
ระบำอสูร
ตอน 3
“แน่แล้วรึ ที่พ่อแม่คุณรินทร์คมเขาจะให้ลูกชายแต่งงานกับลูกสาวเจ้าพ่อนั่นน่ะ”
เกสรมือสั่น...พอๆ กับเนื้อตัวที่ไหวสั่นเมื่อได้ยินชัดเจน หล่อนแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง
“แน่ซิ พี่ชายฉันเขาทำงานอยู่กับเจ้าพ่อนั่นน่ะ...ทางฝ่ายหญิงน่ะจัดเตรียมชุดเจ้าสาวแล้ว เห็นว่าผ้าไหมจากเมืองนอก...แล้วยังเครื่องเพชรอีกชุดใหญ่ที่ไม่ได้ซื้อในประเทศนะจ๊ะ โน่น...สั่งมาจากอัมสเตอร์ดัม ก็โคตรพ่อน่ะรวยล้นฟ้า ดีไม่ดีงานนี้ทางคุณรินทร์จะเป็นฝ่ายรับสินสอดทองหมั้น...ผู้หญิงไม่ได้ค่าน้ำนม”
เสียงหัวเราะครื้นเครงกันข้างนอก เกสรกัดริมฝีปากรวบรวมกำลังใจอย่างแรงกล้าที่จะเปิดประตูออกไปให้ได้
“ผู้ชายได้ค่าน้ำกามไง”
ประโยคนั้นทำให้เกสรหูอื้อ...หล่อนรู้สึกว่าเสียงหัวเราะคึกคักที่ได้ยินเหมือนเสียงค้อนกระหน่ำลงไปจนสุดแรงบนความรู้สึกของหล่อนเอง
แล้วหล่อนก็เปิดประตูออกมาจนได้ เงาของหล่อนไปปรากฏอยู่ในกระจกที่พวกสาวๆ สามคนนั่นได้มองเห็นแล้วก็ทำหน้าแบบเดียวกันไปหมด คือเจื่อน ด้วยนึกไม่ถึงว่าเกสรที่พวกหล่อนพูดถึงจะอยู่ในห้องน้ำนี้ด้วย
เกสรไม่ได้พูดสักคำหนึ่ง หล่อนเดินไปที่อ่าง
หนึ่งในสามสาวเบี่ยงตัวหลบออกให้เกสรล้างมือ และบ้วนปาก เกสรทำสิ่งเหล่านี้ด้วยอาการสงบ หล่อนไม่ได้พูด ไม่ได้เอะอะโวยวาย...และอย่างช้าๆ เมื่อหล่อนเงยหน้าขึ้นมองสบกับดวงตาสามคู่จากกระจกเงา
แววตาของหล่อนวาววับ...หากปืนที่คาดเอวเอาไว้ตรงสะโพกเป็นปืนจริง หล่อนอาจจะชักมันออกมายิงพวกนังสามคนที่ปากไม่มีหูรูดนี่ไปแล้วแน่ๆ แต่เกสรทำก็คือแค่มอง...แล้วเดินผ่นไปเฉยๆ หน้าเชิด หลังไหล่ยืดตรง...อาการผะอืดผะอมหายไปหมดสิ้น
ทิ้งเอาไว้แค่ความรู้สึกใหม่เอี่ยมที่เข้ามาแทนที่ นั่นคือความรู้สึกโกรธ หล่อนโกรธรินทร์คม เขาไม่เคยบอกหล่อนเลย...เขาเก็บเงียบเอาไว้ เขาคงจะรู้ตัวแล้วว่าเขาจะต้องแต่งงาน
และเขาก็ยังมีหน้ามากล้าขอหล่อน “นอน” ด้วย
รินทร์คมทิ้งตัวลงนั่งใหม่อีกหนเมื่อเห็นเกสรกำลังเดินมา เขากำลังจะลุกไปตามหล่อน เพราะเกสรหายไปนานแล้ว พอดีกับหล่อนเดินมาให้เห็น พอเข้ามาใกล้เห็นสีหน้าและแววตาของหล่อนแล้ว รินทร์คมก็ยะเยือกหล่อนกำลังโกรธมาแน่ๆ ...เขาจำต้องระมัดระวังตัวเอาไว้ก่อน ยามโกรธของเกสรเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่ไหนกันเล่า หล่อนจะกลายเป็นพายุลูกย่อมๆ ได้ทันที อย่างไม่กริ่งเกรงว่าหล่อนจะตกเป็นขี้ปากใครบ้างด้วย หล่อนเป็นตัวของตัวเองยามโกรธที่ยับยั้งได้ยาก
“เกสร...” เขาเรียกหล่อน เอาความนุ่มนวลเข้าลูบประโลม แต่เกสรไม่ยอมยิ้ม หล่อนทิ้งตัวลงนั่งหน้าเครียดจัด
“บอกมานะ” รินทร์ ว่าคุณจะแต่งงานกับลูกเจ้าพ่อคนไหน...”
