ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Deva Or Devil เทวามาร

Deva Or Devil เทวามาร

เมื่อศิลากาฬหวนคืนพลังหลังถูกแยกส่วนนานห้าศตวรรษ คุณชายรองแห่งคานวาเรสจึงต้องมุ่งหน้าสู่เมืองซีซานเพื่อทำลายวัตถุอาถรรพ์นี้ ทว่าซาเรย์ โทจิน กลับทำลายข่ายเวทจนดวงจิตแม่มดร้ายหลบหนีไปพร้อมศิลา สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวไซโดเวียตามคำทำนายโบราณว่าหากศิลามีอำนาจสมบูรณ์ จอมปีศาจจะฟื้นคืนเพื่อรับใช้เทวามารผู้ทรงฤทธิ์ที่ทวยเทพยังครั่นคร้าม เขาจะทำลายศิลาก่อนจอมมารทวงคืนแผ่นดินได้หรือไม่ และใครคือเทวามารที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการไล่ล่าครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

ความเงียบงันที่ผ่านพ้นกาลเวลาอันยาวนานก่อเกิดเป็นความวังเวงว่างเปล่าไร้ขอบเขต ไร้รูปร่าง ไร้ทิศทาง และไร้เสียงขานรับ หากสิ่งเหล่านั้นเรียกว่านิจนิรันดร์กาลก็คงมิมีผู้ใดอาจจะรู้ดีไปกว่าผู้ที่ต้องถูกจองจำอยู่ในห้วงอันปราศจากยามทิวาและราตรีที่ไร้ซึ่งขอบนภาและพื้นพสุธาให้หยัดยืน

โกซัวค่อย ๆ ลืมตาตื่นจากวิมานแห่งความฝันในสถานที่อันเคยคุ้นเมื่อความเงียบอันเคยชินถูกทำลายลงด้วยน้ำเสียงอันขมขื่นที่ยากจะข่มกลั้นของใครบางคนที่อยู่ด้านนอก

"ข้าจะผูกจิตมาร ดึงสังขารเทพเก็บไว้ในถุงกักอาวรณ์"

ร่างโปร่งแสงสีส้มอันเลือนลางค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง ความง่วงซึมหลังจากตื่นนอนอย่างไม่เต็มใจนักทำให้เขาหงุดหงิดและแทบไม่ได้สนใจในสิ่งที่ได้ยินแม้แต่น้อย

"ไม่!" เสียงตะโกนทำโกซัวสะดุ้ง ความง่วงแต่แรกนั้นหายเป็นปลิดทิ้งแทนที่ด้วยความมึนงง เมื่อเขาพยายามมองหาที่มาของเสียงร้อง

"เจ้าจะทำเช่นนั้นไม่ได้จีซาร์… เจ้าต้องไม่ทำ" ถึงแม้ครานี้โกซัวจะตั้งใจฟังแต่เสียงสะอื้นที่ดังขาดห้วงอย่างหนักหน่วงของหญิงสาวประกอบกับเสียงแผดร้องของทารกน้อยทำให้คำบางคำถูกลบกลบหายไปกับห้วงอากาศรอบด้าน

"ข้าไม่มีทางเลือก… อูวา"

พลันสิ้นคำตอบนั้น โกซัวรับรู้ได้ถึงพลังมหาศาลบางอย่างที่พุ่งทะลวงลงกลางกระหม่อมเขาก่อนจะเหวี่ยงเอาร่างอันโปร่งแสงให้กระเด็นลอยขึ้นจากความว่างเปล่า และในตอนนี้เองประโยคแรกที่ปลุกให้เขาตื่นจากห้วงแห่งนิทราก็ดังขึ้นวนย้อนกลับเข้าหูอีกครั้งหนึ่ง

