หน้าปกนวนิยาย บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี

บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี

9.3 / 10.0
ชาวี นายหัวหนุ่มผู้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสัมพันธ์ชั่วคราวที่ไม่เคยสร้างความพึงพอใจให้เขาได้อย่างแท้จริง จนกระทั่งโชคชะตาพาให้เขาได้พบกับชมจันทร์ หญิงสาวที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายลวงมาขายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน โดยใช้ความจริงเกี่ยวกับมารดาที่ถูกปิดบังไว้เป็นเครื่องมือต่อรอง ชมจันทร์ต้องเผชิญกับวิกฤตชีวิตในบ่วงเสน่หาที่ไม่ได้ตั้งใจ ท่ามกลางความขัดแย้งและการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังคำลวงของครอบครัวที่เธอเคยไว้ใจ

บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี ตอนที่ 1

การสอบวิชาสุดท้ายของนักเรียนสาขาวิชาการบัญชีจบลงในเวลาเที่ยง นักเรียนต่างพากันทยอยออกจากห้อง บางคนยิ้มแย้มเพราะตัวเองทำข้อสอบได้ดี บางคนก็หน้าตาห่อเหี่ยวเพราะทำข้อสอบได้ไม่ดีพอ

นักเรียนที่ออกมาจากห้องแล้วก็พากันจับกลุ่มคุยถึงเรื่องข้อสอบรวมถึงการเรียนต่อในระดับปวส.หรือบางคนก็อยากจะไปต่อปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยและก็มีบางคนที่หยุดเรียนเพียงแค่นี้

ตอนนี้ในห้องสอบเหลือนักเรียนอีกไม่กี่คนและหนึ่งในนั้นก็คือหญิงสาวที่ชื่อชมจันทร์ซึ่งกำลังทำข้อสอบข้อสุดท้ายอย่างตั้งใจ ก่อนจะเก็บดินสอและยางลบบนโต๊ะลงถุงซิปสีใสแล้วลุกขึ้นเพื่อเดินไปส่งกระดาษคำตอบที่อาจารย์คุมสอบหน้าห้อง ชมจันทร์มักจะออกห้องสอบเป็นคนสุดท้ายแบบนี้เสมอ เธออยากทำคะแนนดีๆ เพราะมันจะมีผลกับการขอทุนการศึกษา

“ขอโทษนะบิว ปัท” ชมจันทร์บอกเพื่อนทั้งสองคนที่ยืนรออยู่หน้าห้องสอบทั้งที่ออกมาก่อนหน้าแล้วเกือบ 20 นาที

“ไม่เป็นไรเราสองคนชินแล้ว จันทร์ก็ออกห้องสอบคนสุดท้ายตลอดอยู่แล้ว” บิวหรือบุหลันตอบพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง

“เราจะไม่ไปฉลองด้วยกันหน่อยเหรอจันทร์อีกนานเลยกว่าจะได้เจอกันอีก” ปัทมาพรหรือปัทถามด้วยความเสียดายเพราะชมจันทร์บอกตั้งแต่เช้าแล้วว่าสอบเสร็จก็จะรีบกลับบ้านทันที

“ขอโทษจริงๆ จันทร์ต้องรีบกลับ น้าพิกุลบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับเรา บางทีอาจเป็นเรื่องแม่”

“นี่ยังไม่เลิกคิดตามหาแม่อีกเหรอ”

ชมจันทร์ส่ายหน้า เธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะตามหาแม่ให้เจอเพราะตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่รู้ว่าแม่ตัวเองเป็นใครและอยู่ที่ไหน หญิงสาวเคยถามบิดาแล้วแต่ท่านก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบจนกระทั่งท่านเสียชีวิตไปเมื่อหนึ่งปีก่อน

“พวกเราจะได้เจอกันอีกทีตอนไหนล่ะ”

“วันประกาศผลสอบดีไหม อาจารย์บอกให้พวกเรามาเตรียมตัวซ้อมรับประกาศนียบัตรด้วย”

“จันทร์ไม่รู้ว่าจะมาได้หรือเปล่า”

“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ถ้าไม่มารับผลสอบบิวไม่ว่าอะไรหรอกแต่จันทร์ต้องมารับประกาศนียบัตรและก็ต้องมาถ่ายรูปด้วยกันนะ”

“นั่นสิวันสำคัญแบบนั้นใครๆ ก็ต้องมา มาให้ได้นะจันทร์”

“อือ”

“แล้วเรื่องเรียนต่อล่ะเอายังไงกันดีเราจะเรียนต่อที่เดิมไหม”

