ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เกลียวสวาทซาตาน

เกลียวสวาทซาตาน

เมื่อความขัดแย้งในใจปะทะกับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทาน ยิ่งเธอพยายามผลักไสเขาออกไปจากชีวิตมากเท่าไร หัวใจกลับยิ่งผูกพันและโหยหาเขามากขึ้นเท่านั้น แม้จะพยายามวิ่งหนีจากพันธนาการแห่งความรักนี้สุดกำลัง แต่ดูเหมือนว่ายิ่งหนีกลับยิ่งติดอยู่ในกับดักของหัวใจตัวเองที่ไม่อาจหลุดพ้นไปได้เลย เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยการต่อต้านแต่แฝงไปด้วยความเสน่หาที่ยากจะลบเลือนในใจของคนสองคน
ตอน
แชร์

ตอน 3

อันดามันอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี เพราะสายตาของเพื่อนๆ ในห้องมองมาอย่างตำหนิ แน่ล่ะแม้ทุกคนจะเป็นเพื่อนร่วมคณะ แต่ตอนนี้เธอเชื่อว่าเพื่อนๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงจะต้องเข้าข้างอาจารย์หนุ่มหล่ออย่างภีมภัทรมากกว่าเธอกับเอกวุธแน่นอน อีกทั้งใครๆ ก็รู้ว่าเอกวุธเคยตามจีบเธออยู่พักหนึ่ง ที่ภีมภัทรใช้คำว่า ‘จีบกัน’ ก็ไม่ผิดนักหรอก

“ขอโทษครับอาจารย์” เอกวุธกล่าวขอโทษแล้วก้มหน้าลงมองสมุดเลกเชอร์ของตัวเอง

“แล้วคุณล่ะ”

ขณะเอ่ยประโยคนั้นอาจารย์พิเศษหันมามองทางอันดามัน สายตาของเขาดุแกมตำหนิ แม้จะอยากลุกขึ้นต่อต้านเขามากแค่ไหนก็ตาม แต่สถานการณ์ก็ทำให้เธอต้องเอ่ยขอโทษอย่างเสียมิได้

“ขอโทษค่ะ”

“ผมหวังว่าคุณสองคนจะไม่ทำพฤติกรรมแบบนี้ในชั่วโมงเรียนอื่นๆ อีกนะ เป็นนักศึกษาควรจะต้องตั้งใจเรียนในเวลาเรียน ส่วนเรื่องอื่นๆ เอาไว้นอกเวลา”

ภีมภัทรกล่าวตำหนิแรงๆ อีกหนึ่งประโยคโดยไม่ได้สนใจว่าหลานสาวกับหนุ่มหล่อคนนั้นจะอายเพื่อนในห้องแค่ไหน จากนั้นเขาก็กลับไปยังหน้าห้องแล้วเริ่มสอนต่อ คราวนี้ไม่มีใครกล้าคุยกันในห้องเรียนอีก ทุกคนล้วนแต่นั่งฟังเขาบรรยายอย่างตั้งใจทั้งสิ้น

เลกเชอร์ชั่วโมงนั้นผ่านไปได้ด้วยดี ภีมภัทรแจ้งกับนักศึกษาหลังจากจบการบรรยายว่า เรื่องที่เขาสอนจะมีรวมอยู่ในข้อสอบของวิชานั้นหนึ่งข้อ 

หลังจากสอนจบชั่วโมงอาจารย์หนุ่มหล่อก็ก้าวออกจากห้อง โดยมีนักศึกษาทยอยเดินตามหลังออกไป หลายคนเข้าไปแนะนำตัวเป็นกรณีพิเศษเพราะรู้ว่าภีมภัทรเป็นซีอีโอของบริษัทชื่อดัง ด้วยหวังว่าอย่างน้อยการที่ฝากเนื้อฝากตัวกับผู้บริหารระดับสูง ก็อาจจะทำให้การสัมภาษณ์และผ่านเข้าทำงานในบริษัทของเขาง่ายขึ้น

“ไม่เป็นไรนะมิ้ม” สายน้ำผึ้งลุกขึ้นมาเอ่ยปลอบใจขณะที่คนอื่นๆ ออกจากห้องไปหมดแล้ว

“มิ้มไม่เป็นไรหรอก แต่หมั่นไส้อาภีมที่สุด ทำเก๊กดุใส่มิ้ม” 

