ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ระบำอสูร

ระบำอสูร

โชคชะตาขีดเส้นให้เกสรสาวเมืองสุดเปรี้ยวมาพบกับศราหนุ่มมาดเถื่อนจากป่าใหญ่ที่เธอตราหน้าว่าเป็นอสูรร้าย ทว่าเขากลับเข้ามาพัวพันในชีวิตเธอไม่ห่างจนความบังเอิญก้าวไปสู่การแต่งงาน ท่ามกลางบาดแผลในใจและภูมิหลังครอบครัวที่แตกสลายของทั้งคู่ ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนความหวาดกลัวให้กลายเป็นความเข้าใจ เมื่อสองหัวใจที่แหว่งวิ่นพร้อมจะก้าวเดินและสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ไปด้วยกัน อสูรที่เคยร้ายจึงกลายเป็นเพียงยอดรักผู้เติมเต็มชีวิตให้เกสรตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ผมอยากนอนกับเกสร”

รินทร์คมบอกย้ำ

ในขณะที่เกสรกำลังทำหน้าเหลอ ดวงตาขยายกว้างเหมือนไม่อยากเชื่อว่ารินทร์คมจะแจ้งความปรารถนาของเขาออกมาอย่างเปิดเผย

“พูดผิด พูดใหม่ก็ได้นะ รินทร์...เกสรไม่ว่าคุณแน่”

“นั่นคือความต้องการของผมคืนนี้ ให้ผมได้ไหมล่ะเกสร...รู้ไหม” เสียงเขาพึมพำแผ่วเบาลง “ผมกำลังเดือดอยู่ข้างใน...ถ้าเกสรไม่กรุณา คืนนี้ผมอาจจะนอนไม่หลับ”

เกสรสัญญากับเขาแล้วว่าจะไม่ด่า หล่อนกล้ำกลืนความรู้สึกที่เหมือนจะผิดหวังขึ้นมาพร้อมกับผะอืดผะอม หล่อนจะเป็นเช่นนี้ทุกครั้งไปเมื่อหล่อนเกิดความรู้สึกที่ยอมรับไม่ได้

“เกสรอยากไปห้องน้ำ...” หล่อนลุกขึ้น...ดวงตาเผือดลง เช่นเดียวกับแววผิดหวังในดวงตายาวรีของหล่อน “เดี๋ยวมา”

หล่อนอยากอาเจียน...ให้ความรู้สึกข้างในมันดีขึ้นมาบ้าง

ศรากำลังจะเดินเข้าห้องน้ำชายซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับห้องน้ำหญิงกำแพงติดกัน เขาได้เห็นผู้หญิงชื่อเกสรหน้าซีดขาวกำลังจะเดินเข้าไป สีหน้าของหล่อนเหมือนคนไม่สบาย ยังจะก้าวเดินเร็วๆ เหมือนหล่อนกำลังวิ่งหนีมาจากอะไรบางอย่างก็ทำให้เขาแส่ที่จะมองหล่อน จนหล่อนรู้สึกได้

เกสรชะงักนิดหนึ่ง...หล่อนกำลังมีความรู้สึกไม่ดีเลยเมื่อถูกมอง ภาคนางแม่มดร้ายของหล่อนก็ระอุขึ้นมาเหมือนคนพาลไม่มีผิด

“มองอะไร”

หล่อนถามรวนๆ และทำให้ศราต้องเหลียวมองรอบตัว ว่าเสียงห้วนๆ แบบนั้นหล่อนกำลังพูดกับใคร

“คุณนั่นแหละมองอะไร”

“ผมรึ” ศราจิ้มอกตัวเอง...เขาไม่นึกเคืองหล่อนเลยมีแต่ความขบขันแกมเอ็นดูเสียมากกว่า กับชุดแต่งตัวของหล่อนที่ดูเหมือนบ้าเลือด...ชายหนุ่มไม่คุ้นเคยกับแฟชั่นที่แต่งแข่งขันกันเอาจริงเอาจังของคนหนุ่มสาวที่เข้าผับ...เขาเองหากมาเป็นหล่อนคงไม่กล้าใส่ชุดแบบนี้เดินออกจากบ้าน...กางเกงรัดรูปตรงสะโพกและปลายขาบานออกเหมือนกางเกงขี่ม้า เสื้อสวมทับในกางเกง และมีเสื้อกั๊กสวมทับด้วยเหรียญตรามากมายนอกเสื้อ...แถมด้วยสายคาดที่เอว...และรองเท้าบูทอีกคู่หนึ่ง

หล่อนกำลังทำท่าเป็นคาวบอยหญิงที่หาเรื่อง...

“ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงแบบคุณ” ศราบอกตามที่เขาคิดอยู่...ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งได้กลิ่นหอมน้ำหอมจากตัวหล่อน...กลิ่นดอกฝิ่น...เขาคุ้นกลิ่นน้ำหอมนี้อยู่บ้าง เพราะศราเป็นคนนิยมน้ำหอมเป็นของกำนัลผู้หญิงเสมอๆ

หล่อนเหมาะกับกลิ่นนี้เสียเหลือเกิน...ไม่เหมาะกับกลิ่นของทีโรส...หวานชื่นแบบดอกกุหลาบ หรือกลิ่นจัสมินเยือกเย็นแบบดอกมะลิ...ดูห้าว...เปรี้ยว และร้อนแรงชวนหลงใหลให้มึนเมาแบบดอกฝีน นั่นถูดต้องกับตัวหล่อนที่สุดแล้ว

คำตอบนั้นทำให้เกสรชะงักไปได้เหมือนกัน

แล้วหล่อนสะบัดหน้าพรืดเดินเข้าห้องน้ำไป เมื่อความรู้สึกปั่นป่วนจากในท้องกำลังตีขึ้นมาจนถึงคอหอยแล้ว

ศราหัวเราะหึๆ เบาๆ กับตัวเอง

ผู้หญิงกรุงเทพฯ ยุคใหม่ คือผู้หญิงในแบบฉบับที่เขาไม่ค่อยจะคุ้นเคยมากนัก ดูพวกหล่อนก้าวไกลเกินกว่าเขาจะคาดคิดได้

เขาเดินเข้าห้องน้ำ จัดการปลดเปลื้องให้ตัวเอง

แค่กำแพงกั้นเท่านี้...เมื่อชายหนุ่มล้างมือ เขาแน่ใจว่าได้ยินเสียงอาเจียนจากอีกด้านหนึ่งของกำแพง

ดื่มจนอาเจียน...

เขาสะบัดมือให้น้ำกระจาย เดินมาอังมือใต้เครื่องเป่าลมร้อนๆ เขาก็ยังได้ยินเสียงอาเจียน

ชายหนุ่มเดินออกจากห้องน้ำ...เขาชะโงกหน้าเลยไปในห้องน้ำหญิงตรงอ่างล้างมือ หน้ากระจกเงาบานยาวนั้นว่างเปล่าไม่มีคน...ประตูห้องน้ำสองห้องก็เปิดอญู่ ปิดอยู่เพียงห้องเดียว

คาวบอยหญิงเกสรคงอยู่ในห้องที่ปิดประตูนั่น

เขาลังเล

แล้วก็ตัดสินใจได้...เขาอาจจะแส่มากเกินไปก็เป็นได้

“คุณ...”

ชายหนุ่มไปตบประตูเรียก...เสียงข้างในเงียบกริบไป

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

ประตูเปิดผลัวะออกมาพอดี ดวงหน้าซีดๆ แม้จะมีสีเครื่องสำอางบนเปลือกตาและบนริมฝีปาก แต่ผิวหน้าของหล่อนไม่เข้ม...มันจืดจนซีด...

หล่อนใช้แขนเสื้อปาดริมฝีปาก...ผู้หญิงกับกิริยาที่ดูง่ายๆ แล้วหล่อนก็ยืนพิงขอบประตูด้านหนึ่ง “ห้องน้ำหญิง เข้ามาทำไม”

“ผมได้ยินเสียงโอ๊กอ๊าก...คุณอาเจียน...เมามาก หรือว่า...” เขามองกวาดลงมาจากใบหน้า “ท้อง?”

นั่นทำให้เกสรร้อนหน้า เรียกสีเลือดกลับมาได้รวดเร็วทันใจนัก

หล่อนชี้นิ้วไปที่ประตูทางออก

“ไปเดี๋ยวนี้เลย ออกไป...แส่”

ชายหนุ่มยกไหล่เล็กน้อย “ผมพกบัตรนั่นเสมอนะเกสร”

เขาก้มศีรษะลงนิดหนึ่ง แล้วถอยหลังห่างออกไปหล่อนไม่แปลกใจที่เขาได้รู้จักชื่อของหล่อน ก็จะเป็นอะไรไป...ชื่อหล่อนสำหรับคนที่นี่เป็นเรื่องปกติธรรมดา...เหมือนที่หล่อนรู้จักชื่อคนอื่นๆ นั่นแหละ...

แต่หล่อนแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักชื่อเขา และยังไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อนอีกด้วย

เขาเป็นคนแปลกหน้าสำหรับที่ผับนี้...ผับเล็กๆ บรรยากาศอบอุ่น สังสรรค์ของคนกลุ่มเล็กๆ ที่เวียนว่ายอยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกัน...เขาเป็นคนใหม่ที่เพิ่งจะเคยมา...เจอหน้ากันก็ทำให้หล่อนหงุดหงิดได้ใหญ่หลวง...อาการผะอืดผะอมกลับคืนมาอีก เกสรเลยผลุบเข้าไปห้องน้ำอีกครั้ง

ไม่มีอะไรให้หล่อนอาเจียนนอกจากน้ำขมๆ หล่อนกำลังกดชักโครก และดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊กด้านใน จังหวะเดียวกันกับได้ยินเสียงหัวร่อต่อกระซิกจากภายนอกและเสียงฝีเท้า

“คืนนี้คนแน่นจัง...”

เสียงหนึ่งเอื้อนเอ่ย “โต๊ะแทบจะไม่มีให้นั้ง”

“ไปนั่งกับคุณรินทร์คมซิ เห็นนั่งหง่าวอยู่คนเดียว”

นั่นทำให้เกสรชะงักมือที่จับลูกบิด เมื่อคำพูดของคนด้านนอกพาดพิงถึง

รินทร์คม หล่อนรู้ว่ารินทร์คมเป็นหนุ่มโสดเนื้อหอม สาวๆ หลายคนชม้อยตามองเขา และยั่วยวนให้ท่าเขา

และเคยทำให้หล่อนโมโหหลายหน เกสรไม่ชอบให้ผู้หญิงคนไหนมาทำแบบนั้นกับรินทร์คม...พอๆ กับที่รินทร์คมเองก็ไม่ชอบให้พวกหนุ่มๆ มามองเกสรด้วยแววตาปรารถนา...และเกี้ยวพาหล่อนด้วยวาจา

“คืนนี้ยัยเกสรคงไม่ได้มา”

“รู้แล้วมั้ง” อีกเสียงบอกต่อ “ป่านนี้อาจจะนั่งร้องไห้กระซิกๆ ผิดหวังขี้มูกโป่งไปก็ได้”

