หน้าปกนวนิยาย ศักดิ์ศรีที่หายไป...ฉันจะทวงคืน

ศักดิ์ศรีที่หายไป...ฉันจะทวงคืน

9.7 / 10.0
จากภรรยาผู้ทุ่มเททิ้งอนาคตเพื่อสร้างฐานะให้ธีทัตจนมั่งคั่ง กลับถูกสามีทรยศด้วยการพามือที่สามอย่างปิยาภรณ์เข้าบ้านพร้อมตราหน้าว่าเธอไร้ค่า ความเจ็บปวดถึงขีดสุดเมื่อเขาผลักเธอจนแท้งลูกแต่กลับเมินเฉยไปดูแลเมียน้อย ทิ้งให้เธอจมกองเลือดเพียงลำพัง ความรักสิบปีพังทลายลงพร้อมการเซ็นใบหย่า เธอยอมทิ้งทุกทรัพย์สินเพื่อเริ่มต้นใหม่ในฐานะคนใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม พร้อมกลับมาแก้แค้นและทวงคืนศักดิ์ศรีให้คนสารเลวต้องสูญเสียทุกอย่างไม่ต่างจากที่เธอเคยเจอ

ศักดิ์ศรีที่หายไป...ฉันจะทวงคืน ตอนที่ 1

ฉันยอมทิ้งอนาคตที่สดใส ลาออกจากงานในฝันเพื่อมาช่วย 'ธีทัต' สามีสร้างธุรกิจจากศูนย์จนร่ำรวยมหาศาล หวังเพียงจะได้สร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกัน

แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนคือการหักหลังตลอด 7 ปี เขาพา 'ปิยาภรณ์' รุ่นน้องหน้าซื่อใจคดเข้ามาในบ้าน ยกย่องเชิดชูเธอราวกับเจ้าหญิง

เขาตราหน้าว่าฉันเป็นภรรยาที่จืดชืด ไร้ค่า เทียบไม่ได้กับเมียน้อยที่แสนอ่อนหวานและเอาใจเก่ง

ในวันที่ฉันจับได้และเกิดปากเสียง เขาผลักฉันล้มกระแทกพื้นอย่างแรงจนเลือดไหลอาบขา ลูกน้อยในครรภ์ที่ฉันเฝ้ารอหลุดลอยไป

แต่เขากลับเมินเฉยต่อความเจ็บปวดของฉัน เลือกที่จะอุ้มเมียน้อยที่แค่แกล้งสำออยไปโรงพยาบาล ทิ้งให้ฉันนอนจมกองเลือดและน้ำตาเพียงลำพัง

วินาทีนั้น ความรักโง่ๆ ตลอดสิบปีได้ตายไปจากใจ ฉันเพิ่งตาสว่างว่าสำหรับเขา ฉันเป็นแค่บันไดที่เขาใช้เหยียบขึ้นไปแล้วถีบหัวส่ง

ฉันลุกขึ้นปาดน้ำตา เซ็นใบหย่าทิ้งไว้ และจัดการโอนทรัพย์สินจอมปลอมคืนให้เขาจนหมดเกลี้ยง

"เชิญพวกคุณเสวยสุขกันให้พอ เพราะจากวินาทีนี้ไป ฉันคนใหม่จะกลับมาทวงคืนศักดิ์ศรี และทำให้พวกคุณรู้ซึ้งว่า... การสูญเสียทุกอย่างมันรสชาติเป็นยังไง"

บทที่ 1

ชนากานต์ POV:

ฉันกำปากกาแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดในมือที่สั่นเทา พยายามบังคับตัวเองให้เซ็นเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้า นี่ไม่ใช่เอกสารหย่าร้างอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มันคือการเริ่มต้นใหม่อย่างแท้จริงสำหรับฉัน

"คุณชนากานต์คะ คุณแน่ใจนะคะว่าจะยกเลิกตั๋วไปลอนดอน" เสียงเลขาของธีทัตดังขึ้นในโทรศัพท์ เธอคงสงสัยเป็นธรรมดา

ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง ตึกสูงเสียดฟ้าสะท้อนแสงแดดยามบ่าย ภาพตัวเองในอดีตที่เคยฝันถึงชีวิตแบบนี้ผุดขึ้นมา "แน่ใจค่ะคุณนับดาว" ฉันตอบเสียงราบเรียบ จนแทบจะไม่ได้ยินเสียงตัวเอง ในใจมีเพียงความว่างเปล่า

"เดี๋ยวคุณช่วยจัดการเรื่องเอกสารการเดินทางทั้งหมดให้คุณปิยาภรณ์แทนนะคะ" ฉันสั่งต่อ รายชื่อปิยาภรณ์ที่ถูกเขียนด้วยลายมือหางหวัดของฉันเองบนกระดาษโน้ต ดูเหมือนตอกย้ำความจริงที่เจ็บปวด

