หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักปัณกรณ์

พ่ายรักปัณกรณ์

9.5 / 10.0
ปัณกรณ์ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงที่ดินของณิชามาครอบครอง ทว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์กลับพังทลายลง เมื่อเธอค้นพบความจริงในวันที่กำลังตั้งครรภ์และตัดสินใจหนีไปพร้อมความเจ็บปวด หลายปีผ่านไปทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งโดยบังเอิญ ปัณกรณ์เริ่มสงสัยในตัวเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาในวัยเยาว์อย่างน่าเหลือเชื่อ ความลับเรื่องลูกที่เธอพยายามปกปิดกำลังจะสั่นคลอนชีวิตของเขาอีกครั้งในฐานะพ่อที่เธอไม่เคยต้องการให้ลูกรับรู้

พ่ายรักปัณกรณ์ ตอนที่ 1

ตลาดน้ำคลองพนาลี 

ยามเช้าแสงแรกของวันเริ่มส่องผ่านต้นไม้ใหญ่ เสียงน้ำไหลอย่างแผ่วเบาสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและมีชีวิตชีวา

มีเรือไม้ลอยอยู่บนผิวน้ำ บางลำมีพ่อค้าแม่ค้ากำลังจัดเตรียมสินค้า ตั้งแต่ผลไม้สด พืชผัก จนถึงอาหารพื้นเมืองอันหอมกรุ่น กลิ่นหอมของกาแฟและขนมอบลอยมาตามเส้นทางน้ำ

บางครั้งยังมีเสียงนกหวีดจากเรือที่แล่นผ่าน หรือเสียงพูดคุยเบาๆ ของผู้คนที่มาเดินทางมาในเช้านี้ สองข้างทางโดยรอบเต็มไปด้วยชีวิตชีวาแต่ก็ยังคงความสงบเหมาะแก่การพักผ่อน ต้นไม้รอบข้างให้ร่มเงา มีสายลมเย็นพัดผ่านทำให้บรรยากาศรู้สึกสดชื่น ราวกับว่าเวลาผ่านไปช้าๆ 

ผู้คนหยุดพักนั่งลงบนม้านั่งใต้ร่มไม้ พูดคุยหรือเพียงแค่จิบกาแฟกันอย่าง Slow life ตลาดน้ำแห่งนี้จึงเป็นสถานที่ที่ทำให้ใจสงบและได้รับพลังบวกในการเริ่มวันใหม่

“ณิลูก มาช่วยแม่ยกสังขยาหน้ากุ้งไปหน้าร้านหน่อย”

เสียงเจ้าของตลาดน้ำตะโกนเรียกลูกสาวให้มาช่วยยกถาดขนมดังกล่าวมาจากด้านหลังครัวทำให้ ‘ณิชา’ หญิงสาววัย 20 ปีหันไปตามเสียงนั้นพร้อมรอยยิ้มสดใสที่ใครเห็นก็ต้องละลายกันเป็นแถบ

เธอกำลังเพลิดเพลินใจกับการจัดวางบุหลันดั้นเมฆ ลูกชุบ ขนมไข่ อินทนิล ให้ลูกค้าได้เลือกชมเลือกชิมได้อย่างหลากหลาย

“จ้ะแม่!” ลูกสาวคนสวยป้องปากตอบรับมาลีผู้เป็นแม่หรือที่ชาวบ้านในตลาดน้ำแห่งนี้เรียกว่า ‘เจ๊มาลี’

“ถาดขวามือนี้ใช่ไหมจ๊ะแม่?” 

เจ๊มาลีพยักหน้าก่อนจะชวนลูกสาวพูดคุยเรื่องคนที่ตามตื๊อขอซื้อที่ดิน

“ช่วงนี้มีพวกนักธุรกิจติดต่อมาขอซื้อที่ดินกับตลาดน้ำของพวกเราถี่ขึ้น แม่ด่าไล่มันเปิงทุกวัน” 

ในสายตาเจ๊มาลีหากมีเบอร์แปลกโทรเข้ามาส่วนใหญ่คือคนติดต่อขอซื้อที่ดิน รองลงมาจะเป็นมิจฉาชีพล้วน ๆ 

