ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์

ทะลุมิติไปเป็นสามีตัวอ้วนของหญิงอัปลักษณ์

มาวิน วิศวกรหนุ่มโสดทะลุมิติกลับไปยังชนบทอีสานปี 2528 ในร่างของชายอ้วนชื่ออำนาจ เขาพบว่าตนเองมีนิตยา หญิงสาวผู้อับโชคและถูกตราหน้าว่าอัปลักษณ์เป็นภรรยา ทั้งคู่ถูกครอบครัวบังคับให้แต่งงานเพียงเพราะต้องการหลานและเงินสินสอด โดยต้องใช้ชีวิตร่วมกันในกระท่อมกลางป่าที่ห่างไกลความเจริญ ท่ามกลางความกดดันที่ต้องมีทายาท มาวินกลับยืนกรานที่จะไม่ล่วงเกินเธอเพราะขาดความรัก ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความแปลกแยกจึงค่อยๆ พัฒนาไปสู่การเป็นเพื่อนคู่คิดที่พึ่งพากันในดินแดนทุรกันดารแห่งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

เมื่อนึกขึ้นได้ว่าลืมสบู่จึงเดินไปฝั่งครัวที่สูงเพียงอก

“นิด เอาสบู่มาให้อ้ายแหน่” (นิด เอาสบู่ให้พี่หน่อย)

“อยู่ในขันใต้ล่างเฮียน” (อยู่ในขันตรงใต้ถุนบ้าน)

“โอ๋ อ้ายลืม” (อ้อ พี่ลืม)

“บ่อค่อยได้อาบน่ำกะเลยลืม” (ไม่ค่อยได้อาบน้ำก็เลยลืม)

มาวินไม่ตอบโต้อะไรเมื่อรู้ว่าเจ้าของร่างนี้ขี้เกียจแค่ไหน ร่างสูงอ้วนเดินอุ้ยอ้ายไปตามทางเดินดินร่วนที่ลาดต่ำลงไปหาลำน้ำ ฝั่งซ้ายเป็นต้นยาสูบฝั่งขวาเป็นพื้นที่ว่างเปล่าที่มีรอยใช้จอบขุดอยู่ครึ่งหนึ่ง ไม่ถึงยี่สิบเมตรก็ถึงลำน้ำที่ทอดยาวขนานกับเรือนของเขา ท่าน้ำมีแผ่นไม้เรียงกันไว้สามแผ่นยกสูงด้วยเสาสี่ต้น ระดับน้ำลดลงไปจนเหลือครึ่งเสา

มาวินเดินลัดเลาะไปตามริมฝั่งจนเห็นลานหิน เขาจึงถอดเสื้อชุดม่อฮ่อมสีกรมท่าออกพาดไว้ตามกิ่งไม้เหลือเพียงกางเกงผ้าบางสีเข้มขาสั้นอีกตัว สายตาก้มลงสำรวจร่างกายตัวเอง แล้วรู้สึกหนักใจจนบอกไม่ถูก หน้าอกของเขาใหญ่กว่าหน้าอกของผู้หญิงหลายร้อยคนด้วยซ้ำ ตอนเดินผ่านกระจกในบ้านเขาแอบชำเลืองมองใบหน้าตัวเองพอผ่าน ๆ แค่นั้นก็ยังรู้สึกใจหายวาบยอมรับตัวเองแทบไม่ได้ ร่างนี้อายุแค่ยี่สิบห้าแต่หน้าไปไกลจนเกือบจะถึงสามสิบห้าแล้ว

“สิลดจังได๋ไหว ถ่าบ่อลดบ่อได้ตายดีแท่” (จะลดน้ำหนักอย่างไรไหว ถ้าไม่ลดไม่ได้ตายดีแน่ ๆ) 

มาวินพ้อกับตัวเองเมื่อเห็นสังขารตน

เขาค่อย ๆ เดินลงแม่น้ำพร้อมกับสบู่หนึ่งก้อน เกิดมาเพิ่งเคยใช้ชีวิตสมถะแบบนี้ คิดถึงน้ำอุ่นในห้องน้ำหรูกับครีมอาบน้ำกลิ่นหอม ๆ แล้วเศร้าใจ

อาบน้ำถูตัวเสร็จก็ว่ายน้ำกลับไปกลับมาจนเหนื่อยหอบ ขึ้นจากน้ำก็เช็ดตัวแล้วสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ ซักเสื้อผ้าด้วยสบู่ก้อนนั้นแล้วค่อยเดินกลับ

