หน้าปกนวนิยาย รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก

รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก

9.2 / 10.0
นารา หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้ซ่อนความบอบช้ำจากการหย่าร้างของพ่อแม่ไว้ใต้รอยยิ้มสดใส เพื่อเป็นเสาหลักให้แม่และส่งน้องชายเรียนหมอ เธอจึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไปหาป้าเพื่อหางานทำ จนได้พบกับภูตะวัน พ่อเลี้ยงเจ้าของไร่องุ่นและโรงงานไวน์วัยสามสิบห้าปี ผู้ครองตัวเป็นโสดและปิดตายหัวใจจากความผิดหวังในอดีตที่ถูกคนรักเก่านอกใจ ทว่าการปรากฏตัวของสาวน้อยมองโลกในแง่ดีคนนี้ กำลังจะทำให้ชีวิตที่แสนเย็นชาของนักธุรกิจหนุ่มกลับมาวุ่นวายและมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก ตอนที่ 1

หญิงสาวต่างจังหวัดอายุยังน้อย ต้องระหกระเหินจากบ้านเกิดเมืองนอนมา หวังจะหางานทำ เพื่อสานฝันให้กับน้องชายเพียงคนเดียวได้เรียนต่อ ใครจะรู้ว่าโชคชะตากำลังจะเล่นตลกกับชีวิตของเธอ ครอบครัวที่อบอุ่น บ้านที่เคยเป็นบ้าน เวลานี้มันแตกสาแหรกขาด

ตั้งแต่บิดาของเธอนอกใจผู้เป็นมารดาไปมีหญิงอื่น จากนั้นนาราก็ไม่เคยหวังอะไรจากผู้เป็นบิดาอีกเลย ไม่คิดจะขอความช่วยเหลือ แม้ในวันที่ตกทุกข์ได้ยาก เธอก็พร้อมที่จะฝ่าฟันไปด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เธอก็มุ่งมั่นตั้งใจเอาไว้แล้ว จะหางานทำให้ได้ ยังไงก็จะไม่ถอย ไม่ว่าจะเป็นงานหนักหรืองานเบาเธอก็จะไม่เกี่ยง จะไม่เลือกงานใดๆ ทั้งสิ้น ความฝันของน้องชายคือสิ่งที่จุดประกายให้เธอสู้ อย่างน้อยก็มีป้าที่พอจะพึ่งพาได้ หากว่าเธอไปอาศัยอยู่ที่นั่น

คนที่นาราเป็นห่วงที่สุดในเวลานี้คือผู้เป็นมารดา หากเธอกับนาทีไม่อยู่บ้าน นางคงจะโดดเดี่ยว เมื่ออยู่ที่บ้านคนเดียว ความเหงาของมารดานั้นคงทวีคูณเป็นสองเท่า แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น หากนาทีเรียนจบทุกอย่างจะเหมือนเดิมจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง

เวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง เหมือนที่มารดาเคยรักษาและเยียวยาบาดแผล ที่บิดาของเธอเคยทำเอาไว้ เพื่ออนาคตของลูกนาราเชื่อว่ามารดาต้องยอม เหมือนที่เธอยอมเรียนแค่อนุปริญญา ทั้งที่นารามีความสามารถและฉลาดเก่ง สามารถที่จะเรียนจบปริญญาตรีไม่ยากเลย รถแท็กซี่วิ่งเข้ามาในซอยของหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ที่บอกได้เลยว่าถ้าไม่คุ้นนี่มันทางไปเขาวงกตชัดๆ เมื่อรถแล่นเข้ามาบ้านหลังที่หญิงสาวคุ้นเคย นารารีบพูดออกมาเสียงดัง

"ลุงๆ จอดๆ บ้านหลังนี้ค่ะ หนูเคยมาหลายครั้งแล้ว"

เมื่อฉันจ่ายค่าโดยสารเสร็จแล้ว จึงลงมาจากรถ ก่อนจะมองเข้าไปในบ้าน ที่เวลานี้มืดสนิทไฟก็ไม่เปิดสักดวง ฉันกดกริ่งกดแล้วกดอีกก็ไม่มีใครมาเปิด ลุงกับป้าไปไหนกันหมด นั่นคือคำถามในหัวของฉันเวลานี้ ฉันนั่งตบยุงตั้งแต่หนึ่งทุ่มจนเวลาล่วงเลยมาจะสามทุ่มกว่าแล้ว ฉันมองซ้ายแลขวาก่อนจะตัดสินใจ โยนกระเป๋าเป้ใบเดียวที่ติดตัวมา เข้าไปในบ้าน จากนั้นฉันก็ปีนข้ามรั้วที่ไม่สูงนัก แน่นอนฉันปีนป่ายที่ต่างจังหวัดเก่งจะตาย ต้นมะม่วงต้นมะขามก็ขึ้นมาแล้วรั้วเตี้ยแค่นี้จึงไม่ใช่ปัญหา

