ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ระบำอสูร

ระบำอสูร

โชคชะตาขีดเส้นให้เกสรสาวเมืองสุดเปรี้ยวมาพบกับศราหนุ่มมาดเถื่อนจากป่าใหญ่ที่เธอตราหน้าว่าเป็นอสูรร้าย ทว่าเขากลับเข้ามาพัวพันในชีวิตเธอไม่ห่างจนความบังเอิญก้าวไปสู่การแต่งงาน ท่ามกลางบาดแผลในใจและภูมิหลังครอบครัวที่แตกสลายของทั้งคู่ ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนความหวาดกลัวให้กลายเป็นความเข้าใจ เมื่อสองหัวใจที่แหว่งวิ่นพร้อมจะก้าวเดินและสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ไปด้วยกัน อสูรที่เคยร้ายจึงกลายเป็นเพียงยอดรักผู้เติมเต็มชีวิตให้เกสรตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

“แน่แล้วรึ ที่พ่อแม่คุณรินทร์คมเขาจะให้ลูกชายแต่งงานกับลูกสาวเจ้าพ่อนั่นน่ะ”

เกสรมือสั่น...พอๆ กับเนื้อตัวที่ไหวสั่นเมื่อได้ยินชัดเจน หล่อนแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง

“แน่ซิ พี่ชายฉันเขาทำงานอยู่กับเจ้าพ่อนั่นน่ะ...ทางฝ่ายหญิงน่ะจัดเตรียมชุดเจ้าสาวแล้ว เห็นว่าผ้าไหมจากเมืองนอก...แล้วยังเครื่องเพชรอีกชุดใหญ่ที่ไม่ได้ซื้อในประเทศนะจ๊ะ โน่น...สั่งมาจากอัมสเตอร์ดัม ก็โคตรพ่อน่ะรวยล้นฟ้า ดีไม่ดีงานนี้ทางคุณรินทร์จะเป็นฝ่ายรับสินสอดทองหมั้น...ผู้หญิงไม่ได้ค่าน้ำนม”

เสียงหัวเราะครื้นเครงกันข้างนอก เกสรกัดริมฝีปากรวบรวมกำลังใจอย่างแรงกล้าที่จะเปิดประตูออกไปให้ได้

“ผู้ชายได้ค่าน้ำกามไง”

ประโยคนั้นทำให้เกสรหูอื้อ...หล่อนรู้สึกว่าเสียงหัวเราะคึกคักที่ได้ยินเหมือนเสียงค้อนกระหน่ำลงไปจนสุดแรงบนความรู้สึกของหล่อนเอง

แล้วหล่อนก็เปิดประตูออกมาจนได้ เงาของหล่อนไปปรากฏอยู่ในกระจกที่พวกสาวๆ สามคนนั่นได้มองเห็นแล้วก็ทำหน้าแบบเดียวกันไปหมด คือเจื่อน ด้วยนึกไม่ถึงว่าเกสรที่พวกหล่อนพูดถึงจะอยู่ในห้องน้ำนี้ด้วย

เกสรไม่ได้พูดสักคำหนึ่ง หล่อนเดินไปที่อ่าง

หนึ่งในสามสาวเบี่ยงตัวหลบออกให้เกสรล้างมือ และบ้วนปาก เกสรทำสิ่งเหล่านี้ด้วยอาการสงบ หล่อนไม่ได้พูด ไม่ได้เอะอะโวยวาย...และอย่างช้าๆ เมื่อหล่อนเงยหน้าขึ้นมองสบกับดวงตาสามคู่จากกระจกเงา

แววตาของหล่อนวาววับ...หากปืนที่คาดเอวเอาไว้ตรงสะโพกเป็นปืนจริง หล่อนอาจจะชักมันออกมายิงพวกนังสามคนที่ปากไม่มีหูรูดนี่ไปแล้วแน่ๆ แต่เกสรทำก็คือแค่มอง...แล้วเดินผ่นไปเฉยๆ หน้าเชิด หลังไหล่ยืดตรง...อาการผะอืดผะอมหายไปหมดสิ้น

ทิ้งเอาไว้แค่ความรู้สึกใหม่เอี่ยมที่เข้ามาแทนที่ นั่นคือความรู้สึกโกรธ หล่อนโกรธรินทร์คม เขาไม่เคยบอกหล่อนเลย...เขาเก็บเงียบเอาไว้ เขาคงจะรู้ตัวแล้วว่าเขาจะต้องแต่งงาน

