ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วาสนาชะตารักมังกร

วาสนาชะตารักมังกร

อี้เฟย หญิงสาวชาวบ้านผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายริมฝั่งทะเล ได้เข้าช่วยเหลือชายแปลกหน้าผู้บาดเจ็บหนักและดูแลเขาจนก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ทว่าจู่ๆ เขากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้เธอต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพังพร้อมลูกแฝดในครรภ์ ท่ามกลางคำครหาและเสียงดูแคลนจากคนรอบข้าง อี้เฟยยังคงกัดฟันสู้เพื่อเลี้ยงดูหยดเลือดเนื้อเชื้อไขทั้งสอง พร้อมเฝ้ารอการกลับมาของชายคนรักอย่างมีความหวัง โดยที่เธอไม่เคยล่วงรู้เลยว่าแท้จริงแล้วตัวตนที่ปิดบังไว้ของเขาคือใครกันแน่
ตอน
แชร์

ตอน 2

เกอหลงแบกอี้เฟยขึ้นหลังมาจนถึงเรือน ก่อนที่จะค่อย ๆ วางร่างบางลงบนแคร่ไม้ไผ่อย่างเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำให้อี้เฟยแอบรู้สึกประทับใจที่ตัวเองถูกทะนุถนอมจากอีกฝ่ายมากเพียงนี้

“เดี๋ยวข้าจะไปหายามาทาข้อเท้าให้กับเจ้า นั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ”

“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวข้าไปเอามาทาเองก็ได้ ไม่ต้องลำบากเจ้าหรอก”

อี้เฟยรีบโบกมือปฏิเสธและตั้งท่าที่จะลุกขึ้นยืน แต่ก็ถูกมือหนายื่นมากดหัวไหล่ให้นั่งลงไปอย่างเดิม

“ตอนที่ข้าป่วยก็มีเจ้าที่ช่วยดูแลข้าเป็นอย่างดี แล้วครั้งนี้เจ้าเป็นบ้างทำไมข้าจะดูแลเจ้ากลับคืนไม่ได้ล่ะ”

“เอ่อ...ก็ได้”

อี้เฟยไร้หนทางที่จะปฏิเสธจึงตอบตกลงไป ทั้งที่ในใจก็แอบหวั่น ๆ ว่าบิดาและมารดาของตนจะมาเห็นเข้าแล้วจะเกิดความเข้าใจผิดได้ แต่เรื่องที่อี้เฟยกังวลไปมากกว่านั้นก็คือหัวใจของตัวเอง ที่กำลังรู้สึกหวั่นไหวกับอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากตัวเองนั้นมักจะใจอ่อนและหวั่นไหวง่ายกับทุกเรื่อง

“ยามาแล้ว”

เสียงเข้มแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนของเกอหลงนั้น ทำให้อี้เฟยที่กำลังหมกหมุ่นอยู่กับความคิดและความรู้สึกบางอย่างต้องหยุดลง

“นะ นั่นเจ้าจะทำอะไรน่ะ”

อี้เฟยถามออกไปด้วยความตกใจเล็กน้อยในตอนที่เกอหลงนั่งยองลงแล้วจับเท้าของนางยกขึ้นไปวางบนหน้าขาของเขาอย่างไม่มีท่าทีรังเกียจเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังตอบกลับคนขี้เกรงใจมาอย่างหน้าตาเฉย

“ก็จะทายาให้เจ้าไง”

“ไม่ต้อง เดี๋ยวข้าทาเอง”

“เจ้านี่จะดื้อกับข้าไปถึงไหนกัน ข้าก็บอกแล้วไงว่าข้าอยากตอบแทน”

เกอหลงไม่สนใจคำปฏิเสธน้ำใจตนของอี้เฟย เขาจัดการละเลงยาสมุนไพรที่มีติดเรือนเอาไว้อยู่แล้วลงบนข้อเท้าของอี้เฟยก่อนจะใช้ปลายนิ้วของตัวเองนวดคลึงบริเวณที่ทายาไปแล้วนั้นเบา ๆ เพื่อให้ยาซึมเข้าผิวหนังจะได้ช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดีขึ้น

“รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม"

“อ่า ขอบใจเจ้ามาก”