"ป้าสาคะป้าอยู่ไหมคะ.." ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก ฉันบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งพิงกับประตูบ้าน แล้วเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะเดินทางมาทั้งวันความเพลียทำให้นาราหลับลงได้อย่างง่ายดาย

ภูตะวัน

ผมภูตะวันที่บ้านเรียกมักเรียกสั้นๆ ว่าภูครับ ผมเดินทางไปเหนือหลายวันขับรถไปกลับเอง วันนี้ก็มาถึงดึกเลย ไม่ดึกธรรมดานี่มันปาเข้าไปจะตีสองกว่าแล้ว

ผมมีคอนโด แต่ส่วนมากผมจะพักที่บ้านหลังนี้มากกว่า เพราะมันใกล้กับโรงงานผลิตไวน์ ส่วนบ้านใหญ่คือบ้านที่แม่และน้องๆ อยู่กันนานๆ ทีผมจะเข้าไปที ซึ่งบ้านหลังนี้ผมซื้อต่อจากเจ้าของเดิมที่เขาขายให้ ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางไปต่างประเทศ และผมเห็นว่ามันใกล้กับโรงงานเลยตัดสินใจซื้ออย่างไม่ลังเลใจ หลังจากที่ผมเอารถไปเก็บแล้วจะเดินเข้าไปในบ้าน ขณะที่ผมกำลังจะเปิดประตูนั้นได้เหยียบโดนอะไรนุ่มๆ

"โอ๊ย!" ฉันร้องออกมาเสียงหลง เมื่อมีใครคนหนึ่งเหยียบมาที่เท้าของฉัน ขณะที่กำลังหลับเพลินๆ เพราะเมื่อยจากการนั่งรถมาทั้งวัน

"เฮ้ย! นี่เธอเป็นใคร เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง เป็นขโมยหรือเปล่าเนี่ย!"

“นี่ลุง! เหยียบลงมาได้ยังไงตาบอดหรือไง โอ๊ย! เจ็บชะมัดเลย" ฉันนั่งชันเข่าพร้อมทั้งเอามือลูบเบาๆ ไปมาที่หลังเท้าอย่างรู้สึกเจ็บ เพราะว่าฉันใส่รองเท้าแตะ ส่วนเขาน่าจะใส่รองเท้าผ้าใบส้นหนาด้วยมั้ง "นี่! เธอเรียกใครว่าลุงปากเธอเนี่ยนะ เข้ามาแอบในบ้านคนอื่นแล้วยังปากเสียอีก เป็นขโมยใช่ไหมเนี่ย!"

"นี่ลุง! ลุงนั่นแหละเข้ามาได้ไง! นี่มันบ้านป้าฉันนะ อย่าทำเป็นเนียน ลุงเป็นขโมยหรือเปล่าเนี่ย! " ฉันพูดกับเขาพร้อมกับตะเกียกตะกายลุกขึ้น เพราะยังเจ็บที่หลังเท้า ภายในใจก็ยังกล้าๆ กลัวๆ ตาลุงนี่อยู่ เพราะมองไม่ค่อยชัดไฟมันสลัว แต่ก็เห็นลางๆ พอเดาได้ว่าเขาอายุเยอะกว่าฉันหลายปี เขาดูดีจากการแต่งตัวภูมิฐานโครงหน้าก็น่าจะหล่อพอใช้ทีเดียว

"นี่เธอ ใคร ใครเป็นขโมยนี่มันบ้านฉันนะ!"

"มั่วแล้วลุง นี่มันบ้านป้าสา ป้าของฉัน คุณเป็นใคร แล้วถือวิสาสะอะไรเข้ามาอยู่ในบ้านป้าฉันเนี่ย ฮะ"ผมพอเดาได้แล้ว ถ้ายายเนี่ยไม่โกหก ผมเธอคงจะเป็นหลานสาวป้าสาจริงๆ แล้วเธอไปอยู่ไหนมา ทำไมไม่รู้ว่าป้าสาย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศหลายปีแล้ว

"นี่เธอหลบไปก่อนซิ ฉันจะเปิดประตู เราค่อยไปคุยกันในบ้านฉันเหนื่อย ขับรถมาตั้งไกลยังต้องมาเจออะไรแบบนี้อีก" ที่ผมสงสัยคือผมคุ้นหน้ายัยเด็กนี่มากเลย แต่นึกไม่ออกเคยเจอที่ไหนมาก่อน รู้แต่ว่าคุ้นเอามากๆ ผมจึงให้เธอเข้ามาข้างใน เพราะตอนนี้มันดึกมากแล้ว

