ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทวิลีลาวดี (พีเรียดวาย)

ทวิลีลาวดี (พีเรียดวาย)

เมื่อชายหนุ่มผู้รักความสันโดษหลงยุคกลับไปในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่ามกลางเสียงดนตรีไทยและบรรยากาศย้อนยุค เขาได้พบรักกับชายหนุ่มรูปงามที่ทำให้หัวใจสั่นไหว แต่สถานะคนต่างโลกกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่มาพร้อมความลับของดอกลั่นทมซึ่งเป็นกุญแจสำคัญ เขาต้องเลือกระหว่างการหาทางกลับสู่โลกปัจจุบันที่จากมา หรือจะยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อครองคู่กับรักแท้ที่เฝ้ารอมานานแสนนานในอดีตแห่งนี้ มาร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของความรักข้ามภพที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ
ตอน
แชร์

ตอน 3

"เดี๋ยวดิ นี่อาจารย์คงนะเว้ย ไม่ธรรมดา วิชาเสน่ห์นี่สาวรักสาวหลงเลยนะ"

"จะกลับพร้อมกันหรือแยก"

"ฮ่าๆ เพื่อนรัก ลองหน่อยไม่เสียหาย เรื่องที่วิทยาศาสตร์ช่วยไม่ได้ก็ต้องลองมาพึ่งทางไสยศาสตร์ดูนะเว้ย"

ใบหน้ายิ้มแย้มแต่เก็บอารมณ์ขุ่นไว้ภายในของผมฉายชัดแบบเด็กอนุบาลยังมองออกเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรกับเพื่อนคนนี้ เอะอะเป็นเอาแต่ใจตลอด

"ฮ่าๆ เชื่อมืออาจารย์คงได้เลยเพื่อนรัก"

ใบหน้าภูมิอกภูมิใจที่ได้นำเสนอตำหนักร่างทรงอาจารย์ทำเสน่ห์ของมัน จะไม่ให้ผมหมั่นไส้ก็ดูจะยากไปหน่อย

เฮ้อ…ถูกอย่างที่คิด ผมน่าจะไปว่ายน้ำเล่นแทนที่จะมาที่นี่ มันก็ใช่ที่ผมไปโบราณสถานมาหลายแห่งแล้ว นี่เป็นบ้านไม้ที่ดูโบราณไม่เท่าที่เคยเห็นมา แต่กลับให้ความรู้สึกคิ้วกระตุกราวกับมีควันสีดำขับไล่สิ่งมีชีวิตแผ่ออกมาตลอดเวลา

ผมหันหลังเตรียมโบกมือลาอย่างไม่ต้องคิด แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้นเมื่อยอดดึงกระเป๋ารั้งไว้จากด้านหลัง

"ปล่อยได้ไหม ยอด…ปล่อยเถอะ"

"ไอ้เพื่อนรัก อย่าเพิ่งไป ลองดูก่อนเถอะ"

"ไม่เอา"

"ทำไมไม่ปิดกระเป๋าอีกแล้วเนี่ย!"

"ปล่อยนะ"

ผมพยายามดึงกระเป๋ากลับมา ไม่สนใจคำดุ

"อยากหน้าโทรมต่อไปหรือไงเพื่อนรัก เหอะน่า พระเอกการันตี รับรองหลับสนิทยันเช้า"

ไม่สนๆๆ พอผมชั่งใจมองไปชั้นสองของบ้าน มันค่อนข้างจะ…ไม่ปลอดภัยมากๆ

ผมไม่เอาด้วยเด็ดขาด น่ากลัวเกินไปแล้ว

"ปล่อยยยยยยย"

"เอ๊ะ?"

ผมยืนยันที่จะกลับลูกเดียว จนสายตาเหลือบไปเห็นบางอย่างในกระเป๋า

"ขึ้นมาสิ"

!!

