ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน

หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน

เมื่อความภักดีที่ไป๋ชิงมีให้ลู่เฉินถูกตอบแทนด้วยความเฉยเมยและการรับอนุเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้า นางจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ด้วยการหย่าขาด แม้ลู่เฉินจะยินยอมปล่อยไปอย่างง่ายดายในตอนแรก แต่ไม่นานเขากลับตามตื๊อขอคืนดีอย่างน่าประหลาดใจ ทว่าหัวใจที่บอบช้ำของไป๋ชิงไม่มีวันหวนกลับ นางตั้งมั่นจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อไขว่คว้าหาคู่ชีวิตคนใหม่ที่ดียิ่งกว่าเดิม พร้อมพิสูจน์ให้คนทั้งใต้หล้าได้เห็นว่าหญิงหม้ายเช่นนางก็สามารถเริ่มต้นชีวิตรักครั้งใหม่ที่รุ่งโรจน์ได้โดยไม่ต้องง้ออดีตสามี
ตอน
แชร์

ตอน 2

เกิดเป็นสตรีต้องเชื่อฟังบิดามารดาและสามี มีปากก็ปิดปาก มีเสียงก็ปิดเสียง ห้ามโต้เถียง ปรนนิบัติอย่าได้บ่น เป็นคำกล่าวอ้างที่ ไร้คุณธรรมสิ้นดี

ไป๋ชิงถูกสามีตบหน้าจนเลือดกบปาก ต้องยอมรับสาวใช้ตนเป็นอนุอีกคน ตอนนี้มีเสียงหัวเราะยินดีที่เรือนฝั่งตรงข้าม ส่วนอีกฟากหนึ่ง อนุสองคนก็กำลังร้องไห้ไม่แพ้นาง

นี่คือคำว่าคุณธรรมทั้งสี่ใช่หรือไม่ นางควรจำใส่ใจและทำ หรือควรจะฉีกกฎนี้ ไป๋ชิงทอดมองตัวเองในคันฉ่อง ใบหน้าที่งดงามแดงช้ำเขียวเห็นนิ้วทั้งห้าอย่างชัดเจน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางถูกกระทำ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำให้นาง เจ็บช้ำน้ำใจ สามปีมานี้นางอยู่เหมือนไร้ตัวตน เป็นเพียงฮูหยินแค่ในนาม คอยพัดวีให้สามีทุกยาม ด้วยเพราะพยายามที่จะยึดคำว่าคุณธรรมทั้งสี่

แล้วอย่างไรเล่า นางได้อะไรตอบแทนกลับมา ตั้งท้องก็ต้องเสียบุตรไปตั้งแต่สามเดือน ยามนอนป่วยซมใกล้ตายเขาแต่งอนุเข้ามาแทนอย่างเลือดเย็น ความเจ็บปวดสามปีนี้เพียงพอหรือยัง เพียงพอแล้วสำหรับคำว่าคุณธรรมไหม

สองมือนางกำแน่น หันไปหยิบปิ่นขึ้นมา มองปลายแหลมของปิ่นที่เหมือนเป็นดั่งมีดที่กรีดหัวใจนางทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อก่อนนางเคยถามว่าตัวเองคู่ควรกับเขาหรือไม่ มาบัดนี้นางควรถามว่าเขาคู่ควรกับนางหรือเปล่า

และคำตอบของนางก็บอกว่า “ไม่” นางควรรักตัวเองได้ เมื่อคิดได้ก็ลุกขึ้นเดินไปยังหีบใบใหญ่ที่อยู่ใกล้กับตู้เสื้อผ้า เปิดมันขึ้นมาก็มองเห็นกระดาษสำคัญหนึ่งใบ

ใบสมรสที่นางได้มานั้น เหมือนเป็นกระดาษเปล่าที่กลายเป็นเปลวไฟที่เผาร่างนางให้ตายจนไม่อาจฟื้นคืนได้อีก

หย่าแล้วอย่างไร บิดามารดาขายขี้หน้า

หย่าแล้วอย่างไร กลายเป็นหญิงหม้ายให้คนนินทา

หย่าแล้วอย่างไร นางกลายเป็นหญิงไร้คุณธรรมสี่ประการ

คำว่าหย่ามิใช่เรื่องดี หากก็มิใช่เรื่องที่แย่แต่อย่างใด นางมีบิดา ที่รักมั่น ยังจดจำคำกล่าวของบิดาได้ดี

