
ถ่านไฟรักเมื่อวันวาน
ตอน 2
จนกระทั่งเขาเรียนจบจากวิทยาลัย หล่อนได้ยินข่าวจากเพื่อนๆ ในรุ่นของเขาว่า วิศนุชาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศแล้ว
หล่อนยิ้มทั้งน้ำตาให้กับอนาคตของที่ดีของชายที่ตัวเองรักไม่เคยลืม
‘ขอให้พี่บีมมีความสุขมากๆ นะคะ ปลารักพี่บีมเสมอค่ะ’
“คุณปัณฑารีย์คะ ถึงคิวสัมภาษณ์แล้วค่ะ”
เสียงเรียกของใครบางคนดังเข้ามาในหู และมันก็ช่วยดึงหล่อนให้กลับมาสู่โลกของความจริงได้ชั่วคราว
“เอ่อ... ค่ะ...”
หล่อนรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ และเดินตามผู้หญิงหุ่นนางแบบไปทันที
หลังจากที่หล่อนเรียนจบชั้นปวส. หล่อนก็ไม่ได้เรียนต่อในชั้นมหาวิทยาลัยอีก เพราะต้องออกมาทำงานช่วยแม่ส่งเสียน้องๆ ให้ได้เรียนหนังสือ
“เชิญทางนี้ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ปัณฑารีย์กล่าวขอบคุณ และก้าวเท้าเข้าไปในห้องสัมภาษณ์งาน ซึ่งหล่อนเป็นคนสุดท้ายของผู้สมัครสิบกว่าคนในวันนี้
ภายในห้องที่หล่อนก้าวเข้ามากว้างขวาง ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้หล่อนรู้สึกเหน็บหนาวไม่น้อย
ผู้ชายสามคน และมีผู้หญิงอีกสองคนนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ตัวยาวสีน้ำตาลอ่อน หล่อนยกมือขึ้นไหว้และกล่าวสวัสดีทุกคน ก่อนจะหย่อนกายลงนั่งเมื่อได้รับคำเชิญ
ผู้ทำการสัมภาษณ์ได้สลับสับเปลี่ยนกันถามคำถามหลายอย่างกับหล่อน ซึ่งหล่อนก็เลือกที่จะตอบออกไปตามความเป็นจริงทุกอย่าง จึงทำให้บรรยากาศไม่กดดัน และตอบได้ดีกว่าอีกสามบริษัทที่หล่อนไปสัมภาษณ์มา
“พวกเราหมดคำถามที่จะถามคุณปัณฑารีย์แล้วครับ”
แล้วผู้ทำการสัมภาษณ์หล่อนทั้งห้าคนก็ลุกขึ้น และพากันเดินออกไปจากห้องกว้าง เหลือหล่อนเอาไว้กับผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น
“เอ่อ... ดิฉันกลับได้หรือยังคะ”
หล่อนหันไปถามผู้หญิงที่เดินเข้ามายืนอยู่ด้านข้างของตัวเอง
“คุณต้องรอสัมภาษณ์กับท่านประธานด้วยค่ะ”
“อ๋อ ค่ะ”
“คุณเป็นคนที่สามนะคะที่ได้รับการสัมภาษณ์จากท่านประธาน”
“หมายความว่ายังไงเหรอคะ” หล่อนถามกลับไปเพราะไม่เข้าใจจริงๆ
“เพราะว่าคุณกับอีกสองคนก่อนหน้านี้มีสิทธิ์ที่จะได้เข้ามาทำงานที่นี่ยังไงล่ะคะ”
คำตอบที่ได้ยิน ทำให้ปัณฑารีย์ถึงกับฉีกยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
ถ้าหล่อนได้ทำงานที่นี่ก็คงจะดีมากๆ เลยล่ะ เพราะบริษัทนี้ใหญ่โตมาก ชีวิตการทำงานและการเงินของหล่อนจะต้องดีขึ้นแน่นอน
“ขอบคุณมากนะคะ ฉันดีใจมากเลยค่ะ”
“แต่คนที่จะตัดสินใจว่าจะเลือกใครคือท่านประธานค่ะ”
หล่อนยิ้มกว้างให้กับคู่สนทนา ในขณะที่บีบมือแน่นด้วยความตื่นเต้น
“รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวท่านประธานก็คงจะมาแล้วค่ะ”
“ได้ค่ะ ฉันรอได้ค่ะ” น้ำเสียงของหล่อนเต็มไปด้วยความหวัง ขณะนั่งรวบรวมสติเพื่อเตรียมตัวตอบคำถามอย่างขะมักเขม้น
เสียงประตูเปิดออก เสียงสนทนาของพนักงานผู้หญิงคนนั้นดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ชื่อของหล่อนจะถูกเรียก
“คุณปัณฑารีย์คะ ท่านประธานเชิญคุณไปสัมภาษณ์ที่ห้องทำงานของท่านค่ะ”
“อ๋อ ค่ะ”
หล่อนลุกขึ้น รีบรวบแฟ้มเอกสารของตัวเองมากอดไว้แนบอก และเดินตามพนักงานผู้หญิงคนนั้นออกไปทันที
หล่อนถูกพามายังชั้นบนสุดของอาคารสูงระฟ้า และมาหยุดที่ห้องหนึ่ง ซึ่งเดาว่าน่าจะเป็นห้องทำงานของท่านประธานบริษัทนั่นเอง
พนักงานผู้หญิงเคาะประตูหนึ่งครั้ง และพูดเสียงสุภาพ
“คุณปัณฑารีย์มาแล้วค่ะท่านประธาน”
“เชิญครับ”
เสียงทุ้มทรงพลังดังกังวานออกมาจากภายในห้องทำงานตรงหน้า
พนักงานผู้หญิงหันมามองหล่อนเล็กน้อย ก่อนจะดันประตูให้เปิดกว้างออก
“เชิญค่ะ ดิฉันจะรอด้านนอกค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ปัณฑารีย์กล่าวขอบคุณ ก่อนจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปด้านใน
เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานของท่านประธานบริษัทเย็นเฉียบยิ่งกว่าห้องแรกที่หล่อนถูกสัมภาษณ์อีก
หล่อนเหน็บหนาวจนฟันกระทบกันดังกึก แต่ก็พยายามที่จะอดทนเอาไว้
เท้าเล็กก้าวเข้าไปหยุดกลางห้อง ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังผู้ชายที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ขนาดใหญ่เป็นครั้งแรก ก่อนจะเผยอปากค้างเติ่ง เมื่อความคุ้นตาของเขาพุ่งเข้าใส่หัวใจของหล่อนอย่างรุนแรง
“พี่บีม!”
เสียงอุทานของหล่อนดังแหบแห้งอยู่ภายในลำคอเท่านั้น ขาของหล่อนอ่อนแรงโดยอัตโนมัติ จนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
หล่อนได้เจอเขาอีกครั้ง หลังจากเวลาผ่านมาห้าปีกว่า
วิศนุชา...
ผู้ชายที่ไม่เคยเลือนหายไปจากหัวใจของหล่อนเลยแม้แต่วินาทีเดียว
น้ำตาแห่งความตื่นเต้นยินดีเอ่อล้นออกมาจากดวงตาโดยอัตโนมัติ
“พี่บีม...”
หล่อนเรียกชื่อเขาอีกครั้งด้วยความดีใจ ลืมเรื่องคำสั่งของมารดาของเขาไปชั่วขณะ
คุณอาจจะชอบ





