หน้าปกนวนิยาย 100วันวางแผนลับจับประธานเย็นชา

100วันวางแผนลับจับประธานเย็นชา

9.4 / 10.0
เซียนสาวเจ้าอี้เฟยยอมสละตบะที่สั่งสมมาทั้งชีวิตเพื่อโอกาสเคียงคู่ชายคนรักในโลกมนุษย์ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำให้เขาหลั่งน้ำตาจากรักแท้ให้ได้ภายใน 100 วัน มิเช่นนั้นวิญญาณของนางจะดับสูญตลอดกาล เธอจึงเข้าสวมร่างหญิงสาวที่เพิ่งถูกถอนหมั้นและอยู่ในความดูแลของนายแพทย์โจวเจี๋ยหลุน ชายหนุ่มผู้มักฝันเห็นเธออยู่บ่อยครั้ง ทว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงและการตามจีบเขาอย่างเปิดเผยของเธอกลับทำให้คุณหมอหนุ่มเริ่มสงสัยว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นใครกันแน่

100วันวางแผนลับจับประธานเย็นชา ตอนที่ 1

ณ แคว้นเหลียงดินแดนแห่งบุปผางาม โจวเจี๋ยหลุนผู้รั้งตำแหน่งชินอ๋องผู้อยู่ใต้ฮ่องเต้เพียงหนึ่งแต่อยู่เหนือคนทั้งปวงนั่งตัวตรงสง่างามภายใต้แสงสว่างของแสงเทียนที่ตั้งเรียงรายอยู่รอบห้อง ในมือเรียวงามประดุจหยกชั้นดีถือพู่กันชั้นยอดที่ได้รับพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้

ปลายพู่กันทำด้วยขนแพะมันเงาซึมซับน้ำหมึกได้เป็นอย่างดี ส่วนตัวด้ามนั้นทำมาจากงาช้างสีขาวบริสุทธิ์ล้ำค่า ชายหนุ่มตั้งใจลงสลักลายเส้นบุปผา จวบจนใบหญ้าลงในกระดาษซ่วนจื่อ

กระดาษชนิดนี้ซึมซับน้ำหมึกได้ดีและมีราคาแพงยิ่ง ปกติชาวบ้านธรรมดาหาได้สัมผัสสักเท่าไหร่ โจวเจี๋ยหลุนทราบในข้อนี้ดี เขาจึงตั้งใจระมัดระวังที่จะไม่ทำให้ของดีในมือของตนเองเสียจนเปล่าประโยชน์

เสียงลมพัดดังอยู่ด้านนอก อากาศเช่นนี้อีกไม่นานฝนคงได้เทลงมาเป็นแน่ โจวเจี๋ยหลุนมองไปยังหน้าต่างด้านนอกเมื่อลมพัดแรงขึ้นทุกทีจนทำให้เทียนที่จุดอยู่ภายในดับไปหายเล่ม

เขาโบกมือสองสามครั้งพลันหน้าต่างที่เปิดออกก็ปิดลง เสียงตึงตังของฝีเท้าคนผู้หนึ่งวิ่งเข้ามา

โจวเจี๋ยหลุนอมยิ้มน้อย ๆ ข่าวการกลับมาของเขาทำให้คนผู้นั้นรู้ได้อย่างรวดเร็วท่าทางว่าจวนชินอ๋องคงมีไส้ศึกที่นางวางไว้จนทั่ว

ทันทีที่เขากลับมาจากวังต้องเป็นนางที่วิ่งตึงตังมาหาเช่นนี้ทุกครั้ง ไม่เรียกว่าจวนชินอ๋องมีไส้ศึกที่นางวางไว้จะเรียกว่าสิ่งใดได้

“ท่านพี่หลุนเจ้าคะ”

สตรีชุดเขียวรูปร่างอรชรกลับเดินเข้าห้องหนังสือซึ่งถือเป็นสถานที่ส่วนตัวต้องห้ามที่มีเพียงองครักษ์ส่วนตัวและน้องสาวโจวเจ้าเว่ยเท่านั้นที่สามารถเข้านอกออกในได้อย่างอิสระเดินเข้ามาอย่างไม่กลัวเกรง