“หากอยู่มิได้ก็จงกลับมาสกุลเหว่ยของเรา อย่าได้ทนอยู่ให้เขาเหยียดหยามน้ำใจ”

ท่านพ่อคงทราบตั้งแต่แรกแล้วว่าเรื่องทุกอย่างจะลงเอยเช่นนี้ เป็นบุตรีก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป หากเมื่อใดออกจากสกุลแล้วก็ยากที่จะหวนกลับ แต่บิดานางกลับต้อนรับเสมอ

สามปีแล้วที่นางเข้ามาอยู่สกุลลู่ หากกลับพบแต่ความเจ็บช้ำน้ำใจไม่เว้นแต่ละวัน หากวันนั้นนางเชื่อฟังคำบิดา ตอนนี้ก็คงไม่เป็นเช่นนี้

นางขำขันกับความรักที่ไร้ตาของนางจนหัวเราะออกมา เพียงลู่เฉินทำดีกับนางเพียงไม่กี่ครั้ง นางก็รักปักใจมิรู้ลืม ยามลู่ฮูหยินมาทาบทาม สู่ขอ นางก็รีบตกปากรับคำโดยไม่ลังเล

แต่แล้วอย่างไร นางก็เป็นแค่ตัวประกันหนี้ของครอบครัวสกุลลู่เท่านั้น เขาแต่งนางมาเพื่อเชิดหน้าชูตาให้กับร้านค้าสกุลลู่ นางที่เป็นบุตรีของบัณฑิตสามารถสร้างความเชื่อถือให้สกุลลู่ได้มากมาย

หากเมื่อแต่งเข้ามาแล้ว แม้แต่สาวใช้ในจวนยังใช้ชีวิตดีกว่านางด้วยซ้ำ!!

แต่นางจะเดินออกจากสกุลลู่ไปในฐานะหญิงหม้ายให้ถูกคนนินทาว่าขาดคุณธรรมสี่ประการได้เยี่ยงไร ตอนแต่งนั้นแสนง่ายดาย แต่ตอนที่จะหย่านั้นยากกว่าเป็นไหนๆ

ไป๋ชิงมองกระดาษใบนั้น จากนั้นก็วางใส่ในหีบดังเดิม เมื่อหีบปิดลงก็มีเสียงประตูดังขึ้น “ฮูหยินน้อย ฮูหยินใหญ่เรียกพบ”

ไป๋ชิงหันมองประตู ถึงกับให้แม่นมหลิวมาเรียกตัวนาง ก็แสดงว่าเรื่องที่นางอาละวาดคงถึงหูลู่ฮูหยินแล้ว นางหลับตาเพื่อเตรียมตัวรับกับ สิ่งที่เกิดขึ้น

นางขยับหันมองกระจกอีกรอบ ทุกครั้งที่ทะเลาะกันจนนางบาดเจ็บ นางจะพยายามปกปิดสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ครั้งนี้นางกลับเลือกที่จะเปิดเผย ดังนั้นเมื่อประตูเปิดออกมา แม่นมหลิวจึงได้เห็นใบหน้าที่เขียวช้ำชัดเจน จนดวงตาเหี่ยวย่นนั้นเบิกกว้างอย่างระงับความตกใจไม่ไหว

“ชะ เชิญฮูหยินเจ้าค่ะ” จากนั้นนางก็ออกเดินนำไปยังเรือนทิศบูรพา

เรือนทิศบูรพาเป็นเรือนที่สงบร่มเย็นที่สุดในจวน ทั้งสองเดินผ่านสะพานโค้งไปยังเรือนหลังใหญ่ ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว เหลือเพียงแค่ ความเปียกชื้นจากพื้นหญ้าที่บอกว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น

เมื่อนางเดินไปถึงหน้าประตู แม่นมหลิวก็พูดกับคนด้านใน

“ฮูหยินน้อยมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”

