หน้าปกนวนิยาย ท่านรองเย็นชากับเลขาจอมยั่ว

ท่านรองเย็นชากับเลขาจอมยั่ว

8.4 / 10.0
เมื่อการถูกบังคับให้หมั้นหมายทำให้เขาปฏิเสธเธออย่างไม่ใยดี หญิงสาวที่แอบรักเขามาตลอดจึงตัดสินใจใช้ตำแหน่งเลขาเพื่อใกล้ชิดและวางแผนยั่วยวนหวังเอาชนะใจชายหนุ่มผู้เย็นชา ทว่าภารกิจนี้กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อภายใต้ท่าทีเฉยเมยของเขากลับซ่อนความปรารถนาอันเร่าร้อนเอาไว้ ท่ามกลางเกมเสน่หาที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายจอมเผด็จการกับเลขาสาวสุดแซ่บจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเร้าใจและยากจะถอนตัว

ท่านรองเย็นชากับเลขาจอมยั่ว ตอนที่ 1

ณ บ้านเอกเรืองกิจไพศาล

ภายในห้องของบ้านหลังใหญ่ สมาชิกในครอบครัวซึ่งประกอบไปด้วยคุณดิลกชายวัย 53 ปี คุณกัลยาวัย 53 ปีผู้เป็นภรรยาและทิวัตถ์ในวัย 29 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายคนเดียวของบ้าน ทั้งสาวคนกำลังนั่งดูทีวีและพูดคุยกันตามปกติ ซึ่งลูกชายจะแวะมาทานอาหารเย็นที่บ้านและอยู่คุยกับบุพการีทั้งสองในทุกเย็นวันอาทิตย์

“เรื่องเลขาของเราว่ายังไง เมื่อไหร่จะหาได้สักที” คุณดิลกถามลูกชาย ซึ่งตอนนี้เขาใช้เลขาคนเดียวกับบิดาเนื่องจากเลขาคนก่อนของตนเองนั้นลาออกเพื่อไปแต่งงาน

“ผมว่าไม่ต้องหาหรอกครับพ่อ คุณอรก็ทำงานดีอยู่แล้ว” เขาพอใจที่ได้ทำงานร่วมกับอรดีเลขาของผู้เป็นบิดาที่ทำงานมานานหลายปี

“พ่อรู้ว่าคุณอรทำงานดี แต่ตอนนี้งานเธอหนักมากนะ พ่อกลัวว่าเธอจะทนไม่ไหวแล้วลาออกขึ้นมาเราสองคนจะแย่เอา พ่อว่าวัตถ์หาเลขาคนใหม่เถอะ”

“แม่เห็นด้วยกันพ่อนะ ถ้าเราขี้เกียจจะหาให้แม่หาให้ไหม”

“นั่นสิพ่อก็เห็นด้วยนะ ลูกสาวรุ่นน้องของพ่อเพิ่งเรียนจบกลับมาพอดีเลย พ่อว่าเธอน่าจะช่วยงานลูกได้เยอะนะ ได้ยินมาว่าเธอพูดได้หลายภาษาเลย”

“พ่อครับ คนเรียนจบจากต่างประเทศและพูดได้หลายภาษาแบบนั้นเขาไม่สนใจงานเลขาหรอกครับ ผมให้ผมหาเองดีกว่า”

“พ่อได้ยินเราพูดจะหาเองมาเกือบสองเดือนแล้วนะ”

“ครั้งนี้ผมจะหาเองจริงๆ ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะให้ฝ่ายบุคคลประกาศรับสมัครเลย”

“อย่าเสียเวลาเลย แม่ว่าพรุ่งนี้ให้หนูแพรไปเริ่มงานเลยดีกว่า”

“ใครนะครับแม่”

“หนูแพรลูกสาวอาทรงภพกับอาดรุณีไง วัตถ์จำไม่ได้เหรอ ตอนเด็กๆ ก็เคยเจอกัน”

“นั่นสิ พ่อว่าได้คนกันเองมาเป็นเลขาก็ดีเหมือนกันนะ หนูแพรน่าจะช่วยงานลูกได้เยอะเลยทีเดียว”

ทิวัตถ์นึกถึงภาพในอดีตแล้วส่ายศีรษะ เพราะคนที่จะมาเป็นเลขาของเขานั้นจะต้องสวยในระดับหนึ่งไม่ใช่เด็กกะโปโลผอมแห้งที่เขารู้จัก