“สำหรับเจ้าข้ายินดีเสมอ จะให้ข้าตอบแทนเช่นไรขอเพียงแค่เจ้าเอ่ยปากเท่านั้น จริงสิ เจ้านั่งพักอยู่ตรงนี้ก่อนนะ ข้าจะไปตักน้ำแกงที่แม่ของเจ้าเคี่ยวเอาไว้มาให้ บางทีการได้ลิ้มรสของอร่อยอาจจะทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น”

พูดจบเกอหลงก็ลุกขึ้นเดินไปทันที ปล่อยให้อี้เฟยกลับมาอยู่กับความคิดของตัวเองอีกครั้ง ในอกของนางตอนนี้เกิดแรงดันโลหิตที่ผิดแปลกเล็กน้อยวาบผ่านไปวาบผ่านมาอยู่หลายครั้ง ความอ่อนโยนและใส่ใจของเกอหลงยังคงติดตรึงอยู่ในใจ

เพียงไม่นานเกอหลงก็เดินกลับมาพร้อมกับถ้วยน้ำแกงในมือที่โชยกลิ่นหอมมากแต่ไกล

“ข้าคิดว่าน้ำแกงที่มารดาของเจ้าเคี่ยวทิ้งไว้นี้ได้ที่แล้ว ลองชิมดูนะ”

“อืม”

อี้เฟยตอบรับในลำคอพร้อมกับยื่นมือไปรับถ้วยน้ำแกงจากเกอหลง แต่เขากลับเบี่ยงหลบแล้วหยิบช้อนตักเห็ดหูหนูขาว เก๋ากี้ และพุทราจีนในน้ำแกงขึ้นมาเป่าให้หายร้อนก่อนจะยื่นต่อไปที่ปากของอี้เฟยให้นางอ้าปากแล้วกินเข้าไป

“เรียบร้อยแล้วลองชิมดู”

“อะ อืม”

อี้เฟยรู้ดีว่าปฏิเสธไปก็ไม่ได้ผลครั้งนี้จึงยอมทำตามอย่างว่าง่าย

“หอมและหวานหรือไม่”

สีหน้าของอี้เฟยบ่งบอกถึงความพึงพอใจในรสชาติของน้ำแกงถ้วยนี้เป็นอย่างมาก และอยากให้อีกฝ่ายได้ลิ้มลองด้วยเช่นกัน

“อื้อ เจ้าก็ลองบ้างสิ”

“ข้าก็ตั้งใจว่าจะชิมอยู่เหมือนกัน”

เมื่อพูดจบเกอหลงก็จงใจประสานสายตากับอี้เฟย ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปหาอีกฝ่ายเรื่อย ๆ หมายที่จะทำตามหัวใจและเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองให้คนตรงหน้าได้รับรู้ แต่ก็ถูกมือบางปิดปากแล้วดันหน้าให้ออกห่างไป โดยหารู้ไม่ว่าการกระทำของทั้งคู่นั้นอยู่ในสายตาของบิดาและมารดาของอี้เฟยทั้งหมด

“อี้เฟยมาคุยกับพ่อหน่อย”

เสียงเข้มของผู้เป็นบิดาเอ่ยขึ้นทำให้ทั้งเกอหลงและอี้เฟยรีบผละออกจากกันโดยเร็วด้วยความตกใจ โดยเฉพาะอี้เฟยที่ตื่นตระหนกเกินไปมาก รีบเดินตามบิดาไปตามคำสั่ง

“ทะ ท่านพ่อคือข้า…”

“เป็นข้าที่ไม่ดีเอง ข้าจงใจจะล่วงเกินอี้เฟย”

ระหว่างที่อี้เฟยกำลังอึกอักที่จะอธิบายกับบิดาของตนอยู่นั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากข้างหลัง ซึ่งเจ้าของเสียงก็คือเกอหลงที่แอบเดินตามมานั่นเอง เพราะเขานั้นเป็นห่วงกลัวว่าอี้เฟยจะถูกบิดาของนางตำหนิ ทั้งที่คนผิดเป็นตัวของเขาเอง

“เพราะเหตุใดเจ้าถึงทำเช่นนั้น ข้ากับอี้เฟยอุตส่าห์ช่วยเหลือเจ้า”

“เป็นเพราะข้า…หลงรักอี้เฟย”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ!”

