หน้าปกนวนิยาย พ่อม่ายกับยัยพี่เลี้ยง

พ่อม่ายกับยัยพี่เลี้ยง

9.5 / 10.0
อาทิตย์ นักธุรกิจมหาเศรษฐีเจ้าของห้างดังและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ กลายเป็นพ่อม่ายหลังสูญเสียภรรยาขณะให้กำเนิด น้องเกียร์ ลูกชายวัยสามขวบที่มักถูกเพื่อนล้อเรื่องขาดแม่จนไม่อยากไปโรงเรียน เมื่อเขาได้พบกับ มิรา บัณฑิตจบใหม่ผู้กำพร้าที่ต้องทำงานส่งเสียน้องสาวเพียงลำพัง ความใสซื่อและจิตใจดีของเธอทำให้สองพ่อลูกประทับใจจนอยากได้เธอมาเติมเต็มครอบครัวที่ขาดหายไป ท่ามกลางปมชีวิตที่เขาเผชิญอยู่ ความรักครั้งใหม่จึงเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ

พ่อม่ายกับยัยพี่เลี้ยง ตอนที่ 1

1.สมัครงาน

มิราพึ่งเรียนจบปริญญาตรีมาหมาดๆ เธอเป็นเด็กทุนเพราะเรียนเก่ง และกำลังหางานทำเพราะมีน้องสาวที่กำลังเรียนหนังสืออีก ซึ่งเธอและน้องสาวมีกันอยู่แค่สองคน งานก็หายากขึ้นทุกวัน เธอเป็นเด็กจบใหม่ประสบการณ์ก็ยังไม่มี วันนี้ทั้งวันเธอก็ยังไม่ได้งานที่ไหนเลยสักที่ ซึ่งเธอก็ออกหางานทำมาเกือบเดือนแล้ว

"พี่มิราได้งานมั้ย" เป็นเสียงของลิลินที่กำลังตั้งใจทำการบ้านอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แต่ก็อบอุ่น ลิลินเอ่ยถามพี่สาว ขณะที่มิรากำลังเปิดประตูห้องเข้า มิราส่ายหัวให้กับน้องสาวเบาๆ วันนี้เธอรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินอากาศก็ร้อน งานก็หาไม่ได้

"ไม่เป็นไรนะพี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้" ลิลินให้กำลังใจพี่สาวแบบนี้เสมอ ก็เธอมีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง ก็ต้องรักกันเป็นธรรมดา สำหรับลิลิน มิราคือทุกอย่าง เป็นพี่เป็นเพื่อน ถ้าไม่มีมิราพี่สาวคนนี้คอยดูแล ลิลินคงไม่ได้เรียนหนังสือ และลิลินก็รักพี่มิราของเธอมาก อายุของทั้งสองคน ค่อนข้างห่างกันมากพอสมควร ตอนพ่อกับแม่เสียไป ลิลินยังเล็กมาก มิราเป็นพี่ต้องรับภาระเลี้ยงและดูแลน้องเพียงคนเดียวมาตลอด ตอนที่เธอเรียนอยู่เธอก็หางานพาร์ทไทม์ทำ เธอเรียนไปทำงานไป และก็มีน้องเล็กให้ต้องดูแลอีกด้วย ช่วงที่เธอทำงานตอนกลางคืน เธอก็มักจะฝาก น้องสาวไว้กับเพื่อนบ้าน ซึ่งเพื่อนบ้านของเธอก็ใจดี ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเธอโชคดีมาก

"หิวมั้ย พี่ซื้อข้าวมาฝากลินด้วยนะ" บ้านที่ทั้งสองคนอยู่ เป็นบ้านเช่า เดือนละถูกๆ อยู่ในสังคมแออัดที่คนจนๆ ส่วนมากที่ไม่มีที่ไปมักจะมาอยู่กัน

"เดี๋ยวลินหยิบน้ำให้นะ พี่มาเหนื่อยๆ" มิราเธอมีน้องสาวที่น่ารัก ทำให้เธอมีกำลังใจที่จะสู้ต่อ เพราะอย่างน้อยเธอก็รู้ว่าควรทำไปเพื่อใคร ลิลินอายุสิบห้าปี เธอกำลังเรียนอยู่มัธยมต้นปีสุดท้าย เป็นเด็กน่ารักร่าเริงพูดเก่งยิ้มก็เก่ง ความสวยไม่น้อยไปกว่าคนเป็นพี่เลย

