หน้าปกนวนิยาย วาสนาชะตารักมังกร

วาสนาชะตารักมังกร

8.0 / 10.0
อี้เฟย หญิงสาวชาวบ้านผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายริมฝั่งทะเล ได้เข้าช่วยเหลือชายแปลกหน้าผู้บาดเจ็บหนักและดูแลเขาจนก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ทว่าจู่ๆ เขากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้เธอต้องเผชิญชะตากรรมเพียงลำพังพร้อมลูกแฝดในครรภ์ ท่ามกลางคำครหาและเสียงดูแคลนจากคนรอบข้าง อี้เฟยยังคงกัดฟันสู้เพื่อเลี้ยงดูหยดเลือดเนื้อเชื้อไขทั้งสอง พร้อมเฝ้ารอการกลับมาของชายคนรักอย่างมีความหวัง โดยที่เธอไม่เคยล่วงรู้เลยว่าแท้จริงแล้วตัวตนที่ปิดบังไว้ของเขาคือใครกันแน่

วาสนาชะตารักมังกร ตอนที่ 1

เฟยเยี่ย เมืองเล็ก ๆ อันแสนสงบ ที่อยู่ในภูมิภาคขนาดเล็กที่มีเขตชายฝั่งยาวตลอดทั้งเมือง ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงดำเนินชีวิตด้วยการยึดอาชีพชาวประมง ซึ่งเมืองเฟยเยี่ยนั้นจัดว่ามีทัศนียภาพที่สวยงาม นับเป็นหนึ่งในสิบสวรรค์ของบรรดาคนในเมืองหลวง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ป่าชายเลนและดินโคลนที่กว้างใหญ่ไพศาลที่สุดในประเทศ ทั้งยังติดเขตชายฝั่งยาวกว่าหลายพันลี้อีกด้วย

ขณะนี้เขตฝั่งทะเลก็ได้มีเรือสำเภาลำเล็ก ๆ กำลังแล่นฝ่าคลื่นลมปราณพิโรธมาอย่างทุลักทุเล เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่มีลมมรสุม ส่งผลให้คลื่นลมแรง เรือสำเภาลำเล็กในตอนนี้กำลังโครงเครงไปมา เพราะผู้บังคับเรือเริ่มจะต้านลมมรสุมเอาไว้ไม่อยู่ จึงทำให้เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้น

ซ่าส์! โครม!

รุ่งสางของวันต่อมา ในเมืองของเหล่าชาวประมงอันแสนสงบที่มีนามว่าเฟยเยี่ยแห่งนี้ เพียงแค่ช่วงยามเหม่าเท่านั้น แทบจะทุกชีวิตในเมืองก็เริ่มลืมตาตื่นตามวิถีชีวิตชาวชนบท อาทิตย์ยามเช้าลอยสูงขึ้น ทอแสงอ่อน ๆ จับเสี้ยวหน้างามพิลาศล้ำ ดวงหน้าเกลี้ยงเกลากระจ่างหมดจด ริมฝีปากบางแต้มด้วยชาดสีแดงขับผิวผุดผาดในชุดสตรีชาวบ้านธรรมดา แต่กลับดูงดงาม เปรียบได้ว่าเป็นโฉมสะคราญหยาดฟ้ามาสู่ดินผู้หนึ่งก็ว่าได้

ซึ่งบุปผางามผู้นี้มีนามว่า หลินอี้เฟย กำลังช่วยผู้เป็นบิดาของตนออกหาปลาตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า อี้เฟยเป็นสตรีที่มีนิสัยอ่อนโยนและอ่อนหวาน แต่ในขณะเดียวกันก็มีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวและแข็งแกร่งอยู่ไม่น้อย

และในขณะที่อี้เฟยกับบิดากำลังหาปลาไปขายที่ตลาดเช้าเฉกเช่นทุกวันนั้น อยู่ดี ๆ ดวงตาสวยก็ไปสะดุดที่ริมชายฝั่ง ซึ่งตรงนั้นเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างที่รูปร่างคล้ายกับมนุษย์ลอยอยู่เหนือน้ำ นางจึงรีบหันไปบอกผู้เป็นบิดาด้วยท่าทางตระหนกตกใจ

“ท่านพ่อ ๆ นั่นคนใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“เพ้อเจ้อแล้ว ในน้ำจะมีคนได้อย่างไรกัน”

“แต่ตรงนั้นที่ลอยอยู่มันเหมือนคนมากเลยนะเจ้าคะ”

