ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ศักดิ์ศรีที่หายไป...ฉันจะทวงคืน

ศักดิ์ศรีที่หายไป...ฉันจะทวงคืน

จากภรรยาผู้ทุ่มเททิ้งอนาคตเพื่อสร้างฐานะให้ธีทัตจนมั่งคั่ง กลับถูกสามีทรยศด้วยการพามือที่สามอย่างปิยาภรณ์เข้าบ้านพร้อมตราหน้าว่าเธอไร้ค่า ความเจ็บปวดถึงขีดสุดเมื่อเขาผลักเธอจนแท้งลูกแต่กลับเมินเฉยไปดูแลเมียน้อย ทิ้งให้เธอจมกองเลือดเพียงลำพัง ความรักสิบปีพังทลายลงพร้อมการเซ็นใบหย่า เธอยอมทิ้งทุกทรัพย์สินเพื่อเริ่มต้นใหม่ในฐานะคนใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม พร้อมกลับมาแก้แค้นและทวงคืนศักดิ์ศรีให้คนสารเลวต้องสูญเสียทุกอย่างไม่ต่างจากที่เธอเคยเจอ
ตอน
แชร์

ตอน 1

ฉันยอมทิ้งอนาคตที่สดใส ลาออกจากงานในฝันเพื่อมาช่วย 'ธีทัต' สามีสร้างธุรกิจจากศูนย์จนร่ำรวยมหาศาล หวังเพียงจะได้สร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกัน

แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนคือการหักหลังตลอด 7 ปี เขาพา 'ปิยาภรณ์' รุ่นน้องหน้าซื่อใจคดเข้ามาในบ้าน ยกย่องเชิดชูเธอราวกับเจ้าหญิง

เขาตราหน้าว่าฉันเป็นภรรยาที่จืดชืด ไร้ค่า เทียบไม่ได้กับเมียน้อยที่แสนอ่อนหวานและเอาใจเก่ง

ในวันที่ฉันจับได้และเกิดปากเสียง เขาผลักฉันล้มกระแทกพื้นอย่างแรงจนเลือดไหลอาบขา ลูกน้อยในครรภ์ที่ฉันเฝ้ารอหลุดลอยไป

แต่เขากลับเมินเฉยต่อความเจ็บปวดของฉัน เลือกที่จะอุ้มเมียน้อยที่แค่แกล้งสำออยไปโรงพยาบาล ทิ้งให้ฉันนอนจมกองเลือดและน้ำตาเพียงลำพัง

วินาทีนั้น ความรักโง่ๆ ตลอดสิบปีได้ตายไปจากใจ ฉันเพิ่งตาสว่างว่าสำหรับเขา ฉันเป็นแค่บันไดที่เขาใช้เหยียบขึ้นไปแล้วถีบหัวส่ง

ฉันลุกขึ้นปาดน้ำตา เซ็นใบหย่าทิ้งไว้ และจัดการโอนทรัพย์สินจอมปลอมคืนให้เขาจนหมดเกลี้ยง

"เชิญพวกคุณเสวยสุขกันให้พอ เพราะจากวินาทีนี้ไป ฉันคนใหม่จะกลับมาทวงคืนศักดิ์ศรี และทำให้พวกคุณรู้ซึ้งว่า... การสูญเสียทุกอย่างมันรสชาติเป็นยังไง"

บทที่ 1

ชนากานต์ POV:

ฉันกำปากกาแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดในมือที่สั่นเทา พยายามบังคับตัวเองให้เซ็นเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้า นี่ไม่ใช่เอกสารหย่าร้างอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มันคือการเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริงสำหรับฉัน

"คุณชนากานต์คะ คุณแน่ใจนะคะว่าจะยกเลิกตั๋วไปลอนดอน" เสียงเลขาของธีทัตดังขึ้นในโทรศัพท์ เธอคงสงสัยเป็นธรรมดา

ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง ตึกสูงเสียดฟ้าสะท้อนแสงแดดยามบ่าย ภาพตัวเองในอดีตที่เคยฝันถึงชีวิตแบบนี้ผุดขึ้นมา "แน่ใจค่ะคุณนับดาว" ฉันตอบเสียงราบเรียบ จนแทบจะไม่ได้ยินเสียงตัวเอง ในใจมีเพียงความว่างเปล่า