"และหลังจากคุณธีทัตเดินทางไปแล้ว เอกสารทุกอย่างที่ฉันเตรียมไว้จะถูกส่งไปถึงเขาที่ลอนดอนทันที" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด ทุกคำพูดเหมือนมีดกรีดลงไปในใจตัวเอง แต่ฉันรู้ว่ามันคือทางเดียว

"คุณชนากานต์คะ..." นับดาวเลขาของธีทัตอุทาน เธอคงไม่คิดว่าฉันจะกล้าทำถึงขนาดนี้

"คุณทำตามที่ฉันสั่งเถอะค่ะ" ฉันตัดบทก่อนที่เธอจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ แล้ววางสายโทรศัพท์ลง ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัว

ฉันยืนขึ้นเต็มความสูง มองไปที่ปฏิทินที่ติดอยู่บนผนัง วงกลมสีแดงสดล้อมรอบตัวเลข "7" มันคือจำนวนวันที่เหลือ ที่ฉันจะยังคงอยู่ในบ้านหลังนี้ ในฐานะภรรยาของธีทัต เจริญพันธ์

ธีทัตเดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยท่าทางอันหงุดหงิด เขามองมาที่ฉันด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับฉันเป็นเพียงอากาศธาตุ

"ปิยาภรณ์บอกว่าเธออยากไปลอนดอนแทนเธอ" ธีทัตเริ่มพูด เสียงของเขาเหมือนคำสั่งมากกว่าคำขอ "เธอรู้ไหมว่าเธอตื่นเต้นแค่ไหน"

ฉันพยักหน้า มองหน้าเขาตรงๆ "ฉันจัดการให้แล้วค่ะ"

คิ้วของธีทัตเลิกขึ้นเล็กน้อย เขาดูประหลาดใจกับการตอบรับที่ราบรื่นของฉัน ซึ่งผิดจากที่เขาคาดไว้

"ดี" เขากล่าวสั้นๆ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้า "เธอเข้าใจอะไรได้ง่ายๆ แบบนี้ก็ดี"

เข้าใจอะไรได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ? ฉันหัวเราะในใจอย่างขมขื่น คำพูดนั้นกรีดลึกไปถึงหัวใจ คำพูดที่ธีทัตไม่เคยคิดจะรักษา

ฉันจำได้ดีเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว วันที่ธีทัตสารภาพเรื่องปิยาภรณ์ เขาบอกว่าเธอเป็นแค่รุ่นน้องที่เขาสงสารและอยากช่วยเหลือ

"ปิยาภรณ์ไม่มีใคร ไม่มีโอกาสที่ดีเหมือนเธอชนากานต์" เขาพูดในวันนั้น พยายามบีบให้ฉันเห็นใจ "เธอแค่ต้องการคนคอยดูแล"

ฉันในตอนนั้นโกรธจนตัวสั่น น้ำตาไหลอาบแก้มพร้อมกับคำด่าทอที่พรั่งพรูออกมา แต่ธีทัตไม่เคยสนใจ เขายังคงยืนกรานที่จะช่วยเหลือปิยาภรณ์ต่อไป

แต่มาวันนี้ ฉันกลับตอบรับด้วยความสงบเย็น เพราะมันไม่ได้มีความหมายอะไรอีกแล้ว

ธีทัตมองมาที่ฉันด้วยแววตาที่ผ่อนคลายลง "เธอเองก็รู้ว่าปิยาภรณ์เป็นคนอ่อนหวาน น่ารัก ไม่เหมือนเธอที่จืดชืด"

คำพูดนั้นแทงเข้ามาในใจฉันอีกครั้ง แต่ฉันไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา

"เธอควรจะเรียนรู้จากปิยาภรณ์บ้างนะ" เขาพูดต่อ ราวกับจะสั่งสอน

เสียงโทรศัพท์ของธีทัตดังขึ้นขัดจังหวะ เขาเห็นชื่อผู้โทรเข้าก็รีบเดินออกไปคุย ปล่อยให้ฉันจมอยู่กับความทรงจำที่เจ็บปวดเพียงลำพัง

ฉันคิดถึงวันแรกที่เราเจอกัน ธีทัตเป็นรุ่นพี่ที่โด่งดังในคณะบริหารธุรกิจ ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาและความสามารถที่โดดเด่น

เขาเข้ามาจีบฉันด้วยความสุภาพอ่อนโยน ดอกกุหลาบช่อโตที่ส่งมาให้ทุกวัน คำพูดหวานหูที่ทำให้ฉันเคลิบเคลิ้มไปกับความรัก

ฉันที่เป็นดาวคณะบริหารธุรกิจ เคยมีโอกาสได้ทำงานในบริษัทข้ามชาติ แต่ฉันเลือกที่จะทิ้งทุกอย่าง เพื่อมาช่วยธีทัตสร้างธุรกิจขนส่งตั้งแต่ยังไม่มีอะไร

