ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์

ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์

มาวิน วิศวกรหนุ่มโสดทะลุมิติกลับไปยังชนบทอีสานปี 2528 ในร่างของชายอ้วนชื่ออำนาจ เขาพบว่าตนเองมีนิตยา หญิงสาวผู้อับโชคและถูกตราหน้าว่าอัปลักษณ์เป็นภรรยา ทั้งคู่ถูกครอบครัวบังคับให้แต่งงานเพียงเพราะต้องการหลานและเงินสินสอด โดยต้องใช้ชีวิตร่วมกันในกระท่อมกลางป่าที่ห่างไกลความเจริญ ท่ามกลางความกดดันที่ต้องมีทายาท มาวินกลับยืนกรานที่จะไม่ล่วงเกินเธอเพราะขาดความรัก ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความแปลกแยกจึงค่อยๆ พัฒนาไปสู่การเป็นเพื่อนคู่คิดที่พึ่งพากันในดินแดนทุรกันดารแห่งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

“อ้ายทิด!” (พี่) เสียงนิตยาร้องเรียกสามีมาแต่ไกล วันนี้เขานอนตื่นสายกว่าทุกวัน เธอเดินเข้ามาใกล้ ขาก้าวขึ้นบันได แล้วเรียกเขาอีกครั้งพร้อมเปิดประตูบ้านเข้ามา “อ้ายทิดนาจ!” (พี่นาจ)

            ชายร่างอ้วนท้วนที่กำลังนอนสลบไสลอยู่ในห้องแคบ ๆ ถึงกับสะดุ้ง ดีดตัวลุกขึ้นนั่งเหยียดขาตรงอยู่บนที่นอนเก่าซอมซ่อ ผมเผ้าชี้ฟูทำหน้ามึนงง

            ใครเรียก? เขาชื่อมาวินแล้วนาจมาจากไหน

            ดวงตาคมคายมองหญิงสาวที่สวมผ้าถุงเสื้อแขนยาวสีดำมีผ้าคลุมหน้าด้วยความตกใจ

            “เป็นหยังคือเฮ็ดหน่าจั่งซั่น” (ทำไมถึงทำหน้าอย่างนั้น) นิตยาพูดพร้อมกับใช้มือคลี่ผ้าขาวม้าที่คลุมหน้าออกช้า ๆ

            “เฮ้ยผี!” มาวินร้องขึ้น หน้าตาแตกตื่น ถอยกรูดจนหลังไปชนกับสังกะสีที่ใช้ทำฝาผนังบ้าน “เอ๋อฮ่อน” (โอ๊ยร้อน) มาวินสะดุ้งโหยงเมื่อโดนสังกะสีช่วงเที่ยงลวกแขน เขาผละกายออกห่างจากสังกะสีแทบไม่ทัน ยกมืออีกข้างลูบแขนตัวเองป้อย ๆ “ทำไมพูดอีสานได้วะ” มาวินพึมพำกับตัวเองทั้งที่เขาเป็นคนลูกครึ่ง

            อ้อ ใช่สิเขาลืมไปว่าเขาเป็นลูกครึ่งอุดรฯ-หนองคาย แค่เขาไปอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่เด็กแค่นั้นเอง

            “ฮะ! เจ้าว่าหยังเกาะ เฮ็ดปานบ่อเคยเห็นหน่าข่อย เจ้าเป็นบ้านอนติ” (ฮะ! พี่ว่าอะไรนะ ทำยังกับไม่เคยเห็นหน้าฉัน พี่นอนละเมอเหรอ) 

นิตยาถาม ขาก็ก้าวเข้าไปใกล้สามีขี้เกียจไม่หยุด เธอได้ยินเหมือนเขาพูดภาษากลาง

            “อย่า! อย่าเข่ามา” (อย่า! อย่าเข้ามา) อำนาจโบกมือไม่ให้เธอเดินเข้ามาใกล้ ทำไมหน้าผู้หญิงคนนี้ถึงได้น่านัก แก้มขวายังปกติดี แต่แก้มข้างซ้ายสูงตั้งแต่คางขึ้นไปจนถึงขมับนั้นเหมือนมีเส้นเลือดดำสอดสานกันอยู่เป็นพันเป็นหมื่นเส้นคล้ายกับรากฝอยของพืช มันไม่ใช่ปานดำ มองผ่าน ๆ คล้ายกับผีอย่างไรอย่างนั้น “อ้ายขอตั้งสติก่อน” (พี่ขอตั้งสติก่อน) ตอนนี้ในใจเขากำลังสับสนวุ่นวายไปหมด