"เดี๋ยวคุณช่วยจัดการเรื่องเอกสารการเดินทางทั้งหมดให้คุณปิยาภรณ์แทนนะคะ" ฉันสั่งต่อ รายชื่อปิยาภรณ์ที่ถูกเขียนด้วยลายมือหางหวัดของฉันเองบนกระดาษโน้ต ดูเหมือนตอกย้ำความจริงที่เจ็บปวด

"และหลังจากคุณธีทัตเดินทางไปแล้ว เอกสารทุกอย่างที่ฉันเตรียมไว้จะถูกส่งไปถึงเขาที่ลอนดอนทันที" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด ทุกคำพูดเหมือนมีดกรีดลงไปในใจตัวเอง แต่ฉันรู้ว่ามันคือทางเดียว

"คุณชนากานต์คะ..." นับดาวเลขาของธีทัตอุทาน เธอคงไม่คิดว่าฉันจะกล้าทำถึงขนาดนี้

"คุณทำตามที่ฉันสั่งเถอะค่ะ" ฉันตัดบทก่อนที่เธอจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ แล้ววางสายโทรศัพท์ลง ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัว

ฉันยืนขึ้นเต็มความสูง มองไปที่ปฏิทินที่ติดอยู่บนผนัง วงกลมสีแดงสดล้อมรอบตัวเลข "7" มันคือจำนวนวันที่เหลือ ที่ฉันจะยังคงอยู่ในบ้านหลังนี้ ในฐานะภรรยาของธีทัต เจริญพันธ์

ธีทัตเดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทางอันหงุดหงิด เขามองมาที่ฉันด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับฉันเป็นเพียงอากาศธาตุ

"ปิยาภรณ์บอกว่าเธออยากไปลอนดอนแทนเธอ" ธีทัตเริ่มพูด เสียงของเขาเหมือนคำสั่งมากกว่าคำขอ "เธอรู้ไหมว่าเธอตื่นเต้นแค่ไหน"

ฉันพยักหน้า มองหน้าเขาตรงๆ "ฉันจัดการให้แล้วค่ะ"

คิ้วของธีทัตเลิกขึ้นเล็กน้อย เขาดูประหลาดใจกับการตอบรับที่ราบรื่นของฉัน ซึ่งผิดจากที่เขาคาดไว้

"ดี" เขากล่าวสั้นๆ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า "เธอเข้าใจอะไรได้ง่ายๆ แบบนี้ก็ดี"

เข้าใจอะไรได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ? ฉันหัวเราะในใจอย่างขมขื่น คำพูดนั้นกรีดลึกไปถึงหัวใจ คำพูดที่ธีทัตไม่เคยคิดจะรักษา

ฉันจำได้ดีเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว วันที่ธีทัตสารภาพเรื่องปิยาภรณ์ เขาบอกว่าเธอเป็นแค่รุ่นน้องที่เขาสงสารและอยากช่วยเหลือ

"ปิยาภรณ์ไม่มีใคร ไม่มีโอกาสที่ดีเหมือนเธอชนากานต์" เขาพูดในวันนั้น พยายามบีบให้ฉันเห็นใจ "เธอแค่ต้องการคนคอยดูแล"

ฉันในตอนนั้นโกรธจนตัวสั่น น้ำตาไหลอาบแก้มพร้อมกับคำด่าทอที่พรั่งพรูออกมา แต่ธีทัตไม่เคยสนใจ เขายังคงยืนกรานที่จะช่วยเหลือปิยาภรณ์ต่อไป

แต่มาวันนี้ ฉันกลับตอบรับด้วยความสงบเย็น เพราะมันไม่ได้มีความหมายอะไรอีกแล้ว

ธีทัตมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่ผ่อนคลายลง "เธอเองก็รู้ว่าปิยาภรณ์เป็นคนอ่อนหวาน น่ารัก ไม่เหมือนเธอที่จืดชืด"

คำพูดนั้นแทงเข้ามาในใจฉันอีกครั้ง แต่ฉันไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา

"เธอควรจะเรียนรู้จากปิยาภรณ์บ้างนะ" เขาพูดต่อ ราวกับจะสั่งสอน

เสียงโทรศัพท์ของธีทัตดังขึ้นขัดจังหวะ เขาเห็นชื่อผู้โทรเข้าก็รีบเดินออกไปคุย ปล่อยให้ฉันจมอยู่กับความทรงจำที่เจ็บปวดเพียงลำพัง

