
วาสนาชะตารักมังกร
ตอน 3
ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าค่อย ๆ จมหายเข้าไปในผืนน้ำที่กำลังทอประกายระยิบระยับจากแสงอาทิตย์ ฟองคลื่นสีขาวพรายกระทบเข้าหาชายฝั่งก่อนถอยร่นหายกลับไป กระแสน้ำจากกลางอ่าวกลายเป็นระลอกคลื่นหมุนเข้าพัดพาเข้าสู่ชายฝั่ง เสียงของนกยูนนานกำลังพากันบินกลับรัง ผสมผสานกับเสียงซัดซาดของคลื่นน้ำช่วยทำให้จิตใจค่อย ๆ สงบลง
ช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เกอหลงกับอี้เฟยพัฒนาความสัมพันธ์ไปได้ไกลมากขึ้น เรียนรู้ซึ่งกันและกันจนอี้เฟยเชื่อใจและเชื่อมั่นในตัวของเกอหลงได้อย่างเต็มหัวใจ และทั้งสองก็มักจะพากันมาดูพระอาทิตย์ตกดินทุกเย็นที่เรือนแพหลังเล็กที่อยู่ห่างจากเรือนหลังใหญ่ที่บิดามารดาอาศัยอยู่ไปไกลพอสมควร
และเมื่อทั้งคู่กำลังนั่งชมตะวันตกดินเคียงข้างกันอยู่นั้น คลื่นยามเย็นขึ้นสูงจนเห็นว่ากลางอ่าวมีเรือสำเภาลำหนึ่งกำลังแล่นเข้ามาทางนี้ กระแสน้ำจากกลางอ่าวกลายเป็นระลอกคลื่นหมุนเข้าพัดพาเข้าสู่ชายฝั่งเรื่อย ๆ เรือสำเภาลำนั้นก็เช่นกัน
“นั่นเรือสำเภาของผู้ใดกัน หรือว่าจะเป็น…”
อี้เฟยเอ่ยขึ้นพร้อมกับทอดสายตามองไปยังกลางน้ำ และคิดว่าชาวบ้านระแวกนี้ไม่มีผู้ใดมีเรือสำเภาเช่นนี้เป็นแน่ ซึ่งส่วนใหญ่เรือสำเภามักจะมาจากเมืองหลวง และถ้าหากเรือลำนั้นแล่นมาทางนี้จริงอาจจะเกี่ยวข้องกับเกอหลงที่มาจากเมืองหลวงก็เป็นได้ และดูเหมือนว่าสัญชาตญาณของอี้เฟยจะมีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก
ส่วนเกอหลงที่เพ่งสายตามองไปที่เรือสำเภาอย่างพิจารณาอยู่สักพักก็รู้ได้ทันทีว่าเรือสำเภานั้นมาจากที่ใด หัวใจของเขาก็เริ่มหวั่น หันมองสตรีที่นั่งอยู่ข้างกายด้วยสายตาละห้อย
เครื่องยนต์เรือเบาเสียงลงเมื่อเรือมาลอยหยุดอยู่หน้าชายฝั่ง ซึ่งอยู่ติดกับเรือนแพของเกอหลงและอี้เฟยมาก เมื่อเสียงของเครื่องยนต์หยุดลงก็มีชายรูปร่างกำยำลงมาจากเรือหนึ่งคน ส่วนบนเรือก็ยังมีบุรุษท่าทางแข็งแรงมาก คล้ายกับถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีอีกหลายคนอยู่บนนั้น
“ข้าจะไปดูเอง”
เกอหลงบอกกับอี้เฟยก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่เรือสำเภาที่พึ่งจอดนิ่งสนิทได้ไม่นาน โดยถือตะเกียงไฟติดมือไปด้วย
“อะ องค์ชาย ในที่สุดข้าก็หาองค์ชายพบจนได้ ”
น้ำเสียงและท่าทางที่บ่งบอกว่าเต็มไปด้วยความปิติยินดีอย่างที่สุดเมื่อได้พบกับบุคคลที่ตนกับพวกออกตามหามานานเป็นเดือนแล้ว แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่แสดงออกถึงความดีใจเลยแม้แต่นิด
“ตามข้ามา”
เกอหลงพูดเพียงสั้น ๆ พร้อมกับเดินนำไป ทำให้บุรุษที่ออกตาหานั้นชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยอมเดินตามไปโดยเร็ว
“ท่านอ๋องปลอดภัย ข้าน้อยดีใจมากเลยขอรับ เมื่อทางไท่เฟยทราบข่าวว่าท่านอ๋องเกิดเหตุเรือล่มก็รีบทูลขอให้ฮ่องเต้และไทเฮาจัดคนตามหาท่านอ๋องทั่วทั้งตลอดเส้นทางเดินเรือเลยขอรับ”
“ข้ารู้อยู่ว่าอย่างไรท่านแม่ทั้งสองและท่านพี่ก็ต้องออกตามหาข้าเป็นแน่ อยู่ที่นี่ห้ามเรียกข้าว่าท่านอ๋องหรือองค์ชายเป็นอันขาด เรียกข้าว่านายท่านก็พอ”
“อะ เอ่อ ทำไมเหรอขอรับ”
“ทำตามที่ข้าบอก”
“ขอรับ”
เจ้าของสันกรามคมชัด ดวงตาทั้งสองข้างหยักโค้งเล็กน้อยสง่างามทรงภูมิเมื่ออยู่กับคนของวังหลวง ซึ่งแตกต่างจากตอนที่อยู่กับสตรีผู้เป็นที่รักอย่างมาก
“ท่านอ๋อง เอ่อ นายท่านอยู่ที่นี่คงจะลำบากมากเลยใช่หรือไม่ขอรับ ดูใบหน้าและร่างกายของนายท่านหมองคล้ำและซูบผอมลงไปมาก ข้าน้อยคิดว่านายท่านควรเดินทางกลับเมืองหลวงคืนนี้เลยดีหรือไม่ขอรับ”
“ข้าไม่ได้ลำบากอะไร แต่ที่ใบหน้าของข้าหมองคล้ำและร่างกายซูบผอมลงไปนั้น ก็เพราะว่าข้าพึ่งหายป่วยและต้องตอบแทนผู้มีบุญคุณที่ช่วยเหลือชีวิตของข้าเอาไว้ ถ้าไม่มีพวกเขาข้าก็คงไม่มีชีวิตมายืนพูดกับเจ้าได้อย่างนี้”
“ข้าน้อยเข้าใจแล้วขอรับ”
“ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะกลับเมืองหลวงกับเจ้า แต่เมื่อไรนั้นข้าจะบอกอีกที แล้วอย่าลืมล่ะว่าห้ามเรียกข้าว่าองค์ชายหรือท่านอ๋องอย่างเด็ดขาด”
“ขอรับนายท่าน”
“อืม”
เกอหลงเดินกลับมาหาอี้เฟยที่ยังคงคอยอยู่ที่เดิม อี้เฟยไม่ถามอะไรแต่เกอหลงเห็นสีหน้าของนางก็รู้ได้ทันทีว่าอี้เฟยนั้นรอฟังคำอธิบายจากตนอยู่
“เอ่อ...บุรุษผู้นั้นเป็นคนรับใช้ของข้า เมื่อทราบข่าวว่าข้าเกิดเหตุเรือล่มก็เลยรีบออกตามหา ยามนี้ข้าจำเป็นต้องกลับเมืองหลวง เพื่อไปให้ญาติพี่น้องของข้าเห็นว่าข้านั้นยังปลอดภัยดีได้ ข้าสัญญาว่าจะไปไม่นาน ข้าจะรีบกลับมาพร้อมกับมาสู่ขอเจ้าเป็นภรรยาให้ถูกต้องตามประเพณี”
เเกอหลงพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปคว้าสองมือนุ่มของอี้เฟยมากอบกุมเอาไว้ให้คำมั่นสัญญาที่แน่วแน่อีกครั้ง
ส่วนอี้เฟยนั้นก็เข้าใจเหตุผลที่เกอหลงต้องกลับเมืองหลวง และที่สำคัญตอนนี้อี้เฟยเชื่อมั่นในตัวของเกอหลงเป็นอย่างมาก และมั่นใจในความรักที่มีให้กันและกัน อี้เฟยจึงยอมให้เกอหลงได้กลับไป และตัวเองก็รอคอยด้วยความมั่นคงอยู่ที่นี่ เชื่อว่าไม่นานเกอหลงก็จะกลับมาตามคำสัญญา
“ข้าเข้าใจ เจ้าเดินทางคืนนี้เลยสิ เพราะที่นี่คงไม่สะดวกที่จะให้ที่พักพิงกับบุรุษพวกนั้นได้ทั้งหมด และอีกอย่างข้าอยากให้เจ้ารีบไปแล้วก็รีบกลับมาหาข้า”
“อืม…อี้เฟยข้ารักเจ้า รักเจ้าสุดหัวใจ”
“ข้าก็รักเจ้าเช่นกัน”
🎶เพียงนางระลึกถึง น้ำตาที่กลั้นเอาไว้ก็ไหลริน พึ่งรู้ว่าแยกจากกันมิได้ ความคิดถึงไม่ได้กระจายหายไปกับลมหายใจที่ทอดถอนทิ้ง รักที่แลกไปไหลทิ้งดั่งสายน้ำ วันเก่าผ่านไปเรื่อย ๆ หลั่งน้ำตาออกมาเป็นสายเลือดเจ้าก็ไม่กลับมา ใจของข้าพบเจอกับความเจ็บปวดหลือคณานับ สุดแสนคำนึงถึงจำเป็นต้องตัดความสัมพันธ์ไป ยากจะลืมคนที่จากลา 🎶
