
พิศวาสตำหนักลืมเลือน
ตอน 3
สระหยกมณี
ร่างอ้วนป้อมของเด็กหญิงตัวน้อยวัยเพียงหกปีเท่านั้น กำลังเดินลัดเลาะมาจากอุทยานหลวงจนมาถึงสระหยกมณีซึ่งน้ำในสระใสดั่งกระจกจนเห็นตัวปลาแหวกว่ายอยู่ภายใต้สายธารา
และเด็กหญิงตัวน้อยก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่นางคือองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยจากแคว้นเย่ว พระราชธิดาองค์เล็กซึ่งประสูติจากเริ่นฮองเฮา อดีตฮองเฮาแคว้นเย่วนั้นเอง
พระธิดาตัวน้อยเดินดูตัวปลาแหวกว่ายไปตามสายน้ำด้วยความไร้เดียงสา แต่น่าแปลกก็คือทันทีที่องค์หญิงน้อยก้าวเข้าสู่เขตสระหยกมณีซึ่งเป็นอาณาเขตของพระตำหนักลืมเลือน ฝูงปลามากมายต่างแหวกว่ายตรงไปหาโผล่ขึ้นมาให้เห็นตัวราวกับดีใจที่เห็นนางอย่างยิ่งยวด จนพระธิดาตัวน้อยเห็นฝูงปลาโผล่ขึ้นมาและเดินมาตามทางที่ทอดยาวข้ามสะพานสระหยกมณี
จวบจนกระทั่งองค์หญิงน้อยมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูพระตำหนักลืมเลือน ดวงตากลมโตเบิกกว้างพลางเอื้อมมืออ้วนกลมไขว่คว้าผีเสื้อหลากสีมากมาย ที่จู่ๆ ก็บินมารวมตัวกันอยู่ตรงหน้าองค์หญิงน้อย
ก่อนจะพากันบินนำหน้าลอดเข้าไปใต้รั้วที่มีรอยแตกของกำแพงพระตำหนัก จึงทำให้องค์หญิงน้อยมุดรั้วลอดเข้าไปตามรอยแตกเข้าไปภายในเขตของตำหนักลืมเลือนเพื่อติดตามฝูงผีเสื้อเหล่านั้น
องค์หญิงน้อยกระโดดไขว่คว้าเหล่าผีเสื้อราวกับว่าพวกมันกำลังชวนนางเล่นด้วย โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าได้เดินพลัดหลงเข้ามาภายในพระตำหนักลืมเลือนจนลึกเข้าไปถึงเขตพระตำหนักชั้นใน อันเป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของอุปราชเฟิงหลงอยู่ในเวลานี้
ทั่วทั้งบริเวณเงียบงันไร้สิ้นเสียงผู้คน ด้วยเหล่าข้าราชบริพารต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ก่อนที่องค์อุปราชจะตื่นพระบรรทมและต้องรีบออกจากบริเวณที่เป็นเขตหวงห้ามเพื่อมิให้ชีวิตต้องสลายกลายเป็นเถ้าธุลีเมื่ออุปราชเฟิงหลงปรากฏพระวรกาย
องค์หญิงน้อยวิ่งจับผีเสื้อมาตามทางเดินที่ทอดยาว จวบจนกระทั่งมาถึงห้องกว้างที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้และสระน้ำที่เต็มไปด้วยตัวปลา ตรงกลางห้องมีโต๊ะหนังสือและตั่งขนาดใหญ่วางอยู่ พรั่งพร้อมไปด้วยกาน้ำและชุดถ้วยชาสำหรับดื่มกำลังส่งกลิ่นหอมพวยพุ่งออกมา
และบริเวณกลางห้องดังกล่าวปรากฏบุรุษรูปร่างสูงใหญ่นั่งอยู่บนตั่งเห็นเพียงด้านหลังกำลังนั่งจิบชาอย่างเพลิดเพลิน กำลังจ้องสิ่งที่อยู่ภายในมือนั่นก็คือตำราไม้ไผ่ ดวงตาเฝ้าจับจ้องอยู่แต่ตัวอักษรโบราณตรงหน้า
เส้นผมยาวสยายหากแต่ไม่ใช่สีดำแต่กลับเป็นสีเงินยวงยาวจนถึงบั้นเอว เกล้าขึ้นไว้ครึ่งศีรษะพับเป็นมวยเสียบปิ่นหยกขาวเนื้อดีเพียงหนึ่งอัน เส้นผมสีเงินส่องแสงประกายเงางามสาดแสงกระทบกับแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้า