“จันทร์ว่าก็น่าจะเรียนต่อที่เดิมแหละแต่ต้องไปถามน้าพิกุลก่อนไม่รู้ว่าน้าพิกุลจะมีเงินส่งให้เรียนหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ต้องทำงานพิเศษและขอทุนจากโรงเรียน”

“เงินที่ได้จากพ่อล่ะจันทร์หมดแล้วเหรอ” ปัทมาพรหมายถึงเงินที่ได้จากอุบัติเหตุซึ่งมันก็น่าจะมากพอสำหรับเป็นค่าเทอมของเพื่อน

“น้าพิกุลบอกว่าก่อนตายพ่อสร้างนี่ไว้เยอะก็เลยไม่เหลือเงินเลย”

“ตอนพ่ออยู่จันทร์ไม่เคยรู้เรื่องเป็นหนี้เลยเหรอ”

“ไม่เลยเพราะพ่อไม่เคยบอกอะไรเราเลย แต่ก็อย่างว่าแหละพ่อป่วยตั้งสองสามเดือนค่าใช้จ่ายมันก็มาก”

“แต่ตอนนั้นพ่อนอนโรงพยาบาลรัฐไม่ใช่เหรอจันทร์”

“นอนโรงพยาบาลรัฐก็จริงแต่ค่ากินค่าอยู่เวลามาเฝ้าพ่อก็เยอะอยู่”

“นั่นสินะ” บุหลันพยักหน้าแม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม

“จันทร์รีบไปก่อนนะเดี๋ยวจะไม่ทันรถเที่ยวบ่ายสาม”

“แล้วของที่อยู่ที่หอล่ะป้าเจ้าของหอบอกว่าจันทร์ขนออกหมดแล้ว”

“อือ จันทร์ขนออกหมดแต่ฝากไว้ที่ห้องเก็บของก่อน”

“เอาของไปฝากไว้ที่บ้านปัทดีไหม เพราะเดี๋ยวพ่อปัทก็เอารถมาขนของกลับอยู่ดี พอเปิดเทอมก็ค่อยขนมาพร้อมกัน”

“แต่จันทร์เกรงใจ”

“ไม่ต้องเกรงใจเลย ของเราสองคนใส่หลังรถกระบะไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ”

“เดี๋ยวบิวจะช่วยปัทเอาขึ้นรถเอง จันทร์ไม่ต้องห่วงนะ”

“ขอบใจทั้งสองคนมากนะ”

“เดินทางปลอดภัยนะจันทร์ถึงแล้วอย่าลืมไลน์มาบอกแล้วก็ห้ามขาดการติดต่อเด็ดขาด”

“อือ แล้วเราจะติดต่อมาบ่อยๆ บ๊ายบายนะ ปัท บิว”

ชมจันทร์โบกมือให้เพื่อนก่อนจะเดินกลับมาที่หอพักหลังโรงเรียน เธอขึ้นไปเก็บเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็นอีกส่วนหนึ่งลงกระเป๋าเป้ก่อนจะกระโดดขึ้นรถสองแถวและตรงไปยังท่ารถซึ่งเธอมาได้ทันเวลารถออกพอดี

บ้านของชมจันทร์อยู่อีกอำเภอหนึ่งใช้ระยะเวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมงก็ถึงบ้านหลังเล็กที่เธอเคยอาศัยอยู่กับบิดาตั้งแต่จำความ แต่ตอนนี้เหลือแค่เธอกับน้าพิกุลแม่เลี้ยงเท่านั้น

“อ้าว มาแล้วเหรอจันทร์”

“สวัสดีค่ะน้าพิกุล วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอคะ”

“น้าไปทำกับข้าวให้คนงานมาแล้วพอเสร็จก็รีบกลับมาทำกับข้าวรอจันทร์นี่แหละ กินอะไรมาหรือยัง”

“จันทร์กินขนมปังมาบ้างแล้วค่ะ น้าพิกุลทำอะไรกินคะ”

“น้าทำแกงไตปลากับขนมจีน”

“ขอบคุณนะคะ ของชอบของจันทร์เลยค่ะ”

“ไปล้างหน้าล้างตัวให้เรียบร้อยแล้วค่อยมานั่งกินด้วยกันนะ”

“ค่ะน้า” ชมจันทร์รีบเอากระเป๋าเก็บก่อนจะอาบน้ำล้างหน้าและออกมาทานขนมจีนแกงไตปลาของโปรดที่น้าพิกุลทำไว้รอ

“ขอบคุณค่ะ แกงไตปลาของน้าพิกุลอร่อยที่สุดเลยค่ะ จันทร์กินฝีมือใครก็ไม่อร่อยเท่าน้าพิกุลทำเลยค่ะ” ชมจันทร์ทานไปยิ้มไปด้วยความเอร็ดอร่อย

แม้ว่าน้าพิกุลจะไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่เขาก็ดีกับเธอในระดับหนึ่งไม่เหมือนกับแม่เลี้ยงใจร้ายที่เคยเห็นในทีวีและเวลาที่บิดาเธอป่วยน้าพิกุลก็ดูแลท่านอย่างดีจนถึงวาระสุดท้าย ทำให้ชมจันทร์รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ในวาระสุดท้ายของบิดาท่านไม่ได้เสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว

“อร่อยก็ต้องกินเยอะๆ น้าว่าเราผอมไปนิด”

“ก็กับข้าวในเมืองไม่ค่อยอร่อยนี่คะแล้วก็แพงมากด้วยสู้ฝีมือน้าพิกุลไม่ได้สักนิด”

“กลับมาอยู่บ้านครั้งนี้น้าจะทำของโปรดกินบ่อยๆ เลยดีไหม”

“ดีค่ะ ขอบคุณนะคะ น้าพิกุลใจดีที่สุดเลยค่ะ” ชมจันทร์ยิ้มจนตาหยี ตั้งแต่บิดาจากไปเธอก็มีน้าพิกุลคอยดูแลมาตลอดหนึ่งปี

อ่านต่อ

สารบัญ บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
ชบาได้ครองคู่กับชายในฝันที่หลงรักมาแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นดั่งใจเมื่อสามีเมินเฉยไม่ยอมร่วมหอ เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงมาพิชิตใจเขาให้สำเร็จ โดยเฉพาะหลังจากได้รับคำชี้แนะจากแม่สามีถึงศิลปะการครองเรือนที่ต้องแนบชิดกายเนื้อต่อเนื้อโดยไร้พัสตราภรณ์กั้นกลาง เมื่อได้เห็นแผงอกอันกำยำของสามีกับตาตนเอง สาวน้อยผู้เคยแต่ซุกซนจึงต้องรีบเรียนรู้งานปรนนิบัติพัดวีขนานใหญ่ เพื่อเปลี่ยนความประหม่าให้เป็นเสน่หาที่มัดใจสามีให้อยู่หมัดในเรือนหอแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง เขาจำใจต้องผละจากเธอเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ แม้จะเสน่หาในตัวเธอเพียงใดก็ตาม ข้อตกลงลับระหว่างกันระบุชัดเจนว่าเธอต้องเป็นตัวแทนของลิก้า พี่สาวของเธอ โดยแลกกับการที่เขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวอย่างเด็ดขาด ชติรสใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว พร้อมคำข่มขู่ว่าหากเขาผิดสัญญาเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความโกรธแค้นที่คละคลุ้งในใจ
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
สาวผู้คลั่งไคล้ในสมบัติและของมีค่าอย่างสุดหัวใจ แต่กลับพยายามปฏิเสธความปรารถนาดีจากชายหนุ่มผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญให้เธอไม่หยุดหย่อน แม้เธอจะพยายามหาทางหลบหนีจากความสัมพันธ์นี้มากเพียงใด เขากลับรุกหนักด้วยการส่งสิ่งของล้ำค่ามาให้มากมายราวกับขนมาด้วยรถสิบล้อ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งเปย์ ยิ่งถอยเขาก็ยิ่งรุกใส่ด้วยความร่ำรวย แล้วแบบนี้ผู้หญิงที่แพ้ทางของสวยๆ งามๆ อย่างเธอจะสามารถรอดพ้นจากบ่วงรักมหาเศรษฐีจอมทุ่มคนนี้ไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอขัดดอก
9.1
เมื่ออลินชาต้องกลายมาเป็นนางบำเรอเพื่อขัดดอกหนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเปิดเผย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและความต้องการที่พลุ่งพล่าน พ่อเลี้ยงพิพัฒน์กลับรู้สึกพึงพอใจและตื่นตัวอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะได้ครอบครองเธอในไม่ช้า แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนด้วยความประหม่า แต่เขาก็ยังคงเย้าแหย่และรุกรานหัวใจเธออย่างต่อเนื่องในพันธสัญญาเสน่หาที่ยากจะปฏิเสธ
ตอน
อ่านเลย
แชร์