หน้าปกนวนิยาย จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน

จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน

9.1 / 10.0
ตงฟางลี่หยาง แม่ทัพผู้เย็นชาแห่งแคว้นเทียนหยวนใช้ชีวิตเพื่อรอวันสะสางความแค้นต่ออดีตสหายอย่างสาสม ทว่าหัวใจที่มืดมนกลับสั่นคลอนเมื่อโชคชะตาจากหยกบุบผานำพาหลิงลี่ย่า หมอหญิงสาวผู้ข้ามเวลามาจากโลกยุคปัจจุบันให้มาพบกัน ท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนอันตราย แม่ทัพหนุ่มจอมโหดกลับต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตามไล่ล่าและจับกุมสตรีผู้กุมหัวใจคนนี้มาเป็นของเขาให้ได้ เรื่องราวความรักข้ามมิติที่เต็มไปด้วยความแค้นและการตามหาหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้น

จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน ตอนที่ 1

คริสต์ศักราช 2018

เที่ยวบินปักกิ่ง-ตุนหวง

เมืองตุนหวงตั้งอยู่ในเขตมณฑลกานซู่ ซึ่งอยู่แถบทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน บริเวณนี้มีการตั้งหลักปักฐานมาตั้งแต่ยุคสมัยราชวงศ์ฮั่น และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาประมาณ 2,000 ปี เดิมถูกเรียกว่าเมืองสีทอง เป็นทางผ่านที่สำคัญของเส้นทางสายไหมในยุคโบราณ และถูกป้องกันการรุกรานจากชนเผ่านอกด่านด้วยกำแพงเมืองจีน

เขตตุนหวงอยู่ใกล้กับทะเลทรายดังนั้นสภาพอากาศในเวลากลางวันจึงร้อนระอุ หากแต่ในเวลากลางคืนจะหนาวจัดและจะมีหิมะตกในทะเลทรายเมื่อถึงฤดูหนาว ภายในบริเวณแผ่นดินสีทองเหลืองอร่าม กินเนื้อที่เป็นอาณาบริเวณอย่างกว้างขวาง มองไปแห่งหนใดเห็นแต่เม็ดทรายร้อนระอุไกลจนสุดฟากฟ้าและสุดเอื้อมสายตาเลยทีเดียว

แผ่นดินแห้งแล้ง ร้อนระอุเต็มไปด้วยความร้อนที่แผดเผากลางทะเลทราย และภายใต้ความแห้งแล้งของแผ่นดินสีทองดังกล่าว ใจกลางทะเลทรายมีทะเลสาบพระจันทร์ซึ่งมีรูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยวปรากฏอยู่ และอยู่มานานนับหลายพันปี ในอดีตกาลทะเลสาบดังกล่าวถูกผู้คนในยุคสมัยโบราณเรียกว่าบึงพระจันทร์

ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยวมีชื่อภาษจีนว่า เย่ว์หยาเฉวียน ตั้งอยู่ณ.เมืองตุนหวง มณฑลกานซู บริเวณทางภาคตะวันตกของจีน ลักษณะของทะเลสาบมีรูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ถูกล้อมรอบด้วยเนินทราย

และอีกหนึ่งความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้นั่นก็คือ ปรากฎการณ์พิเศษของทิศทางกระแสลม ซึ่งจะไม่พัดลงล่าง กลับพัดขึ้นบนเสมอ ทรายจึงไม่ทับถมแหล่งน้ำ ตามหลักทฤษฎีกลศาสตร์อากาศ ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยวจึงไม่ถูกกลืนหายไป ท่ามกลางเนินทรายสูงประหนึ่งขุนเขาสูง

เมืองตุนหวง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู ทางภาคตะวันตกของจีน เป็นเมืองวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของจีน ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมและยังเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญจากจีนไปยังเขตซีอวี้ เอเชียกลางและยุโรป และเคยเป็นชุมทางการค้าที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต

ตุนหวง ในฐานะเป็นมรดกวัฒนธรรมที่ล้ำค่าแห่งหนึ่งในโลกของจีน ไม่เพียงแต่เป็นจุดแวะพักสำคัญแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหม ยังเป็นแหล่งบรรจบที่มีความสำคัญของอารยธรรมจีนกับอารยธรรมตะวันตก ตุนหวงลือชื่อในด้านถ้ำหินตุนหวงกับงานจิตรกรรมผนังถ้ำตุนหวง ซึ่งเป็นที่ตั้งของมรดกโลก เช่น ถ้ำมั่วเกาคู ด่านอวี้เหมินกวน และด่านหยังกวนของกำแพงเมืองจีนในสมัยราชวงศ์ฮั่น

แม้ว่าจะมีดินแดนที่ติดทะเลทรายก็ตามแต่ท่ามกลางเนินทรายสูงและอากาศที่ร้อนระอุ กลับมีสถานที่ท่องเที่ยวเกิดขึ้นมากมายอยู่ภายในเขตเมืองตุนหวง นอกจากทะเลสาบพระจันทร์แล้วยังมี ถ้ำมั่วเกา ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นในสมัย “เฉียนฉินแห่งสิบหกประเทศ” ราวๆ ค.ศ.300-400

และได้ผ่านมาหลายยุคหลายสมัยตั้งแต่ยุค 16 ประเทศ (ช่วงสามก๊กตอนปลาย) , เป่ยเฉา, สุ่ย, ถัง, ห้าราชวงศ์, ซีเซี่ย, หยวน (มองโกล) ได้มีการก่อสร้าง และทำนุบำรุง มาไม่อย่างหยุดหย่อนทำให้ขนาดของสถานที่นี้มีขนาดใหญ่มาก ปัจจุบันมีถ้ำอยู่ถึง 492 แห่งและมีภาพฝาผนัง 45000 ตารางเมตร รูปปั้นดินลงสี 2415 องค์ ถือเป็นสถานที่เก็บวัตถุโบราณล้ำค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีเนินทรายหมิงซาซาน เทือกเขาทะเลทรายที่มีความยาวจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก 40 กิโลเมตร จากทิศเหนือไปทิศใต้ 20 กิโลเมตร ยอดเขามีความสูงประมาณ 100 เมตร ทรายมีสีสันต่างกัน 5 สี คือ สีแดง เหลือง เขียว ขาว ดำ ที่มาของภูเขาหมิงซาซานแปลว่าภูเขาทรายร้องไห้

ตามตำนานเล่าว่าเคยมีกองทัพ 2 กองทัพกำลังสู้รบกันอยู่และในขณะนั้นได้เกิดพายุทรายพัดกระหน่ำ จึงทำให้ทั้ง 2 กองทัพถูกฝังทั้งเป็นภายใต้กองทราย ปัจจุบันภูเขาหมิงซาซานเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองตุนหวง สามารถขี่อูฐชมทะเลทรายที่กว้างใหญ่ เดินตามกันเป็นทิวแถวไปตามสันทรายที่โค้งไปมา ภูเขาทรายดูเป็นประกายเมื่อต้องแสงอาทิตย์ตัดกับฟ้าสวยสีครามใสจนทำให้ประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว

ว้าว! เสียงอุทานดังออกมาจากร่างของหญิงสาวใบหน้าสวยคม ดวงตาหวานซึ้งเมื่อเธออ่านรายละเอียดผ่านทางหน้าจอมือถือเกี่ยวกับความเป็นมาของเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางของการเดินทางมาในครั้งนี้ของเธอ

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าตุนหวงจะมีสถานที่เที่ยวไม่แพ้เมืองอื่นๆ เลย ถึงแม้ว่าจะเป็นเมืองที่อยู่ติดกับทะเลทรายแต่กลับมีสถานที่เที่ยวแปลกตาและไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ในสถานที่ทั้งแห้งและร้อนแทบบ้าแบบนั้น ว่าแต่พี่สามอยู่ในเมืองนี้ได้มาตั้งนานสองนาน มันก็จะต้องมีอะไรพิเศษอย่างแน่นอนเพราะคนอย่างพี่สามไม่มีทางลงที่จะทุนอะไรและต้องพบกับการขาดทุนเป็นแน่”หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ภายในใจ

