
หนี้สวาทกำนันเถื่อน
ตอน 2
สะดิ้งมองตามสะแบงทั้งน้ำตา อยากช่วยก็กลัวลูกปืนกำนันเดช ไม่ช่วยก็ดูใจดำ จึงได้แต่วิ่งตามกำนันเดชและพวกที่กำลังลากสะแบงไปที่รถ
“มึงจะตามมาแต่ตัวทำไมอีสะดิ้ง เอากระเป๋าอีสะแบงมาด้วยสิ! ส่วนมึงถ้าจะไปกรุงเทพมึงก็ไปคนเดียว แต่ถ้ามึงไม่ไป มึงก็ไปขึ้นรถ ถ้าไม่มีงานทำเดี๋ยวกูจะจ้างมึงอีกคน”
ได้ฟังดังนั้นสะดิ้งก็ยกมือขึ้นมาทาบอก ทั้งตกใจ ทั้งประหลาดใจ
“จ้างเป็นกะหรี่หรือกำนัน อุ๊ย! ฉันจะทำใจมีผัวคนเดียวกับอีสะแบงได้ยังไงล่ะ” สะดิ้งพูดทีเล่นทีจริง ความจริงก็ชอบกำนันเดชอยู่ โหดๆ เถื่อนๆ สเปคอีสะดิ้ง
เรืองกับโชคลูกสมุนทั้งสองของกำนันเดชถึงส่ายหัวพร้อมกัน ^^!
“อย่างมึงเนี่ย! กำนันเขาจะจ้างมายิงทิ้งโว้ย อีบ้า!” โชคพูดขึ้นแทนใจทุกคน
สะแบงแอบเคืองเพื่อนรักอยู่ในใจหน้าสิ่วหน้าขวานสะดิ้งยังมีอารมณ์พูดเล่น แถมยังไปหอบกระเป๋าเสื้อผ้าเธอและกระเป๋าเสื้อผ้าตัวเองไปขึ้นรถกำนันเดชแต่โดยดี
“พี่สะดิ้ง พี่สะดิ้งไม่นะ” สะแบงดิ้น แหกปากร้องห้ามสะดิ้ง
"สะแบง! ข้าว่าหมดทางแล้วล่ะ เอ็งไม่เห็นปืนหรือ” สะดิ้งพูดขึ้นเบาๆ
ก็จริงของสะดิ้ง กำนันเดชมีอิทธิพลแค่ไหนใครก็รู้ สั่งเป็นสั่งตายใครก็ได้ แถมยังยิงคนเล่นเป็นผักเป็นปลา ขนาดเพื่อนรักที่วิ่งเล่นกันมาตั้งแต่เด็กเขายังคิดจะฆ่าให้ตายได้ลงคอ สะแบงเคยเห็นความโหดเหี้ยมของเขากับตาตัวเองมาแล้ว
เจ้าของเรือนร่างสะโอดสะองถูกจับยัดเข้าไปที่เบาะหลังของรถเก๋งวอลโว่สีดำ แล้วคนใจร้ายก็ตามเข้ามานั่งข้างๆ กอดรัดเนื้ออุ่นเอาไว้แน่นไม่เว้นช่องให้ได้ดีดดิ้นแม้แต่น้อย
ยังดีที่สะดิ้งตามขึ้นมาบนรถด้วยไม่อย่างนั้นสะแบงคงหาโอกาสโดดรถให้คอหักตาย!
