หน้าปกนวนิยาย มนตร์ตาละวัน

มนตร์ตาละวัน

7.9 / 10.0

มนตร์ตาละวัน ตอนที่ 1

สัตว์เลื้อยคลานร่างหนาใหญ่สองตัวดำผุดดำว่ายท่ามกลางแม่น้ำสองสี สีเข้มเกือบจะเป็นสีดำและสีดินทรายไหลมาบรรจบกัน ทอดยาวไปอีกหลายพันไมล์

ผ่านลำตัวที่มีผิวขรุขระยามขับเคลื่อนไปข้างหน้า แหวกน้ำออกเป็นระลอกคลื่น พละกำลังตามสรีระแข็งแกร่งกำยำทำให้พวกมันไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล เป็นตรงกันข้าม พวกมันคงว่ายน้ำไปได้เรื่อย ๆ เช่นปลา

พวกมันไม่ได้มาด้วยกัน ไม่รู้จักหน้าค่าตาด้วยซ้ำ...

เจ้าตัวเล็กกว่ามองว่าตัวข้างมันมีขนาดมหึมา ใหญ่กว่ามันเกือบสองเท่า! จึงไม่กล้าเบ่งมากนัก โผล่พ้นเพียงดวงตาสีเหลืองทองเหนือผืนน้ำ ระหว่างทางที่มันแอบจับปลากินเป็นอาหาร ยังลังเลใจอยู่ว่าหากถูกแย่งแล้วมันจะยอมปล่อยเหยื่อให้อีกตัว เพื่อรักษาชีวิตตัวเองไว้หรือไม่ มันไม่แน่ใจว่าจะชนะ ดีไม่ดีมันอาจกลายเป็นอาหารของตัวใหญ่กว่า

ทว่าตัวข้างมันแค่ว่ายน้ำไปข้างหน้า มีเหลือบมองทางอื่นบ้างแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมัน ที่เพิ่งสังเกตเห็นว่าเจ้านี่มีดวงตาสีแดงก่ำ ลำตัวสีนิลสนิท

ไม่ใช่พวกมันแน่ ๆ ล่ะ! หรือว่ามันจะตาฝาดไป แต่ในเมื่อดวงตาแสนพิเศษของมันมีจุดรับภาพอันดีเลิศ ยิ่งน้ำจืดแล้วมันเห็นแสงสีแดงได้ไวกว่าน้ำเค็ม ซึ่งมันสามารถมองเห็นแสงสีน้ำเงินได้มากกว่า

ดังนั้นสีแดงก็ต้องเห็นแน่!

ขณะที่เจ้าตาแดงเริ่มรำคาญใจกับเจ้าถิ่น เพราะว่าการว่ายน้ำตีคู่กันมาคงไม่ใช่การทักทาย

จระเข้เป็นสัตว์ดุร้ายโดยสัญชาตญาณ ยังมีนิสัยหวงอาณาเขต เจ้าตัวเล็กคงอยากลองเชิงว่ามันแค่ผ่านทาง หรือจะย้ายถิ่นฐานมาแย่งตัวเมียละแวกนี้

มองกันไปมองกันมาอย่างไม่เป็นมิตรจนถึงทางแคบ ด้านฝั่งซ้ายเป็นชายฝั่งดินผสมทรายแฉะ ๆ มีพุ่มหญ้ารก สุดท้ายก็ไม่มีใครเป็นฝ่ายเปิดศึกประสาเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เจ้าตาแดงจึงว่ายชิดเข้าฝั่ง เหลือบตามองตัวที่คลานตามหลังมัน ซึ่งพอมันหดขาลงนอนอาบแดดตามกิจวัตร อีกตัวก็คลานย่องไป

เจ้าตาแดงนึกตลกขบขันเจ้าถิ่นที่ไม่กล้าแหยมกับมัน ได้แค่ทำเบ่งไปอย่างนั้น ยังเสียสละทำเลดี ๆ ตรงนี้ให้มันนอน ก่อนที่มันจะปิดตาข้างซ้ายลง

ธรรมชาติของจระเข้มักลืมตาข้างหนึ่งไว้เพื่อระวังภัย พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ แม้ในพุ่มไม้ขนาดใหญ่ หญ้ารกสีเขียวสลับน้ำตาลเข้มพรางตัวของมันได้ดี ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะมีใครมารบกวนเวลานอนของมัน...

