หน้าปกนวนิยาย จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน

จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน

9.1 / 10.0
ตงฟางลี่หยาง แม่ทัพผู้เย็นชาแห่งแคว้นเทียนหยวนใช้ชีวิตเพื่อรอวันสะสางความแค้นต่ออดีตสหายอย่างสาสม ทว่าหัวใจที่มืดมนกลับสั่นคลอนเมื่อโชคชะตาจากหยกบุบผานำพาหลิงลี่ย่า หมอหญิงสาวผู้ข้ามเวลามาจากโลกยุคปัจจุบันให้มาพบกัน ท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนอันตราย แม่ทัพหนุ่มจอมโหดกลับต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตามไล่ล่าและจับกุมสตรีผู้กุมหัวใจคนนี้มาเป็นของเขาให้ได้ เรื่องราวความรักข้ามมิติที่เต็มไปด้วยความแค้นและการตามหาหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้น

จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน ตอนที่ 1

คริสต์ศักราช 2018

เที่ยวบินปักกิ่ง-ตุนหวง

เมืองตุนหวงตั้งอยู่ในเขตมณฑลกานซู่ ซึ่งอยู่แถบทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน บริเวณนี้มีการตั้งหลักปักฐานมาตั้งแต่ยุคสมัยราชวงศ์ฮั่น และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาประมาณ 2,000 ปี เดิมถูกเรียกว่าเมืองสีทอง เป็นทางผ่านที่สำคัญของเส้นทางสายไหมในยุคโบราณ และถูกป้องกันการรุกรานจากชนเผ่านอกด่านด้วยกำแพงเมืองจีน

เขตตุนหวงอยู่ใกล้กับทะเลทรายดังนั้นสภาพอากาศในเวลากลางวันจึงร้อนระอุ หากแต่ในเวลากลางคืนจะหนาวจัดและจะมีหิมะตกในทะเลทรายเมื่อถึงฤดูหนาว ภายในบริเวณแผ่นดินสีทองเหลืองอร่าม กินเนื้อที่เป็นอาณาบริเวณอย่างกว้างขวาง มองไปแห่งหนใดเห็นแต่เม็ดทรายร้อนระอุไกลจนสุดฟากฟ้าและสุดเอื้อมสายตาเลยทีเดียว

แผ่นดินแห้งแล้ง ร้อนระอุเต็มไปด้วยความร้อนที่แผดเผากลางทะเลทราย และภายใต้ความแห้งแล้งของแผ่นดินสีทองดังกล่าว ใจกลางทะเลทรายมีทะเลสาบพระจันทร์ซึ่งมีรูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยวปรากฏอยู่ และอยู่มานานนับหลายพันปี ในอดีตกาลทะเลสาบดังกล่าวถูกผู้คนในยุคสมัยโบราณเรียกว่าบึงพระจันทร์

ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยวมีชื่อภาษจีนว่า เย่ว์หยาเฉวียน ตั้งอยู่ณ.เมืองตุนหวง มณฑลกานซู บริเวณทางภาคตะวันตกของจีน ลักษณะของทะเลสาบมีรูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยว ถูกล้อมรอบด้วยเนินทราย

และอีกหนึ่งความน่าสนใจของสถานที่แห่งนี้นั่นก็คือ ปรากฎการณ์พิเศษของทิศทางกระแสลม ซึ่งจะไม่พัดลงล่าง กลับพัดขึ้นบนเสมอ ทรายจึงไม่ทับถมแหล่งน้ำ ตามหลักทฤษฎีกลศาสตร์อากาศ ทะเลสาบพระจันทร์เสี้ยวจึงไม่ถูกกลืนหายไป ท่ามกลางเนินทรายสูงประหนึ่งขุนเขาสูง

เมืองตุนหวง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู ทางภาคตะวันตกของจีน เป็นเมืองวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของจีน ตั้งอยู่บนเส้นทางสายไหมและยังเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญจากจีนไปยังเขตซีอวี้ เอเชียกลางและยุโรป และเคยเป็นชุมทางการค้าที่เจริญรุ่งเรืองในอดีต

