ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักนายบอดี้การ์ดจอมโหด

ยั่วรักนายบอดี้การ์ดจอมโหด

เซียวเฟิง บอดี้การ์ดหนุ่มมาดขรึมต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ เมื่อเขาได้รับมอบหมายให้คุ้มครองทั้งชีวิตและความบริสุทธิ์ของเมริสา ลูกสาวมาเฟียสาวสวยผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน แม้เขาจะพยายามรักษาความเย็นชาเพื่อทำตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพียงใด แต่ความใกล้ชิดจากการต้องอยู่ร่วมกันตามลำพังกลับทำให้กำแพงในใจเริ่มสั่นคลอน เมื่อหญิงสาวเลือกที่จะรุกเข้าหาอย่างเร่าร้อนเพื่อทลายหน้ากากอันเฉยเมย เขาจะทนฝืนความต้องการที่พลุ่งพล่านเพื่อรักษาจรรยาบรรณได้นานแค่ไหน
ตอน
แชร์

ตอน 1

หลังงานเลี้ยงจบลง เมริสาเดินเล่นอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ของผู้เป็นบิดา เธอเริ่มจะคุ้นชินกับความใหญ่โตของที่แห่งนี้และความเงียบที่เข้ามาปกคลุมในยามค่ำคืน การได้อยู่คนเดียวเพียงลำพังเป็นสิ่งที่เธอโหยหา เพราะรอบตัวเธอไม่ว่าจะทำอะไรที่ไหนจะต้องมีผู้ติดตามและคอยคุ้มกันเสมอ เวลาเดียวที่เธอได้รับอนุญาตให้อยู่เพียงลำพังได้คือตอนเข้าห้องน้ำและตอนนอนเท่านั้น แม้กระนั้นเธอกลับรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างที่จะต้องอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อน ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ กล้าคุยด้วย ช่างเป็นชีวิตที่น่าเย้ยหยันนัก

งานเลี้ยงคืนนี้ ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเธอ มันเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของพ่อ เธอผู้เป็นลูกสาวมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือแต่งตัวสวย ๆ ฉีกยิ้มหวาน ๆ วางตัวให้สมฐานะลูกสาวคนเดียวของหลิวเจี้ยน ผู้นำสูงสุดของหลงเว่ยกรุ๊ป ชายผู้มีอิทธิพลที่สุดในเซี่ยงไฮ้

หากเอ่ยถึงหลงเว่ยกรุ๊ป ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะกิจการครอบคลุมตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ การเงิน การขนส่ง ธุรกิจบันเทิง และอื่น ๆ อีกเกินกว่าจะนับไหว การมาอยู่จุดนี้ได้ แน่นอนว่าเหรียญมักมีสองด้าน ธุรกิจบนดินแม้จะทำกำไรมหาศาลแต่ก็ยังไม่สู้ธุรกิจดำมืดที่อยู่ใต้ดิน เพียงแต่เรื่องนี้ เมริสายังไม่รู้เท่านั้นเอง

คืนนี้เมริสาแอบดื่มในงานเลี้ยงไปสองสามแก้ว การแอบกระทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ขัดคำสั่งผู้เป็นพ่อเป็นความบันเทิงเล็ก ๆ ที่ช่วยผ่อนคลายความกดดันและความตึงเครียดลงได้บ้าง เพราะก่อนหน้านี้พ่อของเธอไม่อนุญาตให้เธอดื่มเด็ดขาด เขาเข้มงวดและบังคับให้เธอเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมในทุกด้าน เวลานี้เธอเรียนจบมัธยมฯ แล้ว ถึงเวลาที่จะได้ใช้ชีวิตเป็นของตัวเองสักที เธอหวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้นนะ

ใคร ๆ ต่างคิดว่าเธอโชคดี จากเด็กผู้หญิงธรรมดาที่ถูกเลี้ยงดูมาเพียงแม่เพียงคนเดียว ฐานะทางการเงินก็ไม่ค่อยจะดี เพราะเธอกับแม่อาศัยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ห้องเล็ก ๆ ที่เพียงพออยู่สำหรับสองคนแม่ลูก แต่แม่ของเธอก็มาด่วนจากไปเสียก่อนด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทว่าเธอกลับได้สิ่งใหม่มาทดแทน นั่นก็คือพ่อ ผู้ซึ่งเป็นมหาเศรษฐี

