
ถ่านไฟรักเมื่อวันวาน
ตอน 3
ความคิดถึงที่แน่นล้นอยู่ภายในหัวใจ ทำให้หล่อนก้าวพอที่จะก้าวไปหยุดที่ด้านหน้าของโต๊ะทำงานที่เขานั่งอยู่
และความคิดถึงนี้มันก็ทำให้หล่อนลืมสังเกตไปเลยว่า ตอนนี้วิศนุชามองหล่อนด้วยสายตาแบบใด และกริยาของเขาเย็นชาแค่ไหน
“ผมไม่ชอบให้ใครเรียกชื่อเล่นของผม”
คำพูดห่างเหินของเขา ทำให้หล่อนได้สติสัมปชัญญะคืนมาได้ในที่สุด
รอยยิ้มค่อยๆ เลือนหายไปจากใบหน้านวลของปัณฑารีย์
หล่อนบอกตัวเองว่าอย่าแสดงท่าทางน่าสมเพชใดๆ ออกไปนอก นอกจากทำเหมือนคนไม่รู้จักกันอย่างที่เขากำลังแสดงออกมา
“ขอโทษค่ะ”
“เชิญนั่งครับ”
หล่อนหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ตัวตรงหน้าโต๊ะทำงานไม้ โดยมีสายตามืดลึกไร้ความรู้สึกของวิศนุชาจ้องมองมาตลอดเวลา
หัวใจของหล่อนเหมือนกำลังถูกแล่ออกเป็นชิ้นๆ แล้วทาด้วยเกลือป่น
เจ็บ...
แสบ...
และแสนทรมาน...
“ปลา... เอ่อ... ดิฉันพร้อมสัมภาษณ์งานแล้วค่ะ”
หล่อนได้ยินเขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มันคือเสียงหัวเราะเยาะหยัน ก่อนที่เขาจะเลื่อนแฟ้มเอกสารของหล่อนออกห่างจากตัว
“ผมไม่ให้คุณผ่านสัมภาษณ์งาน กลับออกไปได้แล้วครับ”
“พี่บีม... เอ่อ... คุณวิศนุชา...” หล่อนช้อนตาขึ้นมองสบตากับเขา แต่ก็ได้พบแต่ความเลือดเย็นเท่านั้นที่เขามอบให้
หล่อนเม้มปากอิ่มของตัวเองจนเป็นเส้นตรง เจ็บปวดจนแทบจะกระอักออกมาเป็นลิ่มเลือด แต่กระนั้นก็จำต้องยอมรับผลกรรมนั้น
“ออกไปได้แล้ว”
“ขอบคุณค่ะ”
หล่อนลุกขึ้นยืน แต่ก็เซจะล้ม ขาสองข้างแทบทรงตัวไม่ไหว แต่ก็ต้องกัดฟันพาตัวเองออกไปจากห้องทำงานของวิศนุชาโดยเร็วที่สุด
มันไม่แปลกหรอกที่วิศนุชาทำแบบนี้ เพราะถ้าเป็นหล่อน... ก็คงเลือกที่จะไม่อยู่ใกล้กับคนที่เคยทำร้ายหัวใจเช่นกัน
น้ำตาไหลออกมา แต่ก็ต้องกะพริบไล่เร็วๆ เมื่อพนักงานผู้หญิงคนเดิมเดินเข้ามาหา
“ทำไมสัมภาษณ์แป๊บเดียวเองล่ะคะ”
หล่อนทำได้แค่ยิ้มตอบเท่านั้น ก่อนจะกล่าวขอตัวและกลับลงไป
วิศนุชาเรียกพนักงานเข้ามาหา ก่อนจะออกคำสั่ง
“ผมตัดสินใจรับคุณอนุวดีเข้าทำงาน เรียกมาเริ่มงานในวันพรุ่งนี้ได้เลย”
“คุณปัณฑารีย์ไม่ผ่านเหรอคะท่านประธาน”
“ไม่ผ่านครับ”
“ค่ะ”