            นิตยาทำหน้างงกับคำว่าอ้ายของเขา ปกติเขาแทนตัวเองว่ากูกับมึงกับเธอเสมอ แล้ววันนี้ทำไมแทนตัวเองว่าพี่ได้

            แต่แล้วเธอก็คิดว่าสามีตัวเองนอนละเมอจึงไม่คิดอะไรมาก “กะซั่นข่อยสิไปเฮ็ดแนวกิน เจ้าไปล่างหน่าไป” (ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปทำกับข้าว พี่ไปล้างหน้าเถอะ) ว่าแล้วนิตยาก็เดินทะลุไปอีกฝั่งของบ้านที่มีเพียงห้องเดียว แล้วเริ่มก่อไฟทำอาหาร

            “เอ้อ” (ครับ) มาวินในร่างอำนาจรับคำเสียงแผ่ว มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา ร่างอ้วนเกือบร้อยกิโลกรัมงอขาเข้ามาหาตัวแล้วนั่งกอดเข่าเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก มันแทบจะกอดไม่มิดเพราะติดพุง เขาค่อย ๆ ทำใจให้เย็น หายใจเข้าลึกหายใจออกยาวอยู่หลายนาที ก่อนที่ความจำของร่างเดิมจะค่อย ๆ พรั่งพรูเข้ามาในหัว

            มาวินไปงานเลี้ยงของบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตสาทร จำได้ว่าขากลับตัวเองไม่ได้เมา รถไม่ได้เกิดอบัติเหตุ แต่ว่าเขาเบรกรถกะทันหันเพราะเห็นเด็กที่วิ่งข้ามถนนโดนรถยนต์คันข้างหน้าเหยียบตายไปต่อหน้าต่อตา จนเขาเกิดอาการ…แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก และหัวใจวายเฉียบพลัน

            ใช่ เขาหัวใจวายตายเพราะเขาเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว

            แล้วไอ้อ้วนนี้ล่ะทำไมเขาถึงตาย มาวินนั่งคิดสักพัก…

            เมื่อคืนก่อนนอนร่างนี้รับประทานอาหารเย็นกับซุบหน่อไม้อย่างเอร็ดอร่อยจนข้าวเหนียวหมดไปหนึ่งกระติบใหญ่เพียงคนเดียว จากนั้นก็เข้านอน แล้วเขาก็…

ใช่ ผู้ชายคนนี้นอนหลับตายโดยไม่รู้ตัวหรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าไหลตาย

เฮ้อ! ก็ตายไม่ค่อยต่างกันนัก บทจะตายก็ตายง่ายเหลือเกิน ที่สำคัญร่างนี้มีภรรยาแล้ว ภรรยาที่มีใบหน้าอัปลักษณ์

มาวินแหงนหน้ามองหลังคาบ้านที่มุงด้วยสังกะสี เห็นแสงตะวันที่ลอดผ่านรูรั่วของสังกะสีเป็นประกายระยิบระยับคล้ายกับมองดูดาวตอนกลางคืน แต่โทษทีมันไม่ได้โรแมนติกขนาดนั้น ตอนนี้ตัวเขาเปียกโชกไปหมดเพราะเหงื่อไหลทะลักออกมาไม่หยุด จากนั้นไล่สายตาลงมามองรอบห้อง กะด้วยสายตาน่าจะกว้างยาวแค่สี่คูณห้าเมตรเท่านั้น ตู้เสื้อผ้าเป็นแบบถุงผ้ามีซิบรูดอยู่ด้านหน้า ราวตากผ้าที่ทำด้วยไม้ไผ่อีกหนึ่งอัน และกระจกขนาดเท่าสองฝ่ามือแขวนอยู่บนผนัง ข้างกันมีกระบอกไม้ไผ่แขวนอยู่ในนั้นมีหวีอยู่เพียงอันเดียว ข้างตู้เสื้อผ้ามีหนังสือวางตั้งอยู่สองกอง

