
พิศวาสตำหนักลืมเลือน
ตอน 2
พระตำหนักลู่เหวิน
พระตำหนักลู่เหวินเป็นที่ประทับของฮองเฮาแห่งแคว้นเป่ยถัง ในยามนี้เซวียนฮองเฮาได้สิ้นพระชนม์ลงด้วยทรงประชวรมาเป็นเวลานานเพราะพระพลานามัยอ่อนแอมาโดยตลอด สามวันดีสี่วันไข้จนไม่อาจปกครองวังหลังได้ทำให้อำนาจของวังหลังตกมาอยู่กับจีฟูเหรินซึ่งถูกสถาปนาให้ดำรงตำแหน่งฟูเหรินอันดับหนึ่งเป็นรองเพียงแค่เซวียนฮองเฮา
และจีฟูเหรินหมายมั่นตำแหน่งฮองเฮาว่าจะต้องตกมาอยู่ในกำมือของนางอย่างแน่นอน หากแต่เกิดเหตุพลิกผันอย่างไม่คาดฝันเมื่อเฟิงอวิ๋นฮ่องเต้ กลับทรงตัดสินพระทัยเลือกองค์หญิงเย่วซูเจินจากแคว้นเย่วเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระนาง เพื่อต้องการจะครอบครองแคว้นเย่วเอาไว้ในกำมือ อีกทั้งองค์หญิงเย่วซูเจินนี้มีพระสิริโฉมงดงามเป็นที่เลื่องลือจึงทำให้ฮ่องเต้เฟิงอวิ๋นนักรักผู้ยิ่งใหญ่หลงใหลนางยิ่งนัก
ครั้นนางพลาดจากตำแหน่งฮองเฮาไปอย่างไม่คาดฝัน ทำให้จีฟูเหรินเจ็บแค้นอยู่ในใจอย่างยิ่งยวด แต่จำต้องถอยกลับไปตั้งหลักเพื่อรอดูลาดเลาว่าฮองเฮาพระองค์ใหม่จะสามารถกำจัดได้โดยง่ายหรือไม่ เพราะเซวียนฮองเฮาที่สิ้นพระชนม์ลงไม่ใช่มาจากเพราะสุขภาพของพระนางเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
แต่เป็นเพราะจีฟูเหรินเป็นผู้วางแผนทำให้พระนางสิ้นพระชนม์ลงไปเองด้วยเพราะล่วงรู้มาว่าอดีตฮองเฮานั้นทรงแพ้อะไรง่าย จึงพยายามหาสิ่งที่ระคายเคืองต่อสุขภาพของพระนางเร่งให้สิ้นพระชนม์ลงโดยเร็ว ซึ่งนั้นก็คือละอองเกสรดอกไม้ทุกชนิดมารวมตัวกันนั้นเอง
และนั่นจึงเป็นสาเหตุทำให้เซวียนฮองเฮาเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง เมื่อละอองเกสรดอกไม้รวมทุกชนิดถูกนำไปปล่อยใกล้ห้องพระบรรทม ทำทีดูคล้ายสายลมนำละอองเกสรดอกไม้นั้นพาดผ่านมาด้วยความบังเอิญ จึงเป็นเหตุทำให้เซวียนฮองเฮาสิ้นพระชนม์ลงในเวลาอันรวดเร็ว
ทว่าสำหรับฮองเฮาพระองค์ใหม่จากแคว้นเย่วนี้ดูท่าจะทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงดีมาก อีกทั้งยังมีพระชนมายุเพียง 20 พระชันษาเท่านั้น ทั้งงดงามและอ่อนเยาว์อย่างยิ่งยวด และแน่นอนว่าฮ่องเต้เฟิงอวิ๋นทั้งรักทั้งหวงเหนือสิ่งอื่นใด จีฟูเหรินจึงจำต้องเฝ้ารอคอยโอกาสที่จะกำจัดฮองเฮาพระองค์ใหม่อย่างเงียบเงียบ
“เพ่ยเพ่ย! เพ่ยเพ่ย!เพ่ยเพ่ย!!!”สุระเสียงของฮองเฮาสาวร้องเรียกหาชื่อของสตรีนางหนึ่งจนดังกึกก้องไปจนทั่วพระตำหนักลู่เหวิน