“แม่ครับ ผมว่าผมหาเองดีกว่า”

“แต่มันจะช้าไปนะ”

“ไม่ช้าหรอกครับมา ผมว่าจะให้คนแรกที่มาส่งใบสมัครเลยดีไหมครับ” ทิวัตถ์รู้ดีว่า

“วัตถ์ทำแบบนี้เพราะไม่อยากให้หนูแพรไปเป็นเลขาใช่ไหม”

“เปล่าครับมา แม่ก็รู้ว่าเลขาของผมต้องทำงานหนักมาก แถมบางครั้งก็ต้องออกต่างจังหวัดหรือไปคุยงานถึงต่างประเทศ ผมกลัวว่าหนูแพรของแม่จะเหนื่อย ผมเกรงใจอาภพครับถ้าต้องให้ลูกสาวมาทำงานกับผม”

“แม่จะยอมวัตถ์ครั้งหนึ่งละกันนะ พรุ่งนี้ให้ฝ่ายบุคคลประกาศรับสมัครเลยแล้วกัน”

“ครับแม่ ผมจะให้เขาประกาศในเพจสมัครงาน เพจหลักของบริษัทและจะติดประกาศที่หน้าบริษัทด้วย ถ้าใครมาถึงก่อนแล้วมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนดผมก็จะรับเข้าทำงานเลย”

“แล้วคุณสมบัติที่ว่านี่ต้องสวยด้วยไหม”

“พ่อไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอกครับ ถึงเลขาที่ได้จะสวยแค่ไหน แต่ผมก็ไม่ใช่สมภารที่จะกินไก่วัดนะครับ”

“แล้วถ้าไก่ตัวใหม่ที่จะรับเข้าทำงานเกิดอยากจะเป็นอาหารของสมภารล่ะ” คุณกัลยาถามลูกชาย

“ผมไม่สนใจหรอกครับ ผมมีเรนนี่อยู่แล้ว”

“แม่ว่ามันไม่เสียหายอะไรนะ ถ้าไก่ที่เราพูดถึงนั้นสวยและรู้จักทำงาน ไม่เหมือนแม่เรนนี่อะไรนั้น มีข่าวไม่เว้นแต่ละวัน”

“มันก็แค่ข่าวครับแม่ เรนนี่ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก”

“มันก็ต้องมีความจริงอยู่บ้างนั่นแหละ เพราะถ้าไม่จริงป่านนี้เธอคงฟ้องคนที่ปล่อยข่าวไปหมดแล้ว”

“เรนนี่บอกผมว่าเธอไม่อยากมีเรื่องครับ เดี๋ยวคนก็ลืมกันไปเอง”

“ไม่อยากมีเรื่องหรือกลัวว่าเรื่องที่ปิดไว้จะถูกขุดขึ้นมากันแน่” คุณกัลยาพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เพราะเรนนี่ที่พูดถึงนั้นเป็นนางแบบที่มักจะมีข่าวฉาวและข่าวล่าสุดที่ได้ยินก็คือเรนนี่เป็นเมียน้อยของเสี่ยคนหนึ่งที่ค่อนข้างมีอิทธิพลในวงการบันเทิงเนื่องจากเธออยากจะขยับจากนางแบบไปเล่นละครกับเขาบ้างหญิง

“เราคุยกันเรื่องเลขาอยู่นะครับมา แล้วนี่วนมาเรื่องเรนนี่ได้ยังไงล่ะ”

“เอาล่ะ พ่อว่าเราคุยเรื่องนี้กันจบแล้ว ถ้าภายในสามวันนี้วัตถ์ยังหาเลขาที่ถูกใจไม่ได้ พ่อและแม่จะบอกอาทรงภพว่าให้หนูแพรมาเริ่มงานได้ทันที”

“ผมว่าคงไม่ต้องหรอกครับพ่อ” ทิวัตถ์พูดอย่างมั่นใจนาทีนี้เขาขอใครก็ได้ที่มีคุณสมบัติพอจะเป็นเลขาของเพราะถ้าให้ลูกสาวของคุณอาทรงภพมาทำงานด้วยเขาก็กลัวว่ามารดาและบิดาจะคิดวางแผนทำอะไรไปมากกว่านี้