ตุนหวง ในฐานะเป็นมรดกวัฒนธรรมที่ล้ำค่าแห่งหนึ่งในโลกของจีน ไม่เพียงแต่เป็นจุดแวะพักสำคัญแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหม ยังเป็นแหล่งบรรจบที่มีความสำคัญของอารยธรรมจีนกับอารยธรรมตะวันตก ตุนหวงลือชื่อในด้านถ้ำหินตุนหวงกับงานจิตรกรรมผนังถ้ำตุนหวง ซึ่งเป็นที่ตั้งของมรดกโลก เช่น ถ้ำมั่วเกาคู ด่านอวี้เหมินกวน และด่านหยังกวนของกำแพงเมืองจีนในสมัยราชวงศ์ฮั่น

แม้ว่าจะมีดินแดนที่ติดทะเลทรายก็ตามแต่ท่ามกลางเนินทรายสูงและอากาศที่ร้อนระอุ กลับมีสถานที่ท่องเที่ยวเกิดขึ้นมากมายอยู่ภายในเขตเมืองตุนหวง นอกจากทะเลสาบพระจันทร์แล้วยังมี ถ้ำมั่วเกา ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นในสมัย “เฉียนฉินแห่งสิบหกประเทศ” ราวๆ ค.ศ.300-400

และได้ผ่านมาหลายยุคหลายสมัยตั้งแต่ยุค 16 ประเทศ (ช่วงสามก๊กตอนปลาย) , เป่ยเฉา, สุ่ย, ถัง, ห้าราชวงศ์, ซีเซี่ย, หยวน (มองโกล) ได้มีการก่อสร้าง และทำนุบำรุง มาไม่อย่างหยุดหย่อนทำให้ขนาดของสถานที่นี้มีขนาดใหญ่มาก ปัจจุบันมีถ้ำอยู่ถึง 492 แห่งและมีภาพฝาผนัง 45000 ตารางเมตร รูปปั้นดินลงสี 2415 องค์ ถือเป็นสถานที่เก็บวัตถุโบราณล้ำค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีเนินทรายหมิงซาซาน เทือกเขาทะเลทรายที่มีความยาวจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก 40 กิโลเมตร จากทิศเหนือไปทิศใต้ 20 กิโลเมตร ยอดเขามีความสูงประมาณ 100 เมตร ทรายมีสีสันต่างกัน 5 สี คือ สีแดง เหลือง เขียว ขาว ดำ ที่มาของภูเขาหมิงซาซานแปลว่าภูเขาทรายร้องไห้

ตามตำนานเล่าว่าเคยมีกองทัพ 2 กองทัพกำลังสู้รบกันอยู่และในขณะนั้นได้เกิดพายุทรายพัดกระหน่ำ จึงทำให้ทั้ง 2 กองทัพถูกฝังทั้งเป็นภายใต้กองทราย ปัจจุบันภูเขาหมิงซาซานเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองตุนหวง สามารถขี่อูฐชมทะเลทรายที่กว้างใหญ่ เดินตามกันเป็นทิวแถวไปตามสันทรายที่โค้งไปมา ภูเขาทรายดูเป็นประกายเมื่อต้องแสงอาทิตย์ตัดกับฟ้าสวยสีครามใสจนทำให้ประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว

ว้าว! เสียงอุทานดังออกมาจากร่างของหญิงสาวใบหน้าสวยคม ดวงตาหวานซึ้งเมื่อเธออ่านรายละเอียดผ่านทางหน้าจอมือถือเกี่ยวกับความเป็นมาของเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางของการเดินทางมาในครั้งนี้ของเธอ

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าตุนหวงจะมีสถานที่เที่ยวไม่แพ้เมืองอื่นๆ เลย ถึงแม้ว่าจะเป็นเมืองที่อยู่ติดกับทะเลทรายแต่กลับมีสถานที่เที่ยวแปลกตาและไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ในสถานที่ทั้งแห้งและร้อนแทบบ้าแบบนั้น ว่าแต่พี่สามอยู่ในเมืองนี้ได้มาตั้งนานสองนาน มันก็จะต้องมีอะไรพิเศษอย่างแน่นอนเพราะคนอย่างพี่สามไม่มีทางลงที่จะทุนอะไรและต้องพบกับการขาดทุนเป็นแน่”หญิงสาวครุ่นคิดอยู่ภายในใจ

มือเรียวทัชหน้าจอปิดการทำงานของมือถือ ก่อนจะเริ่มสังเกตเห็นว่าเบาะนั่งที่อยู่ติดกับเธอฝั่งทางเดินนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีผู้โดยสารมานั่งประจำแต่อย่างใด

