
ยั่วรักเมียเก็บ
ตอน 2
หลังจากปวีร์เจรจาธุรกิจเสร็จเรียบร้อย ก็ปลดปล่อยอารมณ์ไปกับงานเลี้ยงสังสรรค์จากเสี่ยใหญ่หรืออภิชัย นักธุรกิจเจ้าถิ่น ที่ถือว่าเป็นคู่ค้าคนสำคัญของเขา การดื่มแอลกอฮอล์ที่เพลิดเพลินจนเกินไป
สุดท้ายปวีร์ก็เข้าสู่ภาวะมึนเมา หากเขาก็พยายามครองสติสัมปชัญญะให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
“คุณวีร์... ยังไหวอยู่หรือเปล่าครับ?” เสี่ยอภิชัยเอ่ยขึ้นถาม เมื่อเห็นว่าอาการของปวีร์กำลังไม่ปกติเพราะฤทธิ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เขาสั่งให้คนเสิร์ฟผู้บริหารหนุ่มแบบไม่อั้น
“ไหวสิครับ...” เอ่ยเสียงเรียบเจือแววความเมา หน้าที่แดงเรื่อไปจนถึงใบหูนั่นก็คงเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กระจายอยู่ในกระแสเลือดกระมัง เพื่อนๆ นักธุรกิจก็มีอาการกึ่มๆ ไม่แพ้กัน ส่วนปวีร์ก็ยังพอมีสติ แต่ปล่อยให้เมามากกว่านี้คงจะไม่ได้ พรุ่งนี้ต้องรีบบินกลับกรุงเทพฯ และเดินหน้าเรื่องงานต่อไป เมื่อตัดสินใจได้ดังนี้แล้วจึงหาทางปลีกตัวกลับห้องพักเสีย
“แต่ถึงจะไม่เมา ผมก็คงสังสรรค์ต่อไม่ไหว เพราะพรุ่งนี้มีงานเช้าครับ ผมขอตัวตรงนี้เลยก็แล้วกัน” ผู้บริหารหนุ่มถือโอกาสตัดบทพร้อมกับผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหันมาพยักหน้าเป็นเชิงกล่าวคำลากับเพื่อนคนอื่นๆ แล้วเดินออกจากโต๊ะแขกวีไอพี
“อย่าเพิ่งสิคุณวีร์ ให้เจ้าอิทมันไปส่ง” เสี่ยใหญ่เจ้าภาพพูดแสดงความเป็นห่วง สายตาพยักพเยิดไปที่ลูกน้องคนสนิท อิทธิพลพยักหน้ารับอย่างคนรู้ใจนาย
“ใช่ครับ ผมพากลับห้อง ท่าทางคุณจะเมามาก” อิทธิพลเสนอพร้อมเข้าไปใกล้ ตั้งใจจะหิ้วปีกนักธุรกิจหนุ่มถ้าเขาเมาถึงขั้นเดินไม่ไหว
“โอ้ย... ไม่เมาครับไม่เมา ผมคอแข็ง...” คนไม่เมาปฏิเสธพัลวัน กระนั้นน้ำเสียงก็ยังฟังดูอ้อแอ้ ส่อแววว่าแอลกอฮอล์โจมตีเข้าแล้วอย่างชัดเจน
“ไม่เป็นไรครับ ไม่เมาก็ไม่เมา... แต่ในฐานะเจ้าถิ่น ผมคงขัดคำสั่งนายไม่ได้ ท่านให้พาคุณมาส่งห้องครับ” ว่าแล้วปวีร์ก็โดนหิ้วปีกจากชายหนุ่มสองคนที่เป็นลูกน้องของนักธุรกิจเจ้าบ้าน ปวีร์เองก็ปล่อยเลยตามเลย เพราะตอนนี้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว ขาชาไปหมด แม้จะยังมีสติ แต่ก็เหมือนคนเมาทั่วไปนั่นล่ะ มันรู้สึกได้ว่าอะไรๆ ในร่างกายไม่เต็มร้อย ที่อยากทำที่สุดตอนนี้คือล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงนุ่มๆ กว้างๆ นั่นล่ะ
“ถึงแล้วครับคุณวีร์” คนหนึ่งว่า ปวีร์ตาปรือมองหน้าประตูห้องที่กำลังเปิดแง้ม
“ขอบใจนะ” ผู้บริหารหนุ่มเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ
“ยินดีครับ พวกผมลาตรงนี้นะครับ” อิทธิพลกล่าวคำลาพร้อมยกมือไหว้อย่างเคารพนบนอบ ในฐานะที่ปวีร์เป็นหุ้นส่วนธุรกิจคนสำคัญของเสี่ยอภิชัย พร้อมเพื่อนอีกคนก็ยกมือขึ้นไหว้แล้วทิ้งท้าย “ขอให้สนุกนะครับคุณวีร์” ลูกน้องคนสนิทที่จัดว่าเป็นมือขวาของเสี่ยส่งท้ายแล้วส่งยิ้มมาเป็นนัยๆ แต่ปวีร์ไม่ทันได้ฉุกคิดอะไร เพราะเขาอยากพักผ่อนเต็มที
เสียงประตูปิดดังปัง!
