ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ระบำอสูร

ระบำอสูร

โชคชะตาขีดเส้นให้เกสรสาวเมืองสุดเปรี้ยวมาพบกับศราหนุ่มมาดเถื่อนจากป่าใหญ่ที่เธอตราหน้าว่าเป็นอสูรร้าย ทว่าเขากลับเข้ามาพัวพันในชีวิตเธอไม่ห่างจนความบังเอิญก้าวไปสู่การแต่งงาน ท่ามกลางบาดแผลในใจและภูมิหลังครอบครัวที่แตกสลายของทั้งคู่ ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนความหวาดกลัวให้กลายเป็นความเข้าใจ เมื่อสองหัวใจที่แหว่งวิ่นพร้อมจะก้าวเดินและสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ไปด้วยกัน อสูรที่เคยร้ายจึงกลายเป็นเพียงยอดรักผู้เติมเต็มชีวิตให้เกสรตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 1

ผู้หญิงสาวคนนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาได้เมื่อเขาเห็นหล่อนเดินผ่านไปในระยะที่เรียกได้ว่าใกล้ชิดมาก กลิ่นหอมโชยมาเข้าเข้าจมูก กลิ่นที่แตกต่างจากกลิ่นเหล้า...กลิ่นบรรยากาศของร้านเหล้า ที่ยกระดับจากร้านอาเฮียรินถนนมาเป็นห้องหับที่จัดตกแต่งด้วยบรรยากาศที่ดี อย่างที่นี่แต่งไว้เหมือนย้อนสมัยกลับคืนไปสู่กลิ่นไอของอเมริกายุคตื่นทอง

และผู้หญิงที่เพิ่งเดินผ่านไป หล่อนช่างแต่งตัวได้เข้ากับบรรยากาศของร้านดีแท้ๆ เหมือนคาวบอยสาว...สวมหมวกปีกก้างแสนเท่อีกด้วย

“เกสร...”

เสียงบอกเหมือนเขายังจ้องเอาอย่างสนใจแบบนั้น

“อะไรนะ” เขาหันกลับมาถามคู่สนทนา...หนุ่มลูกครึ่งหน้าตาออกเป็นฝรั่งเต็มร้อย แต่พูดไทยได้ชัดหากไม่เห็นตัวก็คงไม่มีใครยอมเชื่อว่านี่เป็นลิ้นฝรั่ง

“ชื่อเกสร”

บอกพร้อมกับยิ้มอย่างเข้าใจเป็นอันดี “สนใช่ไหม”

“ดูเท่ดี”

“เกสรเป็นผู้หญิงคนดัง”

“ชื่อเชย” เขาออกความเห็นบ้าง ผู้หญิงอย่างหล่อนน่าจะมีชื่อที่ดึงดูดมากกว่าชื่อเกสร...แต่ก็สั้นเรียกง่ายดีไม่เยิ่นเย่อ “ทำไม่รู้จัก”

“ก็บอกแล้วว่าเป็นคนดัง คนที่มาที่นี่รู้จักเกสรกันดีทั้งนั้น เธอเก่ง...มีฝีมือ และความสามารถเฉพาะตัวสูงอีกด้วย เสียอย่างเดียว หยิ่งเหลือร้าย...เห็นอย่างนั้นเถอะเธอไม่ชอบสุงสิงกับใครนะ”

แต่ผู้ชายล้อมหล่อนกันเป็นฝูง...ศราต้องใช้คำว่าฝูง...ถึงจะจำกัดความสิ่งที่เขามองไปเห็นนั้นได้ ถูงต้องใกล้ความจริงที่สุด หล่อนเป็นเหมือนเดือนในหมู่ดาว...หัวเราะของหล่อนดูแจ่มใส แม้จะไม่ได้เข้าไปใกล้เขาตระหนักได้ฉับพลันถึงเสน่ห์ของหล่อนยามแย้มปากออกหัวเราะ มันราวกับทำให้โลกสว่างขึ้นได้ อีกอย่างเพราะในนี้แสงสว่างมีจำกัดอยู่ด้วย

“คุณสนใจเธอมากนะ”

“ผู้ชายคนไหนไม่สนใจผู้หญิง...” ศราตอบยิ้มๆ เขายังเป็นผู้ชายปกติ ยังมีเลือดเนื้อมีหัวใจให้ไหวหวั่นไปได้กับเสน่ห์ดึงดูดเย้ายวนใจ “แต่คงจะได้แค่สน...เพราะเธออยู่ไกลแสนไกล...คนแปลกหน้า”

แล้วหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับหล่อนอีกมากนัก เพียงจดจำชื่อของหล่อนได้ จำท่วงทีมีเสน่ห์ของหล่อนได้ เพราะเขามีเพื่อนที่ดีนั่งสนทนา มีแก้วเหล้าที่เติมเต็มด้วยเหล้าดีๆ สำหรับเวลาพักผ่อนของเขาที่หาได้ยากเย็นนัก สิ่งใดจะเป็นสุขกว่านี้ไปได้อีก

ทุกวันนี้ศรายังเป็นหนุ่มโสด...แต่ไม่ใช่จะ “สด” เสียเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ผู้ชายที่ยังเห็นความนุ่มนวลสวยงามของผู้หญิง และยังรู้ต่อด้วยความซาบซึ้งอันปั่นป่วนด้วยว่าชายกับหญิงคือความสวยงามที่ธรรมชาติประทานมาให้อย่างกลมกลืนที่สุดอีกด้วย

เขายังไม่กล้าจะเลือกผู้หญิงเป็นเพื่อนร่วมทางของชีวิตเพราะหน้าที่การงานที่มากมายและถิ่นที่อยู่ห่างไกลความเจริญออกไปยังหัวเมืองนั้น เขาไม่แน่ใจว่าจะมีผู้หญิงสักกี่คนยินดีที่จะไปใช้ชีวิตกับเขาที่นั่นได้

ชายที่รุมล้อมหล่อนแยกย้ายกันไปหมดแล้ว เหลืออยู่ตามลำพังแค่หล่อนกับชายอีกคนหนึ่ง ชายร่างสูงใหญ่แข็งแรงเขาเป็นคนหนุ่มวัยต้นสามสิบ ไม่ใช่หนุ่มหล่อเหลา แต่เป็นหนุ่มที่หน้าตาจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เกสรชอบเขา...และเขาก็ชอบหล่อนด้วย วัดจากความสัมพันธ์ที่ดำเนินมาด้วยดีเกือบจะสองปีเข้าไปแล้ว รอแต่เวลาที่เขาจะขอแต่งงานด้วย เกสรเชื่อว่าเขาจะต้องขอ

แต่คืนนี้เขาไม่เบิกบานเอาเสียเลย

และเกสรก็จับความรู้สึกของเขาได้หลังจากดื่มเหล้าไปแล้วแก้วหนึ่ง หล่อนรอให้เขาพูดขึ้นมาก่อนว่าเขามีเรื่องคับข้องใจหรือไม่ แต่เขาก็ไม่ยอมพูดตราบจนหล่อนต้องเริ่มต้น

“คุณมีอะไรในใจ”

“หือ...” เขาถาม แน่นอนว่าเขาไม่ได้ยินว่าหล่อนถามอะไร เกสรยิ่งสงสัยนัก เขาดูแปลกไปจริงๆ นั่นแหละ

“คุณเหม่อๆ นะ วันนี้ไม่เอาใจมาด้วยรึ”

“เอามา...ไม่เคยเอาไปทิ้งไว้ที่อื่น” เขาจ้องมองเฉพาะดวงหน้าหล่อนอย่างแน่แน่ว เกสรเป็นผู้หญิงสวยเข้มข็ง...แน่นอนว่าเขามองหล่อนครั้งใดปรารถนาในกายเขามันเดือดระอุ...และพล่านไปทั่งทุกเส้นเลือด ยากจะดับลงได้โดยง่าย แต่สองปี...มันนานโขอยู่ แต่เขาไม่เคยพาหล่อนไป “นอน” ได้เลยสักหน เห็นเกสรเป็นผู้หญิงเปรี้ยว แต่หล่อนกลับรักนวลสงวนตัวเป็นที่สุด...หล่อนเคยบอกกับเขาว่า

“จะมอบตัวให้ ก็อยากจะให้ถูกต้องตามประเพณีนะคะ เกสรชอบที่จะให้มันสวยงาม เกสรถูกเลี้ยงมาในครอบครัวที่ยึดถือจารีตประเพณี...หล่อนมักจะเรียกแทนตัวเองกับเขาว่า “เกสร”

อ่อนหวาน และอบอุ่นนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงมาดเปรี้ยวจี๊ด เมื่อดูจากลักษณะภายนอกอย่างหล่อนจะให้ความรู้สึกนุ่มลึกได้ถึงเพียงนั้น