"ว้าว!..ลุงจัดบ้านใหม่เหรอ เปลี่ยนไปเยอะเลยแต่ก็คลาสสิคดี"

ผมหันไปตามเสียงเจี๊ยวจ๊าวนั่นเธอน่ารักมาก ดูสดใสทำไมเธอทำให้หัวใจของผมเต้นแรงไม่เป็นจังหวะแบบนี้ ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมความรู้สึกของผม มันเริ่มรู้สึกเหมือนกำลังตกหลุมรักแรกอีกครั้ง เธอใส่เสื้อยืดกางเกงยีนต่างกับผู้หญิงที่ผมเจอแทบทุกวัน

ผู้หญิงพวกนั้นแต่งตัวเปรี้ยวโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งแต่ผมกลับรู้สึกเฉยๆ ผิดกับเด็กคนนี้ ยัยเด็กนี่กำลังทำให้ผมรู้สึกใจเต้นแรงขึ้น เมื่อเธอเข้ามาใกล้ตอนนี้หัวใจของผมมันเต้นดังกลองเพล ผมบ้าไปแล้ว เด็กคนนี้ไม่น่าใช่สเปกของผมด้วยซ้ำ แต่พอเห็นหน้าเธอแล้ว

ทำให้ผมถึงกับตาสว่าง ความง่วงเหล่านั้นได้หายไปเป็นปลิดทิ้ง มันจะแปลกไหมถ้าผมจะตกหลุมรักยัยเด็กจุ้นคนนี้ ดูจากหน้าตาของเธอแล้ว ไม่รู้ว่าบรรลุนิติภาวะหรือยัง ผมยังไม่อยากเจอข้อหาพรากผู้เยาว์ แต่ความรักไม่มีกฎเกณฑ์ไม่มีกติกา มีเพียงหัวใจที่เป็นที่ตั้งมั่นไม่ใช่หรือ?

อ่านต่อ

สารบัญ รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
ห้าปีก่อนซางหว่านยอมสละชีวิตปกป้องเผยจี๋จนเธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกตลอดไป แม้เขาจะเคยลั่นวาจาว่าไม่ต้องการมีทายาท แต่สุดท้ายเขากลับเปลี่ยนใจและเลือกใช้ซูเซวี่ยนักศึกษาสาวที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับซางหว่านมาเป็นแม่อุ้มบุญเพื่อผลิตทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าข้อเสนอที่แสนเห็นแก่ตัวในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ซางหว่านตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและไม่หวนกลับมาหาเขาอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้กุมอำนาจล้นมือพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้อ่อนโยนดั่งลูกกวางน้อยที่ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางสู้และต้องยอมจำนนต่อการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเขาจะเลือกบีบคั้นให้เธอมอดไหม้หรือจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทว่าทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้นั้นกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจเธอจะต้านทานไหว ในเกมแห่งความรักและความใคร่นี้เธอจึงติดอยู่ท่ามกลางไฟพิศวาส
หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เมื่อความปรารถนาในตัวชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบกลายเป็นเป้าหมายหลักที่เธอต้องคว้ามาให้ได้ หญิงสาวจึงต้องเผชิญกับบททดสอบของความอดทนอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและดุดันจากฝ่ายชาย เธอจำเป็นต้องเตรียมใจรับมือกับความเหนือชั้นทางร่างกายที่เขาพร้อมจะมอบให้ในทุกค่ำคืน หากเธอตัดสินใจแล้วว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่ เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้มแข็งและทนทานต่อความต้องการอันมหาศาลของเขาเพื่อให้ได้ครอบครองเขาไว้อย่างสมใจ
หน้าปกนวนิยาย ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน นฤปนาถ เจ้าของอาณาจักรการเงินระดับประเทศ ใช้เวลากว่าทศวรรษเพื่อตามหาฝาแฝด ดาหลาและกาสะลอง โดยหวังจะชดใช้ความผิดในอดีตที่เขาเคยทำลายครอบครัวของพวกเธอ ทว่าโศกนาฏกรรมในคืนนั้นที่ทำให้ทั้งคู่ต้องกลายเป็นกำพร้า กลับกลายเป็นรอยแผลลึกที่ไม่อาจเยียวยา แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ความแค้นของสองพี่น้องยังคงฝังรากลึก เปลี่ยนดอกไม้ที่เคยอ่อนโยนให้กลายเป็นอาวุธเคลือบยาพิษที่พร้อมจะทำลายล้างชายที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตของพวกเธอ
ตอน
อ่านเลย
แชร์