ทันทีที่องค์หญิงน้อยเห็นบุรุษคนดังกล่าวกำลังนั่งจิบชาอย่างละเมียดละไมอยู่ในเวลานั้น ร่างน้อยๆ ที่อ้วนกลมสมบูรณ์สวมอาภรณ์องค์หญิงชั้นเอกเดินตรงเข้าไปหาบุรุษผู้นั้นอย่างรวดเร็วด้วยเพราะนางกระหายน้ำอย่างยิ่งยวดเสียเหลือเกิน
เสียงฝีเท้าของเด็กหญิงตัวน้อยเบาและเงียบกริบจนทำให้บุรุษที่กำลังนั่งหันหลังอยู่ในขณะนั้นไม่ได้ใส่ใจอะไร สาเหตุเพราะภายในบริเวณดังกล่าวจะเป็นอุทยานดอกไม้ ดังนั้นบรรดากระรอกมักจะวิ่งผ่านไปมาอยู่เสมอ และทันทีที่องค์หญิงตัวน้อยเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของบุรุษคนดังกล่าว
ตุบ! ตุบ! ตุบ! มือน้อยอ้วนกลมตบลงบนไหล่กว้างภายใต้อาภรณ์ขาวสีงาช้างเหลื่อมระยับพร้อมเอ่ยขึ้น
“ท่านปู่! ท่านปู่! ข้าขอดื่มชาสักถ้วยจะได้หรือไม่”เสียงขององค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยเอ่ยขึ้น
ตึก! มือใหญ่ที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบอยู่ในเวลานั้นหยุดชะงักไปโดยพลัน ทันทีที่ถูกเด็กหญิงตัวน้อยใช้มือของนางตบลงบนบ่ากว้างราวเขาคือเพื่อนสนิทของนาง
ควับ!!! ใบหน้าหล่อเหลาหันกลับมาตามเสียงเรียกของเด็กน้อยโดยพลันด้วยความตกใจอย่างยิ่งยวดเมื่อได้เห็นเด็กหญิงตัวน้อยกำลังยืนอยู่ตรงหน้าในระยะใกล้ไม่ถึงหนึ่งฉื่อเสียด้วยซ้ำไป และที่สำคัญร่างขององค์หญิงน้อยหาได้สลายกลายเป็นเถ้าธุลีขาวดั่งที่ควรจะเป็น
ดวงเนตรสีนิลกาฬคมกล้าจับจ้องใบหน้ากลมของเด็กหญิงตัวน้อย ที่กำลังส่งยิ้มให้จนแก้มนวลเนียนอมชมพูทั้งสองข้างเห็นลักยิ้มได้อย่างชัดเจนอยู่เป็นเวลานานด้วยความตกใจไม่รู้วาย
องค์หญิงตัวน้อยไม่ล่วงรู้เลยว่าบัดนี้นางกำลังเผชิญหน้ากับอุปราชเฟิงหลงในตำนานของแคว้นเป่ยถังด้วยความบังเอิญหรือสวรรค์เบื้องบนลิขิตให้ทั้งสองได้มาพานพบกันก็มิอาจรู้ได้
พระองค์คืออุปราชปีศาจที่ผู้ใดเพียงแค่เข้าใกล้ร่างจะต้องสลายกลายเป็นเถ้าธุลีขาวไปชั่วพริบตา ทว่าองค์หญิงน้อยกลับไม่เป็นเช่นนั้น
เวลาผ่านไปไม่รู้เนินนานเพียงใดที่อุปราชปีศาจจับจ้องใบหน้าขององค์หญิงน้อยอยู่เช่นนั้น ร่างของนางยังคงอยู่รอดปลอดภัยไม่สลายไปดั่งที่ควรจะเป็น พร้อมหันพระวรกายกลับมาเผชิญหน้ากับองค์หญิงน้อยที่พลัดหลงเข้ามาในตำหนักลืมเลือนของพระองค์ ครั้นทอดพระเนตรอาภรณ์ที่สวมใส่อยู่บนร่างขององค์หญิงน้อยก็ทรงล่วงรู้ได้ทันทีว่าเป็นองค์หญิงชั้นเอกของพระราชธิดาฮ่องเต้ซึ่งประสูติจากฮองเฮา
“เด็กน้อยผู้นี้เป็นเหลนรุ่นปัจจุบันในเวลานี้ของข้าเองหรือนี่”อุปราชปีศาจรำพึงอยู่ในพระทัยพร้อมมีรับสั่งถาม
“เจ้ามีนามว่าอะไรองค์หญิงน้อย”รับสั่งถามเสียงนุ่ม
องค์หญิงน้อยฉีกยิ้มกว้างส่งกลับไปให้จนเห็นไรฟันขาว แก้มยุ้ยน่าเอ็นดูเป็นยิ่งนัก