ร่างสูงก้าวเข้าไปภายในห้อง ดวงตาที่ตอนนี้หวานเยิ้มแลดูสะลึมสะลือด้วยฤทธิ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ยอมรับว่า คืนนี้เขาปล่อยอารมณ์มากไปหน่อยกับการสังสรรค์อย่างไม่บันย้าบันยังแบบนี้ ปกติเวลาดีลธุรกิจต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ปวีร์มักจะมีผู้ติดตาม แต่เนื่องจากลูกน้องมือขวาคนสนิทต้องไปทำธุระบางอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันให้เขาเสียก่อน แล้วจึงจะตามมาในพรุ่งนี้เช้า ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้คืนนี้เขาต้องมาคนเดียว ไม่มีแม้เลขานุการและลูกน้องคนสนิทเหมือนเช่นทุกครั้ง
ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ยังไม่ทันแม้แต่จะเปิดไฟแสงสีนวลให้แสงสว่าง หากมือเพรียวแกร่งก็เร่งปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตอย่างว่องไว ตามด้วยเข็ดขัดสายหนังราคาแพงนั่น ก่อนจะไล่ลงไปที่ตะขอกางเกงทำงาน เพียงไม่นานร่างเพรียวแกร่งแลดูปราดเปรียวของเขาก็อยู่ในชั้นในชายเพียงตัวเดียว เขาร้อนรุ่มเกินจะทนแล้ว...
แต่ถึงไม่ร้อน ผู้ชายทั้งแท่งก็ชอบอยู่แบบมนุษย์ถ้ำแบบนี้อยู่แล้วเวลาอยู่ลำพัง หากเขาคงกำลังเข้าใจผิด
เพราะภายในนี้... ค่ำคืนนี้ เขาไม่ได้อยู่ลำพังอย่างที่คิด
ร่างแกร่งทิ้งตัวหนาลงนอนเหยียดไปตามความยาวของเตียงกว้าง ที่ส่งกลิ่นหอมสะอาดสะอ้านขึ้นมาวนเวียนแตะปลายจมูกเขาทันทีที่แผ่นหลังกว้างแตะสัมผัสความนุ่มละมุนของผ้าปูที่นอน นักธุรกิจหนุ่มสูดลมหายใจลึก... แล้วผ่อนออกมายาวๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จางๆ ระเหยวนเวียนอยู่ในอากาศ ร่างกายชายที่ร้อนรุ่มขยับขึ้นไปยังด้านบนของเนื้อที่เตียงเพื่อหาหมอนหนุน เมื่อได้ที่แล้วคนเมาก็เริ่มรู้สึกสบาย... ผ่อนคลายชวนหลับใหล...