อันดามันบ่นปอดแปดและยังไม่ยอมลุกไปไหน เธอคร้านจะไปเห็นภาพที่ภีมภัทรถูกล้อมหน้าล้อมหลัง

“ไม่เห็นจะเก๊กตรงไหนเลยมิ้ม อาภีมออกจะวางตัวดี น่าเกรงขาม” คราวนี้เป็นสายน้ำผึ้งที่แก้ต่างให้ เพราะเธอเห็นเช่นนั้นจริงๆ

“ก็ทำดุไปอย่างนั้นล่ะ เบื้องหลังเป็นไงหยีก็เห็น” สาวสวยย่นจมูกอย่างหมั่นไส้

“นั่นมันเรื่องส่วนตัวของอาภีมนี่นา”

“ไหนบอกจะเลิกชอบอาภีมแล้วไง นี่แสดงว่ายังตัดใจไม่ได้ใช่มั้ย ถึงได้เข้าข้างกันออกนอกหน้าแบบนี้” อันดามันตลบหลังและหันขวับมามองหน้าเพื่อนรัก แล้วก็ต้องหัวเราะคิกอย่างถูกใจเมื่อเห็นสายน้ำผึ้งหน้าแดง

“ไม่ใช่เสียหน่อย...เลิกล้อหยีได้แล้วน่า อาภีมไม่สนหยีหรอก หยีว่าเรากลับกันดีกว่า ในห้องเหลือแต่เราสองคนแล้วนะ” สายน้ำผึ้งเอ่ยเตือน 

“กลับก็กลับ ป่านนี้อีตาอาจารย์ขี้เก๊กคงจะถึงรถแล้วล่ะ”

ร่างอรชรลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหยิบเอากระเป๋าที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาสะพาย กำลังจะเดินออกไปพร้อมกับสายน้ำผึ้ง แต่สายน้ำผึ้งหันไปเห็นบางอย่างวางอยู่บนโพเดียมเสียก่อน 

“นั่นแฟ้มเอกสารของอาภีมหรือเปล่ามิ้ม”

สายน้ำผึ้งถามขึ้น อันดามันมองตามอย่างไม่แน่ใจนัก จึงขึ้นไปยังเวทีโพเดียมด้านบน แล้วหยิบเอาแฟ้มนั้นขึ้นมาพลิกดู

“ใช่จริงๆ ด้วย แฟ้มนี้เป็นรายงานการประชุมของบริษัท อาภีมคงจะถือติดมือมาด้วยแล้วลืมไว้”

“งั้นรีบเอาไปคืนอาภีมเถอะ เผื่ออาภีมต้องใช้”

สองสาวเร่งฝีเท้าออกมาจากห้องบรรยาย เดินตามภีมภัทรไปยังลานจอดรถเพื่อเอาแฟ้มดังกล่าวไปคืนให้เขา แต่ล็อกซึ่งเป็นที่จอดรถของอาจารย์พิเศษไม่มีรถจอดอยู่แล้ว

“อาภีมคงกลับแล้วล่ะ เราคงต้องเอาไปคืนที่คอนโดฯ หยีไปเป็นเพื่อนมิ้มนะ” ประโยคนั้นอันดามันเป็นคนบอก

“ก็ได้จ้ะ แต่มิ้มพาหยีกลับไปเปลี่ยนชุดก่อนได้ไหม หลังจากที่เอาเอกสารไปคืนอาภีมเสร็จแล้ว หยีจะได้เลยไปที่ทำงานเลย”

“ตกลงจ้ะ”

อันดามันไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะปกติก็ไปส่งสายน้ำผึ้งอยู่แล้ว อีกทั้งทางไปคอนโดมิเนียมของภีมภัทรกับหอพักของสายน้ำผึ้งก็ไปทางเดียวกัน  

หลังจากที่พาสายน้ำผึ้งกลับไปเปลี่ยนชุดที่ห้องเรียบร้อยแล้ว และในอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดี อันดามันก็ขับรถแล่นเข้ามาจอดยังหน้าคอนโดมิเนียมสุดหรูกลางกรุง 

“ขึ้นไปด้วยกันนะหยี” อันดามันหันมาชวนหลังจากที่จอดรถเรียบร้อยแล้ว  

“แต่หยีว่า...”   