คนข้างนอกพูดอะไร เกสรไม่เห็นจะเข้าใจสักนิด

หล่อนสะดุดใจที่จะฟังต่อเอาไว้

“แน่แล้วรึ ที่พ่อแม่คุณรินทร์คมเขาจะให้ลูกชายแต่งงานกับลูกสาวเจ้าพ่อนั่นน่ะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย 1978 ฉันกลายเป็นสะใภ้ปากร้าย
8.8
เฉินซือหยู่ นักวิทยาศาสตร์สาวอัจฉริยะหลุดมาอยู่ในร่างสะใภ้สามผู้อ่อนแอแห่งบ้านสกุลจางในปี 1978 เธอถูกครอบครัวสามีรังแกสารพัดจนต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนปากร้ายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง เมื่อจางซือหยวนสามีของเธอตัดสินใจพาแยกบ้านมาอยู่ในค่ายทหาร เธอจึงต้องใช้ความสามารถที่มีสร้างอาชีพและฐานะใหม่ท่ามกลางยุคสมัยที่ยากลำบาก เพื่อพิสูจน์ว่าเธอสามารถสร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์ให้ครอบครัวได้ด้วยสองมือของตนเองแม้จะต้องเผชิญอุปสรรคมากมายเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย  พันธะร้ายนายคู่หมั้น | มายู x มิวนิค
8.8
เมื่อความสัมพันธ์ถูกผูกมัดด้วยสถานะที่ไม่อาจเลี่ยง มิวนิคจึงประกาศกร้าวต่อหน้ามายูอย่างดุดันว่าเขาไม่ใช่แค่ว่าที่คู่หมั้นตามคำสั่งผู้ใหญ่เท่านั้น แต่เขายังเป็นชายเพียงคนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวเธอทั้งทางนิตินัยและพฤตินัยอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางความขัดแย้งและพันธะร้ายที่บีบคั้น ความรู้สึกของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไรในวังวนแห่งความเป็นเจ้าของที่เขาขีดเส้นตายเอาไว้ให้เธอเดินตามแต่เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย ลุ่มหลง
8.0
เมื่อเรถลำลึกสู่บ่วงกามารมณ์ที่ยากจะถอนตัว ยิ่งพยายามหักห้ามใจกลับยิ่งลุ่มหลงในสัมผัสอันเร่าร้อน แม้ปากจะพร่ำบอกให้หยุดสัมพันธ์ลับกับพี่อาร์ม แต่ร่างกายกลับทรยศและโหยหาอ้อมกอดนั้นอย่างไม่อาจต้านทาน ท่ามกลางความรัญจวนใจในคืนครบรอบแต่งงานที่สุดเหวี่ยง เธอต้องเผชิญกับบทรักอันดุดันจากชายหนุ่มทั้งสามที่ถาโถมเข้าใส่บนรถทัวร์อย่างไม่หยุดหย่อน ทุกร่องรอยแห่งความปรารถนาถูกเติมเต็มด้วยความสุขสมที่เอ่อล้น กลายเป็นของขวัญสุดสยิวที่จองจำเธอไว้ในวังวนแห่งราคะตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย พี่ชายที่รัก ชุด พ่อทูนหัว
9.4
อัญชันเฝ้ารอการกลับมาของเคียร์ส เบนด์เนอร์ ด้วยใจที่มั่นคงในความผูกพัน ทว่าพี่ชายที่เคยแสนดีกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขากลายเป็นผู้ชายที่เย็นชาและไร้หัวใจ พร้อมผลักไสเธอให้กลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไร้ค่า เพราะความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น เคียร์สจึงเลือกทำร้ายความรู้สึกของน้องสาวนอกไส้อย่างเลือดเย็น แม้อัญชันจะพยายามค้นหาความจริงเพียงใด เขาก็ยังนิ่งเฉยและย่ำยีเธอจนบอบช้ำ กว่าที่เขาจะตระหนักได้ว่าเธอคือผู้บริสุทธิ์ ทุกอย่างก็เกือบจะสายเกินไปเสียแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ทอมโน (ลำดับที่ 1 ใน ซีรี่ส์ทอรักปักสวาท)
7.8
มโนยืนปลดกระดุมเสื้ออย่างเย็นชาต่อหน้าภรรยาที่นั่งอยู่บนเตียง พร้อมเอ่ยคำพูดดูแคลนว่าเธอเป็นเพียงนางบำเรอที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น และสั่งห้ามไม่ให้เธอมาต่อปากต่อคำกับเขา ทว่าฝ่ายหญิงกลับไม่ได้เกรงกลัวต่อท่าทีคุกคามนั้น เธอเลือกที่จะตอกกลับสามีด้วยถ้อยคำย้อนถามที่แฝงไปด้วยความท้าทายว่า อย่างน้อยเธอก็เข้ามาอยู่ในชีวิตเขาอย่างถูกต้องไม่ใช่หรือ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งในซีรีส์ทอรักปักสวาทจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