พระวรกายบอบบางของฮองเฮาสาวเสด็จออกมาจากห้องทรงพระสำราญด้วยท่าทีร้อนรน เป็นเหตุให้นางกำนัลคนสนิทที่ติดตามมาจากแคว้นเย่วด้วยนั้น รีบก้าวเข้ามาภายในห้องดังกล่าวอย่างรวดเร็ว
“พระนางรับสั่งต้องการสิ่งใดหรือเพคะ เอ็ดอึงเสียใหญ่เชียว”นางกำนัลคนสนิทซึ่งอยู่วัยกลางคนเอ่ยทูลถามกลับไปพลางรีบเดินตรงเข้าไปหา
“เพ่ยเพ่ยไปไหนเหตุใดนางจึงไม่มาหาข้า! นี่ข้าเดินไปที่ห้องของนางแล้วก็ไม่เห็นแม้แต่พระพี่เลี้ยงไปไหนกันหมด”ฮองเฮาสาวรับสั่งถามด้วยเป็นห่วงอย่างยิ่งยวด
“โธ่ฮองเฮาเพคะ องค์หญิงยังทรงพระเยาว์เพิ่งจะหกพระชันษาเท่านั้น ย่อมซุกซนเป็นเรื่องปกติ ดูท่าคงจะไปวิ่งเล่นในอุทยานหลวงกระมังเพคะ”นางกำนัลคนสนิทกราบทูลกลับไป
“ก็เพราะนางยังเยาว์นะสิข้าจึงต้องห่วง เสด็จแม่กำชับหนักหนาก่อนสิ้นพระชนม์ให้ข้าคอยดูแลนางให้ดีๆ อย่าให้คลาดสายตาจากนางเป็นอันขาด”เย่วฮองเฮารับสั่งถึงพระมารดาซึ่งเป็นถึงอดีตฮองเฮาแห่งแคว้นเย่วซึ่งสิ้นพระชนม์ไปแล้ว
อดีตฮองเฮาแคว้นเย่วซึ่งคือพระมารดาของฮองเฮาเย่วซูเจินและองค์หญิงน้อย ทรงมีพระนามว่าเริ่นหลิ่งเฟย เริ่นฮองเฮาภายหลังจากประสูติองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ย พระธิดาองค์เล็กลำดับที่ห้าให้แก่ฮ่องเต้ต้าเย่วแล้วก็ทรงไม่ค่อยแข็งแรงมาโดยตลอด จวบจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ลงหลังจากมีพระประสูติกาลพระธิดาองค์เล็กมาแล้วสิบเดือน
ก่อนจะสิ้นพระชนม์ได้มอบให้พระธิดาองค์รองทำหน้าที่คอยดูแลพระธิดาองค์เล็กแทนพระนาง และยังกำชับให้คอยดูแลองค์หญิงเยว่เพ่ยเพ่ย ไม่ให้คลาดสายตาเป็นอันขาดพร้อมบอกความลับสุดยอดให้แก่พระธิดาองค์รองให้ล่วงรู้ ทำให้องค์หญิงเย่วซูเจินไม่คาดคิดว่าน้องสาวตัวน้อยของพระนางจะเกิดมาพร้อมลักษณะพิเศษคู่กายเช่นนี้
และนับตั้งแต่พระมารดาสิ้นพระชนม์พระนางจึงเป็นผู้เฝ้าดูแลองค์หญิงน้อยร่วมกับแม่นมและพระพี่เลี้ยงมาโดยตลอด จวบจนกระทั่งต้องอภิเษกสมรสกับฮ่องเต้เฟิงอวิ๋นมาที่แคว้นเป่ยถัง
เย่วฮองเฮาจึงได้กราบทูลร้องขอพระราชบิดานำพระขนิษฐาที่ยังเยาว์วัยไปประทับอยู่ที่แคว้นเป่ยถังด้วยพร้อมกัน จนกว่าองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยจะครบสิบพระชันษาก็ไม่ต้องห่วงแล้ว เพราะเมื่ออายุครบสิบพระชันษาทุกอย่างก็จะปลอดภัยไม่ต้องห่วงอีกต่อไป
“แยกย้ายออกตามหานางให้ทั่ว! รีบนำเพ่ยเพ่ยกลับมาหาข้าโดยเร็ว!!!”เย่วฮองเฮารับสั่งสุระเสียงดังก้อง
“พ่ะย่ะค่ะ! เพคะ!”เสียงของเหล่านางกำนัลและขันทีรวมไปถึงทหารองครักษ์ต่างพากันขานรับก่อนจะแยกย้ายออกตามหากันจ้าละหวั่น
คุณอาจจะชอบ