ฉันคิดถึงวันแรกที่เราเจอกัน ธีทัตเป็นรุ่นพี่ที่โด่งดังในคณะบริหารธุรกิจ ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาและความสามารถที่โดดเด่น

เขาเข้ามาจีบฉันด้วยความสุภาพอ่อนโยน ดอกกุหลาบช่อโตที่ส่งมาให้ทุกวัน คำพูดหวานหูที่ทำให้ฉันเคลิบเคลิ้มไปกับความรัก

ฉันที่เป็นดาวคณะบริหารธุรกิจ เคยมีโอกาสได้ทำงานในบริษัทข้ามชาติ แต่ฉันเลือกที่จะทิ้งทุกอย่าง เพื่อมาช่วยธีทัตสร้างธุรกิจขนส่งตั้งแต่ยังไม่มีอะไร

ฉันจำได้ว่าเขาเคยพูดกับฉันว่า "ชนากานต์...เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน"

ในวันแต่งงานของเรา เขาเคยคุกเข่าต่อหน้าทุกคนและประกาศว่า "ผมจะรักและดูแลชนากานต์คนนี้ไปตลอดชีวิต"

แต่คำสัญญาเหล่านั้นกลับกลายเป็นเพียงลมปาก เมื่อธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จ มีเงินทองและอำนาจ เขาก็เปลี่ยนไป

เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว ฉันจับได้ว่าธีทัตแอบคบกับปิยาภรณ์รุ่นน้องในมหาวิทยาลัยของเขาเอง เธอเข้ามาในชีวิตของเราในฐานะพนักงานฝึกหัดในบริษัทของธีทัต จากนั้นก็ค่อยๆ กลายเป็นคนสนิท แล้วก็เปลี่ยนสถานะมาเป็นเมียน้อยที่เขาเก็บซ่อนไว้

ธีทัตมักจะเปรียบเทียบฉันกับปิยาภรณ์เสมอ เขาบอกว่าปิยาภรณ์อ่อนหวาน น่ารัก น่าทะนุถนอม ไม่เหมือนฉันที่ดูแข็งกระด้างและจืดชืด

ฉันเคยเจ็บปวดกับการถูกเปรียบเทียบนั้น แต่ตอนนี้มันกลับเป็นความชาชินไปแล้ว

ฉันจำได้ว่าปิยาภรณ์เคยมางานแต่งงานของฉันกับธีทัต เธอสวมชุดเดรสสีชมพูอ่อนที่ดูบริสุทธิ์ราวกับนางฟ้า ฉันไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มที่อ่อนหวานนั้นมีอะไรซ่อนอยู่

หลังงานแต่งงานไม่นาน ฉันเห็นรูปที่ปิยาภรณ์โพสต์ในโซเชียลมีเดีย เป็นรูปที่เธอกำลังกอดธีทัตอยู่บนเรือยอชต์หรู พร้อมแคปชั่นว่า "ขอบคุณนะคะพี่ธีทัตสำหรับความรักและความอบอุ่น" และธีทัตเองก็กดไลก์รูปนั้นด้วยตัวของเขาเอง

มันเหมือนมีดกรีดลงไปในหัวใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้ ฉันยังคงหวังว่าธีทัตจะกลับมาเป็นคนเดิม

