หน้าปกนวนิยาย จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี

จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี

7.9 / 10.0
หวังฟางเซียนต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในอดีตที่เธอและจ้าวเทียนอี้คนรักถูกฝังทั้งเป็นพร้อมคัมภีร์อมตะเพราะความผิดพลาดของเธอเอง ทว่าอำนาจลี้ลับของคัมภีร์กลับนำพาดวงวิญญาณเธอย้อนสู่อดีตชาติในร่างพระสนมเอกจางลี่เซียนแห่งราชวงศ์ถัง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยเพลิงริษยาและการชิงดีชิงเด่น เธอต้องเผชิญหน้ากับความแค้นและสงครามอำนาจเพื่อแก้ไขโศกนาฏกรรมในครั้งก่อนและปกป้องชายคนรักไม่ให้ต้องพบจุดจบอันน่าเวทนาอีกครั้ง

จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี ตอนที่ 1

“แม้นชาตินี้ข้ามิได้สมหวังในรักกับเจ้า หากชาติหน้ามีจริงแล้วไซร้ ขอให้ข้าได้พบเจ้าและครองคู่ด้วยกันทุกชาติทุกภพ ข้าขอตั้งจิตอธิษฐาน จะมีเพียงเจ้าเป็นคู่ครองของข้าเท่านั้น ลี่เซียน” ถ้อยคำเจรจากลั่นออกมาจากหัวใจ ก่อนจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต มอบให้นางฟ้าแสนสวยของบุรุษผู้ทระนง

จ้าวเทียนอี้ ในชุดเกราะระดับนายทหารชั้นสูง ผู้ซึ่งขึ้นชื่อได้ว่าเป็นแม่ทัพใหญ่คอยปกป้องแผ่นดินของราชวงศ์ถังมาโดยตลอด ทว่าวาระสุดท้ายของชีวิตจากแม่ทัพอันเป็นที่โปรดปรานจักรพรรดิถังเสวียนจง กลับกลายเป็นบุคคลที่ทรงตามล่าและชิงชังอย่างยิ่งยวด ด้วยเพราะพระสนมเอก เจาอี๋ หรือพระนามเดิมคือ ลี่เซียน กลับมีใจรักมั่นให้กับแม่ทัพใหญ่หาใช่องค์จักรพรรดิแต่อย่างใด และโทษที่คนทั้งสองได้รับนั้นก็คือความตาย

ทว่าทั้งสองกลับยินดีที่ได้พบกับความตาย เพียงสิ่งเดียวที่ร้องขอนั้นก็คือขอตายเคียงคู่กัน และองค์จักรพรรดิก็ทรงมอบให้ตามที่ทั้งสองร้องขอทุกประการ

ดวงหน้างามดั่งพระจันทร์ หันกลับไปมองที่ชายคนรักอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก พระสนมเอกเจาอี๋อยู่ในชุดฉลองพระองค์ขั้นที่สองแห่งราชวงศ์ถัง กำลังนั่งคุกเข่าอยู่พื้นดิน ตรงหน้าคือหลุมขนาดใหญ่ที่ขุดไว้เพื่อฝังศพคนทั้งคู่ บัดนี้พระสนมคนงามที่สุดในราชสำนักถูกปลดกลายเป็นหญิงสามัญชน ด้วยโทษฐานที่ไม่จงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิ มอบหัวใจให้กับชายอื่นทั้งๆ ที่เข้าวังมาเพื่อถวายตัวให้เป็นพระสนมต่อองค์ฮ่องเต้เพียงผู้เดียว

“ข้าจะถามอีกครั้งเจาอี๋! เจ้าจะมอบกายถวายชีวิตและจิตใจให้กับข้าหรือไม่!” เสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ รับสั่งถามกึกก้องท่ามกลางความเงียบของรัตติกาล

ดวงตาสีนิลคู่สวยที่มองอยู่แต่พื้นดิน ค่อยๆ มองปลายพระบาทขององค์จักรพรรดิทรงประทับยืนตรงหน้านางก่อนจะเงยใบหน้าแสนสวยราวกับนางฟ้าอย่างยิ่งยวดขึ้นมองพระองค์ ดวงตาคู่สวยสบพระเนตรสีนิลกาฬขององค์ฮ่องเต้ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้พญามังกรผู้ยิ่งใหญ่เสียพระทัยอย่างยิ่งยวด