ในระหว่างที่ผมกำลังยื้อยุดอยู่กับยอดและตกใจกับสิ่งที่เห็น สายตาสดใสก็ต้องเบนไปทางบรรไดขึ้นบ้าน ร่ายกายของคนอายุรุ่นราวคราวเจ็ดสิบ หลังค่อมนิดๆ ยืนรออยู่ เจ้าของใบหน้าดุๆและมุมปากที่ตกลงตามวัยกำลังจ้องมาทางนี้

คุณยายยืนอยู่ตั้งแต่ตอนไหน

สุดท้ายผมก็โดนยอดลากขึ้นบ้านตามคุณยายไปอย่างขัดไม่ได้

…….

ผมงงมากว่าดอกไม้สีขาวเหลืองนี้มาอยู่ในกระเป๋าได้อย่างไร มันก็จริงที่เมื่ออาทิตย์ก่อนผมไปนอนหลับใต้ต้นลีลาวดี แต่มันก็ไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ ต้องเรียกว่าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะว่านี่มันยังดูสดใหม่อยู่เลยนี่สิ กลีบดอกไม่มีรอยช้ำปรากฏสักนิด

จะว่าไป ได้กลิ่นหอมๆตั้งแต่ครั้งแรกที่ตื่นกลางดึกวันนั้นเลย แถมวันนั้นก็เป็นวันเดียวกับที่ผมไปหลับนอกสถานที่ด้วย ดอกไม้นี่คงไม่ได้ปล่อยฟีโรโมนออกมาใช่ไหม

เดี๋ยวนะ มันจะปล่อยกลิ่นออกมาทุกวันเฉพาะตอนตีสามโดยที่ผมหาไม่เจอมาก่อนได้อย่างไร ก็ดอกไม้นี้ยังสดใหม่อยู่เลย

ฟึ่บๆ

ยอดที่นั่งข้างๆเอาแขนมากระทบแขนผม

"ฮ่าๆๆไม่ต้องเกร็งนะไอ้เพื่อนรัก มากับกูซะอย่าง  ไหว้อาจารย์สิ มัวเหม่ออะไรอยู่ได้ เดี๋ยวพลาดของดีนะเว้ย"

ผมหันไปมองผู้สูงอายุในชุดไทยโจงกระเบนที่หลับตาทำสมาธินั่งชันเข่าอยู่บนอาสนะ ก่อนจะยกมือไหว้อย่างเสียไม่ได้

เอาเถอะ คิดมากไปก็เท่านั้น เอาดอกไม้ไปทิ้งก็จบแล้ว

"จะจบแน่หรือ"

!

จู่ๆคุณยายก็ลืมตาขึ้น พร้อมกับเอ่ยพูดเสียงเย็นราวกับรู้ทันความคิดผม สายตาที่มองมาราวกับรู้เห็นทุกสิ่งอย่าง ผมไม่ทันได้ถามอะไรออกไปห่อผ้าสีน้ำตาลก็ถูกเคลื่อนมาตรงหน้า

"เอานี่ไป จะจบยังไงก็ขึ้นอยู่กับเจ้า"

"ฮ่าๆๆ ดวงเอ็งมันดีจริงๆไอ้เพื่อนรัก มาถึงก็ได้ของดีเลย รีบรับสิวะ"

ผมไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ยื่นมือไปรับของไว้ตามมารยาท เพราะเห็นว่าเป็นของจากผู้หลักผู้ใหญ่ คิดว่าคงไม่มีอะไรมาก ดูแล้วก็ไม่ใช่ของราคาแพงอะไรด้วย หนำซ้ำผ้าที่ห่อมาก็ดูเป็นผ้าเก่าๆผืนหนึ่ง ดีที่ผมใช้ของมือสองเป็นประจำจนไม่ถือเรื่องพวกนี้

"ขอบคุณครับ"

"อะไรจะเกิด เอาช้างไปฉุด…มันก็ต้องเกิด"

…….