"ลิน พี่ว่างานอะไรถ้าทำแล้วได้เงิน ของให้เป็นงานสุจริตพี่ว่าพี่จะทำ" มิราเริ่มคิดแล้ว ถ้าขืนจะใช้วุฒิการศึกษาคงต้องอดตายกันแน่ๆ น้องเธอก็ต้องเรียน ต้องกิน ต้องใช้ เธอเองก็ด้วย

"ลินก็เห็นด้วยกับพี่นะ" เพราะที่ผ่านมามิราเธอก็ทำงานหนักมาตลอด เรียนก็หนัก แถมช่วงเย็นมิราก็ต้องทำงาน ที่มีกินมีใช้ได้ก็เพราะงานนี่แหละ เพราะฉะนั้น ไม่ว่างานอะไร เธอก็จะทำแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปนั่งโต๊ะหรืออยู่ในห้องแอร์ เธอก็ทำได้หมดอยู่แล้ว

"อืองั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ พี่จะออกหางานใหม่" สองพี่น้องถึงอายุจะห่างกันมาก แต่ก็เป็นเพื่อนคุยกันได้เสมอ มีอะไรก็มักจะปรึกษากันแบบนี้เป็นประจำ

"ลินเอาใจช่วยนะคะ" ลิลินยิ้มให้พี่สาวของเธอเหมือนอย่างเช่นเคย ทำให้มิรามีกำลังใจสู่ต่อไปเพื่อน้องสาวสุดที่รักของเธอคนนี้

ทางด้านอาทิตย์

"คุณดา มีพี่เลี้ยงมาสมัครกันอีกมั้ย คนล่าสุดออกอีกแล้ว ผมละปวดหัวจริงๆ หรือว่าเงินเดือนมันจะน้อยไป" อาทิตย์ปวดหัวกับเรื่องนี้มาก น้องเกียร์ลูกชายเพียงคนเดียวของเขา ก็กำลังซน แกอายุสามขวบ เป็นเด็กฉลาด น่ารัก พูดและคุยเก่ง แต่ที่ทำให้พี่เลี้ยงต้องลาออกบ่อยๆ ปัจจัยสำคัญจริงๆ ก็คือเงื่อนไข เพราะพี่เลี้ยงที่มาทำงานนี้ จะต้องมาประจำอยู่ที่บ้านตลอด ซึ่งแต่ละคนมีความจำเป็นหลากหลายกันไป จึงทำให้ไม่มีคนอยู่ได้ แต่ที่บ้านของคุณอาทิตย์ ก็มีแม่บ้าน ซึ่งแม่บ้านพวกนี้ก็มีแต่อายุมากๆ กันแล้วจะให้มาเลี้ยงเด็กด้วยคงจะไม่ไหว

"ไม่มีเลยค่ะ มีแต่มาสมัครงานเป็นพนักงานค่ะ" คุณดา เลขาอายุเกือบเข้าเลขสี่แล้ว เธอทำงานเป็นเลขาให้อาทิตย์มานาน กำลังรายงานตามที่เจ้านายถาม

"คุณเอาใบสมัครงานพวกนั้นมาให้ผมสิ" อาทิตย์ต้องการจะคัดเลือกพี่เลี้ยง เขาจะเอาจากใบสมัครที่มีคนมาสมัครงานนี่แหละ เผื่อจะมีคนสนใจที่จะมาทำงานนี้ ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่า จะมีคนสนใจหรือเปล่า เพราะคนพวกนี้มาสมัครงานบริษัท ไม่ได้มาสมัครงานเลี้ยงเด็ก แต่อาทิตย์ก็หวังว่า ต้องมีสักคนแหละน่า

"ค่ะ" อาทิตย์เอาใบสมัครงาน ที่คุณดาเลขาของเขาเอามาให้ เปิดดูและกำลังที่จะคัดเลือก หลังจากที่เขาคัดเลือกคุณสมบัติตามที่เขาต้องการแล้ว เขาก็ให้เลขาไปจัดการต่อ โทรไปสอบถามว่ามีใครอยากจะทำงานนี้บ้าง