และเขาก็ยังมีหน้ามากล้าขอหล่อน “นอน” ด้วย

รินทร์คมทิ้งตัวลงนั่งใหม่อีกหนเมื่อเห็นเกสรกำลังเดินมา เขากำลังจะลุกไปตามหล่อน เพราะเกสรหายไปนานแล้ว พอดีกับหล่อนเดินมาให้เห็น พอเข้ามาใกล้เห็นสีหน้าและแววตาของหล่อนแล้ว รินทร์คมก็ยะเยือกหล่อนกำลังโกรธมาแน่ๆ ...เขาจำต้องระมัดระวังตัวเอาไว้ก่อน ยามโกรธของเกสรเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่ไหนกันเล่า หล่อนจะกลายเป็นพายุลูกย่อมๆ ได้ทันที อย่างไม่กริ่งเกรงว่าหล่อนจะตกเป็นขี้ปากใครบ้างด้วย หล่อนเป็นตัวของตัวเองยามโกรธที่ยับยั้งได้ยาก

“เกสร...” เขาเรียกหล่อน เอาความนุ่มนวลเข้าลูบประโลม แต่เกสรไม่ยอมยิ้ม หล่อนทิ้งตัวลงนั่งหน้าเครียดจัด

“บอกมานะ” รินทร์ ว่าคุณจะแต่งงานกับลูกเจ้าพ่อคนไหน...”

เขาผงะไปพิงพนัก หน้าตื่น ว่าจะเก็บเป็นความลับไว้ก่อน และจะค่อยๆ ปะเหลาะบอกกับหล่อนทีละน้อย

แต่ยังไม่ทันได้บอก เกสรไปรู้มาจากไหนกัน...หรือจากห้องน้ำ สถานที่กระจายข่าวอย่างดีของที่นี่

“เกสร ฟังผมก่อน”

“บอกมา” เสียงหล่อนเน้นเกรี้ยว... “จะปิดบังไปถึงไหน”

“ลูกสาวคุณอารี...” เสียงตอบจากรินทร์คมแผ่วเบา จะสบตากับหล่อนก็รู้สึกหวาดๆ คืนนี้คนเต็มผับนี้เสียด้วย “เกสรคนเยอะนะ” เขาบอกเหมือนจะเตือนสติหล่อน

“ทำไมไม่บอกเกสรแต่แรก ทำไม...แล้วที่ชวนเกสรไปนอนด้วยคืนนี้คุณมีเจตนาอะไรกันแน่...ก็จะมีเมียแต่ง...จะเก็บเกสรเอาไว้ทำอะไร...เมียน้อย เมียลับ นางบำเรอ จะให้เกสรเป็นแบบนั้นใช่ไหม...” เสียงหล่อนดังขึ้น

รินทร์คมพยายามจุ๊ปากห้ามแต่ไม่สำเร็จ เกสรหยุดตัวเองไม่ได้อีกแล้ว ผิดหวังก็มาก เสียใจก็มากและโกรธก็ใช่จะยิ่งหย่อนไปกว่ากันอีก

“คุณสบประมาทเกสร...ทุเรศ...” หล่อนเค้นเสียงออกมากราดเกรี้ยว ไม่มีน้ำตาสักหยด...ทั้งที่ความน้อยใจแกมผิดหวังก็มากล้นอยู่

หล่อนโกรธมากกว่าจนน้ำตาไม่มีให้ไหล “จะไปแต่งก็ไปเลย...ไปให้พ้น...”

หล่อนลุกขึ้นยืนพรวดพราดขึ้นมา

“เกสร”

รินทร์คมเสียงหลง ผู้คนเริ่มหันมามอง เพราะเสียงเกสรกลบเสียงอื่นลงได้

“จะมีเมียก็ไปนะ แล้วจะหาเมียเก็บที่ไหนก็ไปหา แต่ไม่ใช่เกสรคนนี้” หล่อนประกาศก้อง หล่อนจะไม่ยอมเป็นเมียน้อยใครเป้นอันขาด “เราขาดกันแค่นี้”

คว้าแก้วเหล้าเอามาไว้ในมือได้...เกสรยกมันชูสูงขึ้นมา หล่อนทำท่าเหมือนจะยกดื่ม...แต่เปล่า หล่อนคว่ำแก้วลงรินน้ำเหล้าให้ตกลงเป็นสาย และที่เหลือหล่อนสาดเข้าใส่ดวงหน้าของรินทร์คมจนดวงตาของเขาพร่าพราย เห็นเพียงเงาพร่าเลือนของเกสรกำลังเดินเร็วๆ ออกไปทางประตูด้านหน้า