รู้สึกรำคาญที่รองเท้าแตะคีบมันลื่นซ้ายทีขวาทีเพราะเท้าเปียกเหยียบดินมาด้วย ไม่คิดว่าต้องมาใช้ชีวิตติดดินแบบนี้

ตากผ้าไว้กับราวไม้ไผ่ข้างเรือนฝั่งตะวันตก ก้าวเท้าจะเดินมาขึ้นเรือนก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นบ้านหลังเล็กเสาเอียงไปทางทิศใต้จนเกือบจะถึงสามสิบองศา

เจ้าของร่างเดิมกับภรรยาอยู่มาได้อย่างไรตั้งหลายปี

อำนาจส่ายหัวแล้วเดินขึ้นเรือน นิตยาก็เตรียมกับข้าวไว้รอแล้ว เขาเดินออกไปทางฝั่งครัวแล้วนั่งลงเบา ๆ แบบที่ไม่เคยเป็น 

นิตยาสังเกตท่วงท่าของสามีที่ดูเปลี่ยนไป ปกติเขาเดินลงส้นเท้าหนักจนเรือนสะเทือนไปทั้งหลัง แต่ครั้งนี้เบากว่าครั้งไหน ๆ มาก เขารู้จักย่องเท้าเบาเป็นด้วยหรือ

สายตามองอาหารตรงหน้าแล้วก็ต้องอึ้งไปสักพัก เมื่อเห็น ไข่เป็ดต้ม ผักลวกและปลาร้าสับหรือแจ่วบองที่เขาก็รู้จัก เพราะตอนทำงานอยู่กรุงเทพฯก็มีลูกน้องที่เป็นคนอีสาน และพ่อกับแม่ของเขาก็ชอบกิน

“เอาน่ำปลาให่อ้ายแหน่” (เอาน้ำปลาให้พี่หน่อย)

“บองปลาแดกเค็มบ่อพอเบาะ” (ปลาร้าสับเค็มไม่พอเหรอ) 

นิตยาสงสัยว่าทำไมเขาถึงอยากได้น้ำปลาอีก

“บ่อแมน มื่อนี่อ้ายบ่ออยากบองปลาแดก” (ไม่ใช่ วันนี้พี่ไม่อยากกินปลาร้าสับ) 

เขาขอเวลาทำใจอีกสักหน่อย ปลาร้าต้มสุกใส่ส้มตำหรือใส่แกงเขาพอกินได้ แต่ปลาร้าดิบมาเป็นตัว ๆ แบบนี้เขาสู้ไม่ไหว

นิตยาทำหน้างงเพราะปกติผู้ชายคนนี้ไม่เคยปฏิเสธเรื่องอาหารการกิน มีอะไรกินจนเรียบทุกอย่าง แต่ก็ยอมลุกไปหยิบมาให้เขา

มาวินปอกไข่ต้มใส่ถ้วยใช้มือบิครึ่งให้ไข่แดงยางมะตูมไหลออกมาแล้วเหยาะน้ำปลาใส่ จากนั้นปั้นข้าวเหนียวมาจิ้ม แบบนี้เขาคงลดน้ำหนักได้ไม่ยาก แต่อาจจะตายก่อนเพราะไม่มีแรง แต่แบบนี้ก็อร่อยไปอีกแบบ 

นิตยาสังเกตสามีกินข้าวอย่างเงียบ ๆ เขากินแค่ผักลวกกับไข่ต้มจริง ๆ ไม่แตะปลาร้าสับแม้แต้คำเดียว ปกติเห็นฉีกปลาร้ากินเป็นตัว ๆ แถมท่าทางกินยังสงบเสงี่ยมกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่เคี้ยวเสียงดัง ไม่มุมมาม ข้าวเหนียวที่เคยกินคำเท่ากำปั้นก็ลดลงมาเหลือคำเล็กเท่าไข่นกกระทา

มาวินกินข้าวอิ่มก่อนภรรยา เสร็จแล้วเขาเดินไปล้างมือไม่ได้ล้างลงข้างตัวเหมือนเช่นทุกครั้ง 