ผมกลับมาที่ห้องตัวเอง เอาดอกไม้ไปทิ้งเรียบร้อย ส่วนห่อผ้าสีน้ำตาลที่คุณยายให้มา ก็ถูกจับวางอย่างไม่ยีหระบนโต๊ะหนังสือ คืนนี้คงไม่มีอะไรทำให้ผมตื่นขึ้นมาทั้งนั้น

ผมอาบน้ำ กินข้าว แปรงฟันใช้ชีวิตตามกิจวัตรปกติ จนกระทั่งเมื่อนาฬิกาตีบอกเวลาประมาณสองทุ่มกว่าๆ

ยานอนหลับตัวแรงที่ผมเทออกมาจากซองสี่เหลี่ยมสีน้ำตาล ถูกเอาเข้าปากทีเดียว 2 เม็ด

คืนนี้รับรองหลับเป็นตาย.

[ตีสาม]

ตาย ตายจริงๆ ตายแน่ๆ ผมนี่แหละตาย

ผมตื่นขึ้นมาตอนตีสามอีกแล้ว แถมยังได้กลิ่นนั้นโชยมาเหมือนทุกวัน

ขาเรียวเดินไปเปิดกระเป๋าเป้เช็คดูให้แน่ใจ

"ก็ทิ้งไปแล้วนี่"

ไม่มีดอกไม้แล้วจริงๆ ในกระเป๋าก็ไม่มีอะไรที่ดูจะส่งกลิ่นได้อีก ไม่รู้ว่ากลิ่นมาจากไหน

ผมหันซ้ายหันขวาเพื่อดูที่มาของกลิ่น แต่แล้วความเข้าตาจนก็ทำให้ผมเดินไปหยิบห่อปริศนามาเปิดดูบนเตียง

"นี่มันอะไรเนี่ย"

ดูเหมือนสิ่งที่คุณยายให้มาจะเป็นกระถางกำยานที่ทำจากดินเผาเก่าๆอันนึง ด้วยความขี้เกียจคิดเยอะถึงเหตุและผลของมันก็เลยแค่จุดแล้ววางไว้ข้างหัวเตียง

กลิ่นและควันของกำยานให้ความรู้สึกอบอุ่น ผมเอนกายลงบนฟูกห่มผ้าแล้วเตรียมพักผ่อนอีกครั้ง

ตั้งแต่ที่ผมเริ่มตื่นกลางดึก ผมก็ไม่เคยนอนหลับต่อได้อีกเลย แต่ดูเหมือนคุณยายจะช่วยให้ผมสมหวังแล้ว

ผมค่อยๆไหลไปตามห้วงนิทรา คล้อยไปกับความว่างเปล่า

……

ผู้ชายคนนี้เป็นใคร? ที่นี่ที่ไหน?

เอ้กอีเอ้กเอ้ก

เสียงไก่ขันแปลกหูปลุกผมตื่นจากห้วงนิทราอีกครั้ง

ถ้านี่คือความฝัน...แล้วทำไมผมถึงรับรู้สัมผัสอ้อมกอดของผู้ชายคนนี้ได้ล่ะ!

ห้องที่ไม่คุ้นเคยตกแต่งสไตล์ไทยโบราณ เตียงและข้าวของเครื่องใช้ส่วนใหญ่ทำจากไม้หรือไม่ก็หินอ่อน ทุกมุมสะอาดตา ที่เอวมีสัมผัสหนักๆพาดอยู่ หน้าอกหนาสีขาวเหลืองที่กระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมออยู่ตรงหน้า

พอเงยหน้าขึ้นไป ก็พบใบหน้าคมแบบชายไทยโบราณ ปลายผมดำสนิทที่ตกลงมาขับกรอบหน้าของคนหลับตาพริ้มให้เด่นชัด สง่าราศียามแสงแดดอรุณรุ่งลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาตกกระทบผิวราวกับเขาเป็นเทวดาในความฝัน

สัมผัสอุ่นๆและกลิ่นกายที่ไม่คุ้นเคยตีเข้ากับโสตประสาทของผมบ่งบอกถึงความเป็นมนุษย์

!!!