เมื่อบุตรสาวรบเร้าหนักเข้า บิดาก็อดที่จะทอดสายตาไปยังที่บุตรสาวชี้บอกไม่ได้ และเมื่อเพ่งมองดูดี ๆ ก็เริ่มที่จะคิดเหมือนกับบุตรสาวแล้วว่าตรงนั้นมีคนลอยติดโพงพางที่ใช้ดักปลาของชาวบ้านอยู่ แต่เพื่อความแน่ใจจึงพายเรือเข้าไปดูใกล้ ๆ

และเมื่อพายเรือมาถึงก็เห็นว่าเบื้องหน้าเป็นคนจริง ๆ สองพ่อลูกทำหน้าตาตื่นตกใจ พูดด้วยน้ำเสียงลนลานพร้อม ๆ กัน

“คนจริง ๆ ด้วย เขายังมีชีวิตอยู่ไหมนั่น”

มือหนารีบจ้ำไม้พายพาเรือให้ไปถึงชายฝั่งโดยเร็ว ก่อนที่ร่างระหงจะรีบลงจากเรือเพื่อช่วยดึงคนที่ลอยมาติดโพงพางขึ้นมาบนบก และเมื่อดึงขึ้นมาได้ อี้เฟยก็พยายามจับชีพจรเพื่อตรวจสอบดูว่าบุรุษผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ปรากฏว่าชีพจรยังเต้นอยู่แต่เต้นอ่อนแรงมาก

“ชีพจรยังเต้นอยู่เจ้าค่ะ แต่ว่าเต้นอ่อนมาก ลูกคิดว่าเราควรพาเขากลับไปรักษาที่เรือนของเราก่อน”

ผู้เป็นพ่อพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะเป็นฝ่ายอุ้มชายผู้ที่กำลังหมดสติขึ้นมาบนเรือและพากลับไปรักษาตัวที่เรือนของตน

จิ๊บ! จิ๊บ!

เสียงนกร้องที่ระบุสายพันธุ์ไม่ได้ บินมาเกาะที่ขอบหน้าต่างของเรือนแพหลังกะทัดรัด แสงแดดก็สาดส่องลอดผ่านช่องว่างของไม้ยืนต้นเตี้ย ๆ ที่ใบลีบผอมเข้ามากระทบเปลือกตาบางของคนที่กำลังหลับฝันให้ตื่นขึ้น

“ท่านอ๋อง จับมือของกระหม่อมเอาไว้ขอรับ ท่านอ๋อง!”

“ช่วยด้วย!”

คนที่พึ่งฟื้นคืนสติตะโกนลั่นเรือนหลังจากนอนหลับไปหนึ่งวันเต็ม ๆ จนผู้ที่กำลังต้มยาอยู่ข้างนอกต้องรีบวางมือแล้ววิ่งหน้าตาตื่นมาด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงร้อง

อี้เฟยที่วิ่งตาตื่นมาดูก็เห็นว่าบุรุษผู้นั้นที่ตนเองกับบิดาช่วยเหลือขึ้นมาจากน้ำกำลังจะพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้น แต่ทว่าใบหน้ายังคงซีดเซียว ดวงตาปรือ และยังมีแรงไม่มาก อี้เฟยจึงรีบเข้าไปช่วยพยุงตัวให้ลุกขึ้นนั่งได้

“ไหวไหม เดี๋ยวข้าช่วย”

“เจ้าเป็นใคร” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยถาม ใบหน้าซีดขาวแสดงออกถึงความมึนงงเมื่อเห็นสตรีที่ไม่คุ้นตา

“ข้าชื่อว่าอี้เฟย เป็นบุตรสาวของชาวประมง ที่อาศัยอยู่ในเมืองเฟยเยี่ย ข้ากับบิดาเห็นว่าเจ้าลอยน้ำมาติดอยู่ที่โพงพางก็เลยช่วยเอาไว้ จริงสิ ทำไมเจ้าถึงตกน้ำได้ล่ะ”

“เรือของข้าล่ม นอกจากข้าแล้ว เจ้าช่วยใครได้อีกหรือไม่”

อี้เฟยส่ายหน้า ทำให้อีกฝ่ายหน้าเศร้าไปทันที ความรู้สึกไม่ดีจึงเริ่มลอยเข้ามาทำให้บรรยากาศหม่นหมอง อี้เฟยจึงพยายามเปลี่ยนบรรยากาศโดยการเอ่ยถามไถ่อีกฝ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้เขาหลงลืมความทุกข์ไปให้ได้ชั่วขณะ