คนที่มาเป็นพี่เลี้ยงน้องเกียร์ มักจะออกกันบ่อย มีหลายสาเหตุจากที่ผ่านๆ มาเพราะคนที่จะมาเป็นพี่เลี้ยงให้กับน้องเกียร์ได้ จะต้องมาประจำอยู่ที่บ้านทุกวัน มีวันหยุดให้หนึ่งวันคือวันอาทิตย์ วันที่คุณอาทิตย์หยุดงาน เพราะเขาจะเลี้ยงลูกเอง แต่ถ้ามีงานด่วนเข้ามา พี่เลี้ยงคนนั้นก็จะต้องอยู่ เพื่อที่จะต้องเลี้ยงลูกให้เขา แล้วได้เป็นค่าโอทีเป็นค่าตอบแทน ซึ่งเรียกได้ว่า แทบจะไม่มีวันหยุดเลย และคนที่จะมาทำงานนี้ได้ก็จะต้อง โสดเท่านั้น เพราะจะได้ไม่มีภาระให้เจ้านายอย่างเขาต้องปวดหัว แลกกับค่าแรงที่มากกว่าเลขาของเขาเสียอีก

"คุณดาครับ คุณช่วยโทรหาคนที่ผมเลือกให้หน่อย บอกพวกเขาว่าเป็นงานพี่เลี้ยงเด็ก เงินเดือนสามเท่าของค่าแรงขั้นต่ำ ถ้าใครอยากทำ มาหาผมพรุ่งนี้เช้าได้เลย" เลขารับเอาใบสมัครงานไปดำเนินงานตามที่เจ้านายหนุ่มสั่งทันที

"สวัสดีค่ะ มิรารับสายค่ะ" มิราเมื่อเห็นเบอร์แปลกเธอก็รีบรับทันที เพราะเธอคิดว่าน่าจะเป็นเบอร์ของบริษัทไหนสักที่ โทรมาให้เธอไปสัมภาษณ์หรือไม่ก็ไปทำงานเลยก็ได้ ตอนนี้ความหวังและการรอคอยของเธอทำให้เธอตื่นเต้นกับสายที่กำลังรับสายอยู่

"สวัสดีค่ะ พี่โทรมาจากบริษัท...ที่คุณได้ยื่นใบสมัครไว้นะคะ" และมันก็เป็นสายของบริษัทใด บริษัทหนึ่งจริงๆ ด้วย

"จริงเหรอคะ ดิฉันจะได้งานทำแล้วใช่มั้ยคะ" น้ำเสียงดีใจออกไป ทำให้คู่สนทนา ที่กำลังพูดสายอยู่ในขณะนี้ รู้สึกมีความหวังว่าเธอคนนี้จะต้องยอมไปทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เพราะใบนี้เป็นใบสมัครใบสุดท้ายที่คุณดาโทรหา และทุกคนที่ผ่านมาก็ปฏิเสธหมด เพราะงานที่เรียกให้ไปทำ ไม่ตรงตามความต้องการของพวกเขา

"ค่ะแต่...งานที่คุณจะได้ทำ คืองานเลี้ยงลูกเจ้านาย ถ้าคุณสนใจ คุณก็ได้งานนี้เลย สนใจมั้ยคะ" คุณดากำลังตั้งใจฟังคู่สายที่กำลังจะตอบกลับมา

"สนใจค่ะ งานอะไรก็ได้ ดิฉันไม่เกี่ยง ขอแค่ให้เป็นงานที่สุจริตก็พอค่ะ" ตามที่เธอตั้งใจไว้แล้ว งานอะไรเธอก็จะทำ จะได้มีเงินมากินมาใช้ และคำพูดของเด็กคนนี้ทำให้คุณดานึกเอ็นดูเข้าไปอีก ที่พูดว่าขอแค่ให้เป็นงานที่สุจริตก็พอ

"งานนี้ค่าแรงสามเท่าด้วยนะคะ พรุ่งนี้เชิญที่บริษัทมาให้ได้นะคะ" คุณดาไม่ลืมที่จะพูด ถึงแรงจูงใจที่จะทำให้เธอคนนี้มาทำงานให้ได้ คุณดากลัวว่าเธออาจจะเปลี่ยนใจ เธอขี้เกียจหาคนใหม่แล้ว

"ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ" เมื่อสายถูกตัดไป คุณดาพ่นลมหายใจออกมา เพราะใบสมัครใบนี้เป็นใบสุดท้าย ที่มีเกือบยี่สิบใบที่โทรไปก็ถูกปฏิเสธหมด เหลือใบนี้ใบสุดท้ายโชคดีที่เธอตกลง ค่อยยังชั่ว

"ลิน พี่ได้งานทำแล้วนะ" น้ำเสียงดีใจเอ่ยบอกน้องสาว

"จริงเหรอพี่ ลินดีใจด้วยนะ"

"แต่งานที่เขาให้พี่ไปทำ เป็นงานเลี้ยงเด็ก เงินเดือนสามเท่า" เธอรู้สึกว่าที่เขาให้เงินเดือนเยอะขนาดนี้ มันต้องมีอะไรแน่ๆ แต่เธอก็จะลองเสี่ยงดู