ด้านในเงียบอยู่นาน จนสุดท้ายแล้วก็มีเสียงไอออกมาสองครั้ง “เข้ามา” เสียงแหบพร่านั้นทำให้นางต้องก้มหน้าลงต่ำอีกหน่อย

เมื่อเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าลู่ฮูหยิน อีกฝ่ายก็ขยับตัวอย่างเกียจคร้าน สีหน้าแววตานั้นดูเหมือนรำคาญเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้

“เจ้าจักให้ข้าอยู่สบายสักวันไม่ได้เชียวหรือ เหตุใดต้องหาเรื่อง ให้ข้าไม่สบายใจด้วย มิเห็นหรือว่าข้าไม่สบายอยู่”

แค่ประโยคแรกก็ตำหนินางแล้ว ไป๋ชิงยังคงก้มหน้าอยู่ และไม่ตอบแต่อย่างใด จนกระทั่งคนที่นอนอยู่บนแท่นนั้นขยับนั่งตัวตรง แล้วรับน้ำชาจากแม่นมหลิวมาดื่ม

เสียงถ้วยชากับฝาถ้วยกระทบกันเสียงดังกว่าปกติ ก่อนจะส่งให้แม่นมหลิวรับไป มืออวบอ้วนนั้นขยับขึ้นบีบขมับตัวเองราวกับว่าไม่อยากรับฟังเรื่องวุ่นวายในวันนี้

“แค่สาวใช้คนเดียวเจ้าก็อย่าใจแคบนักเลย อย่างที่บุตรข้าบอก ถึงยังไงก็ดีกว่าเขาแต่งอนุจากนอกเรือนเข้ามา”

แค่สาวใช้คนเดียวอย่างนั้นหรือ ที่ผ่านมาสาวใช้ในเรือนที่เป็นสาวล้วนเป็นของเขาหมดแล้วทั้งสิ้น เหลือเพียงจางจิ้งคนเดียวเขาก็ไม่เว้น แบบนี้แล้วจะเรียกสาวใช้คนเดียวได้ยังไง

มือที่ประสานอยู่ตรงด้านหน้าบีบแน่นอย่างเจ็บช้ำใจ จากที่ก้มหน้าอยู่ไป๋ชิงก็เงยหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับลู่ฮูหยิน จนกระทั่งอีกฝ่ายเห็นใบหน้าของนาง ดวงตาเหี่ยวย่นนั้นก็ขยับเคลื่อนไหวตกใจเล็กน้อย ลู่ฮูหยิน ขยับกระแอมในลำคอ

“หน้าตาเช่นนี้ไม่งาม เจ้าก็อยู่ในห้องตัวเองจนกว่าจะหายแล้วกัน แม่นมหลิวไปหยิบยาแก้ช้ำในกล่องยาข้ามามอบให้นาง” ประโยคเหมือนห่วงใยนาง แต่ที่จริงแล้วกลัวนางจะทำให้บุตรชายถูกนินทาว่า ทุบตีฮูหยิน ของตน แล้วจะทำให้มีผลต่อชื่อเสียงสกุลลู่อีก

สรุปแล้วพวกเขาก็ล้วนห่วงแต่ประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น มือนางบีบแน่นจนใกล้จะมีเลือดออกมา “ข้าอยากหย่า” ในที่สุดนางก็กล้าพูดคำนี้

หากแต่ดวงตาเหี่ยวย่นนั้นกลับเบิกกว้างขึ้น แล้วใช้มือทุบตั่งที่นั่งเสียงดังราวกับว่าลืมไปว่าตัวเองป่วยอยู่ “เหลวไหล แค่เรื่องทะเลาะธรรมดาเจ้าจะทำเป็นเรื่องใหญ่ไปทำไม” เมื่อเห็นว่าตัวเองเสียงดังเกินไปแล้ว ลู่ฮูหยินก็พยายามระงับลมหายใจของตัวเอง จากนั้นก็พูดต่อ

“กลับไปสำนึกที่เรือนของตน หากข้าไม่อนุญาตก็ห้ามออกจากห้องเด็ดขาด!!”