“ไม่ต้องแต่จ้ะหยี ขึ้นไปด้วยกันเดี๋ยวนี้” 

หญิงสาวไม่ยอมให้เพื่อนปฏิเสธ หลังจากดับเครื่องแล้วก็อ้อมมาอีกฝั่งที่สายน้ำผึ้งนั่งอยู่ แล้วดึงข้อมือเล็กๆ เป็นการบังคับให้ขึ้นไปด้วยกันกลายๆ 

มือเรียวบางกดลิฟต์เลขชั้นห้องของภีมภัทรอย่างจำได้แม่น พอๆ กับที่จำห้องของจอมทัพได้ เพราะในช่วงเวลาที่ภีมภัทรและจอมทัพไปต่างประเทศ คุณอารยาก็มักจะมาดูแลความเรียบร้อยของห้องให้น้องชายทั้งสองคนของสามีอยู่เสมอ 

ก๊อก ก๊อก

อันดามันยกมือขึ้นเคาะประตูหน้าห้องของผู้เป็นอาอยู่หลายครั้ง ทว่าคนข้างในนั้นก็ไม่มีวี่แววว่าจะมาเปิด

“อาภีมทำอะไรอยู่นะ ทำไมไม่มาเปิด” อันดามันบ่นปอดแปดอีกตามเคย

“หรือว่าอาภีมจะยังไม่กลับมา” สายน้ำผึ้งออกความเห็นบ้าง

“ก็เป็นไปได้ งั้นเดี๋ยวมิ้มเอาแฟ้มไปไว้ในห้องเลยก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”

“มิ้มมีกุญแจกับคีย์การ์ดเหรอ”

“มี...มีทั้งห้องอาภีมและอาภูนั่นแหละ อาภีมกับอาภูให้แม่ไว้ คราวที่แล้วแม่ฝากใส่กระเป๋ามิ้มไว้ แล้วก็ยังไม่ได้เอาคืนจ้ะ”

“ถ้างั้นมิ้มเข้าไปคนเดียวเถอะนะ หยีขอรออยู่ข้างนอกก็แล้วกัน” สาวขี้อายนึกกระดากจนต้องปฏิเสธ เมื่อจะต้องเข้าห้องผู้ชายที่ตัวเองแอบปลื้มอยู่จริงๆ ความจริงเธอตื่นเต้นตั้งแต่ตอนที่อันดามันจอดรถหน้าคอนโดมิเนียมแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นอันดามันไม่ยอมให้รออยู่ข้างล่าง

“ก็ได้ๆ แม่คนขี้อาย ถ้างั้นหยีรอแป๊บหนึ่ง มิ้มเข้าไปไม่นานหรอก” 

อันดามันควานหากุญแจกับคีย์การ์ดห้องของภีมภัทรในกระเป๋า ก่อนจะลงมือไขประตูแล้วผลักเข้าไป โดยที่สายน้ำผึ้งยืนรออยู่หน้าห้อง