"ทำไมเขาให้เงินเดือนสูงจัง แค่เลี้ยงเด็กเนี่ยนะพี่" ลิลินสงสัย มิราก็เช่นกัน

"พี่ก็ไม่รู้แต่ยังไงพี่ก็จะต้องทำงานนี้ให้ได้" มิรา ตอบน้องสาวอย่างมั่นใจ ไม่ว่างานจะยากขนาดไหน หรือเด็กอาจจะดื้อ เธอก็ต้องทำงานนี้ให้ได้

"ถ้างั้นลิลินเอาใจช่วยนะคะ" ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ ต่อไปนี้เธอก็จะมีเงินส่งน้องสาวของเธอเรียน ไม่ต้องกินอดกินอยากอีกต่อไปแล้ว ปีหน้าขึ้นชั้นใหม่ต้องใช้เงินอีกมาก นี่ก็ใกล้จะปิดเทอมแล้ว ไหนจะชุดนักเรียน กระเป๋า รองเท้า และอุปกรณ์การเรียนอีก

อ่านต่อ

สารบัญ พ่อม่ายกับยัยพี่เลี้ยง

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ฉินเฉี่ยนยอมทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะผู้หญิงไร้ตัวตนข้างกายลู่ซีซิง แต่เมื่อเขากำลังจะหมั้นหมายกับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปทันที ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชากลับออกตามหาเธออย่างพลิกแผ่นดินนานถึงเจ็ดวัน เมื่อทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอกลายเป็นคนใหม่ที่สง่างามและมีคนอื่นเคียงข้าง ลู่ซีซิงที่กำลังใจสลายพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคืนดี แต่เขากลับได้รับเพียงรอยยิ้มเยาะหยันและความห่างเหินเป็นการตอบแทน แม้เขาจะพยายามเหนี่ยวรั้งเธอไว้ด้วยความรักที่สายเกินไปก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
8.8
เมื่อความหิวไม่ได้จบลงที่เมนูอาหารทั่วไป แต่กลับกลายเป็นความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจ เรื่องราวความรักในยุคปัจจุบันของสาวคนหนึ่งที่โคจรมาพบกับหนุ่มไอทีสุดเนิร์ด จนเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่เกินจะห้ามใจ เธอไม่ได้เป็นคนหื่นกระหาย แต่แค่อยากลองลิ้มรสสัมผัสที่แตกต่างไปจากชีวิตเดิมๆ ที่แสนจืดชืด พบกับความโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความแสบสัน เมื่อหัวใจเรียกร้องอยากกินอย่างอื่นที่ไม่ใช่แค่ข้าวสวยร้อนๆ อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย เมื่อ playboy ตัวร้าย ต้องแพ้พ่ายยัยตัวเล็ก  (แอลตัน-สายป่าน)
8.9
แอลตัน เพลย์บอยหนุ่มฝรั่งเศสวัย 35 ปีผู้เพียบพร้อมทั้งความหล่อและรวย เขายังคงหวงแหนความโสดและไม่คิดจริงจังกับใครเพราะมีอดีตฝังใจ ทว่าชีวิตที่เคยโลดโผนกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สายป่าน สาวแสบวัย 20 ปี เจ้าของฉายายัยสายป่วน ผู้มาพร้อมความสวยแซ่บและนิสัยไม่ยอมคน พร้อมดับเครื่องชนทุกสถานการณ์ ภารกิจกำราบเสือร้ายให้กลายเป็นหมาหงอยจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ยากจะคาดเดาว่าบทสรุปความรักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
พบูสาวโสดวัยยี่สิบสี่ปีที่เพิ่งตกงาน ตัดสินใจออกเดินทางพักใจบนเรือสำราญหรูด้วยตั๋วฟรีที่ได้มาอย่างโชคดี ทว่าทริปในฝันกลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่อาจหลีกหนี เมื่อได้พบกับอาเชอร์ ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่ถูกดึงดูดด้วยความงามราวกับดอกไม้ของเธอ เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อเอาชนะการต่อต้านของหญิงสาว แต่เมื่อเขาได้ครอบครองเธอสมใจและตั้งใจจะสลัดทิ้ง อาเชอร์กลับพบว่าความรู้สึกที่มีต่อเมียบังเอิญคนนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะตัดใจได้ง่ายอย่างที่คิดไว้
ตอน
อ่านเลย
แชร์