“หม่อมฉันไม่สามารถกระทำตามพระประสงค์ของฝ่าบาทได้เพคะ หัวใจทั้งหมดของหม่อมฉันมีเพียงท่านแม่ทัพจ้าวเทียนอี้แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น พระองค์แสร้งถามหม่อมฉันเพื่อการใดอีก ทรงล่วงรู้ดีว่าหม่อมฉันและท่านแม่ทัพเทียนอี้มีใจรักมั่นต่อกัน แต่เพราะพระองค์! พระองค์ทรงใช้อำนาจบังคับหม่อมฉันทั้งที่ไม่เต็มใจ” พระสนมโฉมงามเอ่ยตอกกลับไปตามความเป็นจริง

“กรอดดด!!!” เสียงกัดพระทนต์เข้าหากันจนแน่นแทบจะแตกออกมาเป็นเสี่ยงๆ เสียให้ได้เมื่อทรงได้ยินคำตอบของพระสนมคนโปรด

พระวรกายสูงใหญ่ก้าวประชิดแม่ทัพหนุ่มที่กำลังนั่งคุกเข่าเคียงข้าง พร้อมใช้พระหัตถ์กระชากเส้นผมอย่างแรงจนใบหน้าหล่อเหลาของเทียนอี้แหงนไปตามแรงกระชาก

“มันมีดีอะไรเจ้าถึงรักมัน! แทนที่จะรักข้าเจาอี๋! ข้าเป็นถึงองค์จักร-พรรดิหามีผู้ใดกล้าปฏิเสธข้าแต่อย่างใด แต่เจ้ากลับปฏิเสธไม่รับรักข้า ทั้งๆ ที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะแต่งตั้งเจ้าให้เป็นกุ้ยเฟยจนถึงสถาปนาเจ้าให้เป็นฮองเฮาเคียงข้างกายข้า เมื่อข้าได้เข้าหอกับเจ้าแล้ว แต่นี่กระไรช่างขลาดเขลาสิ้นดีกลับเลือกมันที่เป็นเพียงแม่ทัพของข้า ทำไมเจาอี๋! ทำไม!” รับสั่งตะคอกดุดัน พระเนตรแทบถลนออกมาจากเบ้าเลยทีเดียว

“ก็เพราะหม่อมฉันรักท่านพี่เทียนอี้! หามีใจรักฝ่าบาทแม้แต่น้อย! ทรงได้ยินหรือไม่ว่าหม่อมฉันไม่เคยรักพระองค์! และไม่คิดจะรักด้วย” พระสนมคนงามเอ่ยถ้อยคำอย่างเด็ดขาด

ฮ่องเต้หนุ่มแทบสิ้นไร้เรี่ยวแรงและพละกำลังเมื่อทรงได้ยินเช่นนั้น พระหทัยเจ็บแปล๊บปวดร้าวอย่างยิ่งยวด แม้ว่าจะทรงมีพระสนมมากมายและมีพระมเหสีอยู่แล้วหลายพระองค์ แต่เจาอี๋หรือลี่เซียนเป็นสตรีเดียวที่ทรงตกหลุมรักและหลงรักนางทันทีที่ได้ทอดพระเนตร แต่นางกลับมอบหัวใจให้กับขุนพลใหญ่ข้างพระวรกายแทนที่จะเป็นพระองค์

“ดี! รักกันมากใช่ไหม ในเมื่อรักกันปานจะกลืนกินถึงเพียงนี้ข้าก็จะส่งเจ้าสองคนให้ไปอยู่ปรโลกเสียด้วยกันทั้งคู่บัดเดี๋ยวนี้!...ทหาร!” รับสั่งตะโกนก้องท่ามกลางรัตติกาล

“พะย่ะค่ะ!” ทหารองครักษ์ขานรับอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ตัดหัวจ้าวเทียนอี้! ส่วนเจาอี๋ นำนางไปฝังทั้งเป็นให้นางเห็นผู้ชายที่ตนรักในสภาพไร้หัวจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต!” รับสั่งพร้อมทอดพระเนตรร่างพระสนมคนงามด้วยความเสียพระทัยอย่างยิ่งยวด ก่อนจะก้าวพระบาทยาวๆ ออกไปจากบริเวณลานกว้างที่เป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาล โดยไม่หันกลับมาทอดพระเนตรอีกเลย

“ท่านแม่ทัพ!” ทหารองครักษ์เอ่ยกับอดีตผู้นำของตน เมื่อก้าวมาหยุดยืนตรงหน้าอดีตขุนพลกล้า

“ข้าเข้าใจเจ้า เร่งลงมือเถิดอย่าได้ชักช้าหากแต่ก่อนตายข้าขอร้องบางสิ่งบางอย่างกับเจ้าจะได้หรือไม่” แม่ทัพหนุ่มกล่าวพร้อมหันกลับไปมองคนรักของตน ซึ่งใบหน้างามเต็มไปด้วยความเศร้าโศกอย่างเห็นได้ชัด

