
ยั่วรักเมียเก็บ
ตอน 3
วันรุ่งขึ้น...
เมื่อพิมพ์พิศาได้สติขึ้นมาก็รู้สึกไม่สบายตัว เริ่มลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อกลิ่นครีมอาบน้ำชายโชยมาสัมผัสปลายจมูกจิ้มลิ้ม เมื่อมองไปรอบๆ ก็พบว่ามีคนอยู่ในห้องร่วมกัน เขากำลังสวมเสื้อผ้าอย่างสบายๆ หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆ เพื่อจะมองภาพตรงหน้าได้อย่างถนัดขึ้น
“คุณ!” หญิงสาวผวาตกใจทันทีที่ได้สติ ร่างเล็กรีบถอยร่นไปจนแผ่นหลังชนพนักเตียงกว้างขนาดคิงส์ไซส์ สถานที่ไม่เคยจะคุ้นเคย ไหนภาพตรงหน้าคือชายหนุ่มที่คุกคามเธอเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา เขามีสรีระสูงใหญ่ ช่วงบ่ากว้างขวาง ดูสง่างามในชุดทำงานของหนุ่มออฟฟิศทั่วไป จะด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูมีออร่า ผมสีดำทรงสบายๆ แบบสมัยนิยม ดวงหน้าที่จัดว่าดูดีทีเดียว ดวงตาชั้นเดียว ยาวรี มีประกายทรงเสน่ห์ ภายใต้คิ้วเข้มกำลังดี ลับกับจมูกโด่งเป็นสัน มันพอเหมาะพอดีกับปากกระจับได้รูปสวย สีชมพูจางๆ ราวว่ากลีบปากบุรุษนั้นมิเคยต้องควันเขม่าของบุหรี่หรือซิการ์เลยแม้สักครั้งเดียว
หากแววตาเขากลับดูเย็นชา มองมาด้วยสายตานิ่งสนิท ยากคาดเดาว่าในความคิดเขา กำลังต้องการอะไรจากเธอกันแน่
“ไอ้เลว แกเป็นใคร? ทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง ฮือ...” เธอบริภาษรัวด้วยน้ำเสียงเคล้าน้ำตา
“ฉันสิ ที่ต้องถามว่าเธอเป็นใคร” เขาว่า หากใบหน้าหล่อคร้ามยังคงนิ่งสนิท ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ จะว่าเย็นชาก็คงไม่ผิดนัก จากภายนอกแล้วเขาเป็นผู้ชายที่มองยาก ค่อนข้างเก็บอารมณ์ซ่อนลึกที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้
“ฉันไม่รู้... ฉันก็ไม่รู้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง...” หญิงสาวพูด แล้วความรู้สึกระบมร้าวไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัวก็เริ่มส่ออาการขึ้นมา
“ที่นี่คือห้องพักฉัน นี่ไม่รู้ตัวเลยจริงๆ น่ะเหรอว่ามานอนเสนอตัวให้ผู้ชายในโรงแรมน่ะ?” เขาเอ่ยขึ้น เว้นจังหวะนิดหนึ่ง ดวงตาคมจ้องหน้าหญิงสาวไม่วางตาแล้วจึงพูดต่อ “แต่ก็ยังงงไม่หายที่เจอเธอนอนบนเตียงฉัน” เขาเล่าจบหากสายตายังคงจับใบหน้าของร่างน้อยบนเตียงอยู่แน่วนิ่ง เขาพยายามอ่านเธอ ไม่เชิงว่าระแวดระวัง แต่เขาอยากรู้ว่าใครพาเธอมานอนรอเขาในนี้มากกว่า เธอบาดเจ็บนี่... บนร่างกายเธอ ข้อมือ... แขน... ขา รวมทั้งบริเวณใบหน้ามีรอยช้ำเขียวจากการถูกทำร้าย ส่งผลให้เธอปวดไปทั้งตัว รู้สึกเจ็บทุกครั้งที่ขยับร่างกาย
หญิงสาวนิ่งทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็มีภาพลางๆ ว่าตนถูกพ่อเลี้ยงสั่งให้เอามาขาย
‘นึกออกแล้ว... เราถูกส่งตัวมาขายงั้นหรือนี่ คุณพระคุณเจ้า ช่วยลูกด้วยเถิด ขออย่าได้มีสิ่งเลวร้ายเกิดกับลูกอีกเลย’ หญิงสาวได้แต่ภาวนาในใจ
“ฉันว่าต้องมีเรื่องเข้าใจผิด” ร่างเล็กครางในลำคอ