“ข้าหลงรักอี้เฟยขอรับท่านลุง หลงรักมาตลอด หลงรักตั้งแต่วันแรกที่ฟื้นคืนสติขึ้นมา”

คำพูดของเกอหลงไม่ได้ทำให้บิดาของอี้เฟยเพียงผู้เดียวที่ตกตะลึง แต่ก็ทำให้อี้เฟยนั้นแทบหยุดหายใจไปเลยเช่นกัน นางไม่คิดไม่ฝันว่าเกอหลงจะชอบพอในตัวของนางมากถึงขั้นกล้าที่จะสารภาพรักต่อหน้าบิดาของนางเช่นนี้เลย

“ข้าไม่ได้กีดกั้นถ้าสองคนจะรักกัน แต่ถ้าหากว่าเจ้าชอบอี้เฟยจริง ๆ เจ้าต้องรับปากข้าหนึ่งเรื่อง”

บิดาของอี้เฟยไม่ได้ถามบุตรสาวของตัวเองว่ารู้สึกเช่นไรกับเกอหลงสักคำ เนื่องจากคนเป็นพ่อรู้ดีว่าลูกของตนนั้นต้องมีใจให้กับเกอหลงเช่นกันไม่มากก็น้อย แต่ถึงจะรู้สึกจริง ๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้อี้เฟยก็ถึงเวลาที่จะต้องออกเย้าออกเรือนได้แล้ว

“ตราบใดที่ไม่หักหลังต่อความซื่อสัตย์ ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟข้าก็จะทำเพื่อท่านลุงให้ได้”

“ข้าไม่ได้ต้องการอะไรมากมายถึงเพียงนั้น ข้าต้องการแค่เพียงให้เจ้าตบแต่งกับอี้เฟยให้ถูกต้องตามประเพณี ไม่ใช่บอกว่ารักว่าชอบบุตรสาวของข้า แต่พอเอาเข้าจริงก็ทิ้งขว้างกลับเมืองหลวงไป”

บิดาพูดแทนใจของอี้เฟยแทบทั้งหมด อี้เฟยเองก็ต้องการความมั่นใจในเรื่องนี้เช่นกัน ที่ตัวของนางยังไม่กล้าลงใจเอาไปเล่นนั้นก็เพราะกลัวว่าเมื่อเกอหลงได้สิ่งที่ต้องการจากตัวนางไปทั้งหมดแล้ว เขาจะทิ้งนางไว้ที่นี่และตัวเขาก็จะกลับเมืองหลวงไป

ซึ่งไม่แปลกที่อี้เฟยจะหวั่นใจกับเรื่องนี้มาก เพราะนางยังไม่เคยมีความรักมาก่อนเลยสักครั้งตั้งแต่เติบโตเป็นสาวมา และคิดว่าตัวเองนั้นอ่อนหัดเรื่องความรักเป็นอย่างมาก มีโอกาสหลายส่วนที่จะถูกบุรุษเมืองหลวงหลอกเอาได้

“ท่านลุงไม่ต้องกังวล ข้าจะมิมีวันทำเช่นนั้นเป็นอันขาด เหตุผลเดียวที่ข้าจะกลับไปที่เมืองหลวงก็คือไปจัดขบวนขันหมากยิ่งใหญ่ให้สมเกียรติของอี้เฟยเพื่อมาสู่ขอนางเป็นภรรยาแล้วไปใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไปตราบนิจนิรันทร์ ข้าสัญญา”

“ถ้าเจ้าให้คำมั่นเช่นนี้ข้าก็หมดห่วง และหวังว่าเจ้าจะทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับข้าโดยเร็ว”

“ขอรับท่านลุง ข้ารับปากแล้วต้องทำให้ได้”

บิดาของอี้เฟยพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปจากตรงนี้ ปล่อยให้สองหนุ่มสาวได้พูดคุยกันต่อไป และเมื่อบิดาเดินลับสายตาไปแล้ว เกอหลงก็เป็นฝ่ายก้าวเดินเข้าไปหาอี้เฟยเพื่อเริ่มพูดคุย

