หน้าปกนวนิยาย บ่วงรักสัญญาร้าย

บ่วงรักสัญญาร้าย

9.8 / 10.0
ชีวิตของฉันต้องพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิงเพียงเพราะความประมาทจากการเซ็นเอกสารผิดฉบับเดียวเท่านั้น ใครจะคาดคิดว่าความผิดพลาดในครั้งนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ซึ่งนำพาความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาสู่เส้นทางชีวิตที่เคยเงียบสงบของฉันจนยากจะควบคุมได้ บาดแผลจากความพลั้งเผลอในอดีตกำลังถักทอบททดสอบใหม่ที่ฉันต้องเผชิญอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและเรื่องราวที่ไม่มีใครสามารถพยากรณ์ตอนจบได้เลย

บ่วงรักสัญญาร้าย ตอนที่ 1

อุ๊บ!!

“อี๊ดดดด อ่อย อัน นะ อ่อย อัน”

อึก...อึก!!

“อ่อยยย อันนนนน...~~”

และนั่นก็เป็นภาพความทรงจำสุดท้ายของฉันที่เกิดขึ้น ก่อนที่สติของฉันจะดับวูบไป โดยที่ฉันทำได้เพียงแค่ตั้งคำถามตัวเองในใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน...

เฮือกกก ~~

“แฮ่ก แฮ่ก แค่ก แค่ก เฮือก...” ทันทีที่ฉันฟื้นคืนสติ ฉันก็รีบหอบเอาอากาศเข้าหายใจให้เต็มปอดอย่างกับคนที่เพิ่งฟื้นขึ้นจากการสำลักน้ำ

"โอ๊ย...มึนหัวจัง" ฉันพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะพยายามรวบรวมสติที่เบลอจากฤทธิ์ยาสลบให้กลับมา

และเมื่อสติสัมปชัญญะของฉันได้ฟื้นคืนตัวจนแทบจะเป็นปกติแล้ว ภาพความทรงจำก่อนที่ตัวเองจะสลบลงไปก็ทำให้ฉันถึงกับเบิกตากว้างขึ้นมาด้วยความตกใจ พร้อมกับออกอาการลุกลี้ลุกลนหลังเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองถูกลักพาตัวมา 

"ทะ...ที่ไหน...ที่นี่มันที่ไหน" 

ฉันใช้สายตากวาดมองไปทั่วบริเวณโดยรอบจนพบว่าตัวเองได้ถูกจับมายังสถานที่ที่เหมือนกับโกดังเก็บของแห่งหนึ่ง ก่อนที่คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างอัตโนมัติ พร้อมกับสมองที่พานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น...

ความทรงจำที่ฉายโชว์เข้ามาในโสตประสาททีละฉากทีละตอนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ได้ฉายภาพหลังจากที่ฉันเลิกงานวันสุดท้ายก่อนหยุดสุดสัปดาห์ ฉันที่ตั้งใจจะไปเดินเล่นหาของกินที่ตลาดนัดใกล้ ๆ ที่ทำงานดั่งที่เคยทำเป็นประจำ อีกทั้งความรู้สึกที่ฉันยังจำได้ดีถึงความอยากกินลูกชิ้นร้านโปรด ความตั้งใจที่มุ่งมั่นตั้งแต่ก่อนเลิกงานทำให้ฉันเดินจ้ำเท้าไปอย่างเร่งรีบ พร้อมกับก้มหน้าหาเศษเหรียญที่อยู่ในกระเป๋าไปพร้อมกัน 

โดยไม่ทันได้เอะใจเลยว่า...การเดินไปตลาดนัดของฉันในวันนี้มันจะเป็นเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของฉันไปตลอดกาล...

"เอ...อยู่ไหนน๊า ~~" ฉันงึมงำกับตัวเองหลังจากก้มคว้านหาเศษเงินในกระเป๋าไม่เจอสักที

และในจังหวะเพียงแค่เสี้ยวนาทีนั้นเอง ในขณะที่ฉันกำลังก้ม ๆ เงย ๆ หาเศษเหรียญในกระเป๋าอยู่นั้น ฉันที่ไม่ทันได้คาดคิดว่าวันนี้เส้นทางที่ฉันกำลังเดินไปมันจะมีอันตรายซ่อนอยู่ อีกทั้งยังไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างจนไม่ทันได้สังเกตว่าบัดนี้ที่ข้างกายของฉันได้ถูกเหล่าชายฉกรรจ์ตัวใหญ่ตรงเข้ามาประชิดตัว

"อ่ะ...นี่พวกคุณ" ในขณะที่ฉันกำลังจะออกปากร้องทักออกไปตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่รับรู้ได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น ปากที่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงโวยวายหรือกรีดร้องขอความช่วยเหลือใด ๆ ออกไปก็กลับถูกผ้าผืนบางโป๊ะเข้ามาที่ใบหน้า โดยปฏิกิริยาการตอบสนองของร่างกายเจ้ากรรมก็ดันเผลอสูดดมสารที่อยู่บนผ้าผืนนั้นเข้าไปเต็มปอดอย่างไม่รู้ตัว 

"อ่ะ...อื้ออออ..." และสิ่งที่ฉันสูดดมเข้าไปนั้นก็ได้ทำให้ฉันถึงกับภาพตัดไปแทบจะในทันที...โดยที่ฉันทำได้แค่ส่งเสียงอู้อี้เป็นสิ่งสุดท้ายอยู่ในลำคอ...

สิ้นกระบวนการทางสมองประมวลภาพเหตุการณ์ที่เกิดจนครบถ้วน ฉันถึงกับหัวใจเต้นสั่นระรัวด้วยความหวาดกลัวทันที ภาพความจำที่ตอกย้ำให้ฉันเข้าใจถึงสถานการณ์คับขันที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่นั้น ส่งผลทำให้ดวงตากลมโตสวยเบิกกว้าง พร้อมกับปากที่ร้องโวยวายลั่นออกไปตามสัญชาตญาณของความกลัวที่เกิดขึ้นของมนุษย์

"กรี๊ดดดดด~~ นะ...นี่พวกนายจับฉันมาทำไม ปล่อยฉันไปนะไอ้พวกบ้า!!” เสียงโหวกเหวกโวยวายของฉันดังขึ้นทันที พร้อมกับตัวเองที่พยายามหยัดตัวลุกขึ้นยืน แต่ทว่า...กลับถูกชายร่างกำยำหน้าถมึงทึงที่ยืนอยู่ไม่ไกลกดไหล่เอาไว้ไม่ให้ขยับได้ดั่งใจปรารถนา

“เหอะ...ฟื้นสักทีนะ ปล่อยให้กูรอได้ตั้งนาน” 

และเสียงเยือกเย็นทุ้มกังวานที่ถูกส่งออกมาจากร่างของคนคนหนึ่ง เสียงที่ฟังดูทรงอำนาจอย่างบอกไม่ถูก ช่างเป็นเสียงที่ทำให้ฉันถึงกับเงียบลงแทบจะในทันที 

ฉันค่อย ๆ หันหน้ามองไปยังต้นทางของเจ้าของเสียงที่เปล่งออกมาเมื่อครู่ แต่น่าแปลกตรงที่...ทั้งที่แม้ว่าใจของฉันกำลังร้อนรนอยากจะรู้ความจริงถึงเหตุผลที่เขาลักพาตัวฉันมามากแค่ไหน แต่ทว่า...สัญชาตญาณข้างในของฉันมันกลับบอกว่าฉันไม่ควรต่อรองหรือกวนประสาทคนตรงหน้าในเวลานี้

และทันทีที่สมองสั่งการออกมาอย่างนั้น สายตาของฉันก็หลุบมองต่ำอย่างอัตโนมัติทันที โดยไม่ลืมที่จะมองไปยังผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง สายตาของฉันมองตรงเริ่มพินิจพิจารณาตัวตนของเขาไล่จากปลายเท้าขึ้นไปยังศีรษะ ภาพรองเท้าหนังสัตว์ชั้นดีราคาแพงหูฉี่ที่ไขว่ห้างกระดิกเป็นจังหวะอยู่ตรงหน้าทำให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าคนคนนี้ต้องเป็นหัวหน้าของพวกคนที่จับตัวฉันมาอย่างแน่นอน  

"หึ...อยากเห็นหน้าจังว่าเป็นไอ้ตาถั่วที่ไหนมาจับคนผิดตัวได้เนี้ย...เดี๋ยวแม่จะแจ้งความให้เข็ด" ฉันงึมงำพร้อมกับเลื่อนสายตามองสูงขึ้นไป 

แล้วภาพกางเกงสูทสีดำสนิทที่ทาบทับอยู่บนร่าง มันช่างดูรับเข้ากับสัดส่วนของขาอันเรียวยาวคู่นั้นที่กำลังไขว่ห้างอยู่ จนฉันเผลอแอบคิดเอาเองว่า...นี่ขนาดว่าเขายังไม่ยืนเต็มความสูงยังดูหุ่นดีขนาดนี้ ถ้าได้เห็นเขาเต็ม ๆ ตาเขาจะดูดีมากขนาดไหน

(หึ๊ยยยย...มันใช่เวลาไหมเนี้ยยัยลิน...ตั้งสติ ๆ)

และในขณะที่ฉันกำลังสำรวจผู้ชายมาดสุขุมที่นั่งสง่าอยู่ตรงหน้าอยู่นั้น เขาที่เหมือนจะรู้ตัวว่ากำลังถูกฉันพินิจพิจารณาร่างกายของเขาอย่างเสียมารยาท และคงด้วยความไม่พอใจที่ตนเองถูกจับจ้องไม่วางตาแบบนั้น เขาถึงกลับปล่อยพลังเสียงทำลายล้างโสตประสาทใส่หูฉันทันที

“มึงมองพอหรือยัง...ห๊ะ!!” เสียงเข้มที่ตวาดลั่นถึงกับทำให้ฉันสะดุ้งโหยง จนเผลอเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของเสียงด้วยความตกใจ

(คุณพระคุณเจ้า...หล่อมาก...คนอะไรหล่อวัวตายควายล้ม หล่อลากกระชากมดลูกจริง ๆ หล่อแบบไร้ซึ่งแรงต้านทาน ใบหน้าคมเข้มที่มีสันกรามขึ้นชัดเจน หนวดและเคราที่ขึ้นปกคลุมแบบชายตะวันออกกลาง ช่างรับกับริมฝีปากหยักหนาที่ถ้าหากยกยิ้มขึ้นคงทำให้ผู้หญิงที่ได้เห็นต่างหลอมละลายราบเป็นหน้ากลองแน่ อีกทั้งจมูกที่โด่งขึ้นเป็นสันสวยที่แม้แต่ผู้หญิงอย่างฉันยังต้องอิจฉา โดยเฉพาะดวงตาสีน้ำตาลคาราเมลประกายวาวโรจน์คู่นั้นช่างเข้ากันกับคิ้วหนาทรงสวยเสียเหลือเกิน...แม่เจ้า...นี่ยังไม่รวมความผิวที่ว่าขาวดูสุขภาพดี...เฮ้อออ...ช่างเป็นใบหน้าและรูปร่างที่เป็นดั่งเทพประทานสร้างสรรค์อย่างแท้จริง) ฉันที่มองไปยังคนตรงหน้าตาค้าง พร้อมกับสรรเสริญเขาในใจ 

แต่ในขณะที่ฉันกำลังตกตะลึงในความหล่อเหลาของคนตรงหน้าอยู่นั้น ฉันที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยว่า ณ เวลานี้ไม่ใช่แค่ฉันเพียงคนเดียวแล้วเท่านั้นที่ตาค้างตกตะลึงในรูปร่างหน้าตาของเขา แต่ทว่า...ตัวของคนตรงหน้าเองเขาก็กำลังตกตะลึงพรึงเพริดมองตาค้าง หลังจากได้เห็นฉันอย่างเต็มตาไม่ต่างกัน...

อ่านต่อ

สารบัญ บ่วงรักสัญญาร้าย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
โชคชะตาพาให้ปวีนุชต้องมาใช้ชีวิตบนเรือสำราญร่วมกับลายไม้ตลอดสิบสี่วัน ท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเร่าร้อนของฝ่ายชาย จนเธอขนานนามเขาว่าเป็นปิศาจที่ร่ายมนต์สะกดใจ แม้หัวใจจะเปี่ยมด้วยความรัก แต่ความกลัวในความต่างและอดีตที่เจ็บปวดทำให้เธอเลือกที่จะหนีไปพร้อมความทรงจำ โดยหวังลึกๆ ว่าเขาจะออกตามหาเธอเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้นั้นก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้จริง
หน้าปกนวนิยาย ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่
8.0
ชบาได้ครองคู่กับชายในฝันที่หลงรักมาแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นดั่งใจเมื่อสามีเมินเฉยไม่ยอมร่วมหอ เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงมาพิชิตใจเขาให้สำเร็จ โดยเฉพาะหลังจากได้รับคำชี้แนะจากแม่สามีถึงศิลปะการครองเรือนที่ต้องแนบชิดกายเนื้อต่อเนื้อโดยไร้พัสตราภรณ์กั้นกลาง เมื่อได้เห็นแผงอกอันกำยำของสามีกับตาตนเอง สาวน้อยผู้เคยแต่ซุกซนจึงต้องรีบเรียนรู้งานปรนนิบัติพัดวีขนานใหญ่ เพื่อเปลี่ยนความประหม่าให้เป็นเสน่หาที่มัดใจสามีให้อยู่หมัดในเรือนหอแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปเผชิญความเจ็บปวดจากการถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนรักเพียงเพราะอคติต่อตระกูลของเขา เพื่อแก้แค้นและเย้ยหยันอดีตคนรัก เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่ปิยธิดาเกลียดชังที่สุด แม้เบื้องต้นจะมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวกับลูกเมียน้อยที่เขาเคยรังเกียจ ท่ามกลางทิฐิที่ปิดกั้นหัวใจ เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นหรือจะยอมรับความรักที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย พยศรักดวงใจมาเฟีย
9.5
โชคชะตาขีดเส้นให้เคลวิน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้พบกับหญิงสาวแปลกหน้าในค่ำคืนที่เริ่มต้นด้วยความบีบบังคับ ทว่าความสัมพันธ์ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เขาจะเป็นฝ่ายชนะในเกมกามารมณ์ช่วงแรก แต่สุดท้ายเขากลับพ่ายแพ้ให้แก่เสน่ห์และความพยศของเธออย่างราบคาบ เมื่อสาวธรรมดาคนนี้ไม่ยอมสยบให้แก่เขาโดยง่าย มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จึงต้องเลือกระหว่างการปล่อยมือไปหรือจะทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าหัวใจดวงนี้กลับคืนมา
ตอน
อ่านเลย
แชร์