ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจแม่ทัพกลับเป็นคู่หมายองค์ชายรอง

ยอดดวงใจแม่ทัพกลับเป็นคู่หมายองค์ชายรอง

เมื่อรักแท้ถูกทดสอบด้วยอุปสรรคถาโถม ความเชื่อมั่นและความเสียสละจะเพียงพอให้ก้าวข้ามผ่านไปได้จริงหรือ นี่คือเรื่องราวการดิ้นรนท่ามกลางสมรภูมิแห่งความรู้สึกและการตัดสินใจครั้งสำคัญ ระหว่างการลุกขึ้นสู้เพื่อไขว่คว้าหัวใจมาครอบครอง หรือการก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่สวรรค์ขีดเขียนเอาไว้ให้เป็นไป เส้นทางใดกันแน่คือบทสรุปที่หัวใจดวงนี้ควรเลือกเดินในท้ายที่สุด เพื่อพิสูจน์คุณค่าของความรักที่มั่นคงท่ามกลางไฟสงครามและอำนาจ
ตอน
แชร์

ตอน 3

ไม่นานนักคุณหนูเสวี่ยหนี่ และแม่นมหลินก็เดินมาถึงในห้องโถงใหญ่ของจวนขุนนางไป๋ พื้นที่กว้างขวางได้รับการประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง ด้วยพรมลายดอกโบตั๋นสีแดงสดที่ปูยาวไปจนถึงโต๊ะอาหารกลางห้อง ผ้าม่านผ้าไหมสีทองที่ห้อยระย้าลงมาจากเพดานสลักด้วยลวดลายมังกรและหงส์ ซึ่งแสดงถึงความสูงส่งของตระกูลไป๋ บนผนังยังมีภาพวาดภูเขาและแม่น้ำที่ถูกวาดขึ้นด้วยฝีมือช่างระดับปรมาจารย์ ดูสมบูรณ์แบบราวกับภาพจริง

โต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่กลางห้องนั้นยาวจรดปลายห้อง ถูกประดับด้วยผ้าปูโต๊ะสีแดงสดที่ปักลายดอกไม้ด้วยด้ายทองคำ บนโต๊ะมีจานอาหารหลากหลายชนิดจัดเรียงไว้อย่างงดงาม ทุกจานเป็นอาหารเลิศรสที่ถูกจัดเตรียมด้วยฝีมือพ่อครัวชั้นสูงจากในวัง แต่ละจานล้วนตกแต่งด้วยดอกไม้กินได้และสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมชวนให้อยากลิ้มลอง

ตรงกลางโต๊ะตั้งขวดสุราที่ทำจากหยกเนื้อดีสีขาวใส มีกลิ่นหอมของเหล้าหมักที่ส่งกลิ่นเย้ายวน ทุกอย่างในที่นี้บ่งบอกถึงความมั่งคั่งและความสำคัญของตระกูลไป๋ที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน

ไป๋เสวี่ยหนี่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับแม่นมหลิน เมื่อได้เห็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความหรูหรานี้ นางรู้สึกเหมือนตนเป็นเพียงบุคคลเล็ก ๆ ท่ามกลางความอลังการที่ล้อมรอบ นางสูดหายใจลึกเพื่อกลั้นความรู้สึกกดดันในใจ ก่อนจะย่อตัวลงทำความเคารพผู้ที่นั่งอยู่บนโต๊ะ

ที่หัวโต๊ะคือไป๋เจิ้ง หัวหน้าตระกูลและขุนนางใหญ่ผู้ทรงอำนาจ เขาเป็นชายร่างสูงในชุดขุนนางสีเข้ม ดวงตาของเขาคมกริบและเต็มไปด้วยความเด็ดขาด แม้จะมีอายุมากแล้ว แต่ก็ยังคงความสง่างามไว้ไม่เสื่อมคลาย ข้างกายเขาคือไป๋เสวี่ยชุน ภรรยาผู้สง่างามของเขา นางสวมชุดผ้าไหมสีม่วงเข้มปักลายหงส์ฟ้า ใบหน้าของนางเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนแม้จะมีริ้วรอยเล็กน้อยตามวัยก็ตาม

