
นางรำ
ตอน 2
นางรำ2 อาริตา
มันอะไรกัน
เรื่องบ้าอันใดที่เกิดขึ้นตรงหน้าเขา พอประตูด้านหน้าเปิดเข้ามาเขาก็เห็นสีทองพร่างพรายขึ้นมาก่อนในแสงสลัวๆ ของห้องนี้...แล้วจึงรวมกันเห็นเป็นร่างอ้อนแอ้นในชุดนางรำ หล่อนมาผิดงานแน่ๆ เพราะเขาไม่ได้เชื้อเชิญหรือจ้างวานหล่อนเลย เสียงต่างๆ ในห้องเงียบกริบไปพักหนึ่ง ก่อนจะดังแซดขึ้นมาทำนองว่าหล่อนเป็นใครมาจากไหน และจะมาทำอะไร
“ระวี...” เขาเรียกชายหนุ่มรุ่นน้องที่เป็นกึ่งๆ ญาติด้วยเสียงอันบอกถึงอำนาจอย่างเต็มที่ “เกิดอะไรขึ้น”
“คุณชนาส่งมาเป็นของขวัญวันเกิดคุณค่ะ”
เกนเกดตอบเสียเอง หล่อนหันมาพยักหน้าน้อยๆ เป็นอาณัติสัญญาณให้กับระวี แววตาหยาดเยิ้มคู่นั้นเหมือนจะสะกดให้ระวีงงงัน ยอมทำตามที่หล่อนสั่งโดยดีลั่นทำให้ภิไธยสั่นเทิ้มไปทั้งกายก็ว่าได้
แต่เสียงเพลงเจื้อยแจ้วขึ้นมาก่อน แล้วแม่สาวนั่นก็ออกท่าร่ายรำอย่างสวยงาม พร้อมกับสองหูของเขาได้ยินเสียงวิจารณ์เบื้องหลัง
“อื้อฮือ...นางรำคนนี้สวยเฉียบ...ใส่เครื่องได้สวย ชักอยากจะเห็นเวลาถอดเครื่องทรงออกแล้วซิ”
หล่อนวาดแขนเยื้องย่างไปตามลีลาเพลง ซึ่งทำให้ภิไธยปวดศีรษะมากกว่าอย่างอื่น
ตั้งแต่ชื่อของชนาที่หลุดออกมาให้ได้ยินแล้วที่ทำให้เขารู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาวอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่เจอหล่อนมานานแล้ว...นานจนคิดว่าหล่อนจะตัดเป็นตัดตายกับเขา แล้วนี่หล่อนส่งนางรำคนนี้มารำอวยพรให้เขาในวันเกิด
กว่าเพลงจะจบ ภิไธยก็ดื่มไปอีกสองแก้วจากเด็กหนุ่มที่เวียนถือถาดคอยบริการเครื่องดื่มให้แขกเหรื่อจำกัดที่เขาเชื้อเชิญมา
หล่อนทรุดตัวราบลงพนมมือไว้หว่างอก อยู่ห่างจากเขาไม่ถึงห้าเมตร ช้อนตายาวรีขึ้นมองสบตาเขาดวงตาคู่นั้นสะท้อนแสงไฟเป็นประกาย ได้ยินเสียงครางจากเบื้องหลัง
“คุณชนายกนางรำนี้ให้ด้วยหรือเปล่า ลองถามดูซิ ภิไธย”
เขาต้องถามแน่ แต่ไม่ใช่เรื่องนี้ เขาเพียงอยากรู้ว่าทำแบบนี้ด้วยความจริงใจหรือเพราะหล่อนมีเจตนาอื่น ชายหนุ่มไม่สนใจกับกลีบดอกกุหลาบสีชมพูสดที่หล่อนกอบจากพานโปรยปรายมารายรอบเท้าของเขา และเมื่อหล่อนหยิบพวงมาลัยข้อมือที่ร้อยอย่างสวยงามด้วยดอกพุดสลับลายด้วยกลีบกุหลาบชมพู และใบกระบือสีเขียว เดินเข้ามาก้มศีรษะลงเล็กน้อยเบื้องหน้าเขาพร้อมกับเอ่ยขอโทษแล้วจะคล้องข้อมือให้ ชายหนุ่มก็เอามือข้างนั้นไขว้หลังเสียทันที
ท่าทางของเขาบอกถึงความถือตัว และแววตาคมกริบคู่นั้นก็ทำให้เกนเกดนิ่งชะงัก
“ฉันไม่รับดอกไม้ของเธอ” เขาบอกเสียงเครียดๆ “ไหนบอกทีซิว่า ชนาจ้างเธอมาเท่าไหร่”
“ฉันต้องบอกค่าตัวของฉันด้วยหรือคะ” หล่อนย้อนถาม
“เธอมีค่าตัวด้วยซินะ”
“การแสดงค่ะ ไม่ใช่ค่าตัวแบบนั้น” หน้าของหล่อนร้อนผ่าว ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ชอบหน้าหล่อนเอามากๆ ตระเวนรับจ้างแสดงมานานปี เกนเกดไม่เคยเจอใครที่ทำหยาบคายกับหล่อนเพียงนี้มาก่อน ริมฝีปากอิ่มเต็มเคลือบสีแดงสดเม้มเข้าหากันนิดๆ แล้วไหล่บอบบางก็ยืดขึ้นตรงเหมือนกัน
หล่อนก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน เขาจะมองหล่อนอย่างดูถูกไม่ได้เด็ดขาด
“เท่าไหร่”
หล่อนไม่ตอบ ไม่สนใจกับเสียงกระด้างๆ ของเขา ใจเท่านั้นที่บอกว่า
...เจ้าประคุณเอ๊ย งานนี้งานเดียวแหละย่ะ ปีหน้าฟ้าใหม่ ต่อให้เอาเงินมากองจ้างให้ฉันมารำอวยพรนายอีก ฉันก็จะไม่มาเด็ดขาด...
