ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย นางรำ

นางรำ

ภิไธย มหาเศรษฐีหนุ่มผู้หยิ่งยโสมองว่าผู้หญิงมีค่าเพียงเครื่องบำเรอความใคร่ กลับต้องมาพบกับเกนเกด นางรำสาวผู้ทระนงที่เทิดทูนศิลปะยิ่งชีพ เธอรับจ้างรำอวยพรวันเกิดให้เขาเพื่อหาเงินมารักษาครอบครัวและคนรักที่บาดเจ็บจากสงคราม แม้จะถูกดูแคลนแต่เธอก็ยืนหยัดที่จะขายเพียงฝีมือไม่ใช่ศักดิ์ศรี ท่ามกลางความขัดแย้ง มนตราแห่งการร่ายรำเริ่มสั่นคลอนหัวใจที่แข็งกระด้างของภิไธย ให้เขาได้เรียนรู้คุณค่าของความรักและหัวใจผ่านสตรีที่เขาเคยตราหน้าว่าไร้ราคาในราคา
ตอน
แชร์

ตอน 3

นางรำ3 อาริตา

เสียงเขาร้องโอดโอยอย่างบอกให้รู้ว่าเจ็บจริงๆ ไม่ใช่เสแสร้ง นั่นพอจะทำให้สิ่งที่เดือดปุดๆ ในอกของหล่อนคลายลงบ้างเล็กน้อย

“จำไว้แล้วกันว่าอย่าพูดแบบนี้กับฉันอีก”

เขาสะบัดเท้าไปมา นัยน์ตาวาวจ้าด้วยความโกรธ แล้วในขณะเดียวกันก็นึกประหลาดใจที่ผู้หญิงคนนี้มองเขาอย่างไม่แยแส สำหรับผู้ชายที่เคยคิดว่าตัวเองเลอเลิศสุดแสน ผู้หญิงเห็นเป็นต้องจับตามองด้วยแววตาชื่นชม บางครั้งมองจนเหลียวหลัง ปรารถนาในตัวเขาอย่างเปิดเผย แล้วนี่กะแค่นางรำคนหนึ่ง ที่ภิไธยเห็นว่าต่ำต้อยกว่าเขาจนเปรียบเทียบไม่ได้ หล่อนมองเขาด้วยแววตาจงชังรังเกียจเสียด้วยซ้ำ ทำให้เขาสุดจะทน

เขากัดฟันข่มความเจ็บปวดให้พ้นไป สาวเท้าเข้าไปใกล้ ขบฟันแน่นส่งเสียงลอดออกมา

“หล่อนจะมากเกินไปแล้ว หล่อนทำร้ายฉัน”

เหมือนลืมตัวไปชั่วขณะหนึ่ง ภิไธยจับบ่าบอบบางนั้นเขย่าแรงๆ พานกะไหล่ในมือหล่อนปลิวหวือไปอีกทิศทางหนึ่ง แล้วหล่อนก็สั่นเทิ้มด้วยแรงเขย่าอย่างไม่ปรานีปราศรัยสักนิดนั่น

“ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าดีกับฉันอย่างนี้...”

มือข้างหนึ่งปล่อยออกจากบ่าเงื้อขึ้นสูง หมายดวงหน้าที่ลงเมคอัพไว้เข้มจัดนั่น ดวงตาของเกนเกดขยายกว้างขึ้น บอกถึงความตกใจ แล้วสัญชาตญาณปกป้องตัวเองก็ทำให้หล่อนรีบเบนหน้าออกไปห่าง ใจหล่นวับ

แต่ระวีออกมาถึงพอดี “อย่าฮะ คุณไธย”

เขาห้ามเสียงตกใจ คว้ามือของภิไธยเอาไว้ได้ทัน

ภิไธยฮึดฮัดอยู่บ้างแต่อกกลับโล่ง เพราะโมหะตัวเดียวที่เกือบจะทำให้เขาทำบ้าๆ

ก็เขาไม่เคยลงมือทำร้ายผู้หญิงมาก่อนเลยนี่นา

เขาดึงภิไธยออกห่างจากเกนเกด แต่ภิไธยก็ยังไม่ยอมอยู่เฉย เขามองเกนเกดเหมือนจะฉีกหล่อนออกเป็นชิ้นๆ พร้อมกับเสือกใสไล่ส่ง

“ไสหัวออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้เลย”

เกนเกดเม้มปากเข้าหากัน หล่อนเพิ่งผ่านพ้นนาทีวิกฤติไปหยกๆ แคล้วคลาดไปอย่างหวุดหวิด แล้วเมื่อยังยืนจ้องหน้าเขาอยู่เฉยๆ ก็ได้ยินเสียงห้าวห้วนขับไล่มาอีก

“ยังจะมายืนอยู่อีก”

“ฉันไปแน่ค่ะ ไม่ต้องไล่ก็ไป...ที่มานี่ก็มาทำงานตามที่คุณชนาเธอจ้างเอาไว้เท่านั้น...แล้วคงจะเป็นหนเดียวด้วย...ฉันเป็นนางรำก็จริง แต่เชื่อไหมคะ...ไปมาก็หลายแห่งแล้ว ได้พบเศรษฐีมาก็มาก พวกผู้ดีก็มาก เมื่อก่อนฉันก็คิดว่าพวกเศรษฐีมีเงินนี่คงจะเป็นผู้ดีกันหมด แต่คืนนี้ฉันเพิ่งรู้...”

ริมฝีปากอิ่มเต็มเคลือบสีสดจัดจ้านเพราะต้องเข้าแสงไฟแย้มออกจากกันอย่างเยาะหยัน นั่นทำให้ภิไธยเป็นฝ่ายสั่นเทิ้มขึ้นมาบ้างเหมือนกัน แล้วระวีก็รั้งเอาไว้ไม่อยู่ ภิไธยสลัดหลุดไปแล้ว แต่คราวนี้เกนเกดว่องไวนักหนา หล่อนวิ่งหนีโดยยกชายผ้านุ่งขึ้นเห็นช่วงขาขาวเนียนนวลกระจ่าง

“คุณไธย...”

ระวีกระโจนตามติดมา ใจภาวนาให้เกนเกดหนีไปได้พ้นๆ แล้วเขาก็โล่งอกเมื่อเห็นเกนเกดไปถึงรถยนต์ของหล่อนเปิดประตูที่ไม่ได้ล็อกขึ้นไปนั่งแล้วล็อกเสียแน่นหนา กระจกก็ไม่ได้ไขลงมา

“คุณไธยอย่าตามเลย” ระวีร้องบอกเมื่อเขาเข้ามาถึงตัวญาติผู้พี่ “ปล่อยไปเถอะฮะ ต่อไปนี้คงจะไม่ต้องเจอะเจอกันอีกแล้ว”

ภิไธยยืดตัวขึ้นตรงมองตามรถโฟล์คเก่าๆ นั่นไป ด้วยแววตาที่ระวีเองก็ไม่สู้จะสบายใจสักเท่าไหร่เพราะเขาใกล้ชิดมานานปีจนรู้ว่าแววตาแบบนี้แหละบอกว่าภิไธยจะไม่ยอมหยุดอยู่เพียงแค่นี้แน่นอน

“ฉันอยากรู้ว่าแม่นั่นชื่ออะไร ทำงานประจำที่ไหนหรือเปล่า หรือเป็นแค่นางรำอย่างเดียว”

...เอาล่ะซิโว้ย...

ระวีอุทานในใจ มาตกหัวเขาเหมือนเดิมซิน่า

“เร็วด้วยนะ ระวี ฉันอยากรู้...” สายตาเขาไปสะดุดกับอะไรอย่างหนึ่งที่เป็นสีทองแวววาว พอเขามองไประวีก็มองตามปร๊าด

“รองเท้าครับ คุณไธย...”

“เก็บมาด้วย...”

ระวีไปหยิบรองเท้านั่นแล้วก็เจอเครื่องประดับอีกชิ้นหนึ่ง ชิ้นไม่ใหญ่มากนัก อาจจะเป็นเครื่องประดับผม...เขาหยิบมาด้วยกัน

“คุณไธยจะส่งคืนหรือครับ...”