เมื่อพนักงานออกไปจากห้องทำงานของตัวเองแล้ว วิศนุชาก็เอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ตัวใหญ่อย่างอ่อนแรง
“กลับมาให้เจออีกทำไม ปัณฑารีย์”
วิศนุชาพึมพำเสียงเจ็บปวด กรามแกร่งถูกขบกัดแน่นจนขึ้นสันนูนเป่ง
ปัณฑารีย์กลับมาบ้านด้วยความหงอยเหงา หัวใจเปียกโชนไปด้วยหยาดเลือดที่ถูกกระตุ้นด้วยคมมีดจากสายตาของวิศนุชา
ขนาดไม่ได้เจอเขา หัวใจของหล่อนก็ไม่เคยหายเจ็บปวด แต่ตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าเขาอยู่ไม่ไกล ได้เผชิญหน้ากับความเย็นชา ห่างเหินของเขา มันก็ยิ่งทำให้หล่อนเจ็บร้าวแทบขาดใจ
“เป็นยังไงบ้างปลา ได้งานไหมลูก”
เสียงของมารดาเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่หล่อนเปิดประตูเข้ามาในบ้านหลังเล็กกะทัดรัดที่ครอบอาศัยอยู่มาหลายสิบปี
หล่อนรีบกะพริบตาไล่หยาดน้ำตา และฝืนยิ้มแห้งๆ ให้กับมารดา
“ได้สัมภาษณ์จ้ะแม่ แต่ไม่รู้ว่าจะได้งานหรือเปล่า” หล่อนพยายามตอบเสียงร่าเริง “แต่แม่ไม่ต้องกังวลนะ ปลาต้องได้งานเร็วๆ นี้แหละจ้ะ”
“แม่เป็นกำลังใจให้นะปลา”
“ขอบคุณค่ะแม่”
หล่อนยังคงฝืนใจทำเสียงร่าเริงตอบมารดาออกไป
“ว่าแต่วันนี้มีอะไรกินเอ่ย ปลาหิ๊วหิวจ้ะ”
“วันนี้มีน้ำพริกกะปิปลาทู แล้วก็แกงส้มผักรวม ของโปรดของปลานั้นแหละ” มารดาตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม
“เย้ ดีใจจังเลยจ้ะ งั้นปลาไปอาบน้ำก่อนนะแม่ จะได้รีบออกมากินข้าว หิวมาก” หล่อนลากเสียงยาว เพราะรสมือของมารดาในการทำกับข้าวนั้นอร่อยเหาะเลยทีเดียว
“จ้ะ ไปเถอะ”
หล่อนฉีกยิ้มให้บุพการี กำลังจะหมุนตัวเดินไปห้องพัก แต่ก็เหมือนคิดอะไรได้
“แม่จ้ะ แป้งกับปรางกลับมาหรือยังจ้ะ”
“ยังจ้ะ แป้งไปทำงานพิเศษ ส่วนปรางไปทำรายงานบ้านเพื่อนน่ะ”
“อ๋อ งั้นแป้งไปอาบน้ำนะแม่”
“อืม”
เมื่อหันหลังให้กับมารดาแล้ว รอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้าก็ค่อยๆ จางหายไป จนในที่สุดก็เหลือแต่ใบหน้าเศร้าหมอง
หล่อนถอนใจออกมาแผ่วเบา พยายามจะสลัดชื่อของวิศนุชาออกไปจากหัวสมอง แต่ก็ทำไม่ได้เลย เพราะเขาคือคนที่หล่อนรักมาตลอดนั่นเอง
“พี่บีม... ปลาไม่เคยหยุดรักพี่บีมได้เลยค่ะ แม้พี่บีมจะเกลียดปลาไปแล้วก็ตาม...”
คุณอาจจะชอบ