ภายใต้แสงรำไรของเทียนที่ส่องสว่าง ดรุณีน้อยก้าวเท้าไวจนแทบจะเป็นวิ่งไร้ซึ่งความสงบเสงี่ยมเจียมตนตามแบบฉบับสตรียุคโบราณอย่างสิ้นเชิง คิ้วเรียวดำขลับ แววตาสว่างสุกใส จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากแดงระเรื่อบางเฉียบ ผิวที่โผล่พ้นอาภรณ์ขาวผ่องเนียนละเอียด

แม้จะอายุเพียงสิบสองปี เค้าความงดงามอย่างสตรีสูงศักดิ์กลับฉายแววโดดเด่นจนทำให้ผู้คนตะลึง

โจวเจี๋ยหลุนมองดรุณีน้อยแล้วทอดถอนใจเมื่อนางเดินเข้ามาใกล้แล้วนั่งลงข้างๆ เขา พลางเปิดกระปุกไม้สลักภาพวาดบุปผางดงามออกแล้วร้องออกมาอย่างดีใจ

“ข้าว่าแล้วว่าท่านต้องเอามันมาด้วย”

นางกล่าวจบก็หยิบห่อกระดาษเล็ก ๆ ออกมาจากกระปุกพลางแกะเจ้าก้อนสีดำเข้าปากอย่างร่าเริง

“ที่เจ้ามารวดเร็วเช่นนี้เป็นเพราะช็อกโกแลตนี่หรือ”

“ไม่ใช่เช่นนั้น” เจ้าอี้เฟยส่ายหน้าพลางยิ้ม

“อาการของเจ้ามันฟ้อง”

“ข้าดีใจที่ท่านพี่มา และยิ่งดีใจที่ท่านนำช็อกโกแลตมาให้ข้า”

เจ้าอี้เฟยยิ้มประจบพลางกอดแขนของเขาแล้วแนบใบหน้าลงบนลำแขนแข็งแรง โจวเจี๋ยหลุนยิ้นบางแล้ววางพู่กัน เขาอดไม่ได้ที่จะยกมือลูบศีรษะของนาง

เจ้าอี้เฟยแนบหน้าลงแล้วกอดเขาแน่นเป็นเด็กน้อยทั้งคู่สบตากันแล้วต่างฝ่ายต่างหัวเราะ หลายประโยคที่แม้ไม่พูดจาต่างก็เข้าใจในจิตใจซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี

เจ้าอี้เฟยเป็นบุตรสาวของสหายสนิทบิดาเจ้าอี้เหวินซึ่งดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเหลียง เป็นเพราะท่านพ่อท่านแม่เป็นสหายสนิทจึงทำให้เขาและน้องสาวสนิทกับเจ้าอี้เฟยประดุจคนครอบครัวเดียวกัน

ทุกครั้งที่ขลุ่ยเพรียกบุปผานำพวกเขาเดินทางกลับโลกปัจจุบัน เขาจะเห็นดวงตาละห้อยของเจ้าอี้เฟยที่คอยมองตาม แต่เดิมที่นางยังเล็กนางจะร้องไห้ฟูมฟายทั้งน้ำตา จวบจนเติบใหญ่จึงค่อยทำใจได้ ไร้น้ำตามีเพียงดวงตาเศร้าสร้อยที่คอยมองเขาและโจวเจ้าเว่ยหายไปต่อหน้า

อีกประการหนึ่งที่ทำให้โจวเจี๋ยหลุนหนักใจ คือเจ้าอี้เฟยปักใจในตัวเขาตั้งแต่เล็ก นางถึงขนาดออกปากว่าจะไม่ยอมแต่งงานกับใครหากผู้ชายคนนั้นไม่ใช่เขา

นั่นทำให้โจวเจี๋ยหลุนถึงกับปวดเศียรเวียนเกล้าเมื่อเด็กน้อยผู้นี้จริงจังขึ้นทุกวันในขณะที่ตัวเขานั้นไม่กล้าคิดที่จะมีความสัมพันธ์ไปมากกว่าการเป็นพี่ชายที่แสนดีของนาง