สามเดือนผ่านไป เกอหลงก็ยังไม่กลับมา แต่อี้เฟยก็ยังคงรอคอยที่ริมสะพานที่ทั้งสองต้องมานั่งดูตะวันตกดินทุกวันตอนที่อยู่ด้วยกัน ไม่ขาดเลยแม้แต่วันเดียว
และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่อี้เฟยออกมารอเกอหลง แต่ทว่าสายน้ำก็ยังคงนิ่งสนิทไม่มีวี่แววของคนที่รอจะกลับมา อี้เฟยจึงเดินคอตกกลับเรือนไป
เมื่อเดินกลับมาถึงเรือนแล้ว กลิ่นอาหารที่มารดาของอี้เฟยกำลังทำก็ได้โชยมาตามสายลม ปกติอาหารที่มารดาทำนั้นจะมีกลิ่นที่หอมชวนลิ้มรสเป็นอย่างมาก แต่ทำไมวันนี้อี้เฟยถึงรู้สึกว่ากลิ่นมันแปลก ๆ จนจวนจะทำให้รู้สึกอยากอาเจียน อี้เฟยต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้ แต่ก็ยังคงรู้สึกพะอืดพะอมจนทนไม่ไหวต้องแอบวิ่งไปอ้วก
เมื่ออาเจียนสิ่งที่ตีขึ้นมาในลำคอจากกระเพาะออกจนหมด อี้เฟยก็เริ่มมีความคิดที่ชวนให้กังวลใจขึ้นมา เพราะช่วงเวลาที่ตนกับเกอหลงอยู่ด้วยกันนั้น ความรักที่มีให้กันและกันอย่างมากล้นได้นำพาให้คนทั้งสองเกินเลยกันไปไกลหลายต่อหลายครั้ง
อี้เฟยได้เก็บงำความสงสัยเอาไว้ตลอดทั้งคืน รอจนตะวันโผล่พ้นขอบฟ้าในเช้าวันใหม่นางก็รีบไปที่ตลาดทันที เพื่อให้หมอยาที่ตลาดตรวจชีพจรให้ว่านางนั้นได้ตั้งครรภ์อย่างที่เป็นกังวลหรือไม่ และผลที่ออกมาก็คือ….
“ตอนนี้เจ้ากำลังตั้งครรภ์ แต่อายุครรภ์ยังน้อย เจ้าจึงต้องรักษาสุขภาพให้มาก แต่ข้าก็จะเจียดยาบำรุงครรภ์ไปให้ต้มกินด้วย”
“เจ้าค่ะ”
อี้เฟยเดินคอตกออกมาจากโรงหมอเพื่อกลับไปยังเรือนของตน ตลอดเส้นทางอี้เฟยเอาแต่คิดว่าจะทำเช่นไรต่อไป ความรู้สึกตอนนี้มันผสมปนเปกันไปหมด ทั้งดีใจทั้งเสียใจและก็กลัวว่าบิดากับมารดาของตนจะไม่ยอมรับ และก็อดที่จะคิดถึงพ่อของลูกในท้องไม่ได้
เมื่อคิดถึงคนใจร้ายหยดน้ำอุ่น ๆ ก็เอ่อล้นในดวงตา ก่อนที่หยดน้ำนั้นจะกลิ้งลงอาบข้างแก้มเนียน เมื่อห้ามน้ำตาเอาไว้ไม่ได้อี้เฟยก็ค่อย ๆ ทรุดตัวลงปล่อยโฮออกมาอย่างสุดจะอัดอั้น
“ฮึก…ฮือ…ไหนบอกว่าจะรักษาสัญญา ทำไมเจ้าถึงใจร้ายกับข้าถึงเพียงนี้ ฮือ…”
อี้เฟยเดินกลับมาถึงเรือนก็เห็นว่าบิดากับมารดากำลังช่วยกันเผาฟืนอยู่ นางจึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้ที่จะบอกเรื่องที่ตนเองตั้งครรภ์ ซึ่งอี้เฟยคิดมาอย่างถี่ถ้วนดีแล้วว่าอย่างไรก็ต้องบอก และที่สำคัญต้องยอมรับผลที่จะออกมาให้ได้
“ท่านพ่อ ท่านแม่ลูกมีเรื่องสำคัญจะบอกเจ้าค่ะ”
สิ้นเสียงของอี้เฟย ทั้งบิดาและมารดาก็ได้หยุดมือกับสิ่งที่กำลังทำอยู่เพื่อตั้งหน้าตั้งตารอฟังสิ่งที่บุตรสาวกำลังจะพูด
“คือว่าข้า…ตั้งครรภ์เจ้าค่ะ”
เคร้ง!