“ข้ามีนามว่าเพ่ยเพ่ย...เย่วเพ่ยเพ่ยคือนามเต็มของข้าท่านปู่!”องค์หญิงน้อยตอบกลับไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ
อุปราชหนุ่มพยักพระพักตร์ขึ้นลงเมื่อองค์หญิงน้อยตอบกลับมาก่อนจะรับสั่งถามขึ้นอีกครั้ง
“ปีนี้เจ้ากี่ขวบแล้วองค์หญิง”รับสั่งถามกลับไปด้วยความอยากรู้
“ปีนี้ข้าหกขวบแล้วท่านปู่”องค์หญิงน้อยตอบกลับไป
อุปราชปีศาจชะงักงันไปทันทีครั้นทรงได้ยินเช่นนั้น เมื่อล่วงรู้ว่าองค์หญิงน้อยตรงพระพักตร์มีอายุปีนี้เท่ากับหกพระชันษา ซึ่งเมื่อหกปีก่อนมีปรากฏการณ์สำคัญบางอย่างเกิดขึ้นและมีผลต่อพระองค์อย่างยิ่งยวด หากแต่ยังไม่ทันที่จะมีรับสั่งถามเสียงขององค์หญิงน้อยก็ดังแทรกขึ้นมาทันใด
“พี่หญิงของเพ่ยเพ่ยเล่าให้ฟังว่า ข้าเกิดในวันที่ดวงดาวไท่อี๋ปรากกฎ”สิ้นเสียงขององค์หญิงน้อย
พระเนตรคมกล้าและเต็มไปด้วยความดุดันของอุปราชปีศาจแปรเปลี่ยนไปทันใดเมื่อได้ยินองค์หญิงน้อยกล่าวออกมาเช่นนั้น
“ผู้มาจากดวงดาวหรือนี่”อุปราชปีศาจรับสั่งพึมพำ
รอยยกยิ้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอุปราชผู้กล้าที่ยังหล่อเหลาและรูปงามดั่งเช่นในครั้งอดีตกาลไม่มีเปลี่ยน พระพักตร์ในขณะที่มีพระชันษาปีที่ 23 ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
พระวรกายสูงใหญ่กำยำยังเต็มไปด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของวัยหนุ่มเมื่อสามร้อยกว่าปีก่อนอย่างไรก็อย่างนั้น มีเพียงเส้นผมสีดำสนิทเท่านั้นที่แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีเงินยวงไม่เหมือนเดิมดั่งเช่นกาลก่อน พระหัตถ์เรียวยาวยื่นออกไปข้างหน้าเพื่อจับจูงองค์หญิงน้อยให้เข้ามาหาพระองค์
“มาหาข้าเพ่ยเพ่ย...เด็กดี!!!”รับสั่งพร้อมกวักพระหัตถ์ขึ้นลงให้นางก้าวเข้ามา
องค์หญิงน้อยด้วยความไร้เดียงสายื่นมืออ้วนกลมของนางไปให้อุปราชเฟิงหลงอย่างว่าง่าย ก่อนจะถูกดึงร่างน้อยๆ เข้ามาหาพระองค์จนหยุดยืนอยู่ตรงพระพักตร์ รอยแย้มเยือนด้วยความดีใจปรากฏขึ้นบนพระพักตร์หล่อเหลานั้นมิคลาดครา
“เพ่ยเพ่ยของข้า!”รับสั่งสุระเสียงเต็มไปด้วยความยินดีอย่างเห็นได้ชัด
พระเนตรจับจ้องอยู่แต่ใบหน้าอ้วนกลมขององค์หญิงน้อยอยู่เช่นนั้นนิ่งนาน ประหนึ่งได้พานพบสิ่งที่เฝ้ารอคอยมาตลอดสามร้อยกว่าปีที่ผ่านมา
ด้วยวิชาอมตะนั้นจะทำให้ไม่มีผู้ใดสามารถเข้าใกล้พระองค์ได้เลยเพราะร่างต้องสลายกลายเป็นเถ้าธุลีก่อนจะถึงตัวเสมอ แต่มีเพียงผู้ที่เกิดในวันที่ดาวไทอี๋ปรากฏ ซึ่งถือว่าเป็นจักรพรรดิแห่งดวงดาวที่สามารถเข้าใกล้และสัมผัสพระองค์ได้
และผู้ที่ถือกำเนิดในวันดังกล่าว คือผู้ที่ถูกสวรรค์ลิขิตให้มาพานพบอุปราชปีศาจ ซึ่งไม่เคยมีผู้ใดสามารถเข้าใกล้ได้เลยแม้แต่เพียงผู้เดียว
คุณอาจจะชอบ