“ท่านมีสิ่งใดจะสั่งความกับข้าอย่างนั้นหรอกหรือท่านแม่ทัพ” ทหารองครักษ์คนดังกล่าวเอ่ยถามกลับไป

“ในรถม้ามีห่อผ้าที่มีเครื่องใช้ส่วนตัว ข้าใคร่ขอให้นำห่อผ้านั้นมาฝังไว้พร้อมกับศพของข้าและลี่เซียนด้วยเถิด”

ทหารองครักษ์พยักหน้าขึ้นลงเป็นการตอบรับ

“ได้! ข้าจะไปเอามาให้ท่าน” ทหารคนดังกล่าวรับคำพร้อมก้าวเดินตรงไปยังรถม้าที่จอดอยู่ไม่ไกลจากลานประหารชั่วคราวเท่าใดนัก ก่อนจะกลับมาพร้อมกับห่อผ้าขนาดใหญ่ที่บรรจุของมีค่ามากมายอยู่ภายในนั้น พร้อมชูขึ้นให้กับแม่ทัพใหญ่และสนมคนงามได้เห็นเป็นครั้งสุดท้าย

“ข้าจะฝังห่อผ้าพร้อมของทั้งหมดในนี้ไปพร้อมกับท่านแม่ทัพและพระสนม และขอให้รับรู้ไว้เถิดว่าข้าทำตามพระบัญชาขององค์ฮ่องเต้และนับถือท่านแม่ทัพเสมอ”

จ้าวเทียนอี้พยักหน้าขึ้นลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น พร้อมหันกลับไปสบเนตรสีดำสนิทของพระสนมคนงามที่หันกลับมามองตนเช่นกัน

“เราจะได้เจอกันอีกลี่เซียน ไม่ว่าจะกี่ชาติข้าจะตามเจ้าให้พบเราทั้งสองจะได้ครองคู่กันอีกครั้ง”

พระสนมแสนสวยยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อได้ยินเช่นนั้น

“ข้าจะรอท่านพี่ จ้าวเทียนอี้บุรุษเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ในหัวใจของข้าตลอดกาลและทุกชาติไป” สิ้นเสียงของพระสนมคนงามถุงผ้าสีดำสนิทถูกคลุมลงบนศีรษะของนางอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงตะโกนก้องของคนรัก

“ข้ารักเจ้าลี่เซียน!!!” เสียงบอกรักครั้งสุดท้ายของแม่ทัพใหญ่ดังกึกก้องท่ามกลางความเงียบงัน

“ฉัวะ!!!” เสียงคล้ายของมีคมลงดาบบนเนื้อได้ยินอย่างชัดเจน

“ตุ้บ!” ศีรษะของแม่ทัพใหญ่ถูกตัดออกจากลำคอด้วยความรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่ในท่าคุกเข่าบัดนี้ไร้หัว มีเพียงเลือดสีแดงฉานไหลทะลักดั่งเขื่อนกั้นทำนบแตกพุ่งกระฉูดออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น

“ช่วยกันนำร่างของท่านแม่ทัพพร้อมกับหัวเอาไปวางไว้ในหลุม” เสียงของทหารองค์รักษ์คนดังกล่าวร้องบอกเพื่อนพ้อง ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของพระนางลี่เซียน

“ท่านพี่!” เสียงร่ำร้องเพรียกหาชายคนรักดังออกมาเบาๆ พร้อมกับผ้าที่คลุมศีรษะเมื่อครู่ที่ผ่านมาถูกดึงออกเผยให้เห็นร่างไร้วิญญาณของคนรักนอนเหยียดยาวในสภาพไร้หัวหากแต่วางอยู่ข้างลำตัวแทน

“ได้โปรดเถิดข้าขอร้อง ช่วยนำหัวของท่านแม่ทัพไปวางไว้ติดกับลำตัวด้วยเถิด อย่าวางแบบไร้ทิศทางเฉกเช่นนี้เลย” พระนางพูดพร้อมร่ำไห้ออกมาเบาๆ

ข้างฝ่ายบรรดาทหารเมื่อได้ยินเช่นนั้นต่างทำตามคำร้องขอเป็นครั้งสุดท้ายของพระสนมเอก ศีรษะที่ถูกตัดขาดออกจากกันบัดนี้ถูกนำมาต่อติดกันไว้ดั่งเดิมพร้อมกับวางห่อผ้าที่บรรจุของสำคัญมากมายและหนึ่งในนั้นก็คือตำราเวทมนตร์ตั้งแต่ยุคสร้างแผ่นดินจีนนั่นเอง ซึ่งถูกคัดลอกจากกระดองเต่าในสมัยราชวงศ์ซางและมีบางส่วนคัดลอกบนกระดาษอย่างดี สามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลานานหากเก็บรักษาไว้อย่างมิดชิด