ลมหายใจเข้าออกที่ดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้แผงอกแกร่งขยับขึ้นลงอย่างช้าๆ หากดูเพลิดเพลิน ร่างกายชายที่ดูงดงามสมบูรณ์แบบท่ามกลางความสลัว อากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เริ่มทำงานทันทีที่ชายหนุ่มก้าวเข้ามา องศาความเย็นที่ต่ำลงเรื่อยๆ ส่งให้ทุกอณูผิวของนักธุรกิจหนุ่มขนลุกชันดูคล้ายผิวส้ม เขาครางเบาๆ เมื่อเริ่มเข้าสู่ภาวะสบายเนื้อสบายตัว กล้ามท้องสวยแข็งแรงยังคงขยับตามจังหวะลมหายใจ ก่อนจะขยับตัวอีกครั้งมาเป็นพลิกร่างนอนคว่ำหน้าลงแนบหมอนที่หอมสะอาดราวกับเด็กๆ ก่อนพาดลำขายาวเพรียวและดูสมส่วนอย่างยอดเยี่ยมกับเนื้อสะโพกชายที่แน่นประเปรียวของเขา ไม่ต้องบรรยายก็รู้ดีว่าวัตถุใต้เนื้อผ้ากางเกงบ็อกเซอร์ตัวนี้ต้องเป็นยิ่งกว่ามรดกโลกงานดีพิมพ์นิยมอย่างแน่นอน
สักพักใหญ่ที่คนเมาน่าจะหลับ แต่ก็หลับไม่ไหว เพราะมีบางอย่างกระตุ้นเร้าเข้าไปถึงในความฝัน... ก็ผู้บริหารหนุ่มสัมผัสได้ว่าข้างกายเขามีไออุ่นๆ เชื้อชวนให้อยากแนบชิดเป็นที่สุด เขาตอบไม่ได้ว่าความจริงหรือความฝัน มันจะเป็นไปได้อย่างไรว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้องนี้คนเดียว
มันเป็นเรื่องที่มักมีบ่อยๆ ที่ห้องพักของโรงแรม รีสอร์ต หรือบังกะโลที่มักมีห้องพักบางห้อง เคยมีประวัติฆาตกรรม และดวงวิญญาณก็ยังวนเวียนอยู่ตรงนั้น...
ไม่ไปไหน...
ไปไม่ได้...
ไม่อยากไป...
หรือไม่ก็รอการปลดปล่อย
หากจะให้ดี เมื่อจองห้องพัก วิธีหนึ่งที่หลายคนเคยทำก็คือคีย์ข้อมูล เลขที่ห้องพักและเลขที่ของโรงแรมนั้นถามอากู๋ หากห้องนั้นเคยมีประวัติ ข้อมูลก็จะปรากฏขึ้นมาเป็นข่าวที่เคยเกิดขึ้นในอดีตนั่นล่ะ นี่ในกรณีที่เจ้าของโรงแรมไม่มีงบประมาณมากพอที่จะจ้างเว็บต์ถอนข้อมูลออกจากฐานข้อมูลได้ สิ่งต่างๆ ในอดีตที่เคยเกิดขึ้น ก็จะถูกจารึกเอาไว้ในนั้นไปตลอดนั่นล่ะ เช่นเดียวกันกับดวงวิญญาณที่ถูกฆาตกรรม
ปวีร์คิดว่า... มีบางอย่างที่อุ่นๆ นุ่มนิ่มๆ อยู่ข้างกายเขา ไม่น่าจะใช่ดวงวิญญาณที่ติดอยู่กับห้องพักแห่งนี้หรอกนะ แต่เพื่อความแน่ใจ คนเมาแต่ยังพอมีสติจึงพลิกกายกลับไปหา แล้วคว้าเข้ามากอดแนบกายแกร่งเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“อือ...” ร่างเล็กพลิกขยับเรือนร่างเมื่อรู้สึกเหมือนมีวัตถุบางอย่างมาสัมผัสข้างๆ กาย ก่อนจะเพิ่มดีกรีเป็นการแผดเสียง “กรี้ด...” เสียงผู้หญิง เขารู้สึกตัว ลืมตาปรือไปยังต้นกำเนิดเสียงท่ามกลางความมืด... ก่อนพลิกกายขึ้นคร่อมเหมือนจงใจกักตัวเธอเอาไว้ ปลายจมูกโด่งคมไล่สูดไล้ข้างแก้มหอม ไล้ลงไปอย่างช้าๆ ตรงซอกหู ก่อนวนเวียนสูดเอากลิ่นอายความหอมของผีสาวที่มีมากกว่าจุดอื่นๆ ที่ซอกคอนุ่มละมุน...