'ถุงกักอาวรณ์' คำนี้ไม่ใช่คำคุ้นหู ไม่ใช่คำที่โกซัวจะยินดียามเมื่อได้ยินมัน เพราะมันคือที่อยู่ที่ใช้จองจำเขาเอาไว้กว่าร้อยปี แต่สิ่งนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญในยามนี้เมื่อกลุ่มควันสีดำฉุดกระชากเอาร่างของเขาให้หลุดลอยออกจากสถานที่ที่เปรียบเสมือน 'คุก' อย่างถุงกักอาวรณ์โดยไม่ได้คาดคิด แรงมหาศาลนั้นรุมทึ้งฉีกกระชากร่างที่เป็นเพียงแค่ดวงจิตโปร่งแสงอย่างไม่มีความปรานีในความเปราะบางของมันที่สามารถแตกดับได้ทุกเมื่อ

โกซัวกัดฟันแน่นยามเมื่อปล่อยร่างไปตามแรงเหวี่ยง การหมุนวนเคว้งคว้างกลางอากาศทำให้เขาไม่สามารถจับทิศจับทางของตนได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้ไม่นานนักแรงนั้นจึงค่อย ๆ เบาบางลง ชั่ววินาทีที่โกซัวเริ่มเห็นสิ่งต่าง ๆ ปรากฏแก่สายตา เขาลืมความเจ็บปวดเมื่อครู่ไปเสียสิ้น ความหอมหวานของอิสรภาพกำลังแผ่ซ่านเกาะกุมทั้งดวงจิตและร่างโปร่งแสงของเขา จนไม่อาจทานทนเผลอยิ้มออกมาอย่างที่ไม่ควรจะเป็นในสถานการณ์เช่นนี้

แต่ทว่ายังไม่ทันจะเชยชมลิ้มรสของอิสรภาพ จู่ ๆ ความเจ็บปวดก็พุ่งทะลุผ่านร่างของเขานับร้อยนับพันจนต้องร้องคำรามยามเมื่อรู้สึกถึงความทรมานที่ทำให้เขาแทบล้มทั้งยืน วิมานที่เห็นเมื่อครู่พร่าเลือนอีกครั้งเมื่อกลุ่มควันสีดำจำนวนมหาศาลกำลังแหวกว่ายวนเวียนรอบกายเพื่อดูดดึงนำพาพลังจากดวงจิตเขาไปยังใครบางคนที่เปล่งวาจาท่องมนตร์อักขระที่เป็นดั่งมนตร์อาถรรพ์ไสยเวทย์ และผู้ที่จะใช้มันได้นั้นมีได้น้อยคนนัก และที่โกซัวรู้จักก็มีเพียงคนคนเดียว นั่นคือพ่อของเขา

แต่บุรุษที่กำลังถือคัมภีร์ในมือพร้อมกับท่องมนตร์อักขระในยามนี้กลับเป็นคนที่โกซัวแทบจะไม่รู้จัก ไม่เคยพบหน้าแต่กลับกล้าและบังอาจใช้มนตร์เพื่อฝืนดึงพลังจากเขาไปใช้อย่างไม่ขออนุญาตแม้สักคำเดียว!

"จีซาร์ หากเจ้าทำเช่นนี้ ลูกเราจะไม่สามารถอยู่ได้ทั้งบนสวรรค์หรือในปรโลก" เสียงร้องนั้นดังมาจากสตรีผู้มีสิริโฉมอันงดงามราวกับนางสวรรค์ หยาดน้ำตาเม็ดใสร่วงหยดลงต้องผิวกายอันแดงเถือกของเด็กทารกในอ้อมแขนนาง

โกซัวที่กำลังจะหมดแรงเหมือนได้ต่อลมหายใจอีกเฮือกเมื่อคำเอ่ยมนตร์บทสุดท้ายจบลง นึกอนาถใจเล็กน้อยที่ดวงจิตออกจากถุงกักอาวรณ์ได้ยังไม่ถึงนาทีก็เกือบต้องมาแตกสลายดับสูญทั้งที่ยังไม่ได้แม้แต่จะหายใจเอากลิ่นของอิสรภาพเข้าร่าง นี่มันไม่คุ้มเลยจริง ๆ