แต่แล้วความหวังทั้งหมดก็พังทลายลงในวันนี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พ่อม่ายกับยัยพี่เลี้ยง
9.5
อาทิตย์ นักธุรกิจมหาเศรษฐีเจ้าของห้างดังและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ กลายเป็นพ่อม่ายหลังสูญเสียภรรยาขณะให้กำเนิด น้องเกียร์ ลูกชายวัยสามขวบที่มักถูกเพื่อนล้อเรื่องขาดแม่จนไม่อยากไปโรงเรียน เมื่อเขาได้พบกับ มิรา บัณฑิตจบใหม่ผู้กำพร้าที่ต้องทำงานส่งเสียน้องสาวเพียงลำพัง ความใสซื่อและจิตใจดีของเธอทำให้สองพ่อลูกประทับใจจนอยากได้เธอมาเติมเต็มครอบครัวที่ขาดหายไป ท่ามกลางปมชีวิตที่เขาเผชิญอยู่ ความรักครั้งใหม่จึงเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าร้าง อดีตสามีคุกเข่าขอร้องคืนดี
8.3
ตลอดสามปีที่สวีเหยียนทุ่มเทเป็นภรรยาที่ดี เธอกลับได้รับเพียงการดูถูกจากตู้หางจือว่าไม่คู่ควรกับเขา เมื่อความอดทนสิ้นสุดลงเธอจึงเลือกหย่าขาด ท่ามกลางคำเยาะเย้ยของคนรอบข้าง ทว่าเธอกลับผงาดขึ้นเป็นนักออกแบบระดับโลกและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล พร้อมการสนับสนุนจากพี่ชายและหนุ่มหล่อมากมายที่รุมล้อม จนอดีตสามีที่เคยเย็นชาต้องกลับมาคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัว แต่เธอยืนหยัดอย่างสง่างามว่าไม่เคยเสียใจที่ทิ้งเขาไปเพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์กว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย เธอคนนี้ ไม่ใช่สาวส้มหล่น
8.7
หลังเผชิญอดีตที่ขมขื่นและแม่ถูกทำร้าย ฉือเนี่ยนกลับมาทวงคืนทุกอย่างที่เมืองจิง แม้จะถูกตราหน้าว่าไร้การศึกษา แต่ลู่เหยียนสือกลับมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเธอว่าคืออัจฉริยะผู้เก่งกาจ ทั้งในฐานะหมอฝีมือเยี่ยม แฮ็กเกอร์ระดับโลก และนักปรุงน้ำหอมที่ผู้คนยกย่อง ท่ามกลางความสงสัยของคนรอบข้างที่เห็นเขาประคบประคองภรรยาเกินขอบเขต ลู่เหยียนสือยังคงยืนหยัดให้ท้ายเธออย่างเต็มที่ จนเมื่อความลับและความสามารถของเธอถูกเปิดเผย ทั้งเมืองจึงต้องหันมาศิโรราบและยกย่องในความไร้เทียมทานของเธอ
หน้าปกนวนิยาย เทพบุตรหวนคืนรัก
8.4
เมื่อแผนการอันเห็นแก่ตัวของพ่อที่หวังจะผูกมัดเขาด้วยการแต่งงานทำให้เขาเลือกแก้แค้นอย่างแสนสาหัส ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อผู้หญิงที่เขาเคยจงเกลียดจงชังและทำลายจนย่อยยับ กลับกลายเป็นเพียงคนเดียวที่หัวใจเขาถวิลหาอย่างที่สุด ในวันที่ความจริงปรากฏ เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจยอดดวงใจและลูกน้อยกลับคืนมาสู่อ้อมกอดอีกครั้ง แม้ว่าสิ่งที่เขาเคยทำไว้จะยากเกินกว่าจะได้รับการอภัยจากนางฟ้าผู้แสนดีคนนี้ก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ชะตาลิขิต
8.1
พันธสัญญาหมั้นหมายเก่าแก่ระหว่างตระกูลหรงและตระกูลเหร่วนนำพาคนสองคนที่ต่างกันสุดขั้วมาพบกัน หรงเฮ่าชวนทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโสแสดงความรังเกียจเหร่วนฉิงอย่างชัดเจน เขาถึงขั้นประชดให้ไปขุดบรรพบุรุษขึ้นมาจัดงานแต่งเองเพราะมองว่าเธอไร้คุณสมบัติ ทว่าหญิงสาวกลับไม่ยอมถอยง่ายๆ เธอตัดสินใจเข้าพิธีโดยหวังเพียงส่วนแบ่งจากทรัพย์สินมหาศาลหากต้องแยกทางกันในอนาคต ท่ามกลางความขัดแย้งและผลประโยชน์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของชีวิตคู่ครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย หย่าปุ๊บ แต่งงานใหม่ปั๊บ
9.5
เจียงว่านหนิงยอมทำทุกทางเพื่อเย่เชิน แต่ความรักที่ภักดีกลับถูกตอบแทนด้วยการดูหมิ่น เมื่อเขาบังคับให้เธอคุกเข่าต่อหน้าคนรักเก่าเพื่อรักษาหน้าผู้อื่น เธอจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่ขมขื่นแล้วเริ่มต้นใหม่กับฟู่จิงเซิน ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลทันที แม้เย่เชินจะตราหน้าว่าเธอเพียงต้องการใช้ตระกูลฟู่เป็นเครื่องมือแก้แค้น แต่สามีใหม่ของเธอกลับยินดีมอบทั้งอำนาจและเงินทองให้เธอใช้ตามใจชอบเพื่อปกป้องผู้หญิงที่เขาเลือกเอง