“ตามตัวให้ได้ก่อน”

“ยังกะเรื่องนางซินเดอเรลลา” เพื่อนพ้องล้อเลียนเมื่อเห็นรองเท้าทองปลายงอนเชิดที่เกนเกดทิ้งหลุดเอาไว้ ภิไธยยังมีสีหน้าปกติไม่บอกว่าเขารู้สึกอย่างไรกันแน่ ระวีจึงเดินเลยผ่านไปเพื่อเก็บรองเท้านั่นไว้ในห้องข้างใน

“สนุกกันต่อเถิด...”

งานเลี้ยงวันเกิดของเขาเหมือนงานสังสรรค์ที่มีหัวข้อธุรกิจเป็นแกนนำเสียมากกว่า มีเหล้าเป็นเครื่องดื่มแล้วแต่จะเลือก เพราะเสิร์ฟกันไม่อั้น แต่ในเวลาเดียวกันก็ไม่มีผู้หญิงเข้ามาเพิ่มความมีชีวิตชีวา ไม่มีความรื่นรมย์ใดๆ เลย นอกจากจะเจรจากันอย่างเคร่งเครียดต่อ

ภิไธยเป็นเช่นนี้เสมอ ทุกลมหายใจเข้าออกของเขาดูจะเป็นเรื่องงานไปเสียหมด แล้วเมื่องานจบลงในตอนเที่ยงคืนเศษๆ เขาก็พอใจที่การเจรจาเรื่องการค้าอย่างหนึ่งของเขาบรรลุผลไปด้วยดี

นั่นเป็นของขวัญวันเกิดที่เขาให้กับตัวเอง

เป็นความภูมิใจอันแสนสุขของเขา งานย่อมมาก่อนสิ่งอื่นใดเสมอ

จนเหลือแต่เขากับระวีเพียงสองคนเท่านั้น...ชายหนุ่มถึงมีท่าทางตามสบายขึ้นมาบ้าง ถอดเสื้อสูทออก พร้อมกับเอ่ยพึม “ฉันเพลียจัง...ขอกาแฟสักแก้ว...เร็วๆ นะ”

“เหนื่อยแล้วผมว่าเป็นน้ำหวานดีกว่า มันจะทำให้ชื่นใจขึ้นได้”

ภิไธยหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก

“อีกแล้ว นายเคี่ยวเข็ญฉันดื่มน้ำหวาน ให้ฉันเป็นหน้าตัวเมียอีกแล้ว”

“มันไม่เกี่ยวหรอกฮะ ไอ้ความคิดแบบนั้นมันเป็นค่านิยมซะมากกว่า...ผมเพียงไม่อยากให้คุณไธยดื่มกาแฟเพียวตอนเหนื่อยจัดๆ ...มันจะยิ่งไปกระตุ้นให้เครียดหนักขึ้นไปอีก”

ระวีออกไปจากห้องแล้ว ภิไธยถึงหย่อนกายลงนั่งมือควานลงไปพบกล่องเล็กๆ ที่นางรำคนนั้นบอกว่าชนาส่งมาให้เขา...เพียงพิจารณาอย่างจริงจังแวบเดียว ภิไธยก็รู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด

ชายหนุ่มเปิดกล่องออกดู แล้วก็นิ่งอึ้งเมื่อมองเห็นแหวนในกล่อง

ชนาคืนแหวนหมั้นให้กับเขาในงานวันเกิดของเขา

หล่อนมีเจตนาอย่างไรกันแน่...

เขาหยิบแหวนมาพิจารณาใกล้ๆ พอดีกับประตูห้องเปิดเข้ามา เขาถือแหวนค้างไว้ในมือเช่นนั้น

“ของขวัญจากใครหรือฮะ”

ระวีวางแก้วใบสูงที่ละอองฝ้าเกาะโดยรอบบอกให้รู้ว่าเย็นจัดลงตรงด้านขวามือของเขา แล้วมองดูแหวนวงนั้น

ภิไธยยกไหล่เล็กน้อย “คุณแมวคืนมา...”