เขาผงะไปพิงพนัก หน้าตื่น ว่าจะเก็บเป็นความลับไว้ก่อน และจะค่อยๆ ปะเหลาะบอกกับหล่อนทีละน้อย
แต่ยังไม่ทันได้บอก เกสรไปรู้มาจากไหนกัน...หรือจากห้องน้ำ สถานที่กระจายข่าวอย่างดีของที่นี่
“เกสร ฟังผมก่อน”
“บอกมา” เสียงหล่อนเน้นเกรี้ยว... “จะปิดบังไปถึงไหน”
“ลูกสาวคุณอารี...” เสียงตอบจากรินทร์คมแผ่วเบา จะสบตากับหล่อนก็รู้สึกหวาดๆ คืนนี้คนเต็มผับนี้เสียด้วย “เกสรคนเยอะนะ” เขาบอกเหมือนจะเตือนสติหล่อน
“ทำไมไม่บอกเกสรแต่แรก ทำไม...แล้วที่ชวนเกสรไปนอนด้วยคืนนี้คุณมีเจตนาอะไรกันแน่...ก็จะมีเมียแต่ง...จะเก็บเกสรเอาไว้ทำอะไร...เมียน้อย เมียลับ นางบำเรอ จะให้เกสรเป็นแบบนั้นใช่ไหม...” เสียงหล่อนดังขึ้น
รินทร์คมพยายามจุ๊ปากห้ามแต่ไม่สำเร็จ เกสรหยุดตัวเองไม่ได้อีกแล้ว ผิดหวังก็มาก เสียใจก็มากและโกรธก็ใช่จะยิ่งหย่อนไปกว่ากันอีก
“คุณสบประมาทเกสร...ทุเรศ...” หล่อนเค้นเสียงออกมากราดเกรี้ยว ไม่มีน้ำตาสักหยด...ทั้งที่ความน้อยใจแกมผิดหวังก็มากล้นอยู่
หล่อนโกรธมากกว่าจนน้ำตาไม่มีให้ไหล “จะไปแต่งก็ไปเลย...ไปให้พ้น...”
หล่อนลุกขึ้นยืนพรวดพราดขึ้นมา
“เกสร”
รินทร์คมเสียงหลง ผู้คนเริ่มหันมามอง เพราะเสียงเกสรกลบเสียงอื่นลงได้
“จะมีเมียก็ไปนะ แล้วจะหาเมียเก็บที่ไหนก็ไปหา แต่ไม่ใช่เกสรคนนี้” หล่อนประกาศก้อง หล่อนจะไม่ยอมเป็นเมียน้อยใครเป้นอันขาด “เราขาดกันแค่นี้”
คว้าแก้วเหล้าเอามาไว้ในมือได้...เกสรยกมันชูสูงขึ้นมา หล่อนทำท่าเหมือนจะยกดื่ม...แต่เปล่า หล่อนคว่ำแก้วลงรินน้ำเหล้าให้ตกลงเป็นสาย และที่เหลือหล่อนสาดเข้าใส่ดวงหน้าของรินทร์คมจนดวงตาของเขาพร่าพราย เห็นเพียงเงาพร่าเลือนของเกสรกำลังเดินเร็วๆ ออกไปทางประตูด้านหน้า
ภาพนั้นทำให้ศราพลอยหันมามอง เขาได้ยินเสียงของเกสร เสียงหล่อนไม่เบา
คู่สนทนาของเขาบอกลา เมื่อลุกขึ้นยืนเพราะคืนนี้ความสนุกสนานจบสิ้นลงไปแล้ว ศราจะต้องกลับบ้าน นานทีที่เขาเข้ากรุงเทพ เขายังต้องแวะไปเยี่ยมเยียนครอบครัว...ไปให้เห็นหน้าว่า เขายังมีชีวิตอยู๋ยังไม่ได้ลับหายตายจาก
“คงจะถูกขัดใจ”
“ถึงขนาดนั้นเชียว มิต้องพะเน้าพะนอเอาใจอยู่ยี่สิบสี่ชั่วโมงเรอะ”
“ปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าวัน วันหนึ่งมียี่สิบสี่ชั่งโมงเอาคูณเข้าไปดีกว่า เกสรชอบแบบนั้น...ชอบความนิ่มนวล...ชอบสิ่งสวยงาม อะไรที่ผิดหูผิดตา...เกสรไม่ชอบและจะอาละวาดทุกทึ รินทร์คมหาเรื่อง”
“ใครนะ”
“รินทร์คม...แฟนของเกสร...คั่วกันมานานเกินกว่าปีแล้ว...รินทร์คมกำลังจับงานชิ้นใหญ่ใช้เงินมากมายเกี่ยวกับพวกเรียล เอสเตธ” พอลหมายถึงธุรกิจเกี่ยวกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง “เกสรอาจจะเป็นประชาสัมพันธ์ให้กับโครงการรินทร์คม...และจะทำแคมเพลญน์ให้กับโครงการอีกด้วย เกสรเก่งมากเกี่ยวกับการเป็นก๊อบปี้ไรเตอร์...ฝีมือเฉียบระดับแนวหน้า...คนรุ่นใหม่...พวกยัปปี้ไฟแรง”
คุณอาจจะชอบ




![หน้าปกนวนิยาย My Twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก [3P]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/ffd618265001834806830388574/AMoFrilx5IgA.webp!15491.webp)