            ผนังบ้านก็เป็นสังกะสี มีประตูที่ทำจากฟางข้าวสองข้างซ้ายขวา เขาลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก “โอย!” ร่างนี้อ้วนจนลุกแทบไม่ไหว เข่าก็ปวด เอวก็ปวด หลังก็ปวด จากนั้นก็เดินไปดูประตูฝั่งซ้ายก่อนจึงรู้ว่ามันเป็นชานยื่นออกไปแล้วมีบันไดอยู่สี่ขั้น พื้นด้านล่างต่างระดับก้าวเพียงหนึ่งช่วงขาก็ถึง มีสังกะสีมุงอยู่ด้านบนสามแผ่น แล้วพาร่างใหญ่เดินมาฝั่งขวา เห็นนิตยากำลังใช้ฝาหม้อพัดวีไฟให้ลุก ผมยาวดำขลับปกคลุมอยู่เต็มแผ่นหลัง มองข้างหลังเธอก็ดูสวยดี

            ฝั่งขวานี้เป็นชานยื่นออกไปเช่นกันความกว้างน่าจะสามเมตรส่วนความยาวเท่ากับตัวบ้านด้านยาว ด้านบนมุงด้วยสังกะสีเช่นกัน ข้าวของทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ข้างผนังบ้านมีหม้อ ฝาหม้อ ทัพพี กระชอน หวดนึ่งข้าว และกระติบข้าวแขวนอยู่ ส่วนพื้นที่ด้านล่างฝั่งขวามีหม้อดินหรือแอ่งน้ำสองใบมีถาดสังกะสีใบเล็กปิดไว้มีขันสีเงินใบเล็กวางอยู่ด้านบน ถัดมาทางซ้ายเป็นเตาไฟและหม้อนึ่งไว้สำหรับนึ่งข้าว

            นิตยาหันหลังมาเมื่อรู้สึกเหมือนมีคนกำลังยืนมองเธอ “ยืนเบิ่งหยัง” (ยืนดูอะไร)

            มาวินเสมองไปทางอื่นแล้วตอบออกไป “เบิ่งต้นยาสูบ” (ดูต้นยาสูบ) เขาตอบไปอย่างนั้นทั้งที่ยืนจ้องเธออยู่ “อ้ายอยากอาบน่ำ” (พี่อยากอาบน้ำ) รู้สึกเหม็นเปรี้ยวตัวเองจนเกือบจะทนไม่ไหว ก่อนมาที่นี่เป็นโรคหัวใจ มาอยู่ที่นี่เป็นโรคอ้วน มันช่างเลวร้ายไม่ต่างกันนัก

            “อาบน่ำ?” สามีเธอไม่เคยอาบน้ำหลังจากตื่นนอนในตอนสาย เหตุใดวันนี้นึกอยากอาบน้ำขึ้นมา

            “แมน” (ใช่)

            แต่เหงื่อเขาออกมากน่าจะร้อนจัดนิตยาจึงไม่ได้ใส่ใจ “ไปแหมะ” (ไปสิ) จากนั้นก็ยกหม้อที่ภายนอกสีดำเมี่ยมเพราะเธอใช้ทั้งถ่านทั้งฟืนขึ้นตั้งไฟ

            มาวินเดินไปยังราวตากผ้าที่มีผ้าขาวม้าพาดอยู่ หยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ แล้วเดินลงไปข้างล่าง ร่างต้วมเตี้ยมเดินไปยังห้องน้ำโดยเร็วโดยลืมนึกไปว่า ห้องน้ำมีแค่ถังน้ำเอาไว้ล้างก้นและขันน้ำสีเงินหนึ่งใบเท่านั้น แหงนหน้ามองหลังคาเมื่อรู้สึกร้อนแปลก ๆ 

เห็นพระอาทิตย์สาดแสงลงมาจนเต็มหน้าเขาหรี่ตาแทบไม่ทัน

            อ้าว! ลืมไปว่าห้องน้ำไม่มีหลังคา แต่ก็ขอปัสสาวะสักหน่อยก็ยังดี เขาหันหลังจะปิดประตูห้องน้ำ แล้วก็ไม่เห็น เขาเดินออกไปหาประตูห้องน้ำด้านนอก

            อ้อ ประตูห้องน้ำเป็นเพียงสังกะสีแผ่นเดียวแค่ยกมาปิดประตูไว้เท่านั้น มาวินทำหน้าเลิ่กลั่กมองซ้ายมองขวา ดีหน่อยที่ห้องน้ำมีส่วนของตัวเรือนบังไว้นิตยาจึงมองไม่เห็นเขา 