ภาพนั้นทำให้ศราพลอยหันมามอง เขาได้ยินเสียงของเกสร เสียงหล่อนไม่เบา

คู่สนทนาของเขาบอกลา เมื่อลุกขึ้นยืนเพราะคืนนี้ความสนุกสนานจบสิ้นลงไปแล้ว ศราจะต้องกลับบ้าน นานทีที่เขาเข้ากรุงเทพ เขายังต้องแวะไปเยี่ยมเยียนครอบครัว...ไปให้เห็นหน้าว่า เขายังมีชีวิตอยู๋ยังไม่ได้ลับหายตายจาก

“คงจะถูกขัดใจ”

“ถึงขนาดนั้นเชียว มิต้องพะเน้าพะนอเอาใจอยู่ยี่สิบสี่ชั่วโมงเรอะ”

“ปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าวัน วันหนึ่งมียี่สิบสี่ชั่งโมงเอาคูณเข้าไปดีกว่า เกสรชอบแบบนั้น...ชอบความนิ่มนวล...ชอบสิ่งสวยงาม อะไรที่ผิดหูผิดตา...เกสรไม่ชอบและจะอาละวาดทุกทึ รินทร์คมหาเรื่อง”

“ใครนะ”

“รินทร์คม...แฟนของเกสร...คั่วกันมานานเกินกว่าปีแล้ว...รินทร์คมกำลังจับงานชิ้นใหญ่ใช้เงินมากมายเกี่ยวกับพวกเรียล เอสเตธ” พอลหมายถึงธุรกิจเกี่ยวกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง “เกสรอาจจะเป็นประชาสัมพันธ์ให้กับโครงการรินทร์คม...และจะทำแคมเพลญน์ให้กับโครงการอีกด้วย เกสรเก่งมากเกี่ยวกับการเป็นก๊อบปี้ไรเตอร์...ฝีมือเฉียบระดับแนวหน้า...คนรุ่นใหม่...พวกยัปปี้ไฟแรง”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คู่แค้นแสนชัง
8.5
กัมปนาทจมอยู่กับเพลิงแค้นหลังนายอิทธิพลฟ้องร้องจนพ่อของเขาต้องจบชีวิตลงด้วยความล้มละลาย เขาจึงวางแผนลักพาตัวกุหลาบแก้ว ทนายความสาวผู้มีส่วนทำลายครอบครัวเขามาจองจำเพื่อชำระแค้น แม้จะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงขยะสกปรกที่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต แต่ความใกล้ชิดท่ามกลางความขัดแย้งกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยแข็งกร้าว ปมพยาบาทจะคลี่คลายกลายเป็นความรักได้หรือไม่ เมื่อความเกลียดชังปะทะกับความปรารถนาที่เขาไม่เคยคาดคิด ในเรื่องราวภาคแรกของซีรีส์ศัตรูที่รัก
หน้าปกนวนิยาย ลุ้นรักน้องรหัส
7.8
เมื่อความประทับใจแรกพบกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่ไม่ง่าย รุ่นพี่หนุ่มจึงต้องเดินหน้าพิชิตใจน้องรหัสสาวที่แสนจะหวาดกลัวและคอยหลบหน้าเขาอยู่เสมอ ท่ามกลางระยะห่างที่เธอก่อตัวขึ้น เขาจะใช้กลยุทธ์ใดเพื่อทลายกำแพงความกลัวและเปลี่ยนสถานะสายรหัสให้กลายเป็นคนรู้ใจ นี่คือเรื่องราวความรักในรั้วมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยความลุ้นระทึกว่าเขาจะสามารถตามจีบเธอสำเร็จหรือไม่ ในขณะที่เธอยังคงพยายามหนีห่างจากเขาแบบสุดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย อ้อมกอดมัจจุราช
9.3
เมื่อทอร์ชปักใจเชื่อว่าเพลงมีนาเป็นหญิงแพศยาที่คอยยั่วยวนคนงานในไร่จนวุ่นวาย ความแค้นและความโกรธแค้นจึงเปลี่ยนเป็นแรงปรารถนาอันป่าเถื่อน เขาตัดสินใจใช้กำลังพันธนาการเธอไว้เพื่อพิสูจน์ความจริงด้วยร่างกายของตนเอง แม้เพลงมีนาจะพยายามขัดขืนและร้องขอความเมตตาเพียงใด แต่เขากลับไร้ความปรานี มัดมือและปิดปากเธอไว้ก่อนจะลงมือรุกรานศักดิ์ศรีอย่างโหดร้าย ท่ามกลางไฟโทสะที่แผดเผา ทอร์ชสาบานว่าจะมอบบทเรียนที่ทำให้เธอไม่มีวันลืมเลือนไปชั่วชีวิต