“เข้าใจผิด แต่มานอนทอดกายให้ฉันบนเตียงเนี่ยนะ” เขาพูดเยาะ
“ฉันไม่รู้ว่ามานอนบนเตียงคุณได้ยังไง ฉันจำอะไรไม่ได้”
“สมองเสื่อมขึ้นมาทันทีว่างั้น”
“ฉันพูดความจริงนะคะ ฉันถูกจับตัวมา” ว่าทั้งน้ำตา น้ำเสียงก็สั่นเครือฟังแล้วอดสงสารไม่ได้ ปวีร์จึงมีท่าทีอ่อนลง
“ตกลงนี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่”
“ฮือ...” เท่านั้น คนร่างน้อยก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่แคร์สายตาของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
“เอ้า อย่าเอาแต่ร้องไห้สิ เธอจะเอายังไงก็ว่ามา ถูกจับตัวมาขายงั้นเรอะ”
“ฮือ... ฉันถูกจับตัวมาค่ะ”
“เอาล่ะ แล้วเธอจะเอายังไง” ปวีร์ถามกลับน้ำเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
“คะ... คุณ... ช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ได้ไหมคะ? ฉันนึกออกแล้วว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ฉันถูกคนของพ่อเลี้ยงจับตัวมาขาย ช่วยฉันด้วยนะคะ ได้โปรด...” พิมพ์พิศาวิงวอนเมื่อเริ่มจำเรื่องราวได้ ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ประติดประต่อขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย พร้อมๆ กับความปวดร้าวในใจ เธอถูกทำร้ายแล้วก็หมดสติไป แต่เธอจะแน่ใจได้อย่างไรว่า เขาเป็นคนที่เธอจะพึ่งพาได้
จริงอยู่... แม้ภายนอกเขาจะดูภูมิฐาน ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยินดีช่วยเธอ และสภาพเธอตอนนี้ ไม่ต่างอะไรจากผู้หญิงบริการเลยแม้แต่น้อย...
ใช่ ในสายตาเขา เธอก็คงเป็นผู้หญิงบริการดีๆ นี่เอง แถมยังเป็น โสเภณีผีสาวอีกด้วย
“ช่วยเธอ... แล้วฉันจะได้อะไร?” คนอย่างปวีร์ ในหัวมักมีแต่เรื่องธุรกิจ ทำอะไรก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน จะต้องมั่นใจว่าสิ่งที่ลงทุนไปนั้นจะต้องได้รับสิ่งตอบแทนกลับคืนมาที่คุ้มทุน เรื่องนี้ก็เช่นกัน “อ้อ... แล้วเรื่องเมื่อคืน ฉันไม่ถือว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่น่าพอใจเสียด้วย จะดีกว่านี้ถ้าเราได้สนุกกันแบบเมื่อคืนบ่อยกว่านี้”
‘เลวที่สุด นี่เราหนีเสือปะจะเข้หรือไงกัน ฮือ...’ หญิงสาวครวญในใจ
“ว่ายังไง หรือเธอกำลังคิดแผนการอะไรล่ะ?” เขาย้ำถาม สายตาเขาดูแข็งกร้าวจนหญิงสาวไม่มั่นใจแม้แต่น้อยว่าเขาจะยื่นมือเข้ามาช่วยในสิ่งที่ตนเองกำลังร้องขอ
“ฉันให้คุณได้ทุกอย่าง” หญิงสาวโพล่งขึ้นตามสัญชาตญาณเอาตัวรอด หากเม้มริมฝีปากแน่นทันทีที่นึกได้ หากเขาต้องการในสิ่งที่เธอให้ไม่ได้ จะทำอย่างไรแต่ยังไม่ทันได้แก้ไขสิ่งที่เอ่ยออกไป เขาก็พูดขึ้นมาก่อน
“เล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้น เธอมาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง?” เขาไล่อย่างคาดคั้นด้วยความอยากรู้ เพราะนี่คือสิ่งเดียวที่ก่อกวนใจเขา แล้วมันยิ่งทำเขารู้สึกผิด เมื่อพบว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเข้าใจ...