“แล้วเจ้าชื่อว่าอะไรอย่างนั้นเหรอ”

“ข้าชื่อว่าเกอหลง”

“อืม…เกอหลง แล้วเจ้ามาจากที่ใด”

“ข้ามาจากเมืองหลวง ล่องเรือออกท่องเที่ยว แต่เมื่อมาถึงเมืองเฟยเยี่ยก็ประสบกับมรสุมลูกใหญ่จึงทำให้เรือล่ม”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นเจ้าก็อยู่ที่นี่ต่อเพื่อรักษาตัวให้หายดีก่อน ถ้าหายดีแล้ว ข้าจะให้บิดาพาเจ้าไปส่งที่เมืองหลวงดีหรือไม่”

“อืม…ข้าขอบคุณเจ้ากับบิดาที่ช่วยชีวิตข้า”

“เรื่องเล็กน้อย อย่าคิดมากเลย ถ้าอย่างนั้นข้าออกไปต้มยาให้เจ้าต่อก่อนก็แล้วกัน ส่วนเจ้าก็นอนพักผ่อนต่อเถอะ ใบหน้าของเจ้าดูยังไม่ค่อยสู้ดีเท่าไร”

หลายวันต่อมาอาการของเกอหลงดีขึ้นเรื่อย ๆ และนอกจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอี้เฟยก็พัฒนาขึ้นไปด้วย เนื่องจากทั้งสองอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดทั้งเวลา จะแยกจากกันก็เฉพาะตอนนอนเท่านั้น และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เกอหลงตื่นแต่เช้าเพื่ออาสาออกหาปลากับอี้เฟยแทนบิดาของนาง

เมื่อเกอหลงกับอี้เฟยขึ้นมาบนเรือหาปลาแล้ว อี้เฟยก็หันไปเอ่ยถามบุรุษข้างหลังตนที่กำลังจับไม้พายจุ่มน้ำเตรียมออกเดินทาง

“เจ้าจับปลาเป็นด้วยเหรอ”

“เป็นสิ ตอนที่อยู่เมืองหลวงข้าชอบชวนเหล่าสหายออกตกปลาด้วยกันอยู่บ่อย ๆ ข้าชอบหาปลาเป็นอย่างมาก”

“ว่าแต่ตอนที่อยู่เมืองหลวงเจ้าทำงานทำการอันใดอย่างนั้นเหรอ ทำไมดูเจ้ามีเวลาเที่ยวเล่นมากนัก”

“อะ เอ่อ…ข้าทำการค้าเล็ก ๆ ที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากตระกูลน่ะ เป็นกิจการที่เล็กมาก ๆ”

เกอหลงพยายามเน้นคำว่าเล็กจนทำให้อี้เฟยรู้สึกตะหงิดใจ แต่ก็มิได้ถึงกับต้องเค้นเอาความจริงจากอีกฝ่ายให้ได้

“อย่างนั้นเองเหรอ ข้าว่าเจ้าดูไม่เหมือนสามัญชนคนธรรมทั่วไปเลยนะ”

อี้เฟยพูดพร้อมกับจับจ้องไปที่ใบหน้าของเกอหลงจนอีกฝ่ายเลิ่กลั่ก ทำตัวไม่ถูก มีท่าทีประหม่าอย่างเห็นได้ชัด จนกระทั่งอี้เฟยเอ่ยออกมาอีกประโยค

“ที่แท้เจ้าก็คือเถ้าแก่นี่เอง”

สิ้นสุดคำพูดของอี้เฟย นางก็หันหน้ากลับไป เกอหลงจึงลอบพ่นลมหายใจพรืดราวกับได้หลุดพ้นกับอะไรบางอย่าง ก่อนจะกล่าวตอบกลับไปอีกเพื่อความแนบเนียน

“เจ้าก็กล่าวเกินไป เป็นเพียงแค่การค้าเล็ก ๆ เท่านั้นเจ้าอย่าใส่ใจนักเลย เรามาหาปลากันเถอะ”

เกอหลงพยายามที่จะปกปิดตัวเอง เพราะความจริงแล้วนั้นเขาเป็นองค์รัชทายาทเจ้าสำราญที่ออกท่องเที่ยวก่อนที่จะต้องขึ้นเป็นฮ่องเต้ แต่ดันเกิดเหตุการณ์เรือล่มขึ้นมาเสียก่อน และที่เกอหลงไม่พูดความจริงนั้น ก็เพราะว่าเขาเริ่มจะรู้สึกดีกับบุตรสาวชาวประมงธรรมดาคนนี้เข้าให้เสียแล้ว และก็กลัวว่าถ้าหากนางรู้ว่าเขาเป็นใคร นางจะไม่ให้ความสนิทสนมเช่นนี้อีกต่อไป