ฟิ้ว~

สายลมเย็นที่พัดเข้ามายามเช้าปะทะผิวกายจนทำให้สั่นเล็กน้อย

แล้วเสื้อผ้าผมล่ะ!

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HEW” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HEW
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พิศวาสตำหนักลืมเลือน
8.6
เฟิงหลง อุปราชปีศาจผู้ยิ่งใหญ่แห่งเป่ยถัง ครองชีวิตอมตะพร้อมญาณหยั่งรู้ในตำหนักลืมเลือนมานานกว่าสามศตวรรษ ด้วยคำสาปร้ายที่ทำให้ผู้เข้าใกล้ต้องสลายเป็นเถ้าถ่าน ทว่าองค์หญิงเย่วเพ่ยเพ่ยกลับเป็นสตรีเพียงนางเดียวที่สัมผัสกายเขาได้ ก่อเกิดเป็นสายใยรักลึกซึ้งท่ามกลางความลึกลับ แม้ตำหนักจะเลือนหายไปพร้อมพันธสัญญา แต่หัวใจของเขายังคงเฝ้ารอคอยนางหวนคืนมาเพื่อครองรักกันอีกครั้งตามคำสัตย์สาบานที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่พันปีใจของเขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไป
หน้าปกนวนิยาย ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
8.1
ซูเยว่ซีหวนคืนสู่อดีตหลังถูกอวิ๋นถังยวี่ทรมานจนสิ้นใจ ชาตินี้นางสาบานจะปกป้องครอบครัวและทำลายศัตรูที่เคยทำร้ายนางให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อผู้ชั่วช้าหรือหญิงแพศยาที่จอมปลอม นางใช้สติปัญญาเปิดโปงความชั่วร้ายและกำจัดคนทรยศในราชสำนักเพื่อความปลอดภัยของท่านตา ท่ามกลางแผนการล้างแค้นที่สั่นคลอนเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่พร้อมจะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของนาง
หน้าปกนวนิยาย ย้อนรักตำหนักชมดาว
8.0
ท่ามกลางกระแสธารของน้ำพุแห่งกาลเวลาที่ไหลรินอย่างไม่สิ้นสุด ชายหนุ่มยังคงเฝ้าคอยการกลับมาของหญิงผู้เป็นที่รักด้วยความหวังอันแรงกล้า นวนิยายรักแฟนตาซีที่หยิบยกเอาเกร็ดพงศาวดารจริงจากหน้าประวัติศาสตร์ราชวงศ์หมิงมาถ่ายทอดใหม่ เมื่อโชคชะตาขีดเขียนให้นางเอกหลงยุคกลับมาเผชิญกับเหตุการณ์ในอดีต เธอจะตัดสินใจอย่างไรระหว่างการยอมรับชะตากรรมที่ถูกบันทึกไว้ หรือจะรวบรวมความกล้าเพื่อลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ให้ต่างไปจากเดิม
หน้าปกนวนิยาย อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง
8.1
เสิ่นอวี้หลันยอมทำทุกทางเพื่อครอบครองมู่หยางโหวและกำจัดเสี้ยนหนามรอบตัวเขา จนในที่สุดก็ได้เป็นภรรยาตามปรารถนา แต่เขากลับชิงชังและปฏิบัติกับนางอย่างไร้ค่า เมื่อเขาตัดสินใจรับภรรยารองเข้าจวน ความเจ็บช้ำทำให้นางเลือกจบความสัมพันธ์ด้วยการยื่นหนังสือหย่า ทว่าสามีที่เคยเย็นชาและผลักไสกลับเปลี่ยนไป เขาไม่ยอมลงนามเลิกราแถมยังตามตื้อขอคืนดีอย่างผิดปกติจนนางเริ่มสงสัยว่าโหวหนุ่มผู้นี้กำลังเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร