
คลุมถุง(พุ่ง)ชน(หัวใจ)
ตอน 2
งานแต่งและงานเลี้ยงจัดขึ้นวันเดียวกันและสถานที่เดียวกันคือที่ร้านช่อม่วง ร้านอาหารไทยของยายมาลัยเอง ร้านช่อม่วงเป็นร้านอาหารไทยบรรยากาศร่มรื่นอยู่ท่ามกลางท้องทุ่งและมีลำคลองธรรมชาติอันเป็นที่ดั้งเดิมของบรรพบุรุษตกทอดกันมารุ่นต่อรุ่นจนถึงยายมาลัยและจะข้ามรุ่นไปถึงพระแสงเพราะพิมพาแม่ของเขาซึ่งถือเป็นทายาทรุ่นต่อไปด่วนเสียชีวิตไปก่อน
แต่ร้านช่อม่วงไม่ได้ตั้งติดกับคลองสาธารณะที่ไหลผ่านที่ดินเนื้อที่กว้างใหญ่เพราะเป็นที่ดินเดิมมาตั้งบรรพบุรุษ ยายมาลัยเลือกที่จะใช้บ้านเก่าหลังใหญ่ซึ่งอยู่ติดถนนทำหน้าร้าน ให้บ้านพักที่สร้างขึ้นใหม่อยู่ริมคลอง ซึ่งช้องนางชอบเช่นนั้นเพราะท่าน้ำบ้านหล่อนที่อยู่ติดกันจะได้ปลอดสายตาลูกค้าของร้านอาหาร และบ้านหลังเล็กริมคลองของพระแสงที่แยกเป็นสัดส่วนจากบ้านใหญ่ของยายมาลัยก็จะใช้เป็นเรือนหอ
เป็นที่เริ่มสร้างครอบครัวใหม่ของเรา
“ช้องๆ มาถ่ายรูปทางนี้” เสียงเรียกเซ็งแซ่เมื่อเจ้าสาวปรากฏตัวขึ้น ก่อนมีมือดีมาดึงให้ไปยืนใกล้เจ้าบ่าวที่ตากำลังเยิ้มได้ที่ หน้าแดงยิ่งกว่าสาวรุ่นยามสะเทิ้นอาย
เปล่าหรอก เขาไม่ได้อายแต่เขาเมา เมาแอ๋จนผิดจากพระแสงที่เคยเห็น
หล่อนเฝ้ามองมาตลอดทำให้รู้ว่าถึงจะสำมะเลเทเมาบ้างแต่ไม่เคยเมาหัวราน้ำเช่นนี้ อย่างน้อยเขาก็ขับรถกลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกคืน แต่ส่วนใหญ่หล่อนเห็นแม่ชะนีสาวๆ ที่หิ้วมาเป็นคนขับ ช้องนางได้ยินเพื่อนเจ้าบ่าวเอ่ยแซวว่าพระแสงคงดีใจได้เมียเป็นตัวเป็นตนแถมได้เล่นของสูง เพราะต้องสอยเจ้าสาวลงจากคาน
หากไม่ติดว่าเป็นเจ้าสาวเอง ช้องนางจะตบปากพวกนี้เรียงตัว โทษฐานปากเสียชอบเอาความจริงมาพูด แต่ถึงจะอยู่บนคานมานานก็ใช่ว่าค้างเติ่งไม่มีใครสนใจ แค่หล่อนปฏิเสธความรักของผู้ชายมาคนแล้วคนเล่า จนแม่ตราหน้าว่า
‘เลือกมากก็กอดคานเน่าๆ ไปจนตายเถอะนังช้องเอ๊ย’
แล้วไงละ พอหล่อนไปบอกว่าจะแต่งงานกับหลานยายมาลัย แม่ถึงกับหัวเราะกลิ้ง แล้วลูบหัวหล่อนเบาๆ ก่อนดึงมากอดแล้วพูดเหมือนปลอบใจ
‘เมายาสีฟันมาหรือนังช้อง นายพระแสงเขาเคยชายตาแลแกหรือเปล่า เห็นผู้หญิงสาวๆ สวยๆ ตามตูดต้อยๆ มีหรือจะมองสาวแก่อย่างแก’
‘คำก็สาวแก่ สองคำก็สาวแก่ ก็นี่ไงสาวแก่ของแม่จะเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว จริงๆ จริงๆ นี่ดู’ หล่อนยื่นการ์ดแต่งงานให้แม่ดู แม้จะแต่งหลอกๆ แต่ยายมาลัยเล่นใหญ่ทำให้สมจริงสมจัง มีพิธีมงคลสมรส มีงานเลี้ยงและมีทะเบียนสมรสให้ ยกเว้นแต่สินสอดทองหมั้นที่ไม่มีและไม่เคยได้ยินแกเอ่ยถึงเลย
‘หนูรู้ว่าแม่กับพ่อไม่สนเรื่องเงินสินสอด แค่อยากให้ลูกสาวได้ออกเรือนเลยไม่เรียกร้องอะไรจากฝ่ายโน้นเลย’ หล่อนยิ้มใส่ตายามที่แม่ยังทำหน้างงไม่หาย
แม่จ้องบัตรเชิญในมือที่มีชื่อเด่นชัด แล้วหันมาสบตาหล่อนก่อนถามอ้อมแอ้ม
‘เรื่องจริงเหรอ’
‘เรื่องจริงจ้ะ’ หล่อนยิ้มกว้าง ก่อนส่งถุงเสื้อผ้าที่ซื้อมาให้ เพื่อพ่อกับแม่จะได้ลองสวมดู
และเมื่องานตอนเช้าพ่อกับแม่ก็ใส่ชุดที่หล่อนซื้อไปให้ได้อย่างสวยงามพอดีตัว แต่ท่านทั้งสองไม่ได้อยู่ในงานคืนนี้เพราะห่วงบ้านห่วงหลานชายที่ต้องอยู่กับคนงานหลังกลับจากโรงเรียน
“ได้ฤกษ์ส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอแล้วครับ” เสียงพิธีกรเฉพาะกิจดังขึ้น ตามด้วยเสียงโห่หิ้วและเสียงหัวเราะ
ยายมาลัยเดินมาดึงมือช้องนางกับพระแสงแล้วหันไปบอกแขกเหรื่อที่ยังดื่มกินกันอยู่ว่าตามสบาย ก่อนจะจูงทั้งคู่ไปที่บ้านพักริมคลองซึ่งใช้เป็นเรือนหอ
คุณอาจจะชอบ