“อืม เจ้าพายเรือไปตรงนั้นให้ข้าที”

“ได้เลย”

อี้เฟยพูดพร้อมกับชี้บอกทิศทาง และเมื่อล่องเรือออกมาจากชายฝั่งและถึงจุดที่จะหาปลาแล้ว อี้เฟยก็ลุกขึ้นไปยืนตรงบริเวณหัวเรือ หยิบไม้ไผ่ที่วางอยู่มาปักไปที่เลนใต้น้ำส่วนอีกมือนั้นก็ยกสุ่มจับปลามาปักลงไปในน้ำเช่นกัน แต่จังหวะที่จะดึงสุ่มขึ้นนั้น ด้วยความที่ตรงไม้ไผ่ปักมันเป็นดินที่ค่อนข้างอ่อนเกินไปทำให้อี้เฟยเสียหลักเซจะล้มพร้อมกับร้องเสียงหลงออกมา

“อ๊ะ! ว๊าย!”

แต่โชคดีที่เกอหลงพุ่งเข้าไปรับตัวของอี้เฟยไว้ได้ทัน ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ในท่วงท่าที่ใบหน้าใกล้กันมาก สองคนสบสายตากัน แต่ดูเหมือนว่าใบหน้าสากจะไม่หยุดนิ่ง ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าเนียนสวยเรื่อย ๆ จนกระทั่งอีกฝ่ายไหวตัวทันจึงรีบหันหลบและดันร่างหนาให้ออกไปจากการเกาะกุมเมื่อตั้งหลักได้แล้ว

ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่เอาแต่เงียบ เพราะทำตัวไม่ถูก ผิวเนียนนุ่มของอี้เฟยเจื่อสีแดงจาง ๆ ตรงข้างแก้ม ส่วนเกอหลงก็ยกมือลูบต้นคอ ริมฝีปากยกยิ้มอย่างเขิน ๆ เหตุการณ์ครั้งนี้เหมือนย้ำเตือนให้เกอหลงรู้ใจของตัวเองมากขึ้น แต่เพื่อกู้สถานการณ์ให้กลับมาเป็นปกติ เกอหลงต้องแสร้งทำเป็นว่าตัวไม่ได้รู้สึกอะไร

“ระวังหน่อยสิ”

“อะ อืม”

หลังจากที่เกอหลงกับอี้เฟยช่วยกันหาปลามาได้จำนวนหนึ่งแล้ว ก็พากันเดินไปขายที่ตลาด และเมื่อขายหมดเรียบร้อยแล้วก็เดินทางกลับ ระหว่างทางต้องเดินลัดเลาะภูเขาลูกหนึ่งเป็นปกติ แต่วันนี้ไม่เหมือนกับทุกวัน เพราะอี้เฟยมีอาการเจ็บที่ข้อเท้าตั้งแต่ตอนนี้จะหล่นเรือ คาดว่าตอนนั้นข้อเท้าน่าจะพลิก เดินไปอยู่ดี ๆ อี้เฟยก็หยุดและทำหน้านิ่วด้วยความเจ็บปวด

ส่วนเกอหลงที่เดินนำไปไม่ไกลเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เดินตามมาจึงหยุดแล้วหันหลังกลับไปมองทันเห็นตอนที่อี้เฟยมีสีหน้าเหยเกพอดีจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“นั่นเจ้าเป็นอะไรไป”

“ไม่เป็นไร ๆ รีบไปกันเถอะ ข้าไหวแค่เจ็บข้อเท้านิดหน่อย”

“มาให้ข้าดูหน่อย”

“ไม่ต้อง”

“อย่าดื้อน่า”

คำว่าอย่าดื้อจากปากของเกอหลงทำให้อี้เฟยชะงักและยอมให้อีกฝ่ายก้มลงดูข้อเท้าของตนเองแต่โดยดี โดยที่นางก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไม

“อะ โอ๊ย”

“ข้อเท้าพลิกอย่างนั้นเหรอ แล้วทำไมไม่รีบบอก ข้าจะได้ไม่พาเจ้าเดินไกลเช่นนี้”

“ข้าไม่ได้เป็นอะไรมาก ไปกันเถอะ ถึงเรือนแล้วข้าจะเอายามาทา ไม่นานก็คงหายดีแล้วล่ะ”