‘อืม... ผีสาววิชาแก่กล้า แปลงร่างได้เหมือนมนุษย์’ เขาคิดอย่างหลงใหล ถ้าให้สังวาสกับผีสาวพราวเสน่ห์และเซ็กซี่ขนาดนี้ เพียงครั้งเดียว... ก็นับว่าคุ้ม!
ในยามมึนไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ผู้บริหารหนุ่มยังมีแก่ใจคิดบวกลบกลบหนี้คิดถึงความคุ้ม ไม่คุ้ม มันจะสมกับเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงไปไหม...
“ผีสาวงั้นเรอะ... มาเป็นเมียพี่สิมา!” นักธุรกิจหนุ่มเอ่ยเสียงอู้อี้ กลิ่นแอลกอฮอล์กรุ่นไปทั่ว ราวกับว่าใช้เหล้าอาบแทนน้ำเสียอย่างนั้น
“ปล่อยนะ แกเป็นใคร คนบ้า ปละ... ปล่อย...” คนร่างเล็กออกแรงต่อต้าน หากนอกจากเขาจะมากด้วยพละกำลังแล้ว ความไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะนั่นก็อีกเหตุผลหนึ่งที่ยากจะต้านทานในเวลาคับขันอย่างนี้
‘คุณพระ... คุณเจ้า... ช่วยลูกด้วยเถิด... หนีเสือปะจระเข้แท้ๆ เลย...’
ผีสาว... เฝ้าภาวนาเพื่อความรอด หากอีกฝ่ายกลับต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งที่เดาว่าเป็นผีแต่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดรุก
ความหอมของเรือนร่างน้อย ไหนจะความนุ่มนิ่ม อ่อนหวาน ปลุกเพลิงปรารถนาในกายชายที่ตอนนี้เริงร้อนไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์อยู่ทั่วไปในกระแสเลือด
ผีสาวงั้นเรอะ... ดีเลย เขากำลังต้องการปลดปล่อยอยู่พอดี!
“ปละ... ปล่อย... ฉันไม่ใช่....” ‘ผี’ เสียงของเธอ... ถูกดูดกลืนด้วยจุมพิตร้อนแรงที่เจือกลิ่นกรุ่นของแอลกอฮอล์ พิษร้ายของน้ำเปลี่ยนนิสัย มันไม่ละเว้นใครเลยจริงๆ สมองน้อยๆ ของหญิงสาว... ผีสาว.... หรืออะไรกัน แต่รสชาติเจ้าหล่อนช่างเย้ายวนเชื้อเชิญอย่างประหลาด หอมหวานและปลุกเพลิงปรารถนาให้พลุ่งพล่านเริงร้อนจนน่าใจหาย
ปวีร์ไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว.... เขาบดขยี้จุมพิตลงไป ดูดกลืนลิ้นเล็กที่ต่อต้านในคราวแรก หากแต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเชื่องและเชื่อมเหมือนไอศกรีมกำลังละลาย... เขาไม่รอช้าด้วยสัญชาตญาณชายฉกรรจ์ วิญญาณนักล่ากำลังสิงสู่... เขาทำหน้าที่เป็นผู้ล่าอย่างเต็มเปี่ยม มือไม้เริ่มลูบไล้เล้าโลมปฏิบัติการ ร่างน้อยดิ้น ลมหายใจหอบถี่รัวกระชั้น เขาบดเบียดจูบร้อนแรงยิ่งขึ้นอีก... ดูดซับความหอมหวานของผีสาวราวว่าต้องการส่งท้ายก่อนเธอไปเกิดใหม่
ชายหนุ่มกดริมฝีปากแนบสนิทเข้ากับริมฝีปากนุ่มละมุนของผีสาวในความเข้าใจของเขา ความร้อนวาบพลุ่งพล่านอย่างปัจจุบันทันด่วนอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน เขาไม่เคยตื่นเต้นกับผู้หญิงคนไหนมานานแล้ว แต่แม่ผีสาวในอ้อมกอดนี้กลับทำเขาแปลกไป หรือจะเป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ของเจ้าหล่อนกันแน่
“อื้อ.... ปละ... ปล่อยนะ คุณคะ... ปล่อย” หญิงสาวออกแรงต่อต้าน ความมืดช่างเป็นอุปสรรคต่อการมอง รูปโคลงหน้าที่มองเห็นแค่เพียงลางๆ แม้ว่ามันจะดูเป็นมนุษย์เพศตรงข้ามที่ดูสมบูรณ์ก็ตาม แต่กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ และสิ่งที่เขากำลังคุกคามเธออยู่ตอนนี้ จะให้เธอเชื่อว่าเป็นคนดีก็คงจะไม่ได้ เช่นนั้นแล้ว เรี่ยวแรงมีเท่าไหร่ หญิงสาวก็จัดไปเท่านั้น ทั้งผลัก ทั้งดัน ทั้งตบทั้งถอง แข้งขาก็ดิ้นพรวดๆ ถีบออกไปข้างหน้ายังเป้าหมายไอ้ผู้ชายสายหื่นที่กำลังคิดจะรังแกตนเอง แต่เรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดนั้น ถ้าเทียบกันแล้วกับแรงของอีกฝ่าย มันน้อยนอดกระจิดริดกระจ่อยร่อย น้อยยิ่งนัก พอๆ กับกระรอกน้อยสู้กับพญาราชสีห์ไม่มีผิด
“ปล่อยไปไหนดีล่ะ... เธอรู้ไหมอยู่ในอ้อมกอดฉันถือว่าปลอดภัยที่สุดแล้ว” เขาคำรามทั้งหายใจหอบสะท้าน พลอยทำให้อีกฝ่ายสะท้านไปด้วย หากเป็นการสะท้านไปด้วยความหวาดกลัว
“ฉันไม่ใช่ผีนะคะ” เธอแหวออกไป ยกกำปั้นขึ้นพร้อมชก แม้รู้ตัวดีว่า ชดไปก็เท่านั้น เขาแรงเยอะยิ่งกว่าคิงคองเสียอีกมั้ง
“มีอะไรมาพิสูจน์ไหมล่ะ??” ว่าพลางพยายามลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นพรึ่บ
“คุณก็รู้นี่คะ ผีที่ไหนจะจับกอดจูบได้” หญิงสาวเถียงเสียงอู้อี้
“เธออาจฤทธิ์เยอะก็ได้นี่” คนเมาว่าออกไป
“ปล่อยฉันไปนะคะ” ผีสาวในความเข้าใจของเขายังคงวอนขออยู่ไม่ขาดปาก เขาได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธในความมืดสลัว
“สายเกินไปแล้วจ้ะผีสาว แล้วอีกอย่างตอนนี้ฉันก็อยากมีความสุขกับเธอจนทนไม่ไหวแล้ว” ผีที่ว่าแน่ แต่มาเจอปวีร์คนนี้เข้า เขาจะปล้ำผีให้เป็นเมียเสียเลย จากผิวสัมผัส ความนุ่มละมุนแน่ชัดมากว่าต้องมีอาคมแก่กล้าถึงได้แปลงกายให้เป็นคนได้สวยสมจริงได้ขนาดนี้
“ไอ้บ้ากาม เอาตัวออกไปห่างๆ นะ ไม่งั้นฉันจะสู้” คนร่างเล็ก แต่เสียงไม่เล็กเหมือนร่าง เธอตวาดอย่างไม่มีทีท่าว่าจะกลัว
“ก็ลองดูสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ผีสาวอย่างเธอจะฤทธิ์เยอะสักแค่ไหนกัน” ไม่พูดเปล่า เขายังท้าทายด้วยการเชยคางเธอหันหน้ามารับจุมพิตร้อนฉ่าจากเขาอย่างเต็มๆ ลิ้นร้อนแรงสัมผัสริมฝีปากนุ่มละมุนของหญิงสาวอย่างเบาแผ่ว เพื่อเป็นการทักทาย ก่อนจะรุกรานเข้าหาอย่างจอมบงการ เขาบีบแก้มผีสาวในความเข้าใจเขาเองอย่างเบาๆ จนเธอเผยอปากรับเอาลิ้นร้อนๆ ของเขาเข้าไปลึกซึ้งยิ่งขึ้น แล้วในนาทีนั้น ภายในอุ้งปากชุ่มฉ่ำของเธอก็ถูกเขารุกรานสำรวจกวาดไล้ด้วยปลายลิ้นสุดชำนาญของเขาจนทั่วทุกซอกทุกมุม
“อื้อ...”
“หือ... อื้ม... หวานจริงๆ ผีอะไรกันนี่” เขาแกล้งส่งเสียงครางพึงพอใจก่อนพึมพำอย่างคนที่กุมชัยชนะเอาไว้อย่างหมดจด ร่างน้อยก็เอาแต่ดิ้น แต่ร่างกายที่เล็กและแบบบางก็หาได้สู้เขาได้ไม่ มันเหมือนเอาแรงมดไปสู้กับแรงช้างอย่างไรอย่างนั้น ดิ้นก็แล้ว ต่อสู้ก็แล้ว ก็ไม่เห็นแววว่าจะชนะ เธอจึงทนเฉยอย่างอ่อนล้า จนเขากลายเป็นฝ่ายคุกคามเล้าโลมจนเธอเองเผลอเคลิ้มไปกับเขา
ลิ้นเล็กตอบรับรสจุมพิตเขาอย่างเผลอไผลดูไร้สติ... ลิ้นอุ่นอ่อนช้อยโต้ตอบและเผลอดูดดึงลิ้นเขาบ้าง จนชายหนุ่มส่งเสียงครางออกมาด้วยความพึงพอใจ เสียงมานึกได้อีกที ก็พบว่าตัวเองกำลังเพลิดเพลินไปกับรสหวานซ่านซ่าในรสจูบของเขาไปเสียนานสองนาน
“ยะ... อย่านะ คุณทำแบบนี้ไม่ได้” คนตัวเล็กประท้วง ร่างน้อยๆ ดิ้นรนเรียกร้องหาอิสรภาพ แต่ดูเหมือนจะไร้ผล
“ทำไม...” เขาหยุดถาม สายตาจับจ้องร่างน้อยในความมืด แต่ไม่มีวี่แววจะหยุดการรุกรานเลยสักนิด ก็เหยื่อมาให้เคี้ยวถึงที่นี่ มีหรือที่เขาจะปล่อยให้เล็ดรอดไปได้
“ฉันไม่ใช่ผีนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้” ร่างเล็กใต้พันธนาการเว้าวอนเสียงสั่นเครือ ท่ามกลางแสงสลัวเธอรู้ว่าชายหนุ่มกำลังจดจ้องเธอ แม้จะมองเห็นเคล้าโคลงหน้าแค่เพียงลางๆ แต่ทำไมนะ เจ้าขางใบหน้านั้นถึงทำเธอใจสั่นสะท้านมากมายได้เพียงนี้
“โกหกเก่งเสียด้วย... ระวังจะไม่ได้ไปเกิดใหม่นะ” นักธุรกิจหนุ่มพูดขู่ ถ้อยคำนั้นเจือแววสัพยอกอยู่เล็กน้อย อาจด้วยความครึ้มอกครึ้มใจจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ด้วยก็เป็นได้
พูดจบ เขาก็ทาบริมฝีปากร้อนแรงทับทาบลงบนกลีบปากหวานของหญิงสาว จนร่างน้อยสะดุ้งเฮือก ทั้งตกใจผวาตื่นกลัว พยายามดิ้นรนเอาตัวรอด แต่ก็ไร้ประโยชน์ที่จะต้านทานพลังชายอย่างเขาได้ ยิ่งดิ้น อีกฝ่ายก็ยิ่งพอใจ จุมพิตนั้นก็ยิ่งร้อนแรงและคุกคามมากยิ่งขึ้น
“อื้อ...”
สาวน้อยครางหวิว พยายามดิ้นหนี ดิ้นจนเหนื่อย....
ปวีร์ค่อยๆ โน้มหน้าลงจุมพิต ริมฝีปากทั้งสองบดเบียดรุ่มร้อน จูบที่เพื่อดีกรีความร้อนแรงขึ้นสวนทางกับองศาความเย็นของอุณหภูมิภายในห้อง ร่างทั้งสองก็ร้อนรุ่มขึ้นอีกเช่นกัน ปวีร์ลูบไล้มือเพรียวแกร่งอย่างสะเปะสะปะก่อนไล้ไปตามเรือนร่างบอบบางที่เขาอดชื่นชมอย่างพึงพอใจไม่ได้ว่า ช่างเป็นผีสาวที่มีรูปร่างแน่งน้อยอ้อนแอ้นยั่วยวนเสียกระไร น่าเสียดายที่รีบจากโลกนี้ไป เขาคิดอะไรไปด้วยความเพลิดเพลิน อดทึ่งในความบ้าระห่ำของตัวเองไม่ได้ ที่ริกล้ามีอะไรกับผี อาจจะด้วยความเมา เอาเถอะ จะเป็นผีก็ผีเซ็กซี่ อย่างน้อยถือว่าให้เซ็กดีๆ เป็นการแผ่เมตตาจิตก่อนส่งเธอไปเกิดก็แล้วกัน ก็แม่คุณหลอกใครไม่หลอก ริอ่านหาญกล้ามาหลอกผู้ชายอย่างปวีร์ทำไมกันเล่า
เขาประทับมือเพรียวแกร่งลงบั้นท้ายกลมแน่นพร้อมบีบเฟ้นอย่างมันมือ ก่อนเกลี่ยนิ้วผ่านร่องชุ่มฉ่ำที่กำลังชื้นชุ่มไปด้วยน้ำหวานกลางกายสาว ร่างอ่อนนุ่มกำลังพรักพร้อมรอรับสัมผัสร้อนแรงจากเขา ปวีร์ยิ้มร่าอย่างพึงพอใจ
“ได้เวลาสนุกกันแล้วผีน้อย...” เขากระซิบ
“คุณจะสนุกอะไรคะ?”
“สนุก... ก่อนเธอไปเกิดใหม่ไง” เขาตอบก่อนบดจูบร้อนๆ ลงมาอย่างไม่บันย้าบันยัง จากนั้นจึงผละจูบออกมาอย่างจำใจ เขาลุกขึ้นมาคร่อมเธอเอาไว้ ก่อนผลักเพรียวขาขึ้นพาดบ่าเขา สภาพร่างน้อยของผีสาวใต้ร่างเปิดรับเขาอย่างกว้างขวาง
“อื้ม... อย่านะคะ”
“ไม่ทันแล้วผีสาว...” ความแข็งแกร่งสอดซับสัมผัสความชุ่มฉ่ำที่รอคอยเขา ร่างน้อยสั่นสะท้าน ร้องหวีดอย่างทรมาน เขาลืมนึกถึงเรื่องป้องกันไปเลยสิ้น รู้ทั้งรู้ว่ามันทั้งเสี่ยง ทั้งอันตราย แต่จะแคร์ทำไม เจ้าหล่อนเป็นแค่ผีสางวิญญาณ ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าผีแล้วล่ะ คิดเข้าข้างตัวเองแค่นั้น เขาก็ขยับสะโพกประเปรียวเสือกไถไปข้างหน้าอย่างรุนแรง จังหวะกระแทกกระทั้นเร่าร้อนจนคนตัวน้อยเกร็งไปด้วยความเสียวสะท้าน สัมผัสแรกที่เธอไม่เคยได้รับจากชายใดมาก่อน ไม่คิดเลยว่าจะต้องเอาพรหมจรรย์มาทิ้งให้กับผู้ชายที่เข้าใจว่าตนเองเป็นผีสางวิญญาณหลอน
บทรักร้อนฉ่าดำเนินไปจนเตียงนุ่มสั่นสะเทือน จนกระทั่งเขาสงบลง คนร่างแกร่งปลดปล่อยปวีร์น้อยๆ เหนือท้องน้อยของผีสาว ความผ่อนคลายสุขสบายโอบรอบร่างเขา ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนซบหน้าอกนุ่มอุ่นจนหลบไหลไปด้วยกันทั้งสอง...
คุณอาจจะชอบ