"ลูกมาแล้วหรือ" เสียงทุ้มนุ่มของไป๋เจิ้งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเสวี่ยหนี่เดินเข้ามา เขามองลูกสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและความภูมิใจ

"เจ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านแม่" เสวี่ยหนี่ตอบเบา ๆ ขณะก้าวเข้ามานั่งที่เก้าอี้ด้านข้างของมารดา แม่นมหลินจัดแจงช่วยนางนั่งลงด้วยท่าทางที่สุภาพ

เสวี่ยหนี่มองไปยังโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรส แต่นางกลับรู้สึกได้ถึงความหน่วงหนักในใจ แม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางความหรูหราและความรักของครอบครัว แต่ในหัวใจของนางกลับรู้สึกว่างเปล่า อาหารที่ถูกจัดเตรียมอย่างวิจิตรพิสดารนั้นไม่สามารถเติมเต็มความรู้สึกในใจของนางได้

ไป๋เสวี่ยชุนยิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นลูกสาวมาร่วมโต๊ะ "วันนี้เราเตรียมอาหารพิเศษไว้เพื่อเฉลิมฉลองที่เจ้ากลับมาจากการพักผ่อนในสวน หวังว่าเจ้าจะชอบ" นางพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานแต่ก็ซ่อนความห่วงใยไว้อย่างลึกซึ้ง

เสวี่ยหนี่พยักหน้าเบา ๆ "ขอบคุณท่านแม่ ทุกจานล้วนหน้าตาน่ารับประทานเจ้าค่ะ" นางตอบด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แม้ภายในใจจะยังคงรู้สึกว้าวุ่นใจกับบทสนทนาในสวนดอกไม้

เมื่อสำรับอาหารได้วางอย่างเพียบพร้อม ทั้งสามคนก็เริ่มรับประทานอย่างช้า ๆ การสนทนาในมื้อนี้เป็นไปอย่างเรียบง่ายและอบอุ่นแต่เสวี่ยหนี่กลับรู้สึกว่ามีสัญญาณบางอย่างที่แปลกไป

หลังจากที่ครอบครัวไป๋รับประทานอาหารร่วมกันได้สักพัก การสนทนาระหว่างพวกเขาก็ยังคงดำเนินไปด้วยความเรียบง่าย แต่แล้วบรรยากาศที่อบอุ่นก็เริ่มแปรเปลี่ยน เมื่อไป๋เจิ้งวางตะเกียบลงช้า ๆ และสบตากับภรรยาผู้ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะหันไปมองลูกสาวของเขา

เสวี่ยหนี่ที่กำลังจิบชาหอมกรุ่นจากถ้วยหยกสีเขียวใส สังเกตเห็นความเงียบที่เริ่มปกคลุมอยู่เหนือโต๊ะอาหาร นางเงยหน้าขึ้นมองบิดาด้วยความสงสัย เมื่อพบว่าสายตาของท่านพ่อมีความจริงจังมากกว่าปกติ

ไป๋เจิ้งไอเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและมีนัยยะแอบแฝง 

"เสวี่ยหนี่...ลูกโตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว และในฐานะบุตรสาวคนโตของตระกูลไป๋ การแต่งงานของเจ้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของตระกูลเรา"

เสวี่ยหนี่รู้สึกหัวใจเต้นแรงและกระวนกระวายอย่างไม่รู้ตัว นางพยายามสงบจิตใจ แต่น้ำเสียงที่จริงจังของท่านพ่อทำให้นางรู้สึกถึงความตึงเครียดที่แผ่ปกคลุมอยู่รอบตัว "ท่านพ่อหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?"

ไป๋เจิ้งนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ "ทางตระกูลใหญ่ได้ส่งสารมาหาเรา พวกเขาได้เสนอการแต่งงานระหว่างเจ้าและองค์ชายรอง ซึ่งเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งที่สำคัญ การเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลใหญ่ในเมืองนี้จะทำให้ตระกูลไป๋ของเรามั่นคงยิ่งขึ้น ทั้งทางอำนาจและทรัพย์สิน"

คำพูดของท่านพ่อเหมือนกับฟ้าผ่าลงมากลางใจ เสวี่ยหนี่รู้สึกเหมือนโลกรอบตัวพลันหมุนคว้าง หัวใจของนางเต้นรัวและเต็มไปด้วยความสับสน นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าการแต่งงานของตนเองจะถูกกำหนดด้วยเหตุผลทางการเมืองและเกิดขึ้นรวดเร็วเช่นนี้