“ที่นั่งติดกับเราว่างอย่างนั้นเหรอ แต่ตอนเรากำลังซื้อตั๋วเครื่องบินเจ้าหน้าที่บอกว่าที่นั่งเบาะนี้มีคนซื้อที่นั่งตรงนี้ไปแล้วไม่ใช่เหรอ”หญิงสาวพึมพำอย่างสงสัย ก่อนจะเหลือบสายตาเห็นร่างอรชรอ้อนแอ่นของพนักงานต้อนรับบนเที่ยวบินกำลังเดินตรงมาที่หญิงสาว ราวกับล่วงรู้ว่าลี่ย่ากำลังขอความช่วยเหลือ

“คุณผู้หญิงมีอะไรให้ช่วยไหมคะ”พนักงานคนดังกล่าวเอ่ยถามทันทีที่เดินมาถึง

“แหม...เหมือนมีญาณวิเศษเลยว่าเรากำลังจะถามอะไรพอดีเลย”หญิงสาวรำพึงในใจก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ที่นั่งตรงเบาะนี้คนที่ซื้อตั๋วตกลงไม่มานั่งแล้วเหรอคะ”หญิงสาวถามด้วยความอยากรู้

พนักงานต้อนรับคนดังกล่าวระบายยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับมา

“ที่นั่งตรงนี้ไม่มีคนนั่งแล้วค่ะ เลื่อนตั๋วการเดินทางไปเป็นพรุ่งนี้แทน ก็เลยทำให้ที่นั่งตรงนี้ว่างลง”

อ่อ...เสียงที่บ่งบอกว่าเข้าใจถึงสาเหตุดังกล่าวนั้นยาวออกมาในลักษณะยานคางก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ขอบคุณมากนะคะ ถ้าเช่นนั้นเบาะนั่งว่างแบบนี้จะได้วางของใช้ส่วนตัวที่นำติดตัวมาได้ ไม่ต้องเอาไปเก็บไว้ด้านบน”หญิงสาวบอกกลับไป

“ตามสบายเลยค่ะ คุณผู้หญิงต้องการให้นำสัมภาระจากช่องเก็บด้านบนมาวางไว้บนเบาะเลยไหมคะ”พนักงานคนดังกล่าวพูดพลางส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“ต้องการอย่างมากเลยค่ะ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ”หญิงสาวกล่าวขอบคุณด้วยความดีใจพร้อมยกสองมือรับสัมภาระของเธอจากพนักงานต้อนรับ นำมาวางไว้บนเบาะนั่งก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“ขอบคุณนะคะที่ช่วย”เธอกล่าวขอบคุณกลับไปพร้อมร่างสูงโปร่งของพนักงานต้อนรับก้าวเดินต่อไปเพื่อคอยดูแลผู้โดยสารคนอื่นๆ หลังจากช่วยเหลือหญิงสาวเป็นที่เรียบร้อย

ท่ามกลางรอยยิ้มแย้มเยือนของหญิงสาว เริ่มทยอยนำกระเป๋าเป้และกระเป๋าใส่โน๊ตบุ้คนำมาจัดเรียงวางไว้บนเบาะนั่งให้เรียบร้อยก่อนจะเหลือบสายตาไปเห็นสร้อยหยกสีขาวที่ห้อยคล้องติดอยู่กับตะขอซิปกระเป๋าใส่โน๊ตบุ้คปรากฏอยู่ตรงหน้าหญิงสาวอยู่ในเวลานี้

“เฮ้ย! สร้อยหยกสีขาวของใครกันเนี่ย...ทำไมมาห้อยอยู่ในกระเป๋าใส่โน๊ตบุ้คของเราได้อย่างไง”เธอพูดพลางยกมือเกาศีรษะของตัวเอง ก่อนจะเอื้อมมือปลดสร้อยหยกที่ห้อยอยู่กับกระเป๋าใส่โน๊ตบุ้คพร้อมนำขึ้นมาสำรวจตรวจตราอย่างละเอียดถี่ถ้วน

“ตัวสร้อยก็เป็นหยกสีขาวแผ่นหยกก็สีขาว รูปร่างแบบนี้น่าจะเป็นเพราะหยกถูกแบ่งออกเป็นสองชิ้นเสียมากกว่าแตกหักเอง เพราะว่าส่วนที่ถูกแบ่งออกไปนั้นเรียบเนียนเสมอกันทักส่วนเลย น่าจะถูกแบ่งออกจากกันด้วยความตั้งใจให้เป็นสองชิ้นเสียมากกว่า ว่าแต่ตัวอักษรที่แกะอยู่บนหยกอ่านไม่ออกเลยแฮะ ดูคล้ายตัวอักษรโบราณ”หญิงสาวพูดพลางจับจ้องแผ่นหยกที่มีเพียงครึ่งซีกอยู่บนมือพร้อมกับภาพบางอย่างจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาให้เห็น

