
พ่ายรักปัณกรณ์
ตอน 2
โครงการ KanaForestLuxury ห้างหรูติดคอนโดใจกลางธรรมชาติที่เนรมิตสำหรับผู้ที่รักสุขภาพโครงการนี้ถือเป็นโพรเจกต์ยักษ์ใหญ่ของบริษัท ฉัตรคณา คอร์ปอเรชันซึ่งกำลังจะเริ่มก่อสร้าง
มีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่สนใจเข้ามาลงทุนในโครงการหลายแห่ง แต่ติดปัญหาคือที่ดินร้อยกว่าไร่ไม่พอทำโครงการคอนโดมิเนียม
ทางผู้บริหารประชุมกันว่าจำเป็นต้องได้ที่ดินซึ่งเป็นตลาดน้ำวิถีชาวบ้านมาเป็นหนึ่งในโครงการนี้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรองประธานบริษัทอย่างปัณกรณ์ในการเจรจากับเจ้าของตลาดน้ำซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายสักนิด แต่เขามั่นใจในศักยภาพของตนเองว่าจะต้องได้ครอบครองตลาดน้ำคลองพนาลี
ปัณกรณ์ ฉัตรสิงห์คณารักษ์ หรือ ปัณ รองประธานบริษัท ฉัตรคณา คอร์ปอเรชัน ในวัย 26 ปี เป็นหนึ่งในผู้บริหารคนสำคัญที่กำลังดูแลโพรเจกต์นี้
เขาเป็นคนไม่ค่อยออกสื่อจึงไม่เห็นตามหน้าโซเชียลมีเดีย โดยส่วนใหญ่หญิงสาวในแวดวงไฮโซชั้นสูงมีโอกาสได้เจอเขาตามงานสังคมเท่านั้น
ทุกคนจึงพยายามแข่งขันเข้าหารองประธานหนุ่มเนื้อหอมตลอดเวลา แต่เขาก็ปฏิเสธทั้งหมดเพราะอยากใช้ชีวิตกับการทำงานเป็นหลักมากกว่า วันไหนอยากผ่อนคลายก็ไปเที่ยวคลับบาร์กับเพื่อน ๆ เรียกสาวสวยในสถานบันเทิงมาเอนเทอร์เทนก็เพียงพอแล้ว
การพูดคุยเรื่องแผนการเจรจาซื้อที่ดินตลาดน้ำคลองพนาลีผ่านไปด้วยความอึดอัดซึ่งได้ข้อสรุปว่าสรันศักดิ์มอบหมายงานนี้ให้ปัณกรณ์เพียงคนเดียว ส่วนปราวินชวดไปอีกตามเคย ผู้บริหารหนุ่มทั้งสองเดินออกจากห้องท่านประธานพร้อมกัน
“ไอ้ปัณ! มึงคิดจะกินรวบคนเดียวเลยหรือไงวะ?”
ใช้คำว่า ‘กินรวบ’ ทำเหมือนกูเป็นนายทุนผูกขาดไปได้
ปัณกรณ์หันกลับมามองพี่ชายตัวเองที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขา บรรยากาศรอบตัวของสองพี่น้องไม่ต่างจากสงครามอารมณ์ขนาดย่อม
“ที่ผ่านมาพ่อให้มึงทำกี่โพรเจกต์แล้วล่ะ เคยทำสำเร็จไหม?” สายตาดูแคลนพี่ชายและไร้ซึ่งความเคารพทำให้ปราวินเกือบง้างหมัดใส่ปัณกรณ์
“กูก็พยายามอยู่นี่ไง มึงก็รู้ว่ากูไม่ได้จบบริหารธุรกิจ ประสบการณ์สายนี้กูก็มีไม่มากพอ”
“กูว่ามึงกลับไปทำงานเป็นนักวิจัยสายวิทยาศาสตร์ตามเดิมเถอะ ทุกวันนี้ต้องทำงานที่ตัวเองไม่ถนัดแถมความรู้ไม่ถึง โคตรเป็นภาระคนอื่นเลย” ปัณกรณ์ส่ายหน้าด้วยความระอาเมื่อรู้ว่าพี่ชายของเขาดื้อรั้นไม่จบไม่สิ้น
“ไอ้ปัณ มึงก็รู้ว่ากูทำเพื่ออะไร”
“ดรัลพร? ถ้ามึงคิดว่าการเอาชนะใจผู้หญิงคนเดียวด้วยการขึ้นเป็นประธานบริษัทพร้อมกับผลงานห่วยแตกก็เชิญตามสบาย แต่ก่อนอื่นช่วยบริหารงานให้ดีเท่าเศษเสี้ยวของผลงานกูบ้าง” ปัณกรณ์ยิ้มยกมุมปากสูงหนึ่งข้าง ก่อนจะหันหลังเดินไปพร้อมกับนายเอกเลขาคนสนิท
“ไอ้น้องชั่ว มึงมันคนไม่มีหัวใจ!” เสียงตะโกนด่าไล่หลังไม่ได้ทำให้คนที่ทะเยอทะยานสะเทือนใจสักนิด เพียงแต่แลด้วยหางตาก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเช็กหุ้น
ไม่มีหัวใจก็ถูกต้องแล้วเพราะธุรกิจคือการแข่งขันไม่มีคำว่าครอบครัว!