พูดกับลู่ฮูหยินก็เหมือนสาดน้ำลงบนพื้นที่หายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นแต่อย่างใด เปล่าประโยชน์ที่จะคุยกับคนพวกนี้จริงๆ นางต้องหาวิธีหย่าให้ได้

ร้านค้าสกุลลู่มีชื่อเสียงด้านการค้ามาช้านาน ตั้งแต่สมัยลู่จินจงบิดาของลู่เฉินยังมีชีวิตอยู่ ถือว่าเป็นร้านค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเฟิงหง เมืองชายแดนที่เป็นรอยต่อของสามแคว้น

ฐานะสกุลลู่ร่ำรวยชนิดที่ว่าใช้สิบชาติก็ไม่หมด แต่ความร่ำรวยอยู่ได้ไม่นาน เมื่อผู้นำของสกุลลู่เสียชีวิตจากโจรป่าเมื่อสี่ปีก่อน เมื่อหัวเรือใหญ่อับปางลง พวกเรือเล็กต่างแตกแถวแย่งชิงกอบโกยจนเงินของสกุลลู่ เหลือเพียงพอประทังชีวิตได้เพียงสามเดือนเท่านั้น

ระหว่างนั้นลู่ฮูหยินพยายามประคับประคองให้สกุลลู่ยิ่งใหญ่ดังเดิม นางพยายามดิ้นรนหาคนไปทั่ว จนกระทั่งต่อมานางได้ลูกค้า ชั้นยอดจากการแนะนำของบิดาไป๋ชิง

ซึ่งลู่ฮูหยินรู้จักกับบิดาไป๋ชิงได้ยังไงนั้น ก็ต้องเล่าถึงลู่เฉินที่เป็นศิษย์ของบิดานาง เล่าเรียนวิชากับบิดานางมาถึงสามปี ตลอดระยะเวลาสามปีนั้นนางเป็นดั่งดอกบัวแรกแย้มที่ไม่ประสีประสาแต่อย่างใด เห็นลู่เฉินในอาภรณ์สีขาวท่าทางสุภาพราวกับคุณชายผู้โอบอ้อมอารี จึงปักใจรักตั้งแต่บัดนั้น

ยามน้ำต้มผักว่าหวานนั้น ไม่ว่าเขากล่าวเช่นไรนางก็ล้วนเชื่อฟังทั้งหมด เขาบอกว่าบิดานางเป็นหนี้สกุลลู่ หากนางแต่งกับเขาจะยกหนี้ทั้งหมดให้ เขาบอกว่าเขารักนางจากใจจริง หวังช่วยให้บิดานางไม่ต้องขายสำนักเรียนแห่งนี้ไป บิดานางก็ยังคงได้เป็นอาจารย์ที่เขานับถืออยู่

ด้วยความรักบังตาเลยทำให้นางหันไปรบเร้าให้บิดาตอบตกลง ที่จะแต่งกับลู่เฉิน ไม่ยอมรับฟังความจริงที่บิดาบอกว่าสกุลเหว่ยของเรามิได้เป็นหนี้แต่อย่างใด แต่สกุลลู่ต่างหากที่เป็นหนี้เรา

นางคิดแค่ว่าครอบครัวเรานั้นขาดมารดา มีบิดาที่เป็นบัณฑิตยากจน ทุกอย่างล้วนต้องประหยัดจะกลายเป็นเจ้าหนี้ได้เช่นไร สุดท้ายแล้วนางก็เลือกไม่เชื่อ รบเร้าจะแต่งกับลู่เฉินให้ได้

สุดท้ายแล้วเป็นยังไง นางเค้นเสียงหัวเราะกับความดื้อรั้นของตัวเองที่นำพามาพบเจอกับชีวิตที่เจ็บปวดไม่เว้นแต่ละวัน และพบว่า สกุลเหว่ยเป็นเจ้าหนี้ใหญ่ของสกุลลู่จริงๆ

แต่ความรักที่นางมีตอนนั้นมันบังตา เมื่อเข้ามาได้ไม่นานเงินสินสมรสของนางก็ถูกลู่ฮูหยินหยิบยืมไปทำทุนเพิ่ม สร้างกำไรให้กับสกุลลู่โดยที่นางไม่ได้กลับมาสักตำลึง

เงินที่ลู่ฮูหยินที่ยืมบิดานางก็เช่นกัน สามปีมานี้แม้แต่สักแดง ก็ไม่เคยตกถึงมือบิดานาง นางกลายเป็นตัวประกันชั้นยอดที่พวกเขาเก็บเอาไว้เพื่อประกันสกุลลู่มิให้ตกต่ำ

ไป๋ชิงหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า นางควรจะทำอะไรสักอย่างก่อนที่นางจะตาย แล้วพวกเขาเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองของสกุลนาง

นางลืมตาอีกครั้งเมื่อนึกอะไรได้ รีบลุกขึ้นไปเปิดหีบไม้ที่เคยเปิดตอนก่อนไปพบลู่ฮูหยิน ไป๋ชิงไม่ได้สนใจใบหย่าสักนิด แต่กลับหยิบหนังสือจำนวนมากที่อยู่ในหีบด้านล่างขึ้นมาวางบนโต๊ะจากนั้นก็เริ่มเปิดอ่าน

ตั้งแต่เข้าสกุลลู่มา นางก็พบว่าลู่เฉินที่นางมองว่าเป็นคุณชาย เจ้าสำอางนั้น แท้จริงแล้วเขาคือจิ้งจอกในร่างเทพบุตร งานกิจการร้านสกุลลู่เขามิเคยเหลียวแลใส่ใจ ลู่ฮูหยินสั่งให้เขาจัดการบัญชีร้านเขาก็โยนมาให้นางจัดการแทน เพราะนางชำนาญเรื่องตัวเลขกว่าเขา

สามปีที่ผ่านมาสกุลลู่พลิกจากการขาดทุนมากำไรก็เพราะฝีมือนางทั้งสิ้น พอได้กำไรลู่ฮูหยินก็จ้างนักบัญชี ‘ห่าวอู๋’ ที่ไว้ใจได้มาแทนที่นาง สามเดือนแล้วที่นางไม่ได้แตะต้องบัญชีพวกนั้น

แต่สมุดบัญชีเก่าพวกนี้ล้วนบอกได้ว่าตอนนี้เงินสกุลลู่อยู่ตรงไหนบ้าง ในเมื่อพวกเขาเอาเงินของสกุลเหว่ยไป นางจะเก็บกลับมาทั้งต้นและดอก จะทำให้สกุลลู่มิได้ลืมตาอ้าปากอีก

หากตอนนี้นางต้องออกจากห้องนี้ให้ได้ก่อน จะทำเช่นไรเมื่อครั้งนี้นางเผลอทำให้ลู่เฉินเคืองนางจนไม่แม้แต่จะมาหานาง เสียงฝนด้านนอกตกลงมาอีกแล้ว นางทำได้เพียงแค่เงยหน้ามองฝนที่ตกอยู่นอกหน้าต่าง

นึกถึงสินค้าที่กำลังจะส่งเข้ามาสกุลลู่ ข้าวสารพวกนั้นในตอนนี้ คงลำบากมิใช่น้อย ถ้าเช่นนั้นแล้วก็มิต้องทำสิ่งใด แค่รอเวลาเท่านั้นพอ

นางหยิบสมุดบัญชีเก่าพวกนั้นขึ้นมาอ่านทีละนิดเพื่อฆ่าเวลา อันว่าเจ้าของกิจการว่ารู้มากแล้ว นักบัญชีย่อมรู้มากกว่า เมื่อหลายวันก่อนได้ยินลู่ฮูหยินบ่นว่าปีนี้ผลผลิตไม่ดีส่งออกไม่ได้ ดูท่าแล้วจะขาดทุนกว่าทุกปี มิรู้ว่าต้องหาทุนไหนมาเพิ่มอีก

แต่นางจำได้ว่าตอนที่นางทำบัญชีครั้งสุดท้ายนั้น ยังมีเงินทุนสำรองก้อนใหญ่ที่ฝากเอาไว้ที่สำนักคุ้มภัยสกุลจางอยู่ เหตุใดลู่ฮูหยินถึงมิได้กล่าวถึงเงินจำนวนนั้นเลย จะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเรื่องนี้แน่