พรึบ! ภาพเบื้องหน้าคือท้องทะเลทรายอันเวิ้งว้างจนสุดลูกหูลูกตาปรากฏออกมาให้เห็น ก่อนจะแปรเปลี่ยนกลายเป็นเมืองโบราณที่ไหนสักแห่ง ซึ่งลี่ย่าเองก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ภาพที่เห็นอยู่ในเวลานี้เต็มไปด้วยกลุ่มควันขาวและเปลวเพลิงสีส้มแสด และบริเวณพื้นดินปรากฏศพมากมายทั้งชาย หญิง คนชราและไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กทารกนอนตายเกลื่อนเมือง

พรึบ! ภาพดังกล่าวดับวูบลงไปโดยพลันพร้อมเสียงบ่นพึมพำดังลอดออกมาเบาๆ

อ่านต่อ

สารบัญ จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงเลือกแก้ไขอดีตเพื่อไม่ให้ชีวิตต้องพังทลายลงเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไหลย้อนกลับไม่ได้ เธอต้องเผชิญกับตราบาปที่ไม่ได้ก่อ เมื่อความผิดพลาดจากการกระทำของผู้ชายสารเลวทำให้เธอตั้งท้องจนถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งอยู่ในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมกับความเสียใจที่ในวันนั้นเธอไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอจนต้องมาพบกับจุดจบอันแสนทรมานใจ
หน้าปกนวนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ความรักจากท้องฟ้า
6.7
สามปีที่ใช้ชีวิตร่วมกัน เธอต้องทนเจ็บปวดกับข่าวลือเรื่องผู้หญิงของเขา แม้ความจริงจะกระจ่างชัด แต่เธอกลับเลือกเก็บซ่อนความรู้สึกและทำตัวราวกับไม่รับรู้ เพียงเพื่อยื้อความสัมพันธ์อันเปราะบางนี้ไว้ ความชอกช้ำที่สุดคือการรู้ว่าตนเองเป็นแค่คู่นอนระยะยาว ไม่เคยมีตัวตนในฐานะคนรักอย่างเปิดเผย แม้ความผูกพันจะหยั่งรากลึกเพียงใด ท้ายที่สุดเมื่อการพลัดพรากมาถึง เธอกลับพบความจริงอันโหดร้ายว่า ตนเองไร้สิทธิ์ที่จะเอ่ยปากบอกเลิกด้วยซ้ำ เพราะสถานะระหว่างทั้งสองนั้นว่างเปล่ามาตั้งแต่จุดเริ่มต้น
หน้าปกนวนิยาย เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
สาวผู้คลั่งไคล้ในสมบัติและของมีค่าอย่างสุดหัวใจ แต่กลับพยายามปฏิเสธความปรารถนาดีจากชายหนุ่มผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญให้เธอไม่หยุดหย่อน แม้เธอจะพยายามหาทางหลบหนีจากความสัมพันธ์นี้มากเพียงใด เขากลับรุกหนักด้วยการส่งสิ่งของล้ำค่ามาให้มากมายราวกับขนมาด้วยรถสิบล้อ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งเปย์ ยิ่งถอยเขาก็ยิ่งรุกใส่ด้วยความร่ำรวย แล้วแบบนี้ผู้หญิงที่แพ้ทางของสวยๆ งามๆ อย่างเธอจะสามารถรอดพ้นจากบ่วงรักมหาเศรษฐีจอมทุ่มคนนี้ไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานของพลอยฟ้าต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าปราบซ่อนใครอีกคนไว้ แม้เธอจะรักเขาจนหมดหัวใจ แต่เขากลับมองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงจืดชืดที่น่ารำคาญและไร้ค่า ปราบปฏิเสธความผิดและบีบคั้นหัวใจเธอด้วยคำพูดที่โหดร้าย โดยให้เธออดทนรอในฐานะผู้ถูกเลือก ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวง พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้ต้องกลายเป็นแม่หม้ายเธอก็ยอมเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ตอน
อ่านเลย
แชร์