สิ่งที่อี้เฟยพูดออกมานั้นทำให้มารดาตกใจจนสิ่งที่อยู่ในมือตกหล่นลงพื้น ก่อนที่มารดาจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
“วะ ว่าไงนะ!”
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าขอโทษ ข้าต้องสารภาพความจริงที่หนักใจนี้ให้ท่านทั้งสองได้รับรู้ ข้าท้องแล้ว ข้าท้องกับเกอหลง”
ทันทีที่บิดาได้ฟังสิ่งที่บุตรสาวของตนพูดออกมาอย่างแจ่มแจ้งแล้วอารมณ์โทสะก็เกิดขึ้นมาในทันที ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงเดือดดาล
“นี่เจ้ารู้ไหมว่าตัวเองทำอะไรลงไป!”
“ฮึก…ข้ารู้ ข้ารู้ดีว่าสิ่งที่ข้าทำนั้นมันเป็นสิ่งที่ผิดและขัดกับประเพณี ความผิดนี้เกิดขึ้นจากความอ่อนแอของข้าเอง ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านต้องผิดหวังและเสียใจ ข้าโทษ ฮือ…”
“ไม่ต้องมาบีบน้ำตา! เจ้าทำให้หัวใจของพ่อและแม่แหลกสลาย สกุลของเราขาดเกียรติ สร้างความอับอายให้กับบรรพบุรุษ ข้าไม่สามารถยอมรับสิ่งนี้ได้ ข้าว่าเจ้าควรไปทบทวนความผิดของตัวเองที่อื่นที่ไม่ใช่ที่นี่ ท้องโตขึ้นทุกวันอยู่ที่นี่ต่อไปก็จะยิ่งสร้างความอับอายไปมากกว่าเดิม”
พูดจบบิดาของอี้เฟยก็เดินออกไปจากตรงนี้อย่างรวดเร็ว ไม่สนใจเสียงเรียกและเสียงร่ำไห้ของบุตรสาวเพียงคนเดียวเลยแม้แต่นิด
“ท่านพ่อ ๆ ฮือ…”
“ข้าเองก็ผิดหวังในตัวเจ้าเช่นกัน”
มารดาของอี้เฟยเอ่ยขึ้นมาก่อนจะเดินตามสามีออกไปด้วยรู้สึกที่เสียใจไม่ใช่น้อย
“ท่านพ่อท่านแม่ ฮือ…ทำไมพวกท่านจึงไม่เห็นใจในความทุกข์ของข้าบ้าง ข้ากำลังจะเป็นแม่แล้ว ข้าไม่เหลือใคร ข้าเพียงต้องการให้พวกท่านเห็นใจและเข้าใจข้าบ้าง ฮือ…”
อี้เฟยพร่ำพรรณนากับตัวเองพร้อมกับปล่อยโฮออกมาอย่างมากมาย อี้เฟยรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองไม่เหลือใครแล้ว เหลือเพียงลูกในท้องเท่านั้น และนางก็จะไม่ยอมให้ลูกคนนี้ทิ้งนางไปอีกคนอย่างเด็ดขาด
แม่จะรักษาเจ้าไว้ให้อยู่กับแม่ให้ได้ ลูกของแม่
เมื่อถูกบิดาและมารดาแท้ ๆ ของตัวเองตัดขาดขับไล่ออกจากเรือน อี้เฟยจึงหอบท้องไปอยู่ที่เรือนแพหลังเล็กที่มีความทรงจำดี ๆ ระหว่างนางกับเกอหลงมากมาย โดยจะหาปลาไปขายที่ตลาดเพื่อเลี้ยงชีพตัวเองต่อไป
คุณอาจจะชอบ