สิ่งแรกที่นางต้องทำก็คือ ออกจากห้องนี้ให้ได้เสียก่อน เมื่อคิดได้แล้วก็มองไปยังประตูด้านนอกที่มีคนของลู่ฮูหยินยืนเฝ้าอยู่ นางขยับมองซ้ายขวาก็หันไปหยิบประคำขึ้นมา จากนั้นก็คุกเข่าแล้วเริ่มสวดมนต์

เสียงสวดมนต์นั้นด้านนอกได้ยินชัดเจน นางสวดตั้งแต่เช้าจรดเย็น แต่ดวงตานั้นกลับอ่านทบทวนสมุดบัญชีนั้นไปมาหลายรอบ จนสรุปได้ว่า นักบัญชีคนใหม่ที่ลู่ฮูหยินจ้างมาใหม่นั้น ยักยอกเงินทั้งหมดแน่นอน

แต่นางต้องหาหลักฐานเพิ่มถึงจะสามารถจับ ‘ห่าวอู๋’ นักบัญชี คนนั้นให้ได้ สิ้นเสียงสวดมนต์เสียงด้านนอกก็ดังขึ้น นางไม่ได้ออกจากห้องเรื่องก็มาถึงนางจนได้ สตรีด้านนอกนั้นเคาะประตูแล้วส่งเสียงเรียก

“พี่หญิง ท่านจะเอาแต่สวดมนต์ไม่รับรู้สิ่งใดอีกแล้วใช่ไหม เหตุใดถึงไม่ออกมาจัดการสาวใช้ตัวดีนั้น ท่านรู้หรือไม่ ว่ามันไม่ยอมให้คุณชายมาหาพวกเราเลย พอพวกเราไปหา มันก็สั่งให้ไล่พวกเราออกมา พอคุณชายอยู่กับพวกเรา มันก็พยายามหาทางแย่งชิงคุณชายไปอีก แบบนี้แล้ว ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนกัน”

ไป๋ชิงหลับตาลง ในใจก็เค้นเสียงหัวเราะ ยุติธรรมงั้นเหรอ หากสิ่งที่อนุนางนั้นพูดดูน่าเวทนา ตัวนางที่เจอมาก่อนไม่เรียกว่าน่าเวทนากว่า หรอกหรือ ให้พวกนั้นได้รับรู้ความเจ็บปวดที่นางได้รับมาตลอดสามปีนี้เถอะ

มุมปากนางแย้มยิ้ม หากแสร้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้า “ข้าถูกกักบริเวณเช่นนี้จะช่วยน้องหญิงได้เช่นไร ลองไปขอร้องท่านแม่ดูสิ ท่านเป็นดั่งพระโพธิสัตว์ ท่านพร้อมจะนำพาความยุติธรรมมาให้พวกเจ้าได้แน่”