บรรดาทหารก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าอดีตพระสนมพร้อมเอ่ยขึ้น

“ถึงเวลาของพระนางแล้วพ่ะย่ะค่ะ” กล่าวพร้อมทำท่าจะเข้ามาดึงร่างอรชรตรงหน้า

“พวกเจ้าไม่ต้องมาจับข้า ข้าจะเดินไปที่หลุมฝังศพด้วยตัวของข้าเอง” ร่างอรชรลุกขึ้นยืนจากพื้นอย่างช้าๆ พร้อมก้าวเดินตรงไปที่หลุมศพตรงหน้าก่อนจะก้าวลงไปนอนเหยียดยาวเคียงคู่กับศพของชายคนรัก

“ท่านพี่เทียนอี้” สนมคนงามเพรียกหาชื่อเจ้าของหัวใจนางก่อนจะใช้แขนเรียวสวมกอดร่างไร้วิญญาณเอาไว้จนแน่น

“เราจะได้พบกันอีกแน่นอนข้าจะรอท่าน” เสียงหวานรำพึงกับร่างไร้วิญญาณก่อนจะกระชับห่อผ้าที่มีของสำคัญอยู่ในนั้นซึ่งมีเพียงพระนางเท่านั้นล่วงรู้จากปากของชายคนรัก ว่าสิ่งล้ำค่าดังกล่าวคือสิ่งที่องค์จักรพรรดิทุกราชวงศ์ตามหามาโดยตลอด

“ท่านจะต้องได้กลับมาอีกครั้ง” พระสนมคนงามรำพึงออกมาเบาๆ พลางหลับตาลงพร้อมกอดร่างของคนรักเอาไว้แนบแน่นภายในหลุมศพของคนทั้งสอง พร้อมพึมพำออกมาเบาๆ

"ขอสวรรค์เบื้องบนได้โปรดรับดวงวิญญาณของข้าและเทียนอี้ด้วยเถิด หากแม้นจะทรงเมตตาขอให้ข้าได้กลับมามีโอกาสแก้ไขเหตุการณ์ในวันนี้อีกครั้ง ให้ข้าเต็มไปด้วยสติปัญญาอันเฉลียวฉลาดไม่โง่เขลาเบาปัญญาดั่งเช่นในชาตินี้" จิตสุดท้ายสนมเอกคนงามอธิษฐานขอความเมตตาจากสวรรค์เบื้องบน

ดินมากมายเริ่มสาดลงไปในหลุมอย่างรวดเร็วจนหลุมขนาดใหญ่บัดนี้เต็มไปด้วยจำนวนดินทรายนับไม่ถ้วนอัดเอาไว้จนแน่นกลบร่างไร้วิญญาณอดีตขุนพลชื่อก้องแห่งต้าถังและร่างของพระสนมคนงามเจาอี๋ของจักรพรรดิถังเสวียนจงไปชั่วนิจนิรันดร ภายในพื้นที่โล่งกว้างเต็มไปด้วยท้องทุ่งและผืนป่านอกเมืองฉางอานติดกับเมืองลั่วหยาง เสียงสุดท้ายยังคงดังก้องออกมาจากหลุมศพตรงหน้าอย่างแผ่วเบา

“ข้าจะรอท่านจ้าวเทียนอี้!!!!”

“ข้าจะตามหาเจ้าลี่เซียน!!!”

อ่านต่อ

สารบัญ จ้าวเทียนอี้ ตำนานรักพันปี

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
หน้าปกนวนิยาย เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย พยศรักดวงใจมาเฟีย
9.5
โชคชะตาขีดเส้นให้เคลวิน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้พบกับหญิงสาวแปลกหน้าในค่ำคืนที่เริ่มต้นด้วยความบีบบังคับ ทว่าความสัมพันธ์ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เขาจะเป็นฝ่ายชนะในเกมกามารมณ์ช่วงแรก แต่สุดท้ายเขากลับพ่ายแพ้ให้แก่เสน่ห์และความพยศของเธออย่างราบคาบ เมื่อสาวธรรมดาคนนี้ไม่ยอมสยบให้แก่เขาโดยง่าย มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จึงต้องเลือกระหว่างการปล่อยมือไปหรือจะทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าหัวใจดวงนี้กลับคืนมา
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ตอน
อ่านเลย
แชร์