คืนนี้เขามีความต้องการในตัวเกสรเป็นอันมาก บางทีเขาอาจจะล่วงเกินหล่อนด้วยเรี่ยวแรงของผู้ชายที่แข็งแรงกว่า...เพราะรู้ว่าเขาอาจจะต้องสูญเสียเกสรไปไกลแสนไกล หากเพียงแต่หล่อนระแคะระคายว่า...เขากำลังถูกพ่อ แม่จับหมั้นหมายกับหญิงคนหนึ่ง หญิงที่ร่ำรวยล้น...หญิงที่พ่อแม่เขาเห็นว่าจะเอาเงินมาต่อเงินเพื่อการค้าที่เป็นปึกแผ่น...เกสรไม่ใช่ผู้หญิงจากครอบครัวร่ำรวย ครอบครัวของหล่อนคือครอบครัวคนระดับกลางพอมีพอกิน และไม่ได้ทำการค้าอันใดอีกด้วย พ่อกับแม่ไม่เคยบังคับเขามาก่อน แต่คราวนี้เป็นคำขอร้องที่เขาอึดอัดอยู่

เพราะเขาก็อยู่ในวงการธุรกิจ เขาต้องการเงินทุนแน่นหนาป็นทุนที่จะขยับขยายธุรกิจได้

เขาไม่ได้รักหญิงคนนั้น แต่เขาก็ยินดีจะแต่งงานกับหล่อน เชิดชูยกย่องหล่อนให้เป็นเมียแต่ง เป็นแม่ของลูก แต่เขาก็ยังต้องการเกสรไว้เคียงข้างกายอีกคนหนึ่ง มีทางเดียวที่จะได้ตัวเกสรเอาไว้ นั่นคือผูกมัดหล่อนเสียก่อน...เมื่อเกสรเป็นของเขาแล้ว ถึงเขาจะต้องแต่งงาน เกสรก็ยังจะต้องเป็นของเขา

นางบำเรอ...ที่เกสรจะได้เป็น แล้วเขาก็จะให้คำสัญญาสุภาพบุรุษกับหล่อนว่าเขาจะไม่ทอดทิ้งหล่อน จะรักหล่อนมากกว่าจะรักเมียแต่งผู้ร่ำรวยของเขา เกสรเป็นผู้หญิงที่ยังยึดติดกับจารีตประเพณีดังที่หล่อนบอกย้ำอยู่ทุกบ่อย เกสรจะไปไหนไม่รอดอีกหากตกเป็นของเขาแล้ว

นึกแล้วรินทร์คมก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม กระดกทีละแก้วเดียวให้เหล้าหมดไม่มีเหลือ มันไม่ใช่วิสัยการดื่มของเขาที่เกสรคุ้นเคย หล่อนจึงจับตามองเขา...แน่ใจว่าเขามีเรื่องตกค้างอยู่ในใจ

“รินทร์...”

จับมือเขาไว้ก่อนที่เขาจะยกแก้วเหล้าขึ้นอีก หลังจากเติมเหล้าลงจนเต็มปรี่

“อย่าเพิ่งดื่ม พูดกันก่อน” น้ำเสียงของหล่อนอ่อนโยนนัก

“มีอะไรก็บอกเกสรซิ”

“บอกแล้ว เกสรจะช่วยผมได้แค่ไหนเชียว”

“พูดอย่างนี้ดูถูกกันนี่นา”

“จริงๆ นะ เกสรช่วยผมไม่ได้ ถ้าผมบอก เกสรอาจจะด่าผมเปิดเปิง”

เกสรพูดจาไพเราะอ่อนหวานได้ดีเท่าๆ กับยามโกรธที่หล่อนจะหาคำด่าทอมาได้เผ็ดร้อนนัก...มีทั้งภาคของนางฟ้าและนางแม่มดร้ายที่หล่อนเองก็เคยยอมรับอย่างหน้าชื่นว่านั่นคือหล่อน

“บอกมาซิ สัญญาว่าจะไม่ด่า”

หล่อนให้สัญญา แต่รินทร์คมก็ยังมองหล่อนอย่างกริ่งเกรงอยู่นั่นเอง

“สัญญาก็เป็นสัญญาซิ รินทร์”

หล่อนอายุยี่สิบห้า...เด็กกว่าเขาห้าปี แต่เกสรไม่เคยเรียกเขาว่า “พี่” แต่มีน้ำเสียงเรียกขานเขาอย่างอบอุ่นและรักใคร่ว่า “รินทร์” เฉยๆ

“บอกมาเลย เกสรกำลังฟังอยู่”

“เกสร...ผมอยากนอนกับคุณ”

“อะไร”

เกสรเสียงหลงเกือบจะไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

“ผมอยากนอนกับเกสร”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย 1978 ฉันกลายเป็นสะใภ้ปากร้าย
8.8
เฉินซือหยู่ นักวิทยาศาสตร์สาวอัจฉริยะหลุดมาอยู่ในร่างสะใภ้สามผู้อ่อนแอแห่งบ้านสกุลจางในปี 1978 เธอถูกครอบครัวสามีรังแกสารพัดจนต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนปากร้ายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง เมื่อจางซือหยวนสามีของเธอตัดสินใจพาแยกบ้านมาอยู่ในค่ายทหาร เธอจึงต้องใช้ความสามารถที่มีสร้างอาชีพและฐานะใหม่ท่ามกลางยุคสมัยที่ยากลำบาก เพื่อพิสูจน์ว่าเธอสามารถสร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์ให้ครอบครัวได้ด้วยสองมือของตนเองแม้จะต้องเผชิญอุปสรรคมากมายเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย  พันธะร้ายนายคู่หมั้น | มายู x มิวนิค
8.8
เมื่อความสัมพันธ์ถูกผูกมัดด้วยสถานะที่ไม่อาจเลี่ยง มิวนิคจึงประกาศกร้าวต่อหน้ามายูอย่างดุดันว่าเขาไม่ใช่แค่ว่าที่คู่หมั้นตามคำสั่งผู้ใหญ่เท่านั้น แต่เขายังเป็นชายเพียงคนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวเธอทั้งทางนิตินัยและพฤตินัยอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางความขัดแย้งและพันธะร้ายที่บีบคั้น ความรู้สึกของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไรในวังวนแห่งความเป็นเจ้าของที่เขาขีดเส้นตายเอาไว้ให้เธอเดินตามแต่เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย ลุ่มหลง
8.0
เมื่อเรถลำลึกสู่บ่วงกามารมณ์ที่ยากจะถอนตัว ยิ่งพยายามหักห้ามใจกลับยิ่งลุ่มหลงในสัมผัสอันเร่าร้อน แม้ปากจะพร่ำบอกให้หยุดสัมพันธ์ลับกับพี่อาร์ม แต่ร่างกายกลับทรยศและโหยหาอ้อมกอดนั้นอย่างไม่อาจต้านทาน ท่ามกลางความรัญจวนใจในคืนครบรอบแต่งงานที่สุดเหวี่ยง เธอต้องเผชิญกับบทรักอันดุดันจากชายหนุ่มทั้งสามที่ถาโถมเข้าใส่บนรถทัวร์อย่างไม่หยุดหย่อน ทุกร่องรอยแห่งความปรารถนาถูกเติมเต็มด้วยความสุขสมที่เอ่อล้น กลายเป็นของขวัญสุดสยิวที่จองจำเธอไว้ในวังวนแห่งราคะตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย พี่ชายที่รัก ชุด พ่อทูนหัว
9.4
อัญชันเฝ้ารอการกลับมาของเคียร์ส เบนด์เนอร์ ด้วยใจที่มั่นคงในความผูกพัน ทว่าพี่ชายที่เคยแสนดีกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขากลายเป็นผู้ชายที่เย็นชาและไร้หัวใจ พร้อมผลักไสเธอให้กลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไร้ค่า เพราะความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น เคียร์สจึงเลือกทำร้ายความรู้สึกของน้องสาวนอกไส้อย่างเลือดเย็น แม้อัญชันจะพยายามค้นหาความจริงเพียงใด เขาก็ยังนิ่งเฉยและย่ำยีเธอจนบอบช้ำ กว่าที่เขาจะตระหนักได้ว่าเธอคือผู้บริสุทธิ์ ทุกอย่างก็เกือบจะสายเกินไปเสียแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ทอมโน (ลำดับที่ 1 ใน ซีรี่ส์ทอรักปักสวาท)
7.8
มโนยืนปลดกระดุมเสื้ออย่างเย็นชาต่อหน้าภรรยาที่นั่งอยู่บนเตียง พร้อมเอ่ยคำพูดดูแคลนว่าเธอเป็นเพียงนางบำเรอที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น และสั่งห้ามไม่ให้เธอมาต่อปากต่อคำกับเขา ทว่าฝ่ายหญิงกลับไม่ได้เกรงกลัวต่อท่าทีคุกคามนั้น เธอเลือกที่จะตอกกลับสามีด้วยถ้อยคำย้อนถามที่แฝงไปด้วยความท้าทายว่า อย่างน้อยเธอก็เข้ามาอยู่ในชีวิตเขาอย่างถูกต้องไม่ใช่หรือ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งในซีรีส์ทอรักปักสวาทจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