เมริสาจำได้ดีถึงครั้งแรกที่ได้พบหน้าผู้เป็นพ่อ จู่ ๆ ชายคนหนึ่งก็มาปรากฏกายและแนะนำตัวว่าเป็นพ่อของเธอ เขาเป็นคนจีนแท้ อายุประมาณห้าสิบกว่า แต่ดูอ่อนกว่าวัยและกระฉับกระเฉง แต่งตัวด้วยชุดจีนประยุกต์สั่งตัดด้วยผ้าไหมราคาแพง ข้างกายมีผู้ติดตามใส่สูทสีดำเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้าสองคน ทำให้ดูเหมือนผู้มีอำนาจและทรงอิทธิพล ซึ่งเมริสามารู้ภายหลังว่าเขาเป็นเช่นนั้นจริง และดูเหมือนจะเกินกว่าที่เธอจินตนาการไปมาก

ณ ช่วงเวลาที่เธอกำลังลำบากที่สุด พ่อได้เป็นคนมารับเธอไปเลี้ยงดู เพราะไม่อย่างนั้นเธอจะมีชีวิตรอดมาได้อย่างไร

เด็กที่ไม่เคยเจอพ่อของตัวเองมักจะสงสัยเสมอว่าเขาอยู่ที่ไหน เป็นใคร และทำอาชีพอะไร และแน่นอนว่า ตอนที่เมริสายังเด็ก ก็เคยฝันว่าพ่อเป็นคนสำคัญมาก เป็นคนที่ไม่สามารถอยู่กับพวกเธอแม่ลูกได้เพราะงานที่พาเขาไปทั่วโลก และวันหนึ่งเขาจะกลับมา

ใช่เลย! มันเกิดขึ้นจริง ๆ และตั้งแต่นั้นมา ชีวิตของเมริสาก็เป็นอย่างที่เคยวาดฝันไว้ เธอได้ใช้ชีวิตราวกับเป็นเจ้าหญิง

แต่การได้ใช้ชีวิตแบบเจ้าหญิงกลับกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญเกินกว่าจะคาดคิด เจ้าหญิงต้องถูกจับตามอง ต้องมีคนคอยคุ้มกัน เจ้าหญิงไม่สามารถไปไหนมาไหนคนเดียวได้เพราะทุกคนกลัวว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เจ้าหญิงไม่สามารถกระทำตามใจตัวเองได้ และจะต้องวางตัวดีมิให้เสื่อมเสียชื่อเสียงอยู่ตลอดเวลา คฤหาสน์ใหญ่โตอันแสนสะดวกสบายนี้จึงเปรียบเสมือนกรงขังดี ๆ นี่เอง

ความเหงากำลังกัดกินใจของเธอ...

นั่นคือเหตุผลที่เธอมานั่งเล่นอยู่ริมสระน้ำที่เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า แม้ว่างานเลี้ยงจบลงและแขกทุกคนกลับบ้านไปหมดแล้ว แต่เมริสายังคงอยู่ที่นี่ ปล่อยใจให้ล่องลอย รับอากาศบริสุทธิ์ยามค่ำคืน จ้องมองน้ำในสระที่กระเพื่อมไหวตามสายลมที่พัดผ่าน แม้กระนั้นเธอก็ยังไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริงเพราะรับรู้ถึงสายตาหนึ่งที่กำลังจับจ้องอยู่ตลอดเวลา

เซียวเฟิง...บอดี้การ์ดส่วนตัวของเธอเอง

ไม่เข้าใจว่าเขามีปัญหาอะไรกับเธอนักหนา มันน่ารำคาญที่ต้องมีคนคอยตามติดเป็นเงาตามตัว แต่คิดไปคิดมามันเป็นงานของเขา และเขาคงจะไม่ค่อยชอบงานนี้สักเท่าไหร่นักหรอก

ที่ริมสระตอนนี้มีเพียงคุณหนูของบ้านกับบอดี้การ์ดหนุ่มอยู่กันแค่สองคน เซียวเฟิงอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนสีเข้ม เสื้อยืดนั้นรัดแน่นพอที่จะเห็นกล้ามเนื้อทุกมัดของเขาได้ชัดเจน แค่เห็นก็ทำให้เมริสาน้ำลายไหลแล้ว สงสัยว่าเขาจะคิดอย่างไรถ้ารู้ว่าเธอเก็บเอาเขาไปฝันทุกค่ำคืนว่าอยากกระชากเสื้อตัวนั้นออกมา ใช้มือลูบไล้บนมัดกล้ามอันทรงพลังบนตัวเขา