            เฮ้อ! ชีวิต ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ เมื่อก้มมองของรักของหวงก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่ง อย่างน้อยขนาดของมันก็ไม่ได้หดไปตามน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเหมือนข้อมูลที่เขาอ่านมา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เสี่ยงรักสัจอธิษฐาน
8.0
เมื่อคำอธิษฐานสัมฤทธิผล หญิงสาวผู้แก้บนไม่ทันกาลจึงต้องเผชิญอาถรรพ์ลี้ลับที่คุกคามชีวิต ทางรอดเดียวคือการแต่งงานและมีบุตรกับชายคนแรกที่พบหลังตื่นนอน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เขาคนนั้นมีอายุคราวพ่อและแก่กว่าเธอถึงยี่สิบปี แม้ฝ่ายชายจะปฏิเสธ แต่เธอก็ต้องตามตื๊อทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตตนเอง ท่ามกลางเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่ถาโถมเข้ามา ความใกล้ชิดและการปกป้องจากเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย 100วันวางแผนลับจับประธานเย็นชา
9.4
เซียนสาวเจ้าอี้เฟยยอมสละตบะที่สั่งสมมาทั้งชีวิตเพื่อโอกาสเคียงคู่ชายคนรักในโลกมนุษย์ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำให้เขาหลั่งน้ำตาจากรักแท้ให้ได้ภายใน 100 วัน มิเช่นนั้นวิญญาณของนางจะดับสูญตลอดกาล เธอจึงเข้าสวมร่างหญิงสาวที่เพิ่งถูกถอนหมั้นและอยู่ในความดูแลของนายแพทย์โจวเจี๋ยหลุน ชายหนุ่มผู้มักฝันเห็นเธออยู่บ่อยครั้ง ทว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงและการตามจีบเขาอย่างเปิดเผยของเธอกลับทำให้คุณหมอหนุ่มเริ่มสงสัยว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นใครกันแน่
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่อีกครากลายเป็นผู้ช่วยตัวน้อยของมารดาที่บิดาไม่รัก
9.2
เมื่อนักเขียนสาวข้ามภพมาเกิดใหม่ในร่างลูกน้อย ภารกิจหลักของเธอคือการเป็นผู้ช่วยคนสำคัญเพื่อพามารดาหนีจากโชคชะตาอันโหดร้าย เมิ่งสืออีผู้เป็นแม่ถูกย่าและอนุของสามีรังแกปางตาย แม้หานชางเหยียนผู้เป็นสามีจะกลับจากสงคราม แต่นางกลับได้รับเพียงความเจ็บช้ำน้ำใจแทนการปกป้องที่คาดหวัง เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง สองแม่ลูกจึงต้องร่วมมือกันหาทางหลบหนีจากบิดาไร้หัวใจ เพื่อมุ่งหน้าสู่ชีวิตใหม่ที่สงบสุขและงดงามท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์ตามที่ตั้งใจไว้
หน้าปกนวนิยาย ข้านี่แหละ แม่ปีศาจ
7.8
เมื่อความรักและความภักดีถูกทำลายลงด้วยการทรยศหักหลังอย่างแสนสาหัสจากคนสนิทที่สุดทั้งสองคน หญิงสาวผู้ถูกหลอกลวงจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตจึงได้อธิษฐานจิตก่อนสิ้นลมหายใจเพื่อวอนขอโอกาสในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เธอปรารถนาที่จะได้รับชีวิตที่สดใสและดีกว่าเดิมเพื่อก้าวพ้นจากโศกนาฏกรรมในอดีตที่เคยเผชิญมา การกลับมาครั้งนี้จึงเป็นความหวังที่จะเปลี่ยนโชคชะตาอันมืดมนให้กลายเป็นอนาคตที่เธอเป็นผู้กำหนดเอง
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินชาวไร่ของท่านแม่ทัพ
8.9
หม่าเยี่ยนถิง นักฆ่าสาวผู้ถูกองค์กรหักหลังจนตัวตาย ได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างหญิงสาวอาภัพยุคโบราณที่ถูกครอบครัวทอดทิ้ง เธอต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวผู้อัตคัดที่ต้องดูแลลูกแฝดเพียงลำพังท่ามกลางความทรงจำอันเลือนรางของเจ้าของร่างเดิม แม้ชีวิตจะเต็มไปด้วยความยากลำบากและปมปัญหาจากอดีตสามี แต่เธอก็ตั้งมั่นจะปกป้องลูกน้อยให้ดีที่สุด ทว่าสถานการณ์กลับซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่ออดีตเป้าหมายที่เธอเคยสังหารกลับมาเกิดใหม่ในโลกใบนี้ด้วยเช่นกัน