"ท่านพ่อ...ท่านแม่...แต่ข้า..." เสวี่ยหนี่พยายามจะพูด แต่คำพูดของนางกลับติดอยู่ที่ลำคอ ความรู้สึกของนางเหมือนถูกกดทับด้วยน้ำหนักที่ไม่อาจต้านทานได้ ความคิดถึงใบหน้าของหลี่ชิงเฉิงที่นางเพิ่งพบเจอในสวนกลับพลันผุดขึ้นมาในใจ ยิ่งทำให้นางรู้สึกขมขื่นและสับสนยิ่งขึ้น

ไป๋เสวี่ยชุนที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ รับรู้ถึงความวิตกกังวลในใจของลูกสาว นางเอื้อมมือมากุมมือเสวี่ยหนี่ไว้และพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "แม่รู้ว่าเจ้าอาจรู้สึกไม่พร้อม แต่การแต่งงานครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งตระกูลและตัวเจ้าด้วย แม่อยากให้เจ้าลองพิจารณาดู"

เสวี่ยหนี่น้ำตาคลอเบ้า แต่ก็พยายามกักเก็บไว้ นางรู้ว่าคำพูดของท่านพ่อและท่านแม่ล้วนมีเหตุผล แต่หัวใจของนางกลับรู้สึกว่างเปล่าและเจ็บปวด นางไม่รู้ว่าจะหาทางออกจากสถานการณ์นี้อย่างไร ความสุขที่นางเพิ่งได้สัมผัสในสวนกับชิงเฉิงเหมือนถูกพรากไปในพริบตา

ไป๋เจิ้งมองดูลูกสาวที่นั่งเงียบอยู่ตรงหน้าเขา แม้เขาจะรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับนาง แต่เขาก็ต้องทำตามหน้าที่ของหัวหน้าตระกูล "เจ้ายังมีเวลาอีกสักระยะก่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะถูกประกาศ ข้าอยากให้เจ้าคิดให้รอบคอบและเข้าใจถึงความสำคัญของเรื่องนี้"

เสวี่ยหนี่พยักหน้าช้า ๆ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความว้าวุ่นและความเศร้าโศก นางรู้ว่าความสุขส่วนตัวของนางอาจต้องถูกสละเพื่อความมั่นคงของตระกูลไป๋ แต่ความรู้สึกที่ยังคงซ่อนเร้นในหัวใจทำให้นางรู้สึกว่าตนเองกำลังเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต..

