หน้าปกนวนิยาย คุณหมอครับให้ผมเป็นพ่อของลูกเถอะ

คุณหมอครับให้ผมเป็นพ่อของลูกเถอะ

8.0 / 10.0
เมื่อหมอเกี่ยวก้อยต้องบุกไปจัดการน้องชายตัวแสบที่หลงผิดไปรับใช้นักเลงเจ้าเสน่ห์อย่างพุฒิธร เรื่องราวกลับตาลปัตรเมื่อความใกล้ชิดนำไปสู่การตั้งท้องโดยไม่คาดคิด หลายปีผ่านไปโชคชะตานำพาให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้งในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป พุฒิธรในคราบนักธุรกิจหนุ่มผู้ภูมิฐานเดินเข้ามาในชีวิตเธออีกรอบ ทิ้งภาพลักษณ์อันธพาลทวงหนี้ในอดีตไปจนหมดสิ้น ความลับเรื่องลูกที่เธอพยายามปกปิดไว้จะถูกเปิดเผยหรือไม่ เมื่อคุณพ่อตัวจริงมายืนอยู่ตรงหน้าเธอแบบนี้

คุณหมอครับให้ผมเป็นพ่อของลูกเถอะ ตอนที่ 1

ปัจจุบัน

@ร้านกาแฟ โรงพยาบาลเอกชน

เมื่อมาถึงที่หมาย หญิงสาวแวะร้านกาแฟเจ้าประจำ

cappucino ร้อนหนึ่งแก้วอยู่ในมือขวา ส่วนมือซ้ายเต็มไปด้วยเอกสารปึกหนา ขณะที่กำลังจะก้าวออกจากร้าน ประตูร้านถูกผลักออกไปอย่างแรงโดยไม่ทันระวัง

หมอเกี่ยวก้อยชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง

“ขอโทษค่ะ!” เธอรีบกล่าวคำขอโทษทันทีทำให้กาแฟเกือบจะหก ส่วนเอกสารที่อยู่ในมือปลิวกระจัดกระจายไปทั่วพื้น

“ไม่เป็นไรครับ ผมช่วยเก็บ” เสียงของชายคนนั้นฟังดูสุภาพและใจดีเกินกว่าที่เธอคาดไว้ เขาก้มลงช่วยเก็บเอกสาร เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากัน หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น

พุฒิธร!

เขาคือพ่อของลูก!

คนที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดหลายปี ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อนักเลงทวงหนี้นอกระบบที่เธอรู้จักเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตแบรนด์หรู กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าหนัง ดูภูมิฐานราวกับคนละคนกับในอดีต

“คุณ...มาที่นี่ได้ยังไง?” หมอเกี่ยวก้อยถามเสียงสั่น

พุฒิธรไม่ตอบคำถามคนตรงหน้า เพียงแต่จ้องเธออย่างไม่ละสายตา มือหนายื่นเอกสารที่ช่วยเก็บส่งคืนให้

ร่างสูงโปร่งก้าวเท้าเข้ามายืนขวางหน้าประตูร้านกาแฟทำให้เกี่ยวก้อยรู้ทันทีเลยว่าคงหนีหน้าเขาไม่ได้อีกต่อไป

“ผมไม่ให้คุณไปไหน เราสองคนมีเรื่องต้องคุยกัน….”

“รู้ไหมว่าผมตามหาคุณมาตลอดสี่ปี…” เขาเอ่ยเสียงเข้มและทุ้มต่ำ “ผมไม่ใช่ไอ้ผู้ชายหน้าตัวเมียที่ทำผู้หญิงท้องแล้วจะไร้ความรับผิดชอบ”

พุฒิธรเหลือบไปเห็นชื่อที่ปักอยู่บนเสื้อกาวน์ว่า ‘กานต์พิชชา’ หรือที่เขาเคยรู้จักในชื่อ 'เกี่ยวก้อย'

ก็ว่าล่ะ ตามหาเท่าไรก็ไม่เจอสักที!

4 ปีที่แล้ว….

ณ วัดดอนนาหอม

 12.30 น. 

ช่วงปลายสัปดาห์เวลาเที่ยงครึ่ง แสงแดดจ้าสาดส่องไปทั่ววัดดอนนาหอม สายลมพัดผ่านทุ่งนาอันกว้างไกล พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์รถกระบะคันเก่าที่ขับเข้ามาจอดหน้าศาลาลานวัด

 เสียงเบรกเอี๊ยดกับฝุ่นที่คลุ้งไปทั่วดึงสายตาของชาวบ้านที่กำลังซุบซิบกันอยู่ให้หันไปมอง

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา สันกรามคมชัด ผิวขาวเนียนละเอียดราวกับหลุดออกมาจากแมกาซีนอังกฤษกำลังก้าวเท้าลงจากรถ 

เขาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือพุฒิธร หรือ “พุฒิ” ลูกชายกำนันขจรที่เพิ่งกลับมาจากลอนดอน

เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนหลวม ๆ กับกางเกงสแล็กขายาวสีดำ และรองเท้าหนังราคาแพงของเขาดูไม่เข้ากับความเป็น ‘นักเลงบ้านนอก’ สักเท่าไร

แต่แววตาคมกริบและท่าทางการวางมาดของเขาทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาเอ่ยปากทักทาย ทุกสายตาจับจ้องเมื่อเขาโยนบุหรี่ในมือทิ้งลงพื้นแล้วเหยียบซ้ำ

“พ่อกูไปไหนวะ! อุตส่าห์ถ่อมาถึงนี่มีเรื่องจะคุยด้วยสักหน่อย” เสียงเข้มของเขาดังก้องไปทั่วลานศาลา

“เอ่อ... กำนันขจรไปช่วยชาวบ้านอยู่จ้ะ” ชายชราผมขาวสูงกำลังกวาดลานวัดอยู่ เดินมาบอกพุฒิธรที่ดูท่าทางไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไร

ในตอนนั้นเองสาวน้อยสาวใหญ่หลายคนที่นั่งมองอยู่ในศาลาวัดถึงกับหัวเราะคิกคัก บางคนก็แอบซุบซิบกัน

“พ่อกำนันขจรเคยเล่าว่ามีลูกชายหนึ่งคน ไม่คิดว่าจะหล่อขนาดนี้” 

“ป๊าด! แต่งตัวโก้ หน้าตาก็หล่อ ฉันได้ยินว่าพ่อพุฒิธรเนี่ยโสดสนิท”

บางคนก็กลั้นยิ้มเมื่อเพื่อนกระซิบข้างหู “ถ้าฉันเป็นติดหนี้เขา ฉันจะยอมเป็นเมียขัดดอกไปตลอดชาติเลย”

พุฒิธรไม่ได้สนใจสายตาของสาวน้อยสาวใหญ่ที่ชม้อยชม้ายชายตาเหล่านั้นเลย

 เขามีเป้าหมายเดียวในวันนี้คือคุยกับพ่อของเขาให้รู้เรื่องว่าจะไม่รับตำแหน่งผู้บริหารบริษัทส่งออกข้าวที่กรุงเทพซึ่งเป็นบริษัทของณัฐพรผู้เป็นแม่(เสียชีวิตไปนานแล้ว)

 ปัจจุบันบริหารโดยญาติของณัฐพรซึ่งเป็นญาติฝั่งแม่ ทุกคนรอพุฒิธรทายาทสายตรงมารับช่วงต่อ 

แต่ก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาไม่อยากทำงานในบริษัทของแม่ตัวเองที่สร้างมากับมือ

 เขาผัดผ่อนไปเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปเหยียบแม้แต่ก้าวเดียว ดันอยากกลับมาอยู่ในอำเภอเล็ก ๆ แห่งนี้ซะงั้น ที่สำคัญเขาจองตำแหน่งนักเลงขาใหญ่ปล่อยกู้นอกระบบเพียงคนเดียวเท่านั้น

ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะเจอหน้าพ่อเพื่อคุยเรื่องที่คิดไว้ เพื่อนของลูกน้องของพุฒิธรดันหลงผิดติดหนี้พนันที่บ่อนไก่ทำให้ถูกกระทืบจนสาหัส คนเป็นเพื่อนเห็นแล้วทนไม่ได้จึงแบกหน้ามาขอให้เจ้านายตัวเองช่วยแทน

“พี่พุฒิ ได้โปรดช่วยเพื่อนฉันด้วย ขืนปล่อยไว้ในบ่อนมันได้ถูกกระทืบตายแน่” ผดุงศักดิ์ชายหนุ่มวัยยี่สิบคุกเข่ากอดขาพุฒิธรหวังพึ่งบารมีของเขาในฐานะลูกชายกำนันขจร เจ้าตัวหันมามองลูกน้องที่ไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตาด้วยความแปลกใจ

“มึงอายุเท่าไรวะ ยังดูเด็กอยู่เลย”

“ฉันอายุ 20 จ้ะ ส่วนเพื่อนฉันที่กำลังถูกกระทืบก็อายุเท่าฉันนี่แหละจ้ะ”

“อายุยังน้อย แต่เสือกไปเล่นพนันไก่ชน เพื่อนมึงเงินเยอะขนาดนั้นเลยหรอวะ” เขาหันมามองด้วยสายตาดุดัน เจ้าตัวไม่เข้าใจความคิดของเด็กเกเรพวกนี้สักนิด พ่อแม่ไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ทำไมปล่อยปละละเลย ไม่อบรมสั่งสอนลูก

“มันหน้ามืดตามัวหลงผิดคิดว่าเล่นพนันแล้วจะรวยเร็ว พี่พุฒิช่วยเพื่อนฉันเถอะจ้ะถือว่าทำบุญทำทานให้ลูกนกตาดำๆ”

พุฒิธรพยายามเชื่อว่าเด็กมันหลงผิดจริง ๆ แค่ช่วยเหลือไม่ให้มันถูกกระทืบตายและให้โอกาสมันก็พอ ถือซะทำบุญก็แล้วกัน