“ข้าขอโทษที่โผงพางออกไปอย่างนั้น โดยที่ไม่ได้บอกกับเจ้าก่อน แต่ก็เพราะข้าเชื่อว่าการกระทำของข้านั้นจะทำให้เจ้ารับรู้ได้ว่ารู้สึกเช่นไรกับเจ้า”

“…ไม่เป็นไร แต่เจ้าจะไม่ทิ้งข้าไปจริง ๆ ใช่หรือไม่”

“ข้าสัญญา”

เกอหลงให้คำมั่นสัญญาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเช่นเคยพร้อมกับคว้าสองมือเล็กของอี้เฟยมากอบกุมเอาไว้ ดวงตาทั้งสองคู่จับจ้องกันและกันและกระชับมือที่กุมเอาไว้ให้แนบแน่นมากขึ้น ตอนนี้เกอหลงเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าตนเองสามารถทำให้ภาพจินตนาการในหัวนี้เป็นจริงได้

“อืม…ข้าจะเชื่อเจ้า”

ท้องฟ้าในคืนนี้มืดหม่นกว่าปกติ คงเป็นเพราะคืนจันทร์แรมเลยมีแค่ดวงดาวให้แสงสว่างเท่านั้น แต่สิ่งนี้ก็เป็นผลดีเพราะทำให้อี้เฟยได้เห็นหิ่งห้อยมากมายที่กำลังส่องแสงกระพริบสวยงามบินอยู่รอบ ๆ ตัวของตนและเกอหลง

ซึ่งตอนนี้เกอหลงกับอี้เฟยนั่งห้อยขาอยู่ที่ปลายสะพานไม้เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศยามสนธยาร่วมกัน

“ตอนเป็นเด็กข้าชอบหิ่งห้อยยิ่งนัก”

อี้เฟยพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพร้อมกับยื่นมือไปสัมผัสกับตัวของหิ่งห้อย แต่ทว่าจับมันมาครอบครองเอาไว้ในอุ้งมือไม่ได้ สายตาของเกอหลงที่มีอี้เฟยอยู่ข้างในเสมอนั้นก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร

“ไม่ว่าเจ้าจะชอบอะไร ข้าก็จะหามาให้เจ้า”

เกอหลงพูดพร้อมกับจับหิ่งห้อยที่บินอยู่ข้างหน้ามาใส่มือให้กับอี้เฟย ซึ่งสิ่งนี้เรียกรอยยิ้มและกระตุ้นหัวใจของนางให้เต้นแรงได้เป็นอย่างดี ก่อนที่อี้เฟยจะปิดบังความเขินอายด้วยการก้มหน้าลงมองหิ่งห้อยในมือ แต่อย่างไรรอยยิ้มที่เปื้อนดวงหน้างามอยู่ก็มิอาจเลื่อนลางหายไปได้ เพราะหัวใจกำลังกระชุ่มกระชวยมาก

ถึงแม้ว่าตอนนี้อี้เฟยจะมีความสุขมากเพียงใดและเกอหลงจะให้คำมั่นสัญญาชัดเจนแค่ไหน แต่ในใจของนางก็ยังคงหวั่นใจเรื่องนั้นอยู่ ไม่สามารถลบล้างออกไปจากหัวใจและความคิด จึงอดที่จะพูดเชิงตัดพ้อไม่ได้

“เจ้าหยอดคำหวานใส่ข้าเช่นนี้ ได้โปรดเหลือพื้นที่ไว้ให้ข้าเผื่อใจบ้าง”

“คืนนี้มีความสุขมากขนาดนี้ก็อย่าได้พูดถึงเรื่องที่ชวนให้ไม่เป็นสุขใจอีกเลย ข้าสัญญาแล้วว่าจะไม่ทอดทิ้งก็คือไม่ทอดทิ้ง ได้โปรดเชื่อใจข้าจริง ๆ ได้หรือไม่”

ช่วงที่อี้เฟยหยักหน้ารับตัวของนางก็ลอยเข้าไปอยู่อ้อมกอดอุ่นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เอวถูกรัดแน่นจนไม่อาจดิ้นหนี

“ข้ารักเจ้า”

คำบอกรักจากริมฝีปากหนาที่เอ่ยกระซิบข้างใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความจริงใจ จนทำให้คนที่ถูกบอกรักสองแก้มแดงเห่อร้อน ดวงหน้าพลันร้อนฉ่าขึ้นมาในทันที