"ข้าจะไม่ยอมเห็นเขาหรือเจ้าต้องตาย... ข้าขอโทษ"

"ไม่"

สิ้นคำของนาง เสียงดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวก่อเกิดเป็นกลุ่มควันก้อนใหญ่หอบเอาร่างเด็กทารกออกจากอ้อมอกของผู้เป็นมารดาที่ถึงแม้จะพยายามยื้อไว้สุดกำลังก็มิอาจต้านแรงพลังเหล่านั้นได้

ร่างของเด็กทารกน้อยค่อย ๆ ลอยเข้าสู่อ้อมอกของผู้เป็นบิดา

"อูวา" ชายสูงอายุอีกคนคว้าร่างบอบบางของผู้เป็นลูกสาวเข้าไว้ในอ้อมแขน "นี่เป็นทางออกเดียวที่พ่อจะยอมให้เด็กคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้เขาจะไม่สามารถอยู่กับลูกหรือจีซาร์ได้ แต่เขาจะยังมีและใช้ชีวิต เพื่อเติบโตขึ้นเยี่ยงมนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่ง"

"ท่านพ่อ ข้ามิอาจอยู่ได้โดยปราศจากลูกของข้า"

ผู้เป็นพ่อโอบกอดลูกสาว แววตานั้นหม่นแสงลงยามเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นปานจะขาดใจ "เจ้า... ข้า... และทุกคนในที่นี้รู้ดีว่าเหตุอันใดเด็กที่เกิดจากจอมมารและเทพเลือดบริสุทธิ์เช่นเจ้าถึงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ทั้งสามดินแดน หากไม่ทำเช่นที่จีซาร์กำลังทำ"

"ท่านพ่อ" เสียงนางยังคงร่ำไห้ถึงแม้จะรู้ว่าสิ่งที่บิดากล่าวนั้นคือความจริง

"เจ้าเองกล่าวว่าอยู่มิได้หากปราศจากลูกของเจ้า ข้าเองก็อยู่มิได้หากต้องสูญเสียเจ้าไป" ในขณะที่โกซัวกำลังเหลียวมองทุกสิ่งรอบกาย พลันนั้นเสียงทารกก็แผดร้องดังขึ้นกว่าทุกครั้งเรียกให้ทุกคนมองไปยังร่างเล็ก ๆ ในอ้อมแขนของจีซาร์

'เด็กที่เกิดจากจอมมารและเทพเลือดบริสุทธิ์' คำกล่าวนี้ผุดขึ้นในใจของโกซัว เขาจ้องมองทารกน้อย กระตุกยิ้มมุมปากคราหนึ่ง ส่ายหน้าเบา ๆ ด้วยประกายตาที่ยากจะอ่านได้ เขาไม่แปลกใจกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตอนนี้

กลุ่มควันสีขาวหม่นกำลังพวยพุ่งออกจากร่างของทารกน้อยเข้าปะปนกับสายของกลุ่มควันสีดำที่โอบล้อมรอบกาย โกซัวเพ่งมองอยู่ชั่วระยะหนึ่งจนกระทั่งเห็นแสงที่ปลายสายมีลักษณะเป็นก้อนกลมหลุดออกจากหน้าอกซ้ายของทารกลอยสูงเหนือกลุ่มก้อนสีดำ และในพริบตานั้นมันก็ดูดกลืนพลังมวลมหาศาลทั้งหมดเข้าหามันทันที

จีซาร์ตวัดมืออีกข้างปรากฏถุงสีส้มซีดบนฝ่ามือก่อนจะร่ายมนตร์เพียงไม่กี่คำ กลุ่มก้อนพลังทั้งหมดก็เริ่มถูกดูดเข้าสู่ถุงกักอาวรณ์