“แล้ววันนี้มีโทรมาอีกไหมจ๊ะ ณิจะได้ช่วยพูดอีกแรงว่าอย่าติดต่อให้เสียเวลามันไม่ได้ผลหรอก” ณิพูดไปยิ้มไป เห็นแม่หงุดหงิดเพราะพวกนักธุรกิจจอมตื๊อบ่อย ๆ ก็อยากลองปฏิเสธแทนแม่บ้าง

“ตอนนี้ยังเช้าตรู่อยู่น่ะสิ สงสัยไอ้พวกนักธุรกิจมันยังไม่ตื่น ณิจำไว้นะลูกให้ตายยังไงก็ห้ามใจอ่อนขายที่ดินกับตลาดน้ำให้พวกมันเด็ดขาด” เจ๊มาลีพูดดักทางไว้ทุกครั้ง หล่อนรู้ว่าลูกสาวเป็นคนหัวอ่อน ไม่ค่อยทันเล่ห์เหลี่ยมคนจึงต้องคอยย้ำเสมอว่าห้ามขายเด็ดขาด!

“หัวเด็ดตีนขาดยังไง ณิไม่ยอมขายให้ใครทั้งนั้นจ้ะแม่ ครอบครัวพวกเรารวมถึงชาวบ้านที่นี่พึ่งพาอาศัยอยู่ด้วยกันมานาน ถ้าเราขายไปทุกคนจะไปอยู่ที่ไหนล่ะจ๊ะ” 

“ดีมากลูก ถ้างั้นยกถาดไปวางหน้าร้านได้เลย” ณิชาส่งยิ้มหวานให้แม่ชื่นใจ ก่อนจะยกถาดขนมไปจัดเรียงต่อ

น้ำใบเตย! วันนี้ณิชาโชคดีเป็นพิเศษ ลุงสมหมายแจวเรือผ่านมาพอดี เขาได้รับการขนานนามว่าเป็นสุดยอดนักชงน้ำโบราณในย่านนี้

ณิชาจึงโบกมือเรียก และสั่งกาแฟโบราณสองขวดซึ่งเป็นของพ่อกับแม่ ส่วนน้ำใบเตยสั่งให้ตัวเองดื่มเพื่อความชื่นใจ

 บริเวณหลังตลาดจะเป็นเขตที่ดินของเจ๊มาลีซึ่งบุญชัยผู้เป็นสามีจะรับหน้าที่ปลูกผักสวนครัว ผลไม้พื้นถิ่น ที่สำคัญมีผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกเป็นสูตรเฉพาะของชาวบ้านที่ตลาดแห่งนี้จัดจำหน่ายอีกด้วย 

บริษัท ฉัตรคณา คอร์ปอเรชัน

‘ปราวิน’  ลูกชายคนโตเดินตรงเข้ามาในห้องของท่านประธานบริษัท เขามีเรื่องสอบถามเกี่ยวกับเมกะโพรเจกต์ที่วางแผนไว้นานแล้ว แต่มีความคืบหน้าน้อยมาก

“พ่อครับ เรื่องเจรจาขอซื้อที่ดินกับตลาดน้ำคลองพนาลีจากเจ้าของตลาดน้ำไปถึงไหนแล้วครับ ?” 

“ได้เรื่องซะที่ไหนล่ะ ให้คนติดต่อไปก็แล้ว เสนอราคาไปก็แล้ว ฝั่งนั้นไม่รับข้อเสนอใด ๆ แถมปัดตกหมด”

 ‘สรันศักดิ์’ ผู้เป็นพ่อในวัย 50 กว่าใบหน้าดุดันรูปร่างสูงใหญ่ในสูทสีดำดูน่าเกรงขามตอบด้วยความหงุดหงิดใจ

ที่ผ่านมาเขาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการเจรจาทุกโครงการยกเว้นครั้งนี้ที่พยายามเท่าไรก็ไม่เป็นผล

“ถ้างั้นพ่อให้ผมเป็นคนไปเจรจาดูไหมครับ...” ปราวินต้องการสร้างผลงานเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ทัดเทียมกับก็ผู้หญิงที่เขาหมายตา เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันสักครั้ง และมักถูกเปรียบเทียบกับน้องชายที่คิดว่าตัวเองสูงส่งอยู่เสมอ