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KMU” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KMU
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ร้อนซ่อนกลรัก
8.6
เมื่อแผนการคลุมถุงชนสุดซับซ้อนถูกวางหมากโดยพ่อแม่ของปิติญาดาและคณินที่แสร้งแสดงละครตบตาเพื่อบีบบังคับให้ทั้งคู่เข้าสู่ประตูวิวาห์ด้วยความไม่เต็มใจ ทว่าเส้นทางรักที่ถูกขีดไว้นี้กลับไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด เมื่อกาลเวลาพัดพาเอาคนรักเก่าให้หวนคืนกลับมากลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่เข้ามาสั่นคลอนความสัมพันธ์ท่ามกลางไฟรักที่เริ่มก่อตัวขึ้น ท่ามกลางเกมหัวใจที่มีทั้งแผนการซ่อนเร้นและถ่านไฟเก่าที่ยังคุโชนพยายามแทรกแซงรักครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เจ้าคุณ (Series of my bad boy)
9.0
ลูกศรตกอยู่ในสภาวะวิกฤตหลังถูกวางยาจนร่างกายร้อนรุ่มสลับหนาวสั่น เธอโกรธแค้นชาร์คที่วางแผนร้ายแต่ยังโชคดีที่รอดมาได้ ทว่าเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับเจ้าคุณที่พยายามคาดคั้นความจริงพร้อมช่วยดับความร้อนด้วยสายน้ำจากฝักบัว ท่ามกลางการขัดขืนจนผ้าพันกายหลุดร่วง ความตึงเครียดระหว่างทั้งคู่พุ่งสูงขึ้นทันที เมื่อความลับยังถูกปิดบังและคำท้าทายกระตุ้นอารมณ์ดิบของเจ้าคุณให้ยากจะควบคุม เขาจึงพร้อมจะสั่งสอนเธอให้รู้สำนึกในบทเรียนนี้
หน้าปกนวนิยาย บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี
9.3
ชาวี นายหัวหนุ่มผู้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสัมพันธ์ชั่วคราวที่ไม่เคยสร้างความพึงพอใจให้เขาได้อย่างแท้จริง จนกระทั่งโชคชะตาพาให้เขาได้พบกับชมจันทร์ หญิงสาวที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายลวงมาขายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน โดยใช้ความจริงเกี่ยวกับมารดาที่ถูกปิดบังไว้เป็นเครื่องมือต่อรอง ชมจันทร์ต้องเผชิญกับวิกฤตชีวิตในบ่วงเสน่หาที่ไม่ได้ตั้งใจ ท่ามกลางความขัดแย้งและการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังคำลวงของครอบครัวที่เธอเคยไว้ใจ
หน้าปกนวนิยาย หลังจากออกจากงานก็โดนเจ้านายเก่ารังควาน
9.4
ซ่งเซียงทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะเลขาฯ ส่วนตัวให้เหยียนลี่หาน แต่เขากลับทอดทิ้งเธอไปอยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด ทว่าโชคชะตาพลิกผันทำให้เธอกลายเป็นเศรษฐีนีจากการรับมรดกและมีชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์พร้อมหนุ่มๆ รุมล้อม เมื่ออดีตเจ้านายผู้โอหังหวนกลับมาพบเธอในงานเลี้ยงและหลงคิดว่าเธอยังโหยหาเขาอยู่ ซ่งเซียงจึงตอกกลับด้วยความมั่นใจว่าเขาไม่ใช่คนที่เธอต้องการอีกต่อไป ชีวิตที่เคยถูกเหยียดหยามบัดนี้กลายเป็นความเหนือกว่าที่เขาไม่อาจเอื้อมถึง
หน้าปกนวนิยาย ของขวัญไร้รัก
8.3
มุกรวีและภูรีต้องเผชิญกับโชคชะตาที่ไม่คาดฝัน หลังความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนนำไปสู่สถานะใหม่ในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง ความใกล้ชิดในที่ทำงานเริ่มเปลี่ยนความบังเอิญให้กลายเป็นความผูกพัน แต่รักครั้งนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อพวกเขาต้องรับมือกับแม่สามีใจร้ายที่ไม่ยอมรับในตัวลูกสะใภ้ ท่ามกลางอุปสรรคใหญ่หลวง มุกรวีกลับพบว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกที่เป็นดั่งของขวัญไร้รัก ทั้งคู่จะฝ่าฟันความขัดแย้งและคำดูถูกเพื่อสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์และครองคู่กันได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย จอมมารพรางใจรัก
9.2
เมื่อคุณหญิงเอ่ยถามเรื่องการให้นมบุตร สุรีย์ฉายที่สวมรอยเป็นแม่กลับอ้ำอึ้งด้วยความประหม่าก่อนจะปัดว่าตนมีน้ำนมน้อย ท่ามกลางสายตาจับผิดของคุณหญิงที่ตำหนิว่าเธอห่วงสวยจนไม่ยอมเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง เรนที่รู้ความลับนี้กลับคอยพูดจาถากถางและกระซิบหยอกล้อถึงอดีตของเธออย่างจงใจจนสุรีย์ฉายรู้สึกไม่พอใจ ท่าทีกระซิบกระซาบของทั้งคู่สร้างความหงุดหงิดให้คุณหญิงจนต้องไล่ให้ไปอยู่กันตามลำพัง กลายเป็นความตึงเครียดที่ซ่อนเร้นภายใต้สถานะลวงโลกในบ้านหลังนี้