เจ้าหล่อนไม่ใช่โสเภณี... สาวไซด์ไลน์ที่ให้บริการความสุขของเพศชายยามคึกคะนอง เมื่อเขาพลั้งไปแล้วก็ยินดีดูแลเธอถ้าสิ่งที่เธอเล่ามันคือความจริงทุกอย่าง
มันยิ่งทำให้ค่ำคืนแห่งการพักผ่อนของเขาพลอยไม่สงบลงไปด้วย หลังจากนั้น พิมพ์พิศาจึงเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เป็นต้นเหตุให้เธอต้องมาอยู่ตรงนี้โดยไม่รู้ตัว...
‘นายจะไล่คุณหนูออกจากบ้านจริงหรือครับ?’ ลูกสมุนหน้าเหี้ยมที่นับว่าสนิทกับนายใหญ่ที่สุดเอ่ยถาม จริงอยู่ว่าหน้าตาเหี้ยมเกรียมน่าเกรงกลัว หากในใจของมันนั้นกลับตรงกันข้ามเมื่อเอ่ยถึงคุณหนู
‘เออสิวะ มันไม่ยอมเป็นเมียฉัน ก็เอามันไปขายเลย’ คำรามเสียงกราดเกรี้ยว
‘จะดีหรือครับ?’ มันคิดว่าคุณหนู ที่มันเห็นมาแต่เล็กแต่น้อย ไม่สมควรมีชีวิตแบบนั้น ถึงแม้ว่ามันจะรู้ว่าชาติกำเนิดของหญิงสาวเป็นอย่างไร แต่อย่างไรเสีย ก็ไม่ควรไปจบที่ซ่องก็แล้วกันน่า
‘มึงจะเอามันเป็นเมียก่อนส่งมันขึ้นตู้คอนเทนเนอร์บนเรือไปเลยก็ได้ กูยกให้!’ คนเป็นเจ้านายตวาดกลับ ดวงตาฉายแววขุ่นโกรธ ดูแล้วน่าเกรงขามจนอีกฝ่ายกลัวจนตัวหงอ
‘เอ่อ...’ ใบ้รับประทาน ถึงกับพูดต่อไปไม่ถูก สำหรับมันแล้ว... คุณหนูเป็นของรักที่มันขอเทิดทูนไว้บนหิ้ง จริงอยู่ว่ามันอาจจะหาความสุขได้ง่ายๆ กับผู้หญิงที่
‘เอาตัวมันไป อย่าให้กูเห็นหน้ามันอีก!’