สิ้นคำนั้น ก็ได้เสียงทั้งสองปรึกษากัน ก่อนจะลงความเห็นว่าไปหาลู่ฮูหยินดีกว่า ในใจนางตอนนี้นึกสมน้ำหน้า “อย่าหายเลยอาการป่วยน่ะ เชิญท่านปวดหัวไปก่อน”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ก็รักกันดี ไม่มีปัญหา
8.1
วิญญาณหญิงสาวในสภาพเปียกโชกเฝ้าตามติดอดีตคนรักด้วยความสับสน เพราะเธอจำไม่ได้เลยว่าความตายของตนเกิดจากอุบัติเหตุหรือเป็นการฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมกันแน่ ท่ามกลางปริศนาที่มืดมน มีเพียงแฟนใหม่ของเขาเท่านั้นที่เป็นกุญแจสำคัญในการไขความจริงครั้งนี้ แม้ว่าในใจของเธอจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังและชิงชังผู้หญิงคนนี้มากเพียงใด แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพาศัตรูหัวใจเพื่อค้นหาคำตอบสุดท้ายของชีวิตที่ถูกพรากไปอย่างเป็นปริศนา
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3
9.0
จากอดีตผู้รอดชีวิตในยุคซอมบี้ล้างโลก ฉินหลิวซีได้โอกาสเกิดใหม่เป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบในครอบครัวที่แสนยากจน แถมยังถูกญาติพี่น้องรุมกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อโชคชะตาเล่นตลกเธอจึงขอประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตาอีกต่อไป ถึงเวลาที่เธอต้องลุกขึ้นมาใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะและนำพาทุกคนในครอบครัวก้าวข้ามความลำบากมุ่งสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึงในโลกใบใหม่นี้
หน้าปกนวนิยาย เสี้ยวอสูร
7.8
เมื่อเหล่าแม่ทัพสวรรค์ต้องโทษถูกเนรเทศสู่โลกมนุษย์ ร่างเทพกลับถูกเพลิงเผาผลาญจนกลายเป็นเทพอสูรกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ที่น่าเกรงขาม ซิ่นเฉิง นักรบหนุ่มผู้รักศักดิ์ศรีโกรธแค้นอย่างมากเมื่อรู้ว่าน้องสาวฝาแฝดถูกบิดาขายให้เป็นภรรยาของเทียนอี้ แม่ทัพอสูรผู้ยิ่งใหญ่เพื่อแลกกับน้ำ เขาจึงบุกไปช่วยเธอถึงจวน แต่กลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าศัตรูคือมนุษย์หมาป่า พร้อมข้อเสนอสุดบีบคั้นที่เขาต้องเลือกว่าจะยอมสละน้องสาว หรือจะยอมเป็นฮูหยินของเทพอสูรตนนี้เสียเอง
หน้าปกนวนิยาย สยบรักดวงใจท่านอ๋อง
9.8
ลู่ซิงเหยียนแฝงตัวเป็นสาวใช้ในจวนเจ้าเมืองเพื่อสืบหาความจริงเบื้องหลังโศกนาฏกรรมล้างตระกูลของนาง ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อนางต้องเสี่ยงชีวิตช่วยโจรชุดดำลึกลับหลบหนีเพื่อรักษาชีวิตตนเอง โดยบังคับให้เขาซ่อนตัวในถังสิ่งปฏิกูลที่แสนโสโครก การตัดสินใจครั้งนั้นทำให้เขาโกรธจัดจนขู่ฆ่านาง แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โชคชะตาของทั้งคู่ผูกพันกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อชายหนุ่มผู้ลึกลับเริ่มวนเวียนอยู่รอบกายเพื่อตอบแทนบุญคุณท่ามกลางไฟแค้นและการชิงไหวชิงพริบทางการเมือง
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่เพื่อให้เจ้าคุณรัก
9.1
ชีวิตของจันทร์วราสิ้นสุดลงอย่างเหลือเชื่อเพียงเพราะไก่ย่างไม้เดียว ก่อนจะตื่นขึ้นในร่างบุตรสาวเจ้าพระยาแห่งยุคอดีต พร้อมสถานะภรรยาของเจ้าคุณพิพัฒน์ ขุนนางหนุ่มผู้แสนเย็นชาและไร้หัวใจ ทว่าวิญญาณสาวสถาปัตย์ยุคใหม่กลับไม่แยแสความห่างเหินนั้น ยิ่งเธอเมินเฉยและเป็นตัวของตัวเองมากเท่าไร สามีผู้เคร่งขรึมกลับยิ่งหลงเสน่ห์ในความแปลกใหม่ จนความเฉยชาแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งรักที่เขาเองก็ไม่อาจต้านทานได้ในท้ายที่สุด
หน้าปกนวนิยาย จางม่านอวี้ นางสนมล่มเมือง
9.0
จางม่านอวี้จำใจรับตำแหน่งพระสนมทั้งที่รู้ว่าตนเองไร้ความงามโดดเด่นและไม่คู่ควรกับฮ่องเต้จูหมิงผู้สูงวัย ทว่านางกลับกลายเป็นสตรีที่กุมหัวใจทั้งจักรพรรดิ องค์ชาย และแม่ทัพเฉินต้าเหว่ยเพื่อนสนิทผู้ภักดี แม้ฐานะที่เปลี่ยนไปจะกลายเป็นกำแพงกั้นความรักระหว่างนางกับต้าเหว่ย แต่คำยืนยันในรักแท้ที่หนักแน่นดั่งหินผาของเขาก็ช่วยชุบชูหัวใจที่เหี่ยวเฉาของนางให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและโชคชะตาที่สวรรค์เป็นผู้ลิขิต