พนักงานสาว ๆ ที่นั่งทำงานเห็นว่าเจ้านายทั้งสองมีปากเสียงกันอีกแล้วก็รีบลุกขึ้นมาสุมหัวนินทากันยกใหญ่
“พวกเธอ ท่านรองประธานปัณกรณ์ทำตัวร้ายกาจใส่พี่ชายเขาอีกแล้ว แต่ทำไมฉันช๊อบชอบ เพี้ยง! ถ้าชาตินี้ไม่ถูกหวยก็ขอได้ถวายตัวเป็นเมียคุณปัณเถอะ”
“ฉันชอบด้วยคน ไม่ใช่คุณปราวินไม่ดีนะ แต่คุณปัณกรณ์หล่อ ฉลาด กร้าวใจแถมยังดุเหมือนพระเอกมาดแบดบอยในละคร แบบนี้สเป็กเลย”
“โอ๊ย! ตื่นจ้าสาว วาสนาพนักงานตัวเล็กตัวน้อยอย่างเราทำได้แค่แหงนหน้ามองเท่านั้น นู่น พวกดาราไฮโซสวย ๆ ต่อคิวยาวเป็นหางว่าว”
“อย่ามาดับฝันกันได้ป่ะ ขอให้ฉันได้มีความหวังสัก 1 เปอร์เซ็นต์ก็ยังดี”
ในขณะที่บรรดาพนักงานกำลังซุบซิบนินทาเรื่องความหล่อของเจ้านายตัวเอง ผู้จัดการวัยสี่สิบเดินเข้ามาขัดจังหวะพอดี
“เลิกเม้าท์กันได้แล้วย่ะ ทำงานเดี๋ยวนี้ มัวแต่เปรียบเทียบความหล่อกันอยู่ได้ ไร้สาระ” น้ำเสียงแข็งกร้าวทำให้สาว ๆ รีบเดินไปนั่งโต๊ะประจำของตนเอง แต่ดูเหมือนคำพูดจะขัดกับการกระทำ เพราะมือถือของผู้จัดการแผนกตั้งรูปคุณปัณกรณ์เป็น wallpaper
รองประธานหนุ่มเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว ร่างสูงทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หนังสีดำ เขาหลับตาเอนกายกระดิกนิ้วมืออยู่พักใหญ่ พยายามขบคิดว่าจะทำอย่างไรให้ให้เจ้าของตลาดน้ำคลองพนาลีขายที่ดินให้เขา
ชาวบ้านที่มีอุดมการณ์มาก่อนเงินทอง เป็นโจทย์ยากที่ทำให้หนักใจไม่ใช่น้อยจะว่าไปมีแต่ลูกน้องของคุณพ่อติดต่อไปซื้อที่ดิน แต่ครั้งนี้เขาขอลองหยั่งเชิงดูเองบ้าง
ปัณกรณ์ : สวัสดีครับ ใช่เบอร์โทรคุณมาลีเจ้าของตลาดน้ำไหมครับ
เจ้าของตลาด : [ใช่ค่ะ แต่คุณมาลีไม่อยู่ ถ้ามีธุระอะไรฝากฉันไว้ได้ค่ะ ฉันเป็นลูกสาว]
ลูกสาวเจ้าของตลาดน้ำงั้นหรอ?
ปัณกรณ์ : ลูกน้องที่บริษัทผมเคยติดต่อซื้อตลาดน้ำคลองพนาลีกับที่ดินไปหลายเดือนก่อน ไม่ทราบว่าถ้าผมเสนอราคาเพิ่มเป็นสามเท่าพอจะคุยกันได้ไหมครับ?
เจ้าของตลาด : [จะสามเท่า ห้าเท่าหรือร้อยเท่าก็ไม่ขายค่ะ ว่าแต่สนใจซื้อขนมร้านฉันไหมคะ มีอินทนิล ลูกชุบ บุหลันดั้นเมฆ อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ ซื้อสามเท่าไม่ขายนะคะ ขายแต่สามกล่องร้อยค่ะ รับไหมคะ?]
ปัณกรณ์ : ….
ยัยลูกสาวเจ้าของตลาดน้ำ จงใจกวนประสาทกันนี่หว่า
หากฝืนคุยต่อไปอาจจะเผลอหลุดปากด่าออกไปได้ เขาต้องใช้วิธีที่แยบยลมากกว่านี้
คุณอาจจะชอบ