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอดื้อรัก
8.8
มะปรางพยายามหลบหนีจากก้องเกียรติหลังความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนสิ้นสุดลง แต่โชคชะตากลับบีบให้เธอต้องเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง เมื่อก้องเกียรติใช้คลิปลับที่แอบบันทึกไว้มาเป็นเครื่องมือข่มขู่ เขาเสนอเงื่อนไขให้เธอต้องยอมจำนนและเชื่อฟังเขาแลกกับการไม่เผยแพร่คลิปสู่โลกออนไลน์ พร้อมทั้งใช้ความช่วยเหลือทางคดีของพี่ชายเธอเป็นข้อต่อรอง มะปรางต้องเลือกระหว่างศักดิ์ศรีของตนเองหรือความปลอดภัยของครอบครัว ท่ามกลางเกมกามอารมณ์ที่ชายหนุ่มเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่าในทุกทาง
หน้าปกนวนิยาย My Twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก [3P]
8.7
My twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก - 3P (The Passion Series) พวกเขาทั้งสองคนไม่ใช่แม้กระทั่งเงาของเจ้านาย ไม่ใช่ลูกจ้างคนรู้ใจ อย่างในวัฒนธรรมเศรษฐีที่จะต้องมี ‘บัตเลอร์’ ประจำบ้านไว้ข้างกายคอยดูแลเสมอ ความจงรักภักดีของสองหนุ่มฝาแฝดไม่สามารถตีมูลค่าเป็นเม็ดเงิน ภาคินและภากรเป็นทั้งพี่ชาย เพื่อนรัก เป็นคนสนิทสนมของเธอ... จะทำอย่างไร หากเธอตกหลุมรักผู้ดูแลส่วนตัวพร้อมกันทั้งสองคน! The Passion Series - My Twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก 3P - Oh! My Lolita คลั่งรักโลลิตา (เร็ว ๆ นี้) - My Daughter Secretary เลขาฯ หญ้าอ่อน (เร็ว ๆ นี้) อัพเดทข้อมูลงานเขียนทางหน้าเฟซบุ๊คนะคะ มิ.ย. – ส.ค. 64 นี้พบกัน “You should go... She’s our lady” คุณหนูของบ้าน... เป็นคำที่เขาตั้งใจเปล่งมันออกมาแต่อาจสื่อสารผิดพลาดไป สองนักบำบัดงานเสียวถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ด้วยพวกเขาไม่อยากเสียลูกค้ารายใหม่ เจ้าของโรงแรมกระเป๋าหนักเงินหนาจ่ายแรง แต่ถ้าหากว่าเป็นเรื่องชู้สาวพวกเขาคงไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวให้มีปัญหา โดยเฉพาะคำกร้าวสั่งสุดท้าย “She’s mine... Please quickly go If you don't wanna have a problem.” วีณาพยายามที่จะเข้าใจว่าคนอย่างภากรสามารถทำได้ทุกอย่างมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไม่คิดว่าเขากำลังสื่อความหมายไปในทางคนรัก และเรื่องเธอเป็นของเขา She’ s mine! เนี่ยนะ จะบอกว่าเขาเกิดหึงหวงเธอขึ้นมายิ่งเป็นไปไม่ได้เลย เธอได้แต่ยืนตาเขียวอย่างนั้น กระทั่งชาวต่างชาติทั้งสองรีบเก็บกระเป๋าออกจากห้องไปเพราะเจ้าถิ่นไม่ให้การต้อนรับ “พูดอะไรของพี่ภีมคะ? นี่...” “...” ไม่มีคำตอบจากริมฝีปากหนาหยักได้รูป