ด้วยตัวเขายังไม่รู้อนาคตว่าจะเกิดเรื่องราวใดขึ้นหากไม่สามารถแก้คำสาปที่ติดตัวโจวเจ้าเว่ยได้ เขาอาจจะต้องกลับยังโลกอนาคตไปตลอดกาล หรือไม่อาจจะหายไประหว่างเดินทางก็เป็นได้

อนาคตที่มืดมนเช่นนี้โจวเจี๋ยหลุนจึงไม่อาจให้เจ้าอี้เฟยเอาตนเข้ามาเสี่ยงกับเขาได้ เขาจึงวางตนเป็นพี่ชายที่แสนดีมาตลอด แม้ว่านับวันที่เจ้าอี้เฟยเติบโตทำให้เขาหวั่นไหวขึ้นทุกวันก็ตาม

“ท่านพี่ท่านเอามาเยอะหรือไม่”

เจ้าอี้เฟยถามขึ้นเมื่อคิดได้ว่าตนเองกินช็อกโกแลตเข้าไปเยอะ จนลืมนึกถึงวันหน้าไป

“เท่าที่เจ้าเห็นข้ายุ่งไม่มีเวลาเตรียมมาก”

โจวเจี๋ยหลุนยักไหล่จับจ้องสมาธิกับภาพวาดอีกครั้ง เขาแตะพู่กันลงบนกระดาษแล้วลากเส้นเล็ก ๆ จนกลายเป็นภาพดอกไม้กระจุ๋มกระจิ๋ม ในขณะที่เด็กสาวตั้งอกตั้งใจแกะห่อขนมกิน อย่างช้าๆ

เมื่อเจ้าอี้เฟยเงียบเสียง โจวเจี๋ยหลุนจึงเพียงมองนางผ่านๆ แล้วตั้งใจกับสิ่งที่ทำตรงหน้าต่อ เป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่เขากลับมาเด็กน้อยจะวิ่งเข้ามาหาสนทนาเรื่อยเปื่อยแล้วเกาะเขาแจไม่ยอมห่าง

จวบจนโจวเจ้าเว่ยมาดึงตัวนางไปทำเรื่องพิเรนทร์ให้ปวดหัวนั่นแหละ เจ้าอี้เฟยถึงยอมห่างเขาได้ หากไม่ใช่ว่าโจวเจ้าเว่ยต้องอยู่เป็นเพื่อนเสด็จย่าให้หายคิดถึง ป่านนี้ทั้งคู่คงได้ออกไปสร้างเรื่องแล้ว

เสียงลมพายุพัดกระหน่ำพร้อมกับเสียงสายฝนที่สาดโหมกระหน่ำลงมา สตรีร่างอรชรบ่นออกมาคำหนึ่ง

“ฝนตกหนักเช่นนี้ท่าทางจะตกทั้งคืนข้าเห็นทีจะกลับจวนไม่ได้เสียแล้ว”

“ท่านอาจะเป็นห่วง รอฝนซาพี่จะไปส่ง”

“ไม่เอา หากโดนฝนเพียงเล็กน้อยข้าอาจป่วยได้นอนที่นี่แหละ” น้ำเสียงคนตัวเล็กช่างเอาแต่ใจนัก

“ทำตัวงอแงเป็นเด็กเห็นจะไม่งาม”

“ท่านเป็นว่าที่สามีข้าทำตัวงอแงกับท่านได้”

นางโต้เถียงในขณะที่ท่านพี่ของนางดูเหมือนจะสนใจกระดาษด้านหน้ามากกว่าจะตำหนินางจริงจัง

“ข้ารักเจ้าประดุจน้องสาวแต่งงานกันไม่ได้”

“รักเช่นใดก็รักเหมือนกัน”

เจ้าอี้เฟยไม่เข้าใจจริงๆ สำหรับนางแล้วเพียงโจวเจี๋ยหลุนรักนางไม่ว่าแบบไหนก็คือรัก เช่นนี้ก็แต่งงานได้