“แล้วแบบนี้จะเดินต่อไปได้อย่างไร ลุกขึ้น เดี๋ยวข้าจะแบกเจ้าเอง”

“มะ ไม่ต้อง”

“ขึ้นมาเถอะน่า”

เกอหลงไม่สนคำคัดค้านของอี้เฟย เขายื่นมือไปให้อีกฝ่ายจับแล้วประคองตัวเองขึ้นมา ก่อนที่จะย่อตัวตั้งท่าให้คนเจ็บขาขึ้นหลังตนมา และหนทางที่เหลือต่อจากนี้เกอหลงก็เป็นฝ่ายนำพาอี้เฟยไปยังจุดหมาย ดูเหมือนว่าตอนนี้อี้เฟยก็เริ่มที่จะรู้สึกหวั่นไหวไปกับความแสนดีของเกอหลงแล้วเหมือนกัน

อ่านต่อ

สารบัญ วาสนาชะตารักมังกร

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย รักแท้ต้องเบรก
7.4
ตลอดระยะเวลาสามปีเต็มที่มอบความไว้วางใจและความรักอันบริสุทธิ์ให้กับชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก หญิงสาวได้ถักทอความฝันอันงดงามเกี่ยวกับการสร้างครอบครัวและงานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ทว่าความหวังทั้งหมดกลับพังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อเธอค้นพบความจริงอันแสนโหดร้ายว่าคนที่เธอเตรียมจะฝากชีวิตไว้ได้ทรยศหักหลังกันอย่างเลือดเย็นที่สุด คำมั่นสัญญาที่เคยให้กันไว้กลายเป็นเพียงลมปากที่ไร้ความหมาย เหตุการณ์สะเทือนอารมณ์ครั้งนี้ได้กรีดแทงลึกลงไปในความรู้สึก ทำให้ดวงใจของเธอต้องแหลกสลายเป็นเสี่ยงๆ แม้ว่าอีกเพียงไม่กี่ก้าวเธอก็จะได้สวมชุดเจ้าสาวตามที่เคยวาดฝันไว้แล้วก็ตาม ความรักที่เคยคิดว่ามั่นคงกลับกลายเป็นเพียงภาพลวงตาที่ทำร้ายเธอจนแทบสิ้นสติ
หน้าปกนวนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้กุมอำนาจล้นมือพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้อ่อนโยนดั่งลูกกวางน้อยที่ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางสู้และต้องยอมจำนนต่อการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเขาจะเลือกบีบคั้นให้เธอมอดไหม้หรือจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทว่าทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้นั้นกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจเธอจะต้านทานไหว ในเกมแห่งความรักและความใคร่นี้เธอจึงติดอยู่ท่ามกลางไฟพิศวาส
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย Stumble Love รักสะดุดใจ
9.7
โชคชะตาเล่นตลกกับความรักของสามคู่ชูชื่นที่มีทั้งสุขและเศร้า หลินสาวน้อยผู้ขยันขันแข็งต้องมาพัวพันกับพีค ซีอีโอเพลย์บอยเจ้าของโรงแรมหรูที่เปลี่ยนผู้หญิงทุกสัปดาห์ ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่เกิดขึ้นคือความผิดพลาดหรือความตั้งใจ เมื่อหลินเผลอใจรักชายผู้เห็นเธอเป็นเพียงของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าดึงดูดใจ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของแพรวากับกฤษ ภุชงค์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ รวมถึงคู่รักหลากหลายสไตล์ที่ต้องลุ้นว่าใครจะสมหวังในรักแท้ท่ามกลางบททดสอบที่เดิมพันด้วยหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย มนต์เสน่ห์เมียเก่า
8.7
นรีรัตน์จำต้องแต่งงานกับชยุดเพื่อรักษาทรัพย์สินทุกอย่างไว้ภายใต้เงื่อนไขการมีทายาทภายในหนึ่งปี แม้จะถูกกลั่นแกล้งสารพัดจนเกือบถอดใจ แต่เธอก็ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเขาจากอุบัติเหตุร้ายแรงก่อนจะตัดสินใจเลือนหายไปจากชีวิตเขาพร้อมลูกในท้อง เมื่อกาลเวลาผ่านไปโชคชะตานำพาให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้ง ทว่านรีรัตน์ในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่อ่อนแอหรือยอมสละทุกอย่างเพื่อความรักเหมือนเก่าอีกต่อไป เธอพร้อมลุกขึ้นสู้และทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องลูกชายสุดที่รักของเธอเพียงคนเดียว
ตอน
อ่านเลย
แชร์