“วันนี้นายไม่ว่ายน้ำเหรอ” เมริสาเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่มักจะใช้เวลายามค่ำคืนฝึกฝนร่างกายเป็นประจำ ซึ่งเธอมักจะแอบมองเป็นประจำเช่นกัน

“วันนี้ผมไม่มีอารมณ์” เซียวเฟิงตอบเสียงเรียบ

เมริสามองไปรอบ “งานเลี้ยงเลิกแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีคนคอยคุ้มกันฉันแล้ว นายไปเถอะ ฉันไม่บอกใครหรอก”

“คุณหนูจะมาสนใจเรื่องนี้ทำไม”

ดวงตาสีดำสนิทสบตากับดวงตาสีน้ำตาลเข้ม การถูกเขาจ้องแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบวาบและเสียวซ่านไปทั้งตัว จนนึกตำหนิตัวเองที่อ่อนไหวไปกับพลังแห่งบุรุษเพศของชายหนุ่ม ปล่อยให้เขามีอิทธิพลต่อเธอขนาดนี้ เธอเปลี่ยนจากความรู้สึกเกลียดชังเขามาเป็นโหยหา อยากอยู่ใกล้ อยากรู้ว่าหากได้เปลือยกายอยู่ภายใต้ร่างแข็งแกร่งนี้จะรู้สึกเป็นอย่างไร

“ฉันก็แค่คิดว่านายควรจะผ่อนคลายบ้าง นายคงไม่สนุกนักหรอกที่ต้องตามฉันไปทุกที่...ใช่ไหม”

เมริสาก้มลงถอดรองเท้าส้นสูงที่สวมอยู่ออก แล้วเดินเท้าเปล่าอ้อมสระว่ายน้ำเข้าหาบอดี้การ์ดหนุ่ม

“นี่เป็นงานของผมครับ” เซียวเฟิงตอบ สายตาเบี่ยงไปทางเสียงกรอบแกรบจากต้นไม้รอบ ๆ บริเวณซึ่งถูกลมพัด แต่เขายังคงระแวดระวังตลอดเวลา

“นายไม่มีเวลาพักบ้างเลยหรือ”

“คุณหนูน่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว” น้ำเสียงทุ้มลึกของชายหนุ่มเจือแววขบขันอยู่เล็กน้อย

“เอาน่า วันนี้ฉันอยากว่ายน้ำ นายว่ายน้ำเป็นเพื่อนฉันหน่อยละกัน รับรองว่าฉันไม่บอกใครหรอก”

เมริสากัดริมฝีปากเบา ๆ จ้องตาชายหนุ่มด้วยสายตาท้าทายยั่วเย้า

เธอไม่ได้ตาบอด เธอเห็น สายตาที่เขาใช้มองเธอตอนที่คิดว่าเธอไม่ทันสังเกต เธอไม่ใช่เด็กแล้ว รู้ว่าสายตาแบบนั้นหมายถึงอะไร คนตรงหน้าแม้จะแสดงท่าทีเย็นชาต่อเธอแค่ไหน แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชาย

“...”

บอดี้การ์ดหนุ่มเพียงมองอย่างเย็นชา เมริสายิ้ม จ้องชายหนุ่มด้วยนัยน์ตาพราวระยับ จนเซียวเฟิงสังหรณ์ใจบางอย่าง

“ถ้านายกลัวนัก ฉันจะลงไปก่อนเอง” ว่าจบก็เอื้อมมือไปรูดซิปชุดกระโปรงจากด้านหลัง สะกิดเบา ๆ เนื้อผ้าไหมลื่นก็ร่วงลงสู่เท้า เผยให้เห็นเครื่องปกปิดตัวจิ๋วที่ปกปิดเพียงจุดสำคัญบนเรือนร่างอรชรอันงดงาม

“คุณหนูเสียสติไปแล้วหรือไง!” ดวงตาชายหนุ่มลุกวาว ดูเหมือนว่าเธอได้ก่อกวนความสุขุมเยือกเย็นของเขาเข้าให้แล้ว เขาหันหน้าหนีก่อนที่จะปรับสีหน้าให้เรียบเฉยแต่มิวายปิดบังความกรุ่นโกรธในดวงตา “นายท่านเอาคุณตายแน่ถ้าเห็นแบบนี้!”