ระวีพยายามมองหาความผิดปกติจากภิไธย แต่เขาก็ไม่ได้เห็นแม้แต่นิดเดียว

“ต่อโทรศัพท์ไปบ้านคุณแมวให้ที”

ระวีปฏิบัติตามคำสั่งโดยเร็ว พักใหญ่ก็ส่งหูโทรศัพท์มาให้เขา ภิไธยกรอกเสียงนุ่มๆ ลงไป

“ขอสายคุณชนาครับ”

“ไม่อยู่ค่ะ ออกบิน...”

“จะกลับเมื่อไหร่ครับ”

“วันพุธหน้าค่ะ...”

อย่างเบามือภิไธยวางสายลง แล้วเอนหลังพิงพนักใส่แหวนลงไปในกล่องตามเดิม แล้วปิดฉับลง จึงเท่ากับกล่องนั้นยังอยู่ในอุ้งมือ

“รออีกสี่วันฉันกับเขามีเรื่องจะต้องพูดกันเยอะ...”

“คุณแมวมีเจตนาอะไรกันแน่ถึงส่งแหวนคืน...”

“เขาคงอยากจะถอนหมั้น แต่ฉันไม่ยอมนะ...มันง่ายเกินไป ก็หมั้นหมายกันเอาไว้แล้ว จะแต่งกันไม่นานนี้...มาทำแบบนี้ไม่ได้แน่”

ที่ระวีแสนประหลาดใจก็คือซุ่มเสียงและท่าทางของภิไธยไม่บอกสักนิดว่าจะเคืองขุ่นนอกเสียจากไม่พอใจที่ชนาทำเหมือนเป็นเรื่องของเด็กเล่นขายของ

“อยู่ๆ ก็ส่งนางรำมารำบ้าบอกลางงาน...ทำให้เพื่อนๆ ฉันได้หัวเราะกันเกรียว...แถมแม่นั่นก็ยังทำให้เท้าฉันเจ็บ”

“ผมว่าจะขอดู ก็ลืมไป...คุณไธยยกขาขึ้นหน่อยซิ”

“ไม่ต้อง” เขาโบกมือ “ไม่ถึงกับมากมาย แต่แม่นั่นลองดีกับฉันมากเกินไป อย่าลืมนะ ระวี...สืบเสาะดูว่ามาจากไหน ชื่ออะไร...”