โกซัวที่เห็นดังนั้นรู้ชะตากรรมตนเองในทันที เขาจึงใช้แรงที่มีเฮือกสุดท้ายทะยานร่างออกจากตรงนี้ก่อนที่จะถูกยึดเอาอิสรภาพ และต้องกลับลงไปอยู่ก้นถุงสับปะรังเคนั่นอีกครั้ง

"แย่แล้ว… ปีศาจตนนั้นหนีไปแล้ว" โอเมียน ผู้รับใช้คนสนิทของจีซาร์ตะโกนขึ้น เรียกให้จีซาร์หันมองตามร่างโปร่งแสงสีส้มที่หายวับออกไป "เรื่องใหญ่แน่ ถ้ามันขืนล่องลอยออกไปบนสวรรค์เช่นนี้"

"ฝากเจ้าด้วย" จีซาร์นำทารกตัวน้อยส่งคืนให้แก่ซีซัส ทอดสายตาจ้องนัยน์ตาสีนิลของเจ้าตัวน้อยที่สุกใสราวกับดวงดาวบนฟากฟ้าอย่างอาลัยอาวรณ์

"เขาจะอยู่ที่นี่ได้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เจ้าคงต้องเร่งนำเขาไปยังพื้นพิภพ แดนของมนุษย์"

"ท่านพ่อ... ข้า… ข้าจะลงไปส่งลูกของข้าเอง" อูวาจ้องมองลูกน้อยของนางในอ้อมแขนของซีซัส ยื่นมือออกไปเพื่อรับตัวทารก แต่ทว่าซีซัสกลับนิ่งเฉยมองดวงหน้าผู้เป็นลูกสาวครู่หนึ่งก่อนจะเลยไปสบกับนัยน์ตาของหญิงสาวอีกคนที่ยืนห่างออกไป

"เจ้าช่วยข้าสักเรื่องนะ โมเน"

"ไม่ ท่านพ่อ ข้าขอร้อง"