แต่เซียวเฟิงคิดว่าคนที่จะตายคามือของประมุขสูงสุดก่อนไม่พ้นจะเป็นเขา

“งั้นเหรอ?” เมริสาสบตาชายหนุ่มอย่างยั่วเย้า เดินเข้าใกล้เขาทีละก้าว คิดว่าคงได้ความกล้ามาจากแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป “อืม...ถ้างั้น...ฉันควรทำยังไงดี?”

“คุณหนู...” เสียงทุ้มคราง

“ถ้าฉันถอดชุดนี้ออก...แบบนั้นน่าจะดีขึ้นไหม?”

เซียวเฟิงเลียริมฝีปากเพราะรู้สึกปากคอแห้งขึ้นมา เห็นดังนั้นทำให้เมริสารู้สึกกล้าขึ้นกว่าเดิม เธออ้อมมือไปข้างหลังอีกครั้ง คราวนี้ดึงสายชุดท่อนบนออก

“อย่าทำแบบนี้ครับคุณหนู”

“ทำไม นายกลัวอะไร”

เมริสาจงใจปล่อยให้ท่อนบนหลุดลง เมื่ออากาศยามค่ำปะทะผิวกาย ก็ทำจุกปลายยอดอันอ่อนไหวหดเกร็งเป็นตุ่มไต เธอรีบปลดผ้าชิ้นล่างออกก่อนที่จะสูญเสียความกล้าไป

เมริสายิ้มกริ่ม เมื่อเห็นสายตาเข้มจับจ้องอยู่ที่หน้าอกเปลือยเปล่า เขาไม่สามารถทำเป็นไม่สนใจได้หรอก เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็ยังเป็นผู้ชาย แม้ว่าเธอจะไม่เคยมีประสบการณ์ แต่รู้ดีว่าตัวเองก็มีของดีอยู่ไม่น้อย

“ว่าไง นายพร้อมจะลงน้ำหรือยัง” เธอท้า

เซียวเฟิงตาลุกวาว เขาหมดความอดทนแล้วจริง ๆ ระหว่างนั้นเมริสาอดตื่นเต้นไม่ได้ เธอเฝ้ารอสัมผัสจากเขามานานแล้ว

“ใส่เสื้อผ้าซะ!” เซียวเฟิงหันหน้าหนี มือกำแน่นอย่างอดกลั้น “คุณหนูเคารพตัวเองด้วย”

คำพูดนั้นตีแสกหน้าเมริสาเข้าอย่างจัง เพิ่งรู้ตัวว่าได้ทำอะไรลงไป ร่างกายเย็นเฉียบไปหมด และรู้สึกขยะแขยงตัวเอง แต่กระนั้นก็ยังมิยอมเสียหน้า

“นายพูดเรื่องอะไร” น้ำเสียงตอนนี้กลับแผ่วเบาขาดความมั่นใจผิดกับก่อนหน้าลิบลับ

“คุณหนูรู้ดีว่าผมพูดเรื่องอะไร คุณหนูอาจจะทำแบบนี้กับคนอื่นได้ แต่อย่ามาทำกับผม” เซียวเฟิงชี้มือไปที่เสื้อผ้าที่ตกอยู่บนพื้น “รีบใส่เสื้อผ้าซะก่อนที่ผมจะรายงานนายท่าน”

ความรังเกียจที่ฉายชัดในดวงตา ทำให้เมริสาหน้าชา รู้สึกขยะแขยงตัวเองเป็นอย่างมาก อยากจะกระโดดน้ำแล้วไม่โผล่ขึ้นมาอีกเลย เธอคิดอะไรอยู่ คิดว่าเขาต้องการเธองั้นหรือ เธอรีบหยิบเสื้อผ้ามาสวมก่อนที่น้ำตาจะรินไหลออกมา ก้อนสะอื้นจุกในลำคอ แล้วรีบวิ่งเข้าบ้าน

เธอเป็นบ้าอะไรขึ้นมา...

แล้วเธอจะเผชิญหน้ากับเขาอีกได้อย่างไร...