“คุณไธยจะทำอะไร” ระวีถามออกไปอย่างโง่ๆ ไม่น้อย

ได้ยินเสียงหัวเราะของภิไธยกังวานไปทั่วทั้งห้องทีเดียว

“ผู้หญิงนี่เอามาทำอะไรได้บ้างเล่า...ถ้าไม่จับลงนอนหงายแล้วเราอยู่ข้างบนน่ะ ฮึ...นายบอกฉันทีเถอะ...หรือนายจะให้ฉันเอาแม่คนนั้นมานั่งไว้บนแท่นปูผ้าขาวลาดกราบวันละสามเวลา จะได้เจริญกับตัวเอง”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JTH” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JTH
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์รัก จอมอหังการ ชุด เทพบุตรการ์รัสโซ
8.0
เมื่อครอบครัวตกที่นั่งลำบากเพราะความผิดพลาดของพ่อแม่ ดานีน โรดิเกซ จึงไร้ทางเลือกนอกจากต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจาก เดนิเรล การ์รัสโซ่ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้มั่งคั่งแห่งตุรกี เขาคือคุณชายลำดับที่สี่ผู้หล่อเหลาแต่กลับเย็นชาไร้หัวใจดั่งมัจจุราชร้าย แม้เดนิเรลจะมองว่าหญิงสาวคือความวุ่นวายที่ควรหลีกหนี แต่ความพยศของเธอกลับกระตุ้นความปรารถนาให้อยากครอบครอง ทว่าข้อตกลงครั้งนี้ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย เพราะคนอย่างเขาไม่มีวันหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ใครฟรีๆ แน่นอน
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ของเขา สุสานลับของเธอ
8.0
มายาถูกจองจำในเพนต์เฮาส์หรูของเลียม ธนภพ ผู้ที่มองว่าเธอคือผู้หญิงหน้าเงินที่เคยทิ้งเขาไป โดยไม่รู้เลยว่าเธอคือผู้เสียสละที่ช่วยชีวิตและพยุงธุรกิจของเขาไว้ ความจริงถูกซาร่าบิดเบือนจนกลายเป็นความเกลียดชัง เลียมหยามเหยียดเธอด้วยการพาชู้รักเข้าบ้านและใช้เงินฟาดหัว มายาต้องทนทุกข์เพื่อปกป้องเขาจากศัตรูร้าย จนถึงจุดที่ต้องตัดสินใจแกล้งตายเพื่อลบตัวตนหวังให้เขาปลอดภัย แต่เส้นทางที่เลียมก้าวเดินต่อด้วยความโศกเศร้าและคำลวงกลับอันตรายยิ่งกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบตั้งแต่แรกพบในงานวันเกิดเพื่อน จนเผลอประกาศตัวว่าอยากใช้นามสกุลเดียวกับเขา โชคชะตานำพาให้เธอได้เป็นเลขาของเขา แต่ความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายกลับทำให้เธอเริ่มถอดใจและพยายามถอยห่าง ทว่ามัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจใคร กลับเริ่มหวั่นไหวและหลงเสน่ห์ความสดใสของจอมขวัญจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อสาวเจ้าเริ่มจะตัดใจ เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้หนีหายไปจากชีวิตเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก
9.2
นารา หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้ซ่อนความบอบช้ำจากการหย่าร้างของพ่อแม่ไว้ใต้รอยยิ้มสดใส เพื่อเป็นเสาหลักให้แม่และส่งน้องชายเรียนหมอ เธอจึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไปหาป้าเพื่อหางานทำ จนได้พบกับภูตะวัน พ่อเลี้ยงเจ้าของไร่องุ่นและโรงงานไวน์วัยสามสิบห้าปี ผู้ครองตัวเป็นโสดและปิดตายหัวใจจากความผิดหวังในอดีตที่ถูกคนรักเก่านอกใจ ทว่าการปรากฏตัวของสาวน้อยมองโลกในแง่ดีคนนี้ กำลังจะทำให้ชีวิตที่แสนเย็นชาของนักธุรกิจหนุ่มกลับมาวุ่นวายและมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย หลังจากการแต่งงานแบบแฟลช นายกูก็ถูกเปิดโปงอีกครั้ง
9.5
จี่ชิงหลินตัดสินใจแต่งงานสายฟ้าแลบกับชายแปลกหน้าเพื่อทำตามความปรารถนาของครอบครัว โดยทั้งคู่ตกลงจะแยกทางกันในหนึ่งปี ทว่าสถานการณ์บังคับให้พวกเขาต้องย้ายมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน จนความสัมพันธ์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิดอย่างไม่คาดคิด ต่อมาเธอได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจว่าสามีธรรมดาของเธอนั้นแท้จริงคือผู้นำตระกูลกู้ผู้ทรงอิทธิพล เรื่องราววุ่นวายยิ่งขึ้นเมื่อมีเด็กปริศนาปรากฏตัวพร้อมเรียกเธอว่าแม่ ท่ามกลางความลับและฐานะที่ถูกเปิดเผย ทั้งสองจะลงเอยด้วยความสุขได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย จากเถ้าถ่าน: โอกาสครั้งที่สอง
9.0
อดีตอันแสนเศร้าของฉันจบลงท่ามกลางกองเพลิงในสตูดิโอศิลปะ เมื่อภาคินคู่หมั้นที่ฉันรักมาตั้งแต่เด็กเลือกทอดทิ้งฉันให้ตายอย่างทรมานเพื่อปกป้องจูลี่น้องสาวต่างแม่ ความภักดีที่ฉันมีให้กลับถูกตอบแทนด้วยสายตาเวทนาขณะเขาเดินจากไปพร้อมกับเธอ ทว่าปาฏิหาริย์ทำให้ฉันตื่นขึ้นมาอีกครั้งในวันสำคัญก่อนการประชุมบอร์ดบริหารของตระกูล ในชีวิตที่สองนี้ฉันจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างในเกมธุรกิจหรือความรักที่หลอกลวงอีกต่อไป ฉันจึงตัดสินใจประกาศถอนหมั้นต่อหน้าทุกคนเพื่อทวงคืนอิสระและแก้แค้นคืน