ฉันจำได้ว่าเขาเคยพูดกับฉันว่า "ชนากานต์...เธอคือทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน"

ในวันแต่งงานของเรา เขาเคยคุกเข่าต่อหน้าทุกคนและประกาศว่า "ผมจะรักและดูแลชนากานต์คนนี้ไปตลอดชีวิต"

แต่คำสัญญาเหล่านั้นกลับกลายเป็นเพียงลมปาก เมื่อธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จ มีเงินทองและอำนาจ เขาก็เปลี่ยนไป

เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว ฉันจับได้ว่าธีทัตแอบคบกับปิยาภรณ์รุ่นน้องในมหาวิทยาลัยของเขาเอง เธอเข้ามาในชีวิตของเราในฐานะพนักงานฝึกหัดในบริษัทของธีทัต จากนั้นก็ค่อยๆ กลายเป็นคนสนิท แล้วก็เปลี่ยนสถานะมาเป็นเมียน้อยที่เขาเก็บซ่อนไว้

ธีทัตมักจะเปรียบเทียบฉันกับปิยาภรณ์เสมอ เขาบอกว่าปิยาภรณ์อ่อนหวาน น่ารัก น่าทะนุถนอม ไม่เหมือนฉันที่ดูแข็งกระด้างและจืดชืด

ฉันเคยเจ็บปวดกับการถูกเปรียบเทียบนั้น แต่ตอนนี้มันกลับเป็นความชาชินไปแล้ว

ฉันจำได้ว่าปิยาภรณ์เคยมางานแต่งงานของฉันกับธีทัต เธอสวมชุดเดรสสีชมพูอ่อนที่ดูบริสุทธิ์ราวกับนางฟ้า ฉันไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มที่อ่อนหวานนั้นมีอะไรซ่อนอยู่

หลังงานแต่งงานไม่นาน ฉันเห็นรูปที่ปิยาภรณ์โพสต์ในโซเชียลมีเดีย เป็นรูปที่เธอกำลังกอดธีทัตอยู่บนเรือยอชต์หรู พร้อมแคปชั่นว่า "ขอบคุณนะคะพี่ธีทัตสำหรับความรักและความอบอุ่น" และธีทัตเองก็กดไลก์รูปนั้นด้วยตัวของเขาเอง

มันเหมือนมีดกรีดลงไปในหัวใจฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ฉันไม่สามารถทำอะไรได้ ฉันยังคงหวังว่าธีทัตจะกลับมาเป็นคนเดิม

แต่แล้วความหวังทั้งหมดก็พังทลายลงในวันนี้

อ่านต่อ

สารบัญ ศักดิ์ศรีที่หายไป...ฉันจะทวงคืน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ฉินเฉี่ยนยอมทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะผู้หญิงไร้ตัวตนข้างกายลู่ซีซิง แต่เมื่อเขากำลังจะหมั้นหมายกับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปทันที ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชากลับออกตามหาเธออย่างพลิกแผ่นดินนานถึงเจ็ดวัน เมื่อทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอกลายเป็นคนใหม่ที่สง่างามและมีคนอื่นเคียงข้าง ลู่ซีซิงที่กำลังใจสลายพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคืนดี แต่เขากลับได้รับเพียงรอยยิ้มเยาะหยันและความห่างเหินเป็นการตอบแทน แม้เขาจะพยายามเหนี่ยวรั้งเธอไว้ด้วยความรักที่สายเกินไปก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้กุมอำนาจล้นมือพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้อ่อนโยนดั่งลูกกวางน้อยที่ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางสู้และต้องยอมจำนนต่อการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเขาจะเลือกบีบคั้นให้เธอมอดไหม้หรือจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทว่าทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้นั้นกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจเธอจะต้านทานไหว ในเกมแห่งความรักและความใคร่นี้เธอจึงติดอยู่ท่ามกลางไฟพิศวาส
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
พบูสาวโสดวัยยี่สิบสี่ปีที่เพิ่งตกงาน ตัดสินใจออกเดินทางพักใจบนเรือสำราญหรูด้วยตั๋วฟรีที่ได้มาอย่างโชคดี ทว่าทริปในฝันกลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่อาจหลีกหนี เมื่อได้พบกับอาเชอร์ ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่ถูกดึงดูดด้วยความงามราวกับดอกไม้ของเธอ เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อเอาชนะการต่อต้านของหญิงสาว แต่เมื่อเขาได้ครอบครองเธอสมใจและตั้งใจจะสลัดทิ้ง อาเชอร์กลับพบว่าความรู้สึกที่มีต่อเมียบังเอิญคนนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะตัดใจได้ง่ายอย่างที่คิดไว้
ตอน
อ่านเลย
แชร์