกค้างอยู่ภายในใจเขา

แม่นมหลินลอบมองคุณหนูของนางด้วยสายตาที่แฝงความห่วงใย นางรู้ว่าการพบกันนี้อาจเป็นเพียงการบังเอิญ แต่ก็รู้ดีว่าความรู้สึกบางอย่างได้ถูกปลุกขึ้นมาในหัวใจของคุณหนูไป๋เสวี่ยหนี่แล้ว แม้จะไม่มีคำพูดใดจากเสวี่ยหนี่ แต่นางก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในท่าทีของคุณหนู นางจึงคิดว่าการกันท่าชายแปลกหน้าผู้นั้นเป็นสิ่งที่ควรกระทำ แม้จะรู้ว่าคุณหนูคงไม่ชอบใจก็ตาม..

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
หน้าปกนวนิยาย ร้ายเล่ห์ลวงรัก
7.9
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่รุนแรงและคำพูดหยาบคายในบางตอน ธามแสดงความรังเกียจต่อหญิงสาวอย่างชัดเจนด้วยการเตรียมถุงยางอนามัยป้องกัน เขาเมินเฉยต่อเสียงคัดค้านและยัดเยียดความสัมพันธ์ให้อย่างโหดร้ายจนเธอต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าเมื่อเขาล่วงเกินเธอจนสุดทาง ความจริงที่ว่านี่คือครั้งแรกของเธอก็ทำให้เขาต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้พบเห็น ท่ามกลางความร้าวรานและน้ำตาที่ไหลรินในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการกระทำอันป่าเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย มุกร้อยกะรัต
9.7
เมื่อความตายของพี่ชายทิ้งปริศนาลับไว้เบื้องหลัง ณิชาจึงต้องก้าวเข้าสู่เกมอันตรายเพื่อสืบหาความหมายของคำใบ้ทั้งห้าที่เชื่อมโยงไปถึงมุกร้อยกะรัต เธอตัดสินใจสานต่อภารกิจเสี่ยงตายเพื่อลากตัวผู้อยู่เบื้องหลังมาลงโทษ ทว่าการสืบหาความจริงในครั้งนี้กลับนำพาเธอไปสู่ทางแยกที่บีบคั้นหัวใจ เมื่อความลับที่ถูกซ่อนไว้บีบให้เธอต้องเลือกระหว่างการทำตามหน้าที่อันทรงเกียรติหรือการยอมจำนนต่อความรักที่ไม่อาจหักห้ามใจได้ในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ฉันเปิดเผยความลับที่น่าสะพรึงกลัวหลังจากที่ตำแหน่งของลูกสาวถูกแย่งไป
7.9
หลังเสร็จสิ้นภารกิจลับระดับชาติ ฉันกลับพบว่าลูกสาวที่เพิ่งสอบผ่านเกณฑ์ฝึกงานของ UN ถูกลักพาตัวไปขังไว้ในโรงเรียนอย่างทารุณ โดยฝีมือของลูกคุณหนูจอมปลอมที่อ้างสิทธิ์แย่งชิงตำแหน่งนั้นไป พร้อมคำประจบสอพลอจากครูที่อ้างว่าพ่อแม่ของเด็กสาวคนนั้นเป็นมหาเศรษฐีและผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ซึ่งความจริงแล้วฐานะเหล่านั้นคือตัวตนลับของฉันและสามี ความโกรธแค้นจึงประทุขึ้นเมื่อความลับถูกสวมรอย ฉันจึงเริ่มสาวไส้ผู้อยู่เบื้องหลังเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ลูกสาว
หน้าปกนวนิยาย ช่วยข้าทีสองสามีของข้าคือท่านอ๋องจอมโหด
8.9
ชีวิตอันแสนสุขของหนานอิงพังทลายลงเมื่อนางถูกโจรโฉดล่วงละเมิดจนยับเยิน ทั้งยังต้องสูญเสียมารดาและสาวใช้คนสนิทไปเพราะความริษยาของฮูหยินใหญ่ ท่ามกลางความแค้นนางได้รับการช่วยเหลือจากหานเซียวและลู่หนิงหวัง สองอ๋องผู้โหดเหี้ยมที่เปลี่ยนนางให้กลายเป็นนางบำเรอและมือสังหารยอดฝีมือ ทว่าความจริงที่แสนเจ็บปวดกลับปรากฏขึ้น เมื่อศัตรูที่ย่ำยีนางในคืนนั้นกลับกลายเป็นอ๋องทั้งสองที่นางรับใช้ หนานอิงจึงต้องเลือกระหว่างความรักที่ก่อตัวขึ้นหรือการสังหารชายโฉดเพื่อล้างแค้นให้สาสม