อ่านต่อ

สารบัญ คุณหมอครับให้ผมเป็นพ่อของลูกเถอะ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย Stumble Love รักสะดุดใจ
9.7
โชคชะตาเล่นตลกกับความรักของสามคู่ชูชื่นที่มีทั้งสุขและเศร้า หลินสาวน้อยผู้ขยันขันแข็งต้องมาพัวพันกับพีค ซีอีโอเพลย์บอยเจ้าของโรงแรมหรูที่เปลี่ยนผู้หญิงทุกสัปดาห์ ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่เกิดขึ้นคือความผิดพลาดหรือความตั้งใจ เมื่อหลินเผลอใจรักชายผู้เห็นเธอเป็นเพียงของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าดึงดูดใจ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของแพรวากับกฤษ ภุชงค์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ รวมถึงคู่รักหลากหลายสไตล์ที่ต้องลุ้นว่าใครจะสมหวังในรักแท้ท่ามกลางบททดสอบที่เดิมพันด้วยหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
หน้าปกนวนิยาย ยักษ์ครุฑี
8.0
เมื่อครุฑีสาวร่วงหล่นจากนภา พระสุวรรณเมฆากษัตริย์อสุราได้เข้าช่วยเหลือไว้ทันท่วงที ท่ามกลางความงดงามของนางที่สะกดสายตายักษ์หนุ่ม ทหารครุฑาได้ปรากฏกายขึ้นเพื่อบีบบังคับให้ส่งตัวนางคืน ทว่ากษัตริย์อสุรากลับปฏิเสธพร้อมเผชิญหน้าปกป้องนางอย่างไม่เกรงกลัว สงครามข้ามเผ่าพันธุ์จึงปะทุขึ้นเมื่อความขัดแย้งนำไปสู่การนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจำต้องใช้มหิทธานุภาพเข้าฟาดฟันเพื่อปกป้องครุฑีตัวน้อยในอ้อมแขนจากเหล่าศัตรูที่หมายเอาชีวิตนางให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย หัวใจเมียน้อย
8.5
เมื่อหนี้บุญคุณกลายเป็นพันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง หญิงสาวคนหนึ่งจึงต้องยอมสละสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตเพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณ ครั้งแรกเธอจำต้องแลกด้วยพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์เพื่อชดใช้หนี้สิน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อบุญคุณครั้งที่สองบีบคั้นให้เธอต้องมอบหัวใจทั้งดวงเข้าไปผูกพันในความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความรักและความเจ็บปวดในฐานะเมียน้อยที่สังคมตราหน้า เธอจะจัดการกับความรู้สึกที่ถลำลึกนี้ได้อย่างไรในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง
หน้าปกนวนิยาย ภริยา(ไม่)รักของนายหัว
8.3
วัชรมัยเคยทิ้งไผท ทิ้งลูก แล้ววันนี้กลับมาร้องขอความเป็นแม่อีกครั้ง ไผทจะไม่มีวันให้อภัย! ++++++++++++++++++++++++++ “ฉันไม่รังเกียจหรอกนะ ถ้าเธอจะเคยนอนกับผู้ชายคนอื่น แต่ต้องไม่ใช่ตอนอยู่กับฉัน” ขายาว ๆ ย่างสุขุมเข้ามา หญิงสาวทำตัวลีบเล็ก กระทั่งหลังติดแนบหัวเตียง “ฉันไม่ใช้ผู้หญิงร่วมกับใคร!” “พี่ป้อ...” เอ่ยยังไม่ทันจบ ริมฝีปากซีดก็ถูกประกบด้วยอวัยวะชนิดเดี๋ยวกัน “อื้อ...” ไร้ซึ่งความอ่อนหวาน มีแต่การบังคับดุดัน ไผทดูดดึงริมฝีปากบางจนฮ้อเลือด “เห็นเธอป่วย ว่าจะใจดีให้พักเสียหน่อย แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ถอดเสื้อผ้าออก ฉันจะเช็คของ!” เมื่อจุมพิตอย่างไม่เต็มใจจบลง เสียงทุ้มต่ำดังแหวกเสียงหรีดเรไรข้างนอก ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศหนาวเหน็บชวนขนลุก ไผทแสยะยิ้มร้ายกาจให้คนบนเตียง “ทำสิ ไม่งั้นก็ไสหัวไปออกจากบ้านฉัน ออกไปจากชีวิตลูก” วัชรมัยกลืนทุกความรู้สึกกลับไปในอก มือสั่นถอดเสื้อผ้าออก “จะได้อยู่กับลูก...จะได้อยู่กับปราบ” เสียงในสมองดังก้องสะกดจิตตนเอง เพื่อได้อยู่กับลูก ต่อให้ต้องลงนรกขุมไหนเธอก็จะทน! +++++++++++++++++++++++++++++
ตอน
อ่านเลย
แชร์