คงหมายถึงมนุษย์

กลุ่มจระเข้ที่ฉลาดหลายตัวรู้จักมนุษย์ว่าทำอะไรได้บ้าง

บางทีพวกมันก็แค่อยากอาบแดดในสถานที่อากาศดี ๆ ช่วงน้ำลงเพราะไม่มีโอกาสได้ขึ้นมาบ่อย ทว่าหากที่ใดได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว มันจะถูกจับโดยไม่มีการไถ่ถามสักคำ

มีบางตัวถูกพรานยิง ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ถูกจับขึ้นรถไปขาย ร้ายสุดคงได้กลายเป็นอาหารเย็น

ผู้ต้องหายังมีทนายไว้ต่อปากต่อคำ แต่จระเข้ไม่มี!

ได้ขึ้นชื่อว่าไอ้เข้ อย่างไรเสียก็ต้องทำร้ายมนุษย์ พวกมันจะถูกกำจัดไปเสียให้พ้นทาง ทั้งที่มันอยู่ตรงนี้มาก่อนด้วยซ้ำ

ก็นั่นแหละ...

ตำแหน่งสูงสุดของห่วงโซ่อาหารเวลานี้คือมนุษย์

วันนี้เจ้าตาแดงเลยเลือกทำเลดีสักหน่อย เป็นสถานที่ผู้คนอาศัยอยู่ร่วมกับสัตว์ป่าอย่าง Mamirauá

คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ครึ่งหลับครึ่งตื่นใต้แสงแดดทออ่อนยามสาย ดวงตาสีแดงฉานหลุบมองผ่านหญ้าสีเขียว ไกลออกไปนั้นเป็นรีสอร์ตซึ่งมันคงไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวาย มันคงนอนอีกพักเดียวค่อยไป ทว่าทันใดนั้นเอง...

“นั่นอะไรนะ?” เสียงแหลมเล็กของเด็กาวอายุประมาณสี่ขวบ ผมเปียสีบลอนด์ทองนัยน์ตาสีฟ้า อุ้งมือเล็กกอดตุ๊กตาจระเข้น่ารัก หยุดก้าวลงหน้าพุ่มไม้ด้วยหน้าตาใสซื่อ ไร้ความระแวดระวังภัย

‘ก็จะตัวอะไรล่ะ?’

“เสียงอะไร ใครคะ?”

เด็กน้อยถามอีกครั้งเพราะได้ยินแค่เสียงทุ้มแหบลอยมาตามลม เหมือนเสียงของชายหนุ่มร่างหนาใหญ่สักคน หมุนคอมองซ้ายขวา ไม่เห็นว่าตรงนี้จะมีใคร

‘ทางนี้นังหนู อยู่ตรงพุ่มหญ้านี่’

ประมาณหกถึงเจ็ดก้าวเดิน หนูน้อยตากลมโตมองเห็นเพียงเงาดำขนาดใหญ่เหมือนเป็นก้อนหิน แต่ไม่ใช่... เธอไม่แน่ใจ ไม่กล้าเข้าไปใกล้กว่านี้ สองมือกอดตุ๊กตาแน่น

“คุณพูดได้หรือคะ คุณเป็นตัวอะไร...?”

พูดได้เฉพาะกับเด็ก ผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ ผู้มี ‘ญาณทิพย์’ คือการรับรู้ทางจิตทางอารมณ์ มี ‘หูทิพย์’ การได้ยินเสียงแปลก ๆ อาจเป็นเสียงของวิญญาณหรืออะไรบางอย่าง...

“หนูฟังไม่เข้าใจค่ะ”

นั่นคงเป็นเรื่องราวที่ยากเกินไปสำหรับเด็กวัยสี่ขวบ เธอจำได้ว่าแม่เคยบอกเรื่องก้อนหินว่ามันพูดไม่ได้

‘เข้ามานี่ซิอีหนู... เข้ามาใกล้ ๆ มาคุยกับลุงตรงนี้ไม่ต้องกลัว’

หนูน้อยพยายามรวบรวมความกล้าหาญอย่างถึงที่สุด เกือบจะก้าวเข้าไป ก่อนนึกขึ้นได้ว่าแอบหนีคุณพ่อคุณแม่มา...

“มัมต้องดุหนูแน่เลยค่ะ หนูไปตามมัมกับแด๊ดมาด้วยดีกว่า นั่งคุยกันหลายคนสบายใจ”

‘เป็นเด็กฉลาดดี แต่ถ้าไม่เดินมาลุงว่าจะไปแล้วนะ หนูคงอดเห็นของดีแล้วล่ะ’

ดวงตาคู่สวยกลอกไปมา ในที่สุดเธอก็เดินไปตามคำล่อหลอกของตัวอะไรสักอย่างด้วยความไร้เดียงสา

“จระเข้!”