‘พ่อ... อย่าทำสานะ อย่าทำแบบนี้ สาไหว้ล่ะ กราบก็ได้ พ่อจ๋า อย่าทำสาเลย ฮือๆ’
‘ไปครับคุณหนู’
‘ปล่อยสานะ! สาไม่ไป’ พิมพ์พิศาออกแรงขัดขืนอย่างสุดตัว หากก็ไร้ผล ด้วยคนของพ่อแรงเยอะกว่า ตัวโตอย่างกับตึก ลำพังผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอจะไปสู้ได้อย่างไรกัน คิดมาถึงตรงนี้แล้วน้ำตาก็นองหน้าจนแทบจะหมดสวยอยู่แล้ว
‘เอาตัวมันไป กูรำคาญเสียงมันจะแย่แล้วโว้ย!’ พ่อเลี้ยงใจอำมหิตตะคอกเสียงเกรี้ยวกราด ดวงตาวาวโรจน์ที่มองมาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อพิมพ์พิศา อะไรทำให้พ่อเลี้ยงเปลี่ยนไปมากมายถึงเพียงนี้ พ่อเลี้ยงใจดีที่เคยเมตตากับเธอคนเดิมคนนั้นหายไปไหน... คงตายไปพร้อมการจากไปของแม่แล้วสินะ
‘ฮือ...’ พิมพ์พิศาคิดถึงแม่แทบขาดใจ... เธอไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่ออีกต่อไปแล้ว ใครก็ได้ช่วยศาด้วย...
‘ออกไปกับผมก่อนครับคุณหนู คุณท่านแค่โมโห’ เธียรชัยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังใส่ใจ
‘ฮือ...’ หญิงสาวพร่ำสะอื้น
ยิ่งเห็นคุณหนูของมันร้องไห้ปานใจจะขาด ไอ้เธียรหรือเธียรชัยมันก็ยิ่งสงสารปริ่มใจสลาย แต่ถ้ามันไม่ทำตามคำสั่งนาย โทษที่จะได้รับก็ตายสถานเดียวเท่านั้นเอง ไอ้เทียนคิดได้เท่านั้นก็พยายามตัดใจ แม้มันจะยากลำบากมากเท่ามาก แต่เพื่อความอยู่รอดของตัวมันเอง
‘นายจะทำแบบนั้นกับฉันจริงๆ น่ะเหรอ?’ ดวงตาฉ่ำพราวด้วยน้ำตาอย่างน่าสงสาร เธียรชัยเห็นแล้วอยากเขกหัวตัวเองนัก มันจะใจดำทำกับคุณหนูได้ลงคอเหรอวะเนี่ย
ระยำเอ้ย!
‘แบบไหนครับ??’ เธียรชัยถาม ใจมันเองยังลังเล หากจะช่วยคุณหนู ชีวิตมันเองก็จะเสี่ยงเป็นอย่างมาก มันเคยเห็นนายโกรธถึงขึ้นจ่อยิงปลิดชีวิตคนทรยศหักหลังท่านมาแล้วนักต่อนัก ต่อให้มันนับว่าเป็นลูกสมุนคนสนิท จะว่าเป็นมือขวาเลยก็ว่าได้ กระนั้นมันก็ยังไม่อยากเสี่ยง
‘ก็เอาฉันไปขายน่ะสิ’ หญิงสาวว่า พลางสะอื้น
‘ครับ คำสั่งนาย ใครขัดได้ที่ไหนเล่าครับ’
‘อย่าทำฉันเลยนะ ปล่อยฉันไปเถอะ...’ เจ้าของร่างแน่งน้อยครางสะอื้น น้ำตาไหลพรากอาบทั้งสองแก้ม ร้องขอความเมตตาจากผู้ได้ชื่อว่าเป็นบุพการี แม้จะเป็นพ่อบุญธรรม แต่เธอเคารพรักและนับถือ จนกระทั่งเขาออกลายความเลวร้าย หญิงสาวก็ได้แต่หวังในใจว่าเขาจะไว้ชีวิต เปลี่ยนใจไม่ส่งเธอไปตายทั้งเป็นแบบนั้น
‘ถ้าปล่อยคุณหนู ผมก็ซวยสิครับ นายรู้เข้าเอาผมตาย’
‘พี่เธียรก็บอกว่าพ่อไปสิว่าศาหนีไป’ พิมพ์พิศาเสนอน้ำเสียงสะอื้น
‘นายไม่ใช่คนโง่นะครับคุณหนู’ เธียรชัยโพล่งออกมา เจตนาย้ำให้หญิงสาวพึงตระหนักว่าพ่อเลี้ยงนั้นไม่ใช่จะเชื่ออะไรใครง่ายๆ ขนาดนั้น
‘ฉันรู้... แต่เธอจะขายฉันจริงๆ น่ะเหรอ’ หญิงสาวยังไม่หยุดอ้อนวอน
‘ผมขอโทษด้วยนะครับคุณหนู’ ว่าจบพิมพ์พิศาก็เริ่มมีอาการมึน
‘นี่นายทำอะไรกับฉันน่ะ’
‘ผมขอโทษนะครับคุณหนู... คุณหนูแค่หลับไป ผมจำเป็นต้องทำแบบนี้...’
หลังจากเหตุการณ์นั้น พิมพ์พิศาก็มานอนรอแขกในห้องรับรองระดับวีวีไอพีเสียแล้ว จะว่าไป ไอ้เธียรก็ไม่ได้ใจดำเกินไป และมันก็ไม่ได้ขัดคำสั่งนายใหญ่เลยแม้แต่น้อย มันส่งตัวคุณหนูมาขายซ่อง แต่เป็นสถานบริการที่มันสนิทสนมคุ้นเคย รู้จักมักคุ้นเป็นการดีกับเอเย่นต์สาวใหญ่ ที่นางมีลูกค้าชั้นดีอยู่ในมือที่จะส่งตัวคุณหนูให้พ่อค้ากระเป๋าหนักพวกนั้น โชคดีอาจจะมีคนไถ่ตัวคุณหนูออกจากซ่องนรกนั่น
อย่างน้อยก็ยังดีกว่าที่คุณหนูจะถูกขายทอดตลาด ระเห็จระเหเร่ร่อนไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองตามที่นายใหญ่ต้องการ
‘แบบนี้ล่ะ ดีที่สุดแล้ว’ ไอ้เทียนคิด หลังมันใส่ยานอนหลับให้คุณหนูดื่มแล้วเอาตัวเธอมาฝากฝังกับสาวใหญ่ มันรู้ดีว่าคุณหนูจะปลอดภัยหากมาอยู่ที่นี่สักพักใหญ่ๆ จนกว่าจะเจออาเสี่ยใจดีกระเป๋าหนักช่วยออกไปรับเลี้ยง
‘หน้าตาดีทีเดียว’ มาดามว่า สายตาเฉี่ยวแบบผู้หญิงกร้านโลกยังจับใบหน้าสวยหวานนั้นอย่างไม่วางตา
‘ฝากด้วยนะเจ้ เชียร์แขกดีๆ สักคนที่หลุดเข้ามาเที่ยว รับนังหนูนี่ออกไปที’ เธียรกำชับเป็นการฝากฝัง ถึงแม้จะพาคุณหนูมาหลบภัยในซ่อง แน่นอนว่ามันไม่ใช่สถานที่สุดยอดปรารถนาของผู้หญิงดีๆ ที่โลกสดใสสวยบริสุทธิ์หรอก
แต่อย่างน้อย ที่นี่ย่อมดีกว่าตู้คอนเทนเนอร์ที่รอวันส่งไปรัสเซียก็แล้วกัน มันคงช่วยคุณหนูได้ดีที่สุด... สุดความสามารถของหมาตัวหนึ่งที่เฝ้ามองเครื่องบินอย่างหลงใหลและซื่อสัตย์อย่างมัน... ไอ้เธียรเอ๊ย... งานนี้ถ้านายรู้ความจริงขึ้นมา มึงมีแต่ตายสถานเดียว เตรียมใจไว้รอความโชคร้ายของแกเอาไว้เลย เธียรบอกตัวเอง
‘ปัดโธ่เอ๊ย จะเชื่อได้ยังไง๊ ว่าออกไปกับเสี่ยกระเป๋าหนักแล้วจะปลอดภัยวะ บางทีอยู่กับฉัน รับแขกไปวันๆ ก็อาจจะดีกว่าโลกภายนอกก็ได้’
‘สงสาร... ให้เจอคนดีๆ เถอะ’