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รสรักเสน่หา
9.0
อักษราถูกเจ้าของเกาะใจร้ายโยนลงทะเลทั้งที่ยังถูกมัดมือมัดเท้าและปิดปาก แม้ลูกน้องจะสงสารแต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง เธอฟื้นคืนสติท่ามกลางความหนาวเหน็บและพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดในน้ำด้วยความลำบาก จนกระทั่งชายร่างสูงใหญ่เจ้าของแววตาดุดันเดินลุยน้ำเข้ามาประจันหน้าพร้อมคำพูดถากถาง อักษราทำได้เพียงจ้องมองเขาด้วยความหวาดกลัวและสับสน โดยไม่อาจเอ่ยปากถามถึงเหตุผลที่เขาทำรุนแรงกับเธอเช่นนี้ได้เลย
หน้าปกนวนิยาย เหยื่อในกับดักบงการใจ
9.7
เพื่อทลายแก๊งนรก ตำรวจสาวอย่างฉันยอมเป็นเหยื่อให้คนร้ายลวนลามบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐานสำคัญ แต่แผนการจับกุมกลับพลิกผัน เมื่อฉันถูกสวมถุงดำคลุมหัวและตื่นขึ้นในโกดังค้ามนุษย์ ความจริงสุดสยองปรากฏว่าอาชญากรที่ฉันจับเป็นเพียงตัวล่อ โดยมี ‘พชร’ บอสใหญ่ผู้อยู่หลังม่านคอยเฝ้าดูความทรมานของฉันด้วยความบันเทิง เขาจงใจปั่นหัวฉันทั้งที่รู้ตัวตนจริง แม้ถูกมีดจ่อคอเขากลับกระซิบอย่างบ้าคลั่งว่า การได้เห็นตำรวจหญิงเดินลงนรกที่เขาสร้างขึ้นนั้นเร้าใจกว่าสิ่งใด
หน้าปกนวนิยาย จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี
7.9
หวังฟางเซียนต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในอดีตที่เธอและจ้าวเทียนอี้คนรักถูกฝังทั้งเป็นพร้อมคัมภีร์อมตะเพราะความผิดพลาดของเธอเอง ทว่าอำนาจลี้ลับของคัมภีร์กลับนำพาดวงวิญญาณเธอย้อนสู่อดีตชาติในร่างพระสนมเอกจางลี่เซียนแห่งราชวงศ์ถัง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยเพลิงริษยาและการชิงดีชิงเด่น เธอต้องเผชิญหน้ากับความแค้นและสงครามอำนาจเพื่อแก้ไขโศกนาฏกรรมในครั้งก่อนและปกป้องชายคนรักไม่ให้ต้องพบจุดจบอันน่าเวทนาอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอครับให้ผมเป็นพ่อของลูกเถอะ
8.0
เมื่อหมอเกี่ยวก้อยต้องบุกไปจัดการน้องชายตัวแสบที่หลงผิดไปรับใช้นักเลงเจ้าเสน่ห์อย่างพุฒิธร เรื่องราวกลับตาลปัตรเมื่อความใกล้ชิดนำไปสู่การตั้งท้องโดยไม่คาดคิด หลายปีผ่านไปโชคชะตานำพาให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้งในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป พุฒิธรในคราบนักธุรกิจหนุ่มผู้ภูมิฐานเดินเข้ามาในชีวิตเธออีกรอบ ทิ้งภาพลักษณ์อันธพาลทวงหนี้ในอดีตไปจนหมดสิ้น ความลับเรื่องลูกที่เธอพยายามปกปิดไว้จะถูกเปิดเผยหรือไม่ เมื่อคุณพ่อตัวจริงมายืนอยู่ตรงหน้าเธอแบบนี้
หน้าปกนวนิยาย พิษรักร้าย Toxic Love
9.1
เมื่อริกบุกรุกเข้าห้องพักของนินิวในยามวิกาล ความขัดแย้งระหว่างอดีตคนรักจึงปะทุขึ้น นินิวพยายามไล่เขาให้ไปหาภรรยาคนปัจจุบันอย่างโมเน่ แต่ริกกลับอ้างสิทธิ์ในตัวเธอด้วยความหึงหวงหลังเห็นเธอใกล้ชิดกับไทม์ แม้นินิวจะยืนยันว่าความสัมพันธ์จบลงแล้วเพราะความเลวของเขา แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยอันตรายและอารมณ์รุนแรง นินิวต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายที่เธอแสนรังเกียจในฐานะหนึ่งในกลุ่มวิศวะที่มีความรักอันเป็นพิษและแสนดุดัน