ลึกลงไปในแววตาคู่คมดั่งมีเปลวโทสะลูกใหญ่ หญิงสาวผ่อนลมหายใจออกมาหนัก ๆ “หมอที่วีจองตัวให้มานวดน่ะ มันนวดอีโรติก โยนีบำบัดนะคะ ไม่ใช่พวกจ้างเที่ยวหัดนวดแล้วหลอกเอาสาวไว้กินฟรี นั่นคนดังกว่าจะจองคิวได้ระดับปรมาจารย์ มีใบประกาศนียบัตร นวดสปาธรรมดาวีนวดกับพวกพี่ก็ได้ เคยนวดขาให้วีนี่...” “Tantric Institute of Integrated Sexuality เรื่องนวดเซ็กส์ระดับแอ้ดว้านซ์ นวดเพื่อผ่อนคลายสำหรับสุภาพสตรี พี่เรียนมาครับน้องวี... ถ้าอยากนวดพี่นวดให้ได้” ความมั่นใจเด็ดเดี่ยวในแววตาหายไป กลอกตาไปมาอย่างอ้ำอึ้ง วีณาไม่รู้เรื่องนี้! “พี่... ไปเรียนบัตเลอร์กับปริญญาโทการโรงแรมมาไม่ใช่หรือคะ?” “เวลาว่างพี่ไปเรียนอย่างอื่นครับ ไม่ได้ไปเล่นดนตรี เก็บเงินค่าเรียนงก ๆ เหมือนภามเพื่อแบ่งเบาภาระคุณอาเลยนะ พี่ฉลาดกว่านั้น” ไม่พูดเปล่า มือหนาสากเริ่มปลดปราการชิ้นแรกคือนาฬิกาเรือนเหยียดล้านของขวัญจากอนันต์ในวันเกิดของเขา วางมันลงบนโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้มตามด้วยเข็มขัด... ภากรไม่คิดว่าเขาจำเป็นต้องพูด แต่เขาไม่มีความคิดตรงไหนเหมือนภาคินสักอย่างเดียวและเธอไม่เคยเชื่อใจเขา “พี่ใช้เงินคุณอาคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ เพื่อเป็นบัตเลอร์ที่รู้งานบริการทุกอย่าง ไว้ดูแลลูกสาวท่าน” “อ้อ... เป็นพวกบูชาผู้มีพระคุณจนตัวตายสินะ เกิดในยุคซามูไรหรือไง? สั่งให้คว้านท้องตัวเองก็คงจะทำล่ะมั้ง...” “ไม่ทำครับ... พี่จะลาออก เก็บข้าวของไปจากบ้านวีทันทีถ้าวีสั่งให้พี่คว้านท้อง แต่พี่จะไม่ไปจากชีวิตวีง่าย ๆ หรอก พี่จะตามรังควาญวีไปจนวันตาย” นั่นไงพี่ภีมของเธอ! วีณาสะดุ้งเฮือกกับคำขู่แสนหวาน แม้หางตาสวยใต้อายไลเนอร์คมกริบกลับทอดมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ยกสองมือกอดอกอย่างเชิดหยิ่งสมเป็นคุณหนูวีณาทุกกระเบียดนิ้ว ภาพลักษณ์สวยหรูดูได้จากภายนอก แต่อาการลนลานตื่นเต้นตกใจกลัวผ่านฝ่ามือเล็กที่กำเก็บไว้ใต้รักแร้ คนสนิทสนมกันมาคงต้องเห็น ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ กระตุกกระดุมเสื้อออก โน้มใบหน้าลงบอกข้างหูเบา ๆ “ไปอาบน้ำกันก่อนค่อยนวด... นวดอีโรติกอย่างที่น้องวีอยากจะนวดน่ะ”
หน้าปกนวนิยาย เกมรัก เกมธุรกิจ ฉันจะเอาคืน
8.4
หลังคบกันสิบปี ฉันกลับพบว่าคู่หมั้นอย่างธวัชชัยแอบลึกซึ้งกับนิชานันท์ น้องสาวเพื่อนผู้ล่วงลับที่เขาอ้างว่าคิดแค่พี่น้อง ในยามที่ฉันป่วยหนักเขากลับทิ้งฉันไว้เพื่อไปดูแลเธอที่แค่กลัวเสียงฟ้าร้อง ซ้ำยังเมินเฉยต่ออาการแพ้กุ้งรุนแรงของฉันอย่างเลือดเย็น เมื่อตระหนักว่ารักแท้เป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ ฉันจึงตัดสินใจหันไปหาเอกภพคู่แข่งเบอร์หนึ่งของเขาเพื่อเสนอดีลหุ้นใหญ่และยกเลิกงานแต่งงานทันที ถึงเวลาที่เขาต้องชดใช้ด้วยการสูญเสียทุกอย่างในชีวิต