"ช่วยเลี้ยงหลานของข้าให้เติบใหญ่อย่างที่มนุษย์ควรจะเป็น"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้ายเล่ห์ลวงรัก
7.9
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่รุนแรงและคำพูดหยาบคายในบางตอน ธามแสดงความรังเกียจต่อหญิงสาวอย่างชัดเจนด้วยการเตรียมถุงยางอนามัยป้องกัน เขาเมินเฉยต่อเสียงคัดค้านและยัดเยียดความสัมพันธ์ให้อย่างโหดร้ายจนเธอต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าเมื่อเขาล่วงเกินเธอจนสุดทาง ความจริงที่ว่านี่คือครั้งแรกของเธอก็ทำให้เขาต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้พบเห็น ท่ามกลางความร้าวรานและน้ำตาที่ไหลรินในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการกระทำอันป่าเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หานายหัว
9.5
เมื่อนายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อค้ามนุษย์รายใหญ่ ปณาลีนักข่าวสาวผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์จึงยอมปลอมตัวเป็นคนงานคัดปลาเพื่อกระชากหน้ากากเขา แม้อิทธิพลและเงินตราจะมหาศาลเพียงใดเธอก็ไม่หวั่น แต่การสืบหาความจริงกลับไม่ง่าย เมื่อเธอถูกเขารุกรานด้วยพันธนาการอันเร่าร้อน นายหัวหนุ่มใช้กำลังข่มขู่และสบประมาทด้วยข้อเสนอซื้อพรหมจรรย์อย่างโหดร้าย ท่ามกลางอันตรายและการคุกคามทางอารมณ์ที่บีบคั้น เธอจะเอาตัวรอดจากกรงขังเสน่หาและเปิดโปงความชั่วร้ายของเขาได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
9.4
อดีตยมทูตผู้ทรงพลังกลับชาติมาเกิดใหม่ในฐานะผู้นำแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ พร้อมภารกิจสุดเพี้ยนในการแผ่ขยายอิทธิพลและทะเยอทะยานยึดครองดินแดนกะลาแลนด์โดยใช้กลยุทธ์สุดกาวที่ไม่มีใครคาดคิด ผลงานภาคต่อของ 'เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต' ที่นำเสนอเรื่องราวบทใหม่แบบจบในตัว ให้คุณได้สัมผัสความมันส์จากการปะทะและแผนการสุดล้ำในการสร้างอาณาจักรอาชญากรรมเหนือจินตนาการ แม้ไม่เคยอ่านภาคแรกมาก่อนก็สามารถสนุกไปกับการผจญภัยสุดระทึกและตลกขบขันนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม
หน้าปกนวนิยาย เรือนนารีสกุล
8.5
ท่ามกลางป่าสนและขิมะอันหนาวเหน็บแห่งเสี่ยวเป้ย เรือนนารีที่เคยงดงามกลับปิดตายเป็นความลับนับสิบปีหลังการตายปริศนาของเจ้าของเรือน ทว่าภายในนั้น เจียวเจี๋ย พี่สาวผู้สืบทอดตระกูลเจียว ยังคงซ่อนตัวสมาชิกที่เหลือรอดรวมถึง เจียวลู่ น้องสาวคนเล็กให้พ้นจากสายตาภายนอก แม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่เพลิงแค้นจากการถูกลอบสังหารล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อนยังไม่มอดดับ สองพี่น้องที่รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ในวันนั้น กำลังรอคอยเวลาทวงคืนความยุติธรรมให้แก่สายเลือดที่ถูกพรากไปอย่างไม่เป็นธรรม
หน้าปกนวนิยาย แม่ทัพร้ายโหยหารัก
9.4
องค์ชายอิ๋งหยางผู้ถูกสาปให้มีใบหน้าอาถรรพ์จนต้องใส่หน้ากากสีเงินปกปิดไว้ เพราะใครที่จ้องมองเขาจะต้องกลายเป็นหินและพบจุดจบอันน่าสยดสยอง เขาจึงถูกเนรเทศไปเป็นแม่ทัพปีศาจที่ชายแดนเพื่อปกป้องแผ่นดิน จนกระทั่งจางเพ่ยอัน หญิงสาวผู้กลับชาติมาเกิดใหม่จากยุคปัจจุบันได้หวนคืนสู่อดีตตามคำเรียกขานของวิญญาณฝาแฝด ดวงชะตาพิฆาตของนางคือสิ่งเดียวที่สามารถต้านทานคำสาปและหยุดยั้งหายนะจากการล่มสลายของแคว้นได้ นางจึงเป็นเพียงสตรีหนึ่งเดียวที่เคียงคู่แม่ทัพผู้โหยหารักได้ตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตรักบรรพกาล : ภาคองค์ชายเก้ากับพระสนมบ้า
8.7
เมื่อศิลาสวรรค์ลิขิตให้เหวินฉางเทียนจวิน มหาเทพผู้ครองสามโลกต้องคู่กับเจียงอิ้งเยว่ มนุษย์สาวผู้ต่ำต้อย ทว่าหยกจันทราและด้ายแดงกลับแตกสลายจนวาสนาขาดสิ้น มหาเทพจึงจุติเป็นองค์ชายจ้าวเฟยหลงเพื่อตามหาสิ่งวิเศษและเผชิญวิบากรักกับนางผู้ถูกสาปให้เป็นแมวสีขาวในยามกลางวัน ความแตกต่างระหว่างเทพและมนุษย์ท่ามกลางคำสาปเผ่ามารจะสั่นสะเทือนสวรรค์และเปลี่ยนโชคชะตาที่เคยพลัดพรากให้สมหวังได้หรือไม่ในตำนานรักสี่พันปีนี้