กำนันเดชหรือกำนันเดชา พานิชวิวงค์ชัย กำนันหนุ่มวัย35ปี ผู้ที่ได้ชื่อว่าเถรตรง ขยัน ซื่อสัตย์ ทำงานเพื่อชาวบ้านและส่วนรวมมาโดยตลอด แต่ด้วยความที่เขามีบุคลิกทรงอำนาจ รูปร่างสูงโปร่ง หุ่นทรงล่ำสัน เครื่องหน้าดุดันแต่ก็รูปงามผิดแผก คิ้วหนา นัยน์ตาสีน้ำตาล จมูกโด่งเป็นสันด้วยว่าบรรพบุรุษฝั่งพ่อมีเชื้อสายไทย จีน เยอรมัน ไว้หนวดไว้เคราจนดูโหดเหมือนโจรป่าซาตาน ขนาดที่ว่าเด็กเห็นยังร้องไห้ TT ซ้ำยังเป็นคนพูดตรง เลือดร้อน เจ้าอารมณ์ ถูกก็ว่าไปตามถูก ผิดก็ว่าไปตามผิด บางครั้งก็ใช้ความรู้สึกของตัวเองตัดสิน จนเผลอทำอะไรที่แสดงออกให้คนอื่นเห็นว่าเขานั้นเป็นคนไม่ดี หลายคนจึงมองว่าเขาเป็นกำนันนักเลง ได้รับตำแหน่งกำนันมาสองสมัยก็เพราะอำนาจเงินและอิทธิพลของเสี่ยบุญจงผู้เป็นพ่อ
รถเก๋งวอลโว่วิ่งเข้ามาภายในอาณาจักรไร่นาเดชา ซึ่งกินพื้นที่กว่า 200 ไร่ มีบ้านไม้สักทองทรงไทยหลังใหญ่ตั้งตะหง่านอยู่ด้านหน้า ส่วนพื้นที่ด้านหลังแบ่งเป็นนาข้าว สวนผสมผสาน และบ่อน้ำ
กำนันเดชกอดรัดสะแบงมาตลอดทาง แต่ไม่พูดกันสักคำ เมื่อรถจอดสนิทดี ลูกสมุนที่ชื่อเรืองซึ่งนั่งอยู่เบาะหน้าก็ลงจากรถมาเปิดประตูให้เจ้านาย กำนันเดชยอมปล่อยอ้อมแขนออกจากร่างบางที่ทั้งอุ่นและหอม ขยับลงจากรถ ยืนเท้าสะเอววางมือใกล้ๆปืนเพื่อข่มขู่
“ลงมา!”
“จ้ะกำนัน” สะดิ้งกระวีกระวาดลงจากรถทันทีด้วยกลัวว่าจะโดนยิงไส้แตก ทว่าคนที่กำนันเดชตั้งใจจะขู่จริงๆกลับยังนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
“ถ้าไม่ลงอีสะดิ้งสมองไหล!” คราวนี้เขาชักปืนออกมา
“ว้าย! กำนัน! อย่านะจ๊ะ ฉันไม่อยากตาย ฉันยังไม่มีผัว” สะดิ้งรีบนั่งหมอบลงกับพื้นร้องแรกแหกกระเชอ
"เฮ้อ.... " โชคลูกสมุนคนที่นั่งตำแหน่งคนขับเปิดประตูรถลงมามองสะดิ้งแล้วถอนหายใจคล้ายเบื่อหน่าย
เมื่อรู้ว่าหมดหนทางสะแบงจึงขยับลงมาจากรถ ดวงตาคู่สวยมองเจ้าของนัยน์ตาดุดันปานเหยี่ยวอย่างเดือดดาล ถ้าฉีกเนื้อฉีกหนังอีกฝ่ายได้สาวเจ้าคงไม่รีรอ
“อวดดี!” กำนันเดชดึงกระชากข้อมือเรียวจนเธอเซถลา อกอวบปะทะอกแกร่ง พลันรู้สึกหวิววามจนพ่วงแก้มใสเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อในทันที
!!!
“ไอ้เรืองให้อีสะดิ้งไปอยู่เรือนเล็กข้างเรือนเอ็ง”
กำนันเดชหันไปสั่งลูกสมุน แล้วหันกลับมามองใบหน้างามที่ลอยแดงก่ำอยู่ระดับปลายคาง
ตาสบตา!