จากนั้นเดินลงไปนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ด้านล่างตรงนั้นมีแคร่ไม้ไผ่ค่อนข้างเก่าวางอยู่ ทุกย่างก้าวของเขานิตยามองตามด้วยความรู้สึกแปลก ๆ เขาไม่สูบบุหรี่หลังรับประทานอาหารเสร็จ ไม่ขากถุยเหมือนที่เคยทำ พูดเพราะกว่าเดิมหลายเท่า

“คือเปลี่ยนไปหลายแท่วะ” (ทำไมเปลี่ยนไปเยอะจัง) เก็บถ้วยชามเสร็จจึงเดินลงเรือนตามสามีไป

เธอใช้ผ้าคลุมหน้าแล้วสวมหมวกปีกทับ จากนั้นเดินไปถือเอาจอบเดินตรงไปยังแปลงดินที่เจ้าตัวขุดค้างไว้

มาวินมองภรรยาจำเป็นแล้วถอนหายใจ เขาจะทำอย่างไรดี คิดไปคิดมาจึงตัดสินใจเดินไปหยิบจอบเล่มใหญ่ที่สอดไว้ใต้ถุนบ้านแล้วเดินตามภรรยาไป เขารู้ว่าร่างเดิมของผู้ชายคนนี้ไม่เคยทำอะไรเลยไม่รู้ว่าเขากล้านอนเอาเปรียบผู้หญิงขนาดนี้ได้อย่างไร

“อ้ายขุดซอย” (พี่ขุดช่วย)

“ฮะ! เจ้าว่าอิหยังนะ” (ฮะ! พี่ว่าอะไรนะ) นิตยาถามด้วยความประหลาดใจ ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาจนถึงตอนนี้เขาดูแปลกไปจากเดิมมาก หรือเขาจะคิดได้แล้วจริง ๆ แต่มันไม่เร็วไปหน่อยหรือ

“อ้ายสิขุดซอย” (พี่จะช่วยขุด)

นิตยามองหน้าขึ้นท้องฟ้าแล้วเอ่ยขึ้น “ฝนกะบ่อตกเด้ล่ะ” (ฝนก็ไม่ตกนี่นา) ตั้งแต่อยู่กับเขามาร่วมปีอำนาจไม่เคยลุกขึ้นมาช่วยเธอทำงานเลยแม้แต่ครั้งเดียว ที่เธอยอมทนอยู่ด้วยเพราะอย่างน้อยก็มีเขาอยู่เป็นเพื่อนไม่ต้องนอนกลัวผีเหมือนสี่ปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะแต่งงานกับเขา

มาวินไม่ได้สนใจกับคำที่เธอพูด ตั้งหน้าตั้งตาขุดดินทั้งที่เขายังใช้จอบไม่ค่อยถนัดนัก เกิดมาจนอายุสามสิบแล้วเคยใช้จอบที่ไหน

“เอาหมวกไปใส่” (เอาหมวกไปใส่) 

นิตยาถอดหมวกของตนยื่นให้เขา เพราะสงสารคนตัวอ้วน ยืนตากแดดไม่ทันไรเหงื่อก็ไหลท่วมตัว

“นิดใส่โลด” (นิดใส่เถอะ)

“ข่อยมีผ้าด้ามอยู่” (ฉันมีผ้าขาวม้าอยู่)