หนูน้อยเบิกตากว้าง ยกมือป้องปาก ตุ๊กตาหล่นตุบ! สองขาก้าวถอยครูดด้วยความตกใจ ทว่าพอได้ยิน...

‘ไม่ใช่จระเข้ ดูให้ดี ๆ จระเข้ที่ไหน’

“ไม่ใช่จระเข้แล้วตัวอะไร!”

‘ แอลลิเกเตอร์ [alligator] มาจากภาษาสเปน ‘Lagarto’ หมายถึงสัตว์เลื้อยคลาน ตัวนี้ปากเป็นโค้งทรงรูปตัวยู ไม่ใช่เจ้าตัวปากแหลม ต่างกัน... อันนั้นถึงเรียกว่าจระเข้ ดุร้ายกว่า พบในเอเชีย ส่วนแอลลิเกเตอร์จะพบในจีนและอเมริกา’

เด็กสาวมีสีหน้างุนงง แต่ไม่เลือกที่จะวิ่งหนี เธอแค่รู้สึกไม่ปลอดภัยพอเห็นว่าจระเข้ไม่เหมือนในการ์ตูนน่ารัก เหมือนในจินตนาการของเธอ

“ตกลง... คุณลุงเป็นแอลลิเกเตอร์เหรอคะ?”

‘ไม่เชิงว่าใช่... อาจไม่ใช่ทั้งสองอย่าง...’

“แล้วเป็นตัวอะไรคะ?”

ก็เคยเป็นมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ขี้สงสัยอย่างหนูนี่แหละ แต่ตอนนี้จะเรียกลุงว่าเกเตอร์ก็ได้

“ทำไมคุณลุงพูดได้ล่ะ?”

อ่านต่อ

สารบัญ มนตร์ตาละวัน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
หญิงสาวผู้หนึ่งจำต้องรับอุ้มบุญให้ชายปริศนาตามข้อผูกพันบางอย่าง ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้เธอต้องเข้าพิธีวิวาห์กับคู่หมั้นหนุ่มในวัยเยาว์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แม้เริ่มต้นด้วยความเย็นชา แต่ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าก่อนกำหนดคลอดเพียงไม่นาน เขากลับยื่นใบหย่าให้จนเธอใจสลาย แต่สุดท้ายเขากลับสารภาพความจริงที่ซ่อนไว้ว่าเธอคือผู้เดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยเปลี่ยนใจเลย
หน้าปกนวนิยาย รัก(ใคร่)พิศวาส
8.1
เมื่อพญามารผู้กุมอำนาจล้นมือพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า กลับต้องมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้อ่อนโยนดั่งลูกกวางน้อยที่ตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่มีทางสู้และต้องยอมจำนนต่อการตัดสินใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าเขาจะเลือกบีบคั้นให้เธอมอดไหม้หรือจะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ ทว่าทุกสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้นั้นกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนเกินกว่าที่ใจเธอจะต้านทานไหว ในเกมแห่งความรักและความใคร่นี้เธอจึงติดอยู่ท่ามกลางไฟพิศวาส
หน้าปกนวนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปเผชิญความเจ็บปวดจากการถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนรักเพียงเพราะอคติต่อตระกูลของเขา เพื่อแก้แค้นและเย้ยหยันอดีตคนรัก เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่ปิยธิดาเกลียดชังที่สุด แม้เบื้องต้นจะมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวกับลูกเมียน้อยที่เขาเคยรังเกียจ ท่ามกลางทิฐิที่ปิดกั้นหัวใจ เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นหรือจะยอมรับความรักที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
สาวผู้คลั่งไคล้ในสมบัติและของมีค่าอย่างสุดหัวใจ แต่กลับพยายามปฏิเสธความปรารถนาดีจากชายหนุ่มผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญให้เธอไม่หยุดหย่อน แม้เธอจะพยายามหาทางหลบหนีจากความสัมพันธ์นี้มากเพียงใด เขากลับรุกหนักด้วยการส่งสิ่งของล้ำค่ามาให้มากมายราวกับขนมาด้วยรถสิบล้อ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งเปย์ ยิ่งถอยเขาก็ยิ่งรุกใส่ด้วยความร่ำรวย แล้วแบบนี้ผู้หญิงที่แพ้ทางของสวยๆ งามๆ อย่างเธอจะสามารถรอดพ้นจากบ่วงรักมหาเศรษฐีจอมทุ่มคนนี้ไปได้อย่างไร
ตอน
อ่านเลย
แชร์