‘ผู้ชายดีๆ ที่ไหนจะมาเที่ยวผู้หญิงอย่างว่ากันเล่า... แกก็คิดได้’ เจ้าแม่แห่งวงการเอเย่นต์ค้าเนื้อสดสวนกลับทันควัน หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว ทฤษฎีนี้อาจไม่จริงเสมอไป คนเที่ยวซ่อง... จำเป็นต้องเป็นผู้ชายไม่ดีทุกคนหรือ นั่นคงเป็นคำถามโลกแตก แต่ตอนนี้สมองเจ้จะแตกอยู่แล้ว จะไปหาผู้ชายดีๆ ที่ไหน ยัดเยียดนังหนูนี่ให้เขาเอาไปอุปการะกันเล่า
‘ก็ไม่รู้... เผื่อหลุดเข้ามาน่ะ หรือไม่ก็มาแบบไม่ตั้งใจไง แบบว่าถูกหลอกมาอะไรงี้’ เธียรชัยโต้อย่างมีความหวัง มันก็ไม่แน่นี่นะ เผื่อว่าคุณหนูยังพอมีดวงรอดจากปากเหยี่ยวปากกาได้บ้าง อาจจะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวพลัดหลงมาเที่ยวในคืนเปลี่ยวก็ได้นี่
‘เออๆ แต่ไม่รับปากนะ ระหว่างนี้จะยังไมให้รับแขกก็แล้วกัน แต่ถ้าชวด ปล่อยทิ้งไว้นานไม่ได้นะ ฉันก็ต้องใช้นังหนูนี่ทำเงินให้ฉันเหมือนกัน’
‘รู้แล้วน่า... ฝากด้วยนะ ฉันไปล่ะ’ ว่าแล้วเธียรชัยก็หันหลังจากมา หากแต่ในใจนั้น ได้แต่ภาวนาขอให้คุณหนูศาพบเจอผู้ชายใจดีเข้าสักคน เพราะชีวิตคุณหนูลำบากมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยนั่นก็มากพอแล้ว มันรักคุณหนูก็จริง แต่วาสนามันน้อยนัก จะเก็บเอาไว้ใกล้ตัว สักวันนายใหญ่รู้คุณหนูก็จะลำบากอยู่ดี เผลอๆ ตายกันหมด มันขอส่งคุณหนูเท่านี้ หากยังมีวาสนาต่อกัน ไอ้เธียรคงได้รับใช้อีกครา และในคืนเดียวกันนั้น... คุณหนูตกอับก็นอนบนเตียงกว้างอย่างไร้สติ ซึ่งนั่นก็เป็นห้องของปวีร์ เขามีเจรจาธุรกิจที่เซฟเฮ้าส์แห่งนี้ และมีร่างน้อยแบบบางนุ่มนิ่มเป็นของกำนัลที่คาดไม่ถึง
หลังจากพิมพ์พิศาเล่าความจริงอันแสนขมขื่นจบลง ก็พบว่าตัวเองนั้นก็มีน้ำตาอาบนองทั้งสองแก้ม ดวงตาคู่สวยตอนนี้ไม่เหลือแววสดใสอีกเลย เขามองมาอย่างคิดสงสาร ปกติปวีร์ไม่เคยรู้สึกอ่อนไหวกับใครแบบนี้มาก่อนเลย ชายหนุ่มตั้งใจฟังเรื่องราวที่หญิงสาวเล่าจนกระทั่ง...
คุณอาจจะชอบ