มาวินปรายตามองเธอแวบหนึ่งแล้วรับหมวกปีกจากเธอมาสวมแล้วทำงานต่อ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ชาติใหม่ข้าจะไม่หวนคืนชะตาเดิม
8.1
สวี่ซือเหยาเคยเป็นเพียงหมากโง่เขลาในนิยายที่ถูกแม่เลี้ยงทำลายชีวิตจนพบจุดจบที่น่าอนาถ แต่เมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้เธอย้อนเวลากลับมาในฐานะตัวประกอบที่หลุดพ้นจากการบงการของปลายปากกา เธอจึงตั้งมั่นที่จะปกป้องสามีอย่างโจวเยี่ยนเฉินไม่ให้ใครหน้าไหนมาแย่งชิงไปได้ พร้อมกับขัดขวางไม่ให้พี่ชายแสนดีต้องกลายเป็นตัวร้ายเพราะความตายของเธอ สวี่ซือเหยาในชาตินี้จะขอลิขิตเส้นทางชีวิตและสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองเพื่อเปลี่ยนโศกนาฏกรรมเดิมให้สิ้นซาก
หน้าปกนวนิยาย ย้อนอดีต...มาหารัก
8.2
นิยามที่ว่าการแต่งงานคือจุดสิ้นสุดของความรักอาจไม่ใช่ความจริง เพราะสำหรับบางคนมันคือจุดเริ่มต้นของบททดสอบครั้งใหญ่ที่ยากจะคาดเดา เมื่อโชคชะตาหยิบยื่นโอกาสสุดพิเศษให้มนุษย์สามารถเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่จุดเริ่มต้นในอดีตได้อีกครั้ง คำถามสำคัญที่ตามมาคือการตัดสินใจแก้ไขความผิดพลาดในวันวานจะส่งผลกระทบจนเปลี่ยนแปลงเส้นทางอนาคตไปตลอดกาลได้จริงหรือ ร่วมออกเดินทางค้นหาคำตอบของหัวใจในเรื่องราวความรักข้ามเวลาสุดเข้มข้นที่แฝงไปด้วยความหวัง
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตมาร ชุด จอมมารที่รัก
9.7
เมื่อเจ้าชายผู้สูงศักดิ์นึกสนุกปลอมตัวเป็นองครักษ์เพื่อทดสอบว่าที่พระชายา โดยหวังจะขัดขวางงานแต่งงานของตนเอง แต่แผนการกลับพลิกผันเมื่อเขาตกหลุมรักเธอเสียเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่หา บาร์ซาร์ในคราบฟาเดลได้มอบจูบที่ดุดันและเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนหญิงสาว การสัมผัสที่หิวกระหายและรุนแรงทำเอาแองเจลล่าถึงกับเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสที่คาดไม่ถึง จนฝ่ายชายเกบจะสูญเสียการควบคุมตนเองไปกับความปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้ในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ตำนานรักองค์ชายจอมโจร
8.7
หวังฉิงชวน นักศึกษาสาวที่กำลังเขียนบทละครประวัติศาสตร์ยุคจ้านกว๋อเพื่อจบการศึกษา กลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อเธอเสียชีวิตกะทันหันแล้วฟื้นขึ้นในร่างของหยางเฉียนเฉียน ธิดาเจ้าเมืองอูเจี๋ยนในอดีต การย้อนเวลานี้ทำให้เธอได้พบความจริงที่ถูกบิดเบือนและได้พบกับเยี่ยคัง จอมโจรผู้ลึกลับซึ่งแท้จริงคือองค์ชายห้าแห่งแคว้นหมิ่นเย่ว ท่ามกลางความขัดแย้งและอุปสรรค ทั้งสองได้ร่วมกันสานต่อวาสนาและความรักอันมั่นคงที่ผูกพันข้ามภพชาติเพื่อครองคู่กันตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
8.2
อมิตา นักมวยสาวฝีมือฉกาจจบชีวิตลงขณะช่วยพลเมืองดีจากโจรปล้นทรัพย์ ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามภพมาเข้าร่าง หลินซูเหมย คุณหนูห้าผู้ขี้โรคแห่งสกุลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบผลักตกสระน้ำด้วยวัยเพียงสิบห้าปี เมื่อนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างที่เคยถูกพี่สาวและบ่าวไพร่รุมกลั่นแกล้ง เธอจึงตัดสินใจใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยจากชาติก่อนมาฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นสู้และปกป้องคนสำคัญในโลกใบใหม่นี้ด้วยความกล้าหาญ
หน้าปกนวนิยาย คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ
8.2
ท่ามกลางแผนชั่วของอัครเสนาบดีหลี่ที่หวังปลดผนึกราชาปีศาจด้วยเลือดหญิงพรหมจรรย์ หลี่อวี้หลิน ศิษย์เอกสำนักซีเฟิงผู้มีเนตรเห็นวิญญาณและสื่อสารกับศพได้ ต้องร่วมมือกับ เซียวจวิ้นหาน รองบัญชาการองครักษ์เสื้อแพรผู้เย็นชาเพื่อไขคดีฆาตกรรมปริศนา แม้เริ่มต้นด้วยความไม่ลงรอยจากอคติ แต่ความสามารถอันไร้ที่ติของอวี้หลินกลับชนะใจจวิ้นหานจนกลายเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ทว่าความจริงกลับซับซ้อนเมื่อเบื้องหลังลัทธิมายาจันทราที่ชักใยเรื่องราวทั้งหมดกลับเกี่ยวข้องกับสายเลือดและบิดาแท้ๆ ของเขาเอง