“ฉันให้ลูกน้องมือดีไปเจรจายังไม่สำเร็จ แล้วน้ำหน้าอย่างแกจะไปคุยได้ยังไง”

ยังไม่ทันที่ปราวินจะอ้าปากของานนี้จากสรันศักดิ์เป็นครั้งที่สอง ก็ถูกปรามาสเสียก่อน 

ในขณะนั้นเองชายหนุ่มร่างสูงผิวขาวใบหน้าหล่อคมในสูทสีดำราคาแพงเดินยิ้มยกมุมปากสูงเข้ามาภายในห้องพร้อมกับพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม

“ไม่ต้องถึงมือใครหรอก ผมขอเวลาสักสองเดือนพอ…” เสียงของปัณกรณ์ลูกชายคนเล็กแทรกขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนจะอึดอัด

  สรันศักดิ์ผู้เป็นพ่อเห็นท่าทางเย่อหยิ่งของลูกชายคนเล็กก็อยากจะรู้ว่าเขาเก่งเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะงานนี้หินจริง ๆ

“แกอยากลองก็ได้ ถ้าแกทำงานนี้สำเร็จ ฉันจะพิจารณาตำแหน่งประธานบริษัทให้ ถ้าแกทำไม่สำเร็จฉันจะปลดแกออกจากทุกตำแหน่ง!” 

คำสั่งของท่านประธานค่อนข้างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเท่ากับว่าปัณกรณ์เดิมพันด้วยตำแหน่งรองประธาน ถ้าทำไม่สำเร็จก็เท่ากับว่าล้มเหลว นอกจากไม่มีตำแหน่งแล้วยังกลายเป็นคนตกงานอีก

อ่านต่อ

สารบัญ พ่ายรักปัณกรณ์

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย หวามรักเจ้าพ่อคาสิโน
8.5
ชีวิตของนิลยาพังทลายเพราะหนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อพี่ชายต่างบิดามอมยาแล้วนำเธอมาขายประมูลให้ราเชน เจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะช่วยเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว แต่ราเชนกลับเลือกบททดสอบที่โหดร้ายเพื่อสอนให้เธอรู้จักโลกความเป็นจริง เขาเสนอเงินแลกกับการให้เธอเปลื้องผ้าทีละชิ้น นิลยาจำใจทำตามด้วยความขมขื่นและผิดหวัง ท่ามกลางความกดดันและความกลัวที่สั่นสะท้านไปทั้งตัว ท้ายที่สุดราเชนกลับทนดูไม่ได้และตัดสินใจยุติเกมนี้ด้วยการบดจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
หน้าปกนวนิยาย จอมใจอสูร
8.5
อัคราแสดงความโหดร้ายด้วยถ้อยคำดูแคลนเมื่อเขามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า รวิษาพยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดด้วยความเงียบ แต่กลับถูกเขาใช้กำลังรั้งตัวไว้พร้อมเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ในอดีต แม้เธอจะอ้างถึงคนรักใหม่ของเขาเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่อัครากลับไม่สนและอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่อยู่ฉุดกระชากเธอไปที่เตียงเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน เขาบังคับจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่พยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดที่รัดแน่นดุจงูร้ายในห้องที่ไร้ทางออก
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักสีกุหลาบ
8.4
กุมาริกาสาวน้อยในชุดพรางตัวตนต้องมาอยู่ใต้การดูแลของสเตฟาน มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยชายตาแลเธอ เพราะเขามีเหล่านางแบบล้อมรอบกายเสมอ ทว่าอุบัติเหตุคืนหนึ่งกลับเปลี่ยนทุกอย่างไป เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนทำให้เธอตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจ กุมาริกาตัดสินใจหนีไปพร้อมความลับเพื่อเริ่มต้นใหม่โดยไม่เรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ทิ้งให้สเตฟานต้องพลิกแผ่นดินตามหาสาวปริศนาผู้นั้นอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งโชคชะตาขีดเขียนให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้งในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”
ตอน
อ่านเลย
แชร์