มือเรียวทัชหน้าจอปิดการทำงานของมือถือ ก่อนจะเริ่มสังเกตเห็นว่าเบาะนั่งที่อยู่ติดกับเธอฝั่งทางเดินนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีผู้โดยสารมานั่งประจำแต่อย่างใด

“ที่นั่งติดกับเราว่างอย่างนั้นเหรอ แต่ตอนเรากำลังซื้อตั๋วเครื่องบินเจ้าหน้าที่บอกว่าที่นั่งเบาะนี้มีคนซื้อที่นั่งตรงนี้ไปแล้วไม่ใช่เหรอ”หญิงสาวพึมพำอย่างสงสัย ก่อนจะเหลือบสายตาเห็นร่างอรชรอ้อนแอ่นของพนักงานต้อนรับบนเที่ยวบินกำลังเดินตรงมาที่หญิงสาว ราวกับล่วงรู้ว่าลี่ย่ากำลังขอความช่วยเหลือ

“คุณผู้หญิงมีอะไรให้ช่วยไหมคะ”พนักงานคนดังกล่าวเอ่ยถามทันทีที่เดินมาถึง

“แหม...เหมือนมีญาณวิเศษเลยว่าเรากำลังจะถามอะไรพอดีเลย”หญิงสาวรำพึงในใจก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ที่นั่งตรงเบาะนี้คนที่ซื้อตั๋วตกลงไม่มานั่งแล้วเหรอคะ”หญิงสาวถามด้วยความอยากรู้

พนักงานต้อนรับคนดังกล่าวระบายยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับมา

“ที่นั่งตรงนี้ไม่มีคนนั่งแล้วค่ะ เลื่อนตั๋วการเดินทางไปเป็นพรุ่งนี้แทน ก็เลยทำให้ที่นั่งตรงนี้ว่างลง”

อ่อ...เสียงที่บ่งบอกว่าเข้าใจถึงสาเหตุดังกล่าวนั้นยาวออกมาในลักษณะยานคางก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ขอบคุณมากนะคะ ถ้าเช่นนั้นเบาะนั่งว่างแบบนี้จะได้วางของใช้ส่วนตัวที่นำติดตัวมาได้ ไม่ต้องเอาไปเก็บไว้ด้านบน”หญิงสาวบอกกลับไป

“ตามสบายเลยค่ะ คุณผู้หญิงต้องการให้นำสัมภาระจากช่องเก็บด้านบนมาวางไว้บนเบาะเลยไหมคะ”พนักงานคนดังกล่าวพูดพลางส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“ต้องการอย่างมากเลยค่ะ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ”หญิงสาวกล่าวขอบคุณด้วยความดีใจพร้อมยกสองมือรับสัมภาระของเธอจากพนักงานต้อนรับ นำมาวางไว้บนเบาะนั่งก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“ขอบคุณนะคะที่ช่วย”เธอกล่าวขอบคุณกลับไปพร้อมร่างสูงโปร่งของพนักงานต้อนรับก้าวเดินต่อไปเพื่อคอยดูแลผู้โดยสารคนอื่นๆ หลังจากช่วยเหลือหญิงสาวเป็นที่เรียบร้อย

ท่ามกลางรอยยิ้มแย้มเยือนของหญิงสาว เริ่มทยอยนำกระเป๋าเป้และกระเป๋าใส่โน๊ตบุ้คนำมาจัดเรียงวางไว้บนเบาะนั่งให้เรียบร้อยก่อนจะเหลือบสายตาไปเห็นสร้อยหยกสีขาวที่ห้อยคล้องติดอยู่กับตะขอซิปกระเป๋าใส่โน๊ตบุ้คปรากฏอยู่ตรงหน้าหญิงสาวอยู่ในเวลานี้

“เฮ้ย! สร้อยหยกสีขาวของใครกันเนี่ย...ทำไมมาห้อยอยู่ในกระเป๋าใส่โน๊ตบุ้คของเราได้อย่างไง”เธอพูดพลางยกมือเกาศีรษะของตัวเอง ก่อนจะเอื้อมมือปลดสร้อยหยกที่ห้อยอยู่กับกระเป๋าใส่โน๊ตบุ้คพร้อมนำขึ้นมาสำรวจตรวจตราอย่างละเอียดถี่ถ้วน

“ตัวสร้อยก็เป็นหยกสีขาวแผ่นหยกก็สีขาว รูปร่างแบบนี้น่าจะเป็นเพราะหยกถูกแบ่งออกเป็นสองชิ้นเสียมากกว่าแตกหักเอง เพราะว่าส่วนที่ถูกแบ่งออกไปนั้นเรียบเนียนเสมอกันทักส่วนเลย น่าจะถูกแบ่งออกจากกันด้วยความตั้งใจให้เป็นสองชิ้นเสียมากกว่า ว่าแต่ตัวอักษรที่แกะอยู่บนหยกอ่านไม่ออกเลยแฮะ ดูคล้ายตัวอักษรโบราณ”หญิงสาวพูดพลางจับจ้องแผ่นหยกที่มีเพียงครึ่งซีกอยู่บนมือพร้อมกับภาพบางอย่างจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็น

พรึบ! ภาพเบื้องหน้าคือท้องทะเลทรายอันเวิ้งว้างจนสุดลูกหูลูกตาปรากฏออกมาให้เห็น ก่อนจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นเมืองโบราณที่ไหนสักแห่ง ซึ่งลี่ย่าเองก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ภาพที่เห็นอยู่ในเวลานี้เต็มไปด้วยกลุ่มควันขาวและเปลวเพลิงสีส้มแสด และบริเวณพื้นดินปรากฏศพมากมายทั้งชาย หญิง คนชราและไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กทารกนอนตายเกลื่อนเมือง

พรึบ! ภาพดังกล่าวดับวูบลงไปโดยพลันพร้อมเสียงบ่นพึมพำดังลอดออกมาเบาๆ

อ่านต่อ

สารบัญ จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้
หน้าปกนวนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานของพลอยฟ้าต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าปราบซ่อนใครอีกคนไว้ แม้เธอจะรักเขาจนหมดหัวใจ แต่เขากลับมองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงจืดชืดที่น่ารำคาญและไร้ค่า ปราบปฏิเสธความผิดและบีบคั้นหัวใจเธอด้วยคำพูดที่โหดร้าย โดยให้เธออดทนรอในฐานะผู้ถูกเลือก ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวง พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้ต้องกลายเป็นแม่หม้ายเธอก็ยอมเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรักจอมทมิฬ
8.2
ลลนาหรือนุ่มถูกสิงหาชายหนุ่มรูปงามแต่ใจร้ายจับตัวมาเพราะความเข้าใจผิด เธอต้องเผชิญกับคำพูดทำร้ายจิตใจท่ามกลางความกังวลถึงคนใกล้ชิดที่บาดเจ็บ นุ่มจึงบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ตนหลุดพ้นจากอำนาจเถื่อนของเขา พร้อมหวังจะมีชีวิตใหม่ที่รวยทางลัดเพื่อเลิกทำงานกลางคืนและพบสามีที่ดี แม้สิงหาจะยอมรับความผิดพลาดที่จับตัวคนผิดมาและกล่าวขอโทษอย่างหัวเสีย แต่ท่าทีพยศและรอยยิ้มยียวนของหญิงสาวกลับทำให้เขาหมั่นไส้จนสถานการณ์ระหว่างทั้งคู่ยิ่งวุ่นวาย
หน้าปกนวนิยาย จอมใจอสูร
8.5
อัคราแสดงความโหดร้ายด้วยถ้อยคำดูแคลนเมื่อเขามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า รวิษาพยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดด้วยความเงียบ แต่กลับถูกเขาใช้กำลังรั้งตัวไว้พร้อมเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ในอดีต แม้เธอจะอ้างถึงคนรักใหม่ของเขาเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่อัครากลับไม่สนและอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่อยู่ฉุดกระชากเธอไปที่เตียงเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน เขาบังคับจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่พยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดที่รัดแน่นดุจงูร้ายในห้องที่ไร้ทางออก
ตอน
อ่านเลย
แชร์