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ภรรยาแสนร้ายของพายัพ
9.2
อังศุมาลีไม่ใช่ภรรยาที่ยอมคนง่าย แม้พายัพจะใช้รูปถ่ายสำคัญของแม่มาข่มขู่ให้เธอต้องยอมก้มหัวขอโทษ แต่ความแสบสันของเธอก็ทำให้เขาต้องจดจำ เมื่อสบโอกาสเธอจึงเอาคืนพายัพด้วยแม่ไม้มวยไทยจนเขาสลบเหมือดคาที่ แม้พายัพจะพยายามโต้กลับด้วยเล่ห์เหลี่ยมสัญญาหย่าร้าง ทว่าความรุนแรงและไหวพริบของอังศุมาลีกลับเหนือชั้นกว่ามาก การปะทะกันระหว่างสามีจอมบงการกับภรรยาสายโหดจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดโดยไม่มีใครยอมใครในสงครามประสาทครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์อสุรา
8.6
จ้าวจื่อรั่วบุตรสาวอนุภรรยาวัยสิบหกถูกบังคับสลับตัวเพื่อวิวาห์กับกู้ตงหยาง แม่ทัพปีศาจผู้แสนโหดเหี้ยม ณ ชายแดนใต้ แม้ฐานะคือฮูหยินเอกแต่เขากลับเย็นชาใส่ ยกเว้นเพียงยามอยู่บนเตียงที่แผดเผานางด้วยไฟปรารถนา กู้ตงหยางตราหน้านางว่าคนสกุลจ้าวคือพวกปลิ้นปล้อนและประกาศกร้าวว่าจะทำให้นางพบแต่ความทุกข์ระทมเพื่อชดใช้ความผิด หญิงสาวผู้โดดเดี่ยวทำได้เพียงนิ่งรับชะตากรรมพลางตั้งคำถามว่าชีวิตนี้จะยังมีโอกาสสัมผัสความสุขที่แท้จริงได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย สยบแค้นรักซาตาน
9.0
กฤษณะจำต้องปกป้องนักโทษสาวที่พัวพันกับกลุ่มค้ายาจากอันตรายรอบด้าน ทว่าเธอกลับเป็นน้องสาวของฆาตกรที่สังหารแฟนสาวของเขาอย่างทารุณ เมื่อพี่ชายเธอชิงตายหนีความผิด กฤษณะจึงมุ่งระบายความแค้นทั้งหมดลงที่เธอเพียงคนเดียว แต่การฝ่าฟันอุปสรรคและความใกล้ชิดในยามวิกฤตกลับค่อยๆ หลอมละลายความเกลียดชังให้กลายเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความขัดแย้งและฝีปากที่ปะทะกันอย่างไม่ลดละ หัวใจของเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยนไปในแบบที่เจ้าตัวไม่เคยคาดคิด
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักดวงใจ องค์หญิงเหนียงซิน
8.2
เฟยเหนียงซินและเฟยหวางอี้ถูกเฟยซือไฉลักพาตัวมายังเมืองหลวนอิงด้วยความแค้นที่ฝังรากลึกจากปมครอบครัว เขาปักใจเชื่อว่าชินอ๋องเฟยเยี่ยคือต้นเหตุของความทุกข์ จึงตัดสินใจทำลายชีวิตทายาททั้งสองเพื่อระบายโทสะ หลังจากบังคับให้กินยาลบความจำ หวางอี้ถูกส่งตัวแยกไปที่อื่น ส่วนเหนียงซินในวัยเพียงสิบหนาวกลับต้องเผชิญชะตากรรมที่โหดร้ายกว่า เมื่อเธอถูกเปลี่ยนฐานะจากองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ให้กลายเป็นเพียงทาสบนเตียงภายใต้ชื่อเสี่ยวเมา ท่ามกลางกรงขังแห่งตัณหาและความแค้นที่รอวันสะสาง
หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว
9.0
เยี่ยนจิ้นหลิง จิ้งจอกสีเงินผู้เก่งกาจจำต้องลงมือจัดการกับโชคชะตาอันวุ่นวายของ ฉินอ๋อง มู่เลี่ยงหรง เพื่อปกป้อง เยี่ยนเยว่ฉี น้องสาวที่รักจากการต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวจนสิ้นใจในเรือนหลัง นางตั้งเป้าหมายที่จะทำลายดวงชะตาดอกท้อที่เต็มไปด้วยสตรีมากมายรอบกายเขา เพื่อให้ได้มาซึ่งบุรุษผู้มีรักเดียวตามที่น้องสาวปรารถนา การวางแผนเผชิญหน้ากับอ๋องหนุ่มผู้มีพันธะรัดตัวจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟันเพื่อเปลี่ยนอนาคตอันแสนเศร้า
หน้าปกนวนิยาย เพลิงสวาทเจ้ามาเฟีย
8.3
วิคเตอร์ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซียยึดถือคติการครอบครองเป็นที่ตั้ง เขาไม่มีวันยอมเสียสละหญิงคนรักให้ใคร แม้ฑิฆัมพรจะเคยให้ใจเขาเป็นรักแรก แต่เธอกลับเลือกเดินจากไปเพราะความอันตรายที่เกินจะรับไหว ทว่ากาลเวลาไม่อาจทำให้เขาลืมเลือน เมื่อความรักกลายเป็นความบ้าคลั่ง มาเฟียหนุ่มจึงตัดสินใจใช้กำลังฉุดคร่าเพื่อเหนี่ยวรั้งเธอไว้แนบกาย แม้โลกจะตราหน้าว่าเขาเลวทราม แต่เขาก็พร้อมทำทุกทางเพื่อรักษาเจ้าดวงใจเพียงคนเดียวนี้ไว้ตลอดกาล