ทั้งสองหันใบหน้าเข้าหากัน ดวงตาคมเป็นฝ่ายจ้องมองที่ริมฝีปากบางเป็นกระจับสวยงาม ริมฝีปากเยิ้มฉ่ำที่กำลังแย้มน้อย ๆ เป็นสิ่งที่กระตุ้นอารมณ์ปรารถนาได้เป็นอย่างดี ก่อนที่บุรุษหนุ่มจะอดใจไม่ไหวเลื่อนเข้าไปใกล้บุปผางามเรื่อย ๆ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกันแล้ว ซึ่งเป็นการสัมผัสที่แผ่วเบาราวกับขนนกจนมิอาจถอดถอนออกจากกันได้

อวัยวะรับรสที่อ่อนนุ่มเกี่ยวกระหวัดกัน ต่างคนต่างดูดริมฝีปากของอีกฝ่ายทั้งยังขยับเปลี่ยนมุมให้ลึกล้ำขึ้น จูบที่เริ่มต้นช้า ๆ ปลุกเร้าความต้องการด้วยลิ้นที่แทรกเข้ามา ไม่ใช่จูบที่เร่าร้อนแต่เป็นจูบที่ล้ำลึก แผ่วเบา และนุ่มนวล ทำให้รู้สึกผ่อนคลายกับทุกจุดที่ปลายลิ้นสัมผัส และยังทำให้ทั้งสองแยกออกจากกันไม่ได้จริง ๆ จนกระทั่งเลยเถิดไปไกลแสนไกลตลอดทั้งค่ำคืน

🎶ความเหงาจบลง ณ ยามนี้ แสงเงาบนผิวน้ำจากแสงเงาเดี่ยวกลายเป็นแสงเงาคู่ หิ่งห้อยส่องแสงบินระยิบระยับไปมารอบ ๆ ตัวของสองเรา ราตรีนี้หวังว่าจะเป็นช่วงยามแห่งความสุข ขอให้ความสุขเช่นนี้ยาวนานเสียหน่อยได้หรือไม่ ยาวนานออกไปเสียหน่อยได้หรือไม่ 🎶