ชายหนุ่มรู้ดีว่าบิดามารดาเคยพูดถึงลูกสาวของเพื่อนๆ ว่าอยากจะได้มาเป็นสะใภ้แต่เขาก็พยายามเลี่ยงมาตลอดเพราะแต่ละคนนั้นสวยไม่เท่าครึ่งของนางแบบสาวอย่างเรนนี่

“ถ้าวัตถ์มั่นใจแบบนั้นแม่ก็ขออวยพรให้ได้เลขาที่ถูกใจนะ”

“ขอบคุณครับแม่ คืนนี้ผมขอตัวกลับก่อนนะ”

“ดึกแล้วนะลูกไม่ค้างกับแม่เหรอ”

“ผมว่าจะไปหาอะไรดื่มสักหน่อย”

“เมาแล้วก็อย่าขับรถนะลูก” ผู้เป็นมารดาเตือนด้วยความเป็นห่วง

“ครับแม่ ผมไม่ดื่มจนเมาหรอกครับ แค่อยากไปเจอเพื่อนๆ เท่านั้นเอง ไปก่อนนะครับ พ่อ แม่”

พอลูกชายคนเดียวออกไปจากแล้วคุณดิลกก็ถอนหายใจเพราะเรื่องที่เขาหวังนั้นมันกลับถูกลูกชายตัวดีปฏิเสธ

“แล้วแบบนี้เรากับบ้านนั้นจะได้เกี่ยวดองกันไหม น่าเสียดายนะ พี่อยากได้หนูแพรมาเป็นสะใภ้จริงๆ”

“น้องก็อยากได้ค่ะ ถ้าตาวัตถ์ได้เลขาแล้ว เราก็ให้หนูแพรไปทำงานตำแหน่งผู้ช่วยได้นี่คะ”

“แล้วลูกเราจะยอมเหรอกัลยา”

“ถ้าเราพูดแล้วเขาไม่ยอม ก็ต้องให้คุณทรงภพมาพูดเอง ลูกเราคงไม่กล้าปฏิเสธผู้ใหญ่หรอก”

“นั่นสิคะ พี่ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย แบบนี้ค่อยได้ลุ้นหน่อย หนูแพรทั้งสวยทั้งเก่งแบบนั้นถ้าหลุดมือไปพี่เสียดายแย่เลย

อ่านต่อ

สารบัญ ท่านรองเย็นชากับเลขาจอมยั่ว

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง เดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามหาแหวนเพชรล้ำค่าที่เป็นมรดกทางใจของปู่ จนได้พบว่ามันอยู่กับน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างน่าสงสัย เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหัวขโมย จึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังญี่ปุ่นเพื่อเค้นความจริง น้ำรินที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ว่ามีคนมอบของสำคัญนี้ให้เธอมาเอง ท่ามกลางความขัดแย้งและปริศนาที่รอการพิสูจน์ความจริงระหว่างเขากับเธอ
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านถูกเรียกตัวกลับไทยเพียงเพื่อจะพบว่าอาเฟื่องรัตน์ได้จัดงานหมั้นสายฟ้าแลบให้เธอกับธราเทพ พี่ชายที่แสนดีในวัยเด็ก ท่ามกลางความสับสนและน้อยใจ ปอป่านไม่เคยรู้เลยว่าอาของเธอกำลังป่วยหนักด้วยเนื้องอกในสมองและต้องการฝากฝังชีวิตหลานสาวไว้กับคนที่ไว้ใจได้ที่สุดก่อนจะจากไป ธราเทพผู้หลงรักเธอมาตลอดจึงต้องรับบทสามีเฉพาะกิจเพื่อปกป้องเธอจากชัยนันท์ อาหนุ่มผู้โลภมากที่หวังฮุบสมบัติมหาศาล เขาจะใช้ความรักและความจริงใจพังทลายกำแพงหัวใจของเธอลงได้หรือไม่ในเกมชิงอำนาจครั้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปเผชิญความเจ็บปวดจากการถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนรักเพียงเพราะอคติต่อตระกูลของเขา เพื่อแก้แค้นและเย้ยหยันอดีตคนรัก เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่ปิยธิดาเกลียดชังที่สุด แม้เบื้องต้นจะมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวกับลูกเมียน้อยที่เขาเคยรังเกียจ ท่ามกลางทิฐิที่ปิดกั้นหัวใจ เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นหรือจะยอมรับความรักที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
หน้าปกนวนิยาย พันธะเสน่หามาเฟีย
7.9
เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...
ตอน
อ่านเลย
แชร์