“เจ้ายังเด็กวันนี้อาจไม่เข้าใจ แต่โตขึ้นจะเข้าใจความหมายที่พี่พูด”

นางถือวิสาสะมุดศีรษะเข้าไปที่หน้าตักของเขาแล้วใช้ต่างหมอนหนุนนอนอย่างสบายใจ

โจวเจี๋ยหลุนไม่อาจขยับหนี เขาได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาแล้วพยายามเพ่งสมาธิในสิ่งที่ตนเองทำอยู่

“ท่านอย่าผลักไสข้าเลย เพียงมีท่านอยู่เคียงข้างข้าก็ไม่ต้องการสิ่งใดแล้ว”

มือเรียวของโจวเจี๋ยหลุนชะงักค้าง นางยังไร้เดียงสานักในโลกนี้นอกจากความรักแล้วมีสิ่งที่น่ากลัวที่เรียกว่าการพลัดพรากจากคนที่รักรออยู่

หากเป็นเช่นนั้นจริง สตรีที่อ่อนต่อโลกเติบโตมาภายใต้ความรักความอบอุ่นของครอบครัวเช่นเจ้าอี้เฟยจะอดทนได้อย่างไร

อ่านต่อ

สารบัญ 100วันวางแผนลับจับประธานเย็นชา

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย สามีสั่งชานมเย็นหวานน้อยไม่น้ำแข็ง ฉันเลือกยุติชีวิตคู่เจ็ดปี
8.8
เจียงเจียเหนียนตัดสินใจขอหย่ากับเสิ่นหนาน สามีศาสตราจารย์ผู้แสนเย็นชาหลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเจ็ดปี จุดแตกหักเกิดขึ้นเพียงเพราะชานมเย็นหวานน้อยไม่ใส่น้ำแข็งที่เขาสั่งให้เธอ แม้หลินหยวนหยวนนักศึกษาสาวคนใหม่จะพยายามช่วยพูดให้เธอมองข้ามเรื่องเล็กน้อยนี้ไป แต่เสิ่นหนานกลับไม่เข้าใจและตำหนิว่าเธอใช้อารมณ์เกินเหตุ ทว่าสำหรับเจียเหนียนแล้ว ชานมแก้วนั้นคือหลักฐานความเหินห่างที่ชัดเจนจนเธอเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างและเดินจากไปพร้อมใบหย่าในวันรุ่งขึ้น
หน้าปกนวนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบตั้งแต่แรกพบในงานวันเกิดเพื่อน จนเผลอประกาศตัวว่าอยากใช้นามสกุลเดียวกับเขา โชคชะตานำพาให้เธอได้เป็นเลขาของเขา แต่ความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายกลับทำให้เธอเริ่มถอดใจและพยายามถอยห่าง ทว่ามัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจใคร กลับเริ่มหวั่นไหวและหลงเสน่ห์ความสดใสของจอมขวัญจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อสาวเจ้าเริ่มจะตัดใจ เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้หนีหายไปจากชีวิตเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
ชบาได้ครองคู่กับชายในฝันที่หลงรักมาแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นดั่งใจเมื่อสามีเมินเฉยไม่ยอมร่วมหอ เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงมาพิชิตใจเขาให้สำเร็จ โดยเฉพาะหลังจากได้รับคำชี้แนะจากแม่สามีถึงศิลปะการครองเรือนที่ต้องแนบชิดกายเนื้อต่อเนื้อโดยไร้พัสตราภรณ์กั้นกลาง เมื่อได้เห็นแผงอกอันกำยำของสามีกับตาตนเอง สาวน้อยผู้เคยแต่ซุกซนจึงต้องรีบเรียนรู้งานปรนนิบัติพัดวีขนานใหญ่ เพื่อเปลี่ยนความประหม่าให้เป็นเสน่หาที่มัดใจสามีให้อยู่หมัดในเรือนหอแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
ตอน
อ่านเลย
แชร์