มือเขายื่นมาข้างหน้า แล้วคว้าหมับที่ข้อมือของหล่อน บีบเน้นลงไปแรงๆ จนเจ็บ เกนเกดพยายามสะบัดออก แต่ก็ไม่หลุด
“ฉันถาม ได้ยินไหม”
“ได้ยินค่ะ”
“ทำไมไม่ตอบ”
“คุณจะจ้างฉันแสดงอีกหรือคะ”
“แสดงไอ้รำอ้อยสร้อยแบบตะกี้อีกงั้นซิ” แล้วเขาก็เงยหน้าระเบิดเสียงหัวเราะก้อง หันไปข้างหลังพยักพเยิดกับพวกพ้องของเขา ก่อนจะพูดใส่หน้าหล่อนตรงๆ “เธอรำแบบอื่นได้ไหมล่ะ อย่างรำเปลื้องเครื่องทรง...ฉันจะจ้าง” แล้วเขาก็หัวเราะชอบอกชอบใจ ยังไม่ยอมปล่อยมือจากข้อมือของเกนเกด “ถอดยากไหมนี่...” เขาวางแก้วเหล้าลงในถาดเปล่าที่เด็กหนุ่มถือผ่านมา แล้ววางมืออีกข้างลงบนบ่าของเกนเกด “ไอ้เครื่องทรงแบบนี้เขาถอดกันยังไง ฉันไม่เคยด้วยซิ”
“ทุเรศ...”
เกนเกดหลุดปากออกมา หล่อนรู้สึกเสียใจที่ต้องพูดคำไม่เป็นมงคลในงานวันเกิดของแขกพิเศษ แต่ช่วยไม่ได้เลย เขาหยาบคายกับหล่อนก่อน...
ชนาบอกว่าเขาไม่ปกติ เขานิยมผู้ชายด้วยกัน
แต่ทำไมเขาอยากดูหล่อนเปลื้องผ้า หรือเพียงเพื่อตอบสนองความวิตถารของตัวเองเท่านั้น
“เธอว่าไงนะ”
เพียงเขาลืมตัวคลายมือออก เกนเกดก็สะบัดออกแล้วก้าวถอยห่างออกไปโดยเร็ว
“ฉันมาแสดงตามการจ้างของคุณชนา...หมดหน้าที่ของฉันแล้วค่ะ อ้อ...ฉันเกือบจะลืม...” หล่อนหยิบกล่องเล็กๆ จากก้นพานยื่นมาตรงหน้าเขา “คุณชนาให้ส่งมอบกับมือของคุณ...”
“เธอยังไปไม่ได้...”
เกนเกดไม่ยอมตอบ หล่อนก้าวไปที่เครื่องเทปหยิบมันขึ้นมา เงยหน้าขึ้นยิ้มขอบคุณกับระวี แล้วตั้งท่าจะกลับไปเงียบๆ เหมือนเมื่อตอนที่เข้ามา...คงเป็นหนแรกและหนสุดท้าย มีบางแห่งที่หล่อนเคยไปรำอวยพรแล้วย้อนกลับไปเปิดการแสดงอีกด้วย มีคนประทับใจในตัวหล่อน แต่นี่ดูเหมือนบรรยากาศของงานจะกร่อยเป็นอันมาก หล่อนไม่มีเวลาจะใส่ใจกับความหรูหราของสถานที่หรือผู้คนอื่นๆ นอกจากจะต้องรีบกลับไป ยังมีงานรออยู่และเกนเกดก็ตระหนักถึงอันตรายบางอย่างที่กำลังคุกคามใกล้เข้ามา
ภิไธยก้าวตามมาติดๆ เขาหย่อนกล่องนั่นในกระเป๋าเสื้อ เกนเกดพ้นประตูออกมาแล้ว เขาเปิดประตูตามมา
“เมื่อฉันไม่ให้เธอกลับ เธอจะกลับไม่ได้...”
เขาเป็นใคร เกนเกดถามตัวเอง มีอำนาจอันใดมาสั่งหล่อนแบบนี้ได้
หญิงสาวไม่เสียเวลาฟังเสียงเขาด้วยซ้ำนอกจากเดินเร็วๆ แต่ผ้านุ่งของหล่อนก็แคบนักจนก้าวขายาวไม่ได้
ภิไธยมีช่วงขายาว เขาก้าวมาดักหน้าหล่อนเอาไว้ “ฉันจะซื้อเธอไว้รำให้ฉันดูคืนนี้...แต่ต้องไม่สวมอะไรเลยนะ...ไอ้ชุดแบบนี้น่ะมันดูลิเกไปหน่อย ฉันไม่ชอบลิเก...แต่ฉันชอบผู้หญิงซิงๆ ที่เปลือยเปล่า แล้วก็เต้นระบำตามจังหวะเพลงมันๆ สักเท่าไหร่ดี...ห้าพัน...” เขาลงเสียงหนักนัก เกนเกดลืมตัวแล้วกับคำสบประมาทนั้น ปกติหล่อนไม่ใช่ผู้หญิงเสงี่ยมหงิมเหมือนบุคลิกกับเสื้อผ้าเครื่องทรงที่ห่อหุ้มอยู่ วิทยุเทปในมือถูกยกขึ้นแล้วหล่อนก็ทุ่มมันใส่เท้าเขา
“โอ๊ะ...”
คุณอาจจะชอบ