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย Deva Or Devil เทวามาร
8.5
เมื่อศิลากาฬหวนคืนพลังหลังถูกแยกส่วนนานห้าศตวรรษ คุณชายรองแห่งคานวาเรสจึงต้องมุ่งหน้าสู่เมืองซีซานเพื่อทำลายวัตถุอาถรรพ์นี้ ทว่าซาเรย์ โทจิน กลับทำลายข่ายเวทจนดวงจิตแม่มดร้ายหลบหนีไปพร้อมศิลา สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวไซโดเวียตามคำทำนายโบราณว่าหากศิลามีอำนาจสมบูรณ์ จอมปีศาจจะฟื้นคืนเพื่อรับใช้เทวามารผู้ทรงฤทธิ์ที่ทวยเทพยังครั่นคร้าม เขาจะทำลายศิลาก่อนจอมมารทวงคืนแผ่นดินได้หรือไม่ และใครคือเทวามารที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการไล่ล่าครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ข้าไม่ใช่คนดีท่านอย่าได้หวัง
9.7
จางลี่หญิงสาวผู้เติบโตท่ามกลางความชิงชังของครอบครัวและถูกสามีทำร้ายจนสิ้นใจในอดีตชาติ ได้รับโอกาสหวนคืนมามีชีวิตใหม่อีกครั้งเพื่อชำระแค้นที่ฝังลึก นางสาบานว่าจะไม่ยอมให้คนเหล่านั้นอยู่อย่างสงบสุขและจะตอบแทนความเจ็บปวดให้อย่างสาสม ท่ามกลางการล้างแค้นที่ดุเดือดกลับมีบุรุษลึกลับคอยติดตามนางอย่างใกล้ชิด แม้จางลี่จะประกาศชัดว่าตนไม่ใช่คนดีเหมือนชาติก่อนและเตือนไม่ให้เขาคาดหวังในตัวนาง แต่บทสรุปของความสัมพันธ์และการทวงคืนความยุติธรรมครั้งนี้จะเป็นเช่นไร
หน้าปกนวนิยาย 100วันวางแผนลับจับประธานเย็นชา
9.4
เซียนสาวเจ้าอี้เฟยยอมสละตบะที่สั่งสมมาทั้งชีวิตเพื่อโอกาสเคียงคู่ชายคนรักในโลกมนุษย์ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำให้เขาหลั่งน้ำตาจากรักแท้ให้ได้ภายใน 100 วัน มิเช่นนั้นวิญญาณของนางจะดับสูญตลอดกาล เธอจึงเข้าสวมร่างหญิงสาวที่เพิ่งถูกถอนหมั้นและอยู่ในความดูแลของนายแพทย์โจวเจี๋ยหลุน ชายหนุ่มผู้มักฝันเห็นเธออยู่บ่อยครั้ง ทว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงและการตามจีบเขาอย่างเปิดเผยของเธอกลับทำให้คุณหมอหนุ่มเริ่มสงสัยว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นใครกันแน่
หน้าปกนวนิยาย ลูน่าคนใหม่ของอัลฟ่าฉัน – ชีวิตที่ถูกช่วงชิง และ คู่แท้ที่ถูกทอดทิ้ง
9.6
หลังหลับใหลจากคำสาปนานห้าปี ฉันตื่นมาพบว่าคีริน อัลฟ่าคู่แท้กำลังจูบกับโอเมก้าคนใหม่ เขาหลอกว่าเธอไร้ความหมาย แต่ความจริงฉันถูกประกาศตายและเธอคือลูน่าคนใหม่ไปแล้ว แม้แต่ลูกชายและพ่อแม่ก็หันหลังให้ฉันพร้อมบอกว่าฉันควรตายไปเสีย เมื่อฉันถูกผลักตกหน้าผา คีรินกลับเลือกช่วยเธอแทนที่จะเป็นฉัน ซ้ำร้ายเขายังใช้คำสั่งอัลฟ่าบังคับสูบเลือดจากร่างอัมพาตของฉันเพื่อช่วยชีวิตหล่อน ท่ามกลางภาพครอบครัวที่แสนอบอุ่นของพวกเขา ฉันจึงตระหนักว่าการตื่นขึ้นมาคือฝันร้ายที่ต้องหนีไปให้พ้นชั่วนิรันดร์
หน้าปกนวนิยาย ลูกชายลับของอัลฟ่าคู่แท้ , การถูกปฏิเสธอย่างที่สุดของฉัน
9.7
ในฐานะสายเลือดหมาป่าขาวฉันคือคู่แท้ของอัลฟ่าคีรินแต่ความจริงอันเจ็บปวดกลับถูกเปิดเผยเมื่อพบว่าเขามีครอบครัวลับและลูกชายซ่อนไว้ตลอดห้าปีโดยมีพ่อแม่ของฉันคอยสนับสนุนและยักยอกเงินฝูงไปปรนเปรอพวกนั้นพวกเขาวางแผนวางยาฉันในวันเกิดเพื่อกำจัดทิ้งหลังหมดประโยชน์ฉันจึงซ้อนแผนด้วยการแกล้งดื่มยาพิษแล้วหายตัวไปพร้อมส่งกล่องความลับแฉความชั่วร้ายทั้งหมดกลางงานเลี้ยงเพื่อทำลายชีวิตจอมปลอมของทุกคนให้สิ้นซาก
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นภรรยาชาวนาผู้ยากจนซ้ำสามียังพิการ
9.5
เมื่อนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายต้องข้ามเวลามาอยู่ในร่างหญิงอ้วนนิสัยร้ายกาจในปี พ.ศ. 2495 ท่ามกลางความยากจนในชนบทอีสาน เธอต้องเผชิญกับสายตาชิงชังจากสามีพิการขาหักทั้งสองข้างและลูกน้อยอีกสองคนที่ไม่ต้องการให้เธอมีชีวิตอยู่ ชีวิตใหม่ในฐานะภรรยาชาวนาที่ครอบครัวตั้งแง่รังเกียจจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมความท้าทายครั้งใหญ่ เธอจะใช้ความรู้ที่มีเพื่อกอบกู้สถานการณ์และเอาตัวรอดจากความเกลียดชังในบ้านที่แสนอัตคัดนี้ได้อย่างไร