สะแบงไม่อาจสู้สายตาดุดันราวกับพญาเหยี่ยวคู่นั้นได้ ถึงใจอยากจะสู้หากอีกใจสั่งให้หลบเลี่ยงแต่โดยเร็ว
“มานี่!” เขาฉุดลากเธอพาเดินตรงขึ้นไปบนบ้าน ระหว่างนั้น ป้ามาลา กับ แตง สองป้าหลานที่ทำงานในบ้านกำนันเดชเดินออกมาพอดี
“เอาไปเก็บที่ห้องทำงานฉันด้วย” กำนันหนุ่มยื่นปืนให้ป้ามาลา ป้าแกก็รับไว้ด้วยความเคยชิน
เห็นเจ้านายลากสะแบงขึ้นไปบนบ้านก็ตกใจไม่น้อย แต่แกรู้ว่าไม่สมควรเข้าไปยุ่ง จึงได้แต่หันมาทางลูกสมุนสอง
“อะไร? เกิดอะไรขึ้นวะไอ้โชค ไอ้เรือง แล้วเอ็งมาทำไมนางสะดิ้ง?”
ป้ามาลาถามเป็นชุด แต่ไม่มีใครตอบแกสักคน ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันทันที เรืองพาสะดิ้งไปที่เรือนหลังเล็กข้างเรือนพักของเขา ส่วนโชคขับรถไปเก็บในโรงรถ
“อ้าว! ไอ้พวกนี่ สรุปข้าคุยกับหมาหรือคุยกับคนวะเนี่ย”
“เอาน่าป้า เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้” แตงเด็กหญิงวัย 12 ขวบ รูปร่างผอมบาง ผิวขาวเหลือง หน้าตาจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อย พยายามปลอบใจป้ามาลาหญิงสูงวัยรูปร่างท้วมท่าทางใจดีที่กำลังถูกมองเป็นอากาศธาตุ
ร่างบางของสะแบงถูกโยนไปบนเตียงกว้าง ก่อนที่ประตูห้องนอนจะถูกปิดเสียงดัง ปัง!
หญิงสาวพยายามลุกขึ้นจากเตียงแต่ก็ถูกจับโยนลงไปอีก!
“จะไปไหน! เอ็งไม่ต้องถ่อไปขายตัวถึงกรุงเทพหรอก อยู่ที่นี่ก็ขายได้ เริ่มงานมันวันนี้แหละ ข้าอยากอยู่พอดี”
กำนันเดชว่าพลางปลดหัวเข็มขัด ปลดกระดุมถอดเสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดหมูออกจากตัวแล้วโยนทิ้งไปบนพื้น สะแบงตัวสั่นด้วยความกลัว เธอยันร่างขยับขึ้นไปชนหัวเตียง แต่ก็ถูกมือใหญ่ดึงขาลากมาประชิดกายเขา
“อ๊าย! ปล่อยนะ อย่านะ อ๊ะ! ไม่นะ ฉันไม่ได้อยากขายตัว ไม่นะ อย่า! ฮื้อๆๆ” หญิงสาวพยายามดิ้นรนขัดขืน ร้องห้ามปรามทั้งน้ำหูน้ำตา แต่ก็ไม่อาจสู้เรี่ยวแรงของชายชาตรีได้
กำนันเดชจัดการลอกคราบเธอจนเหลือเพียงชุดชั้นในลูกไม้สีดำ
เด็กหญิงตัวเล็กที่คอยอ้อนขอขนม คอยอ้อนขอให้เขาอุ้ม บัดนี้โตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว เรือนร่างไร้อาภรณ์เผยผิวขาวโพลน หุ่นทรงนาฬิกาทราย ยั่วสวาทจนเกินต้าน ความเป็นชายตื่นตัวขึ้นคล้ายมีแรงกระตุ้น
คนอย่างกำนันเดชเป็นสุภาพบุรุษมาตลอดไม่เคยบังคับขืนใจผู้หญิง แต่มันโกรธที่สะแบงพูดออกมาได้ว่าจะยอมไปขายตัวในกรุงเทพ เป็นใครบ้างจะไม่โกรธ เด็กผู้หญิงคนนี้เขาเคยเห็นมาแต่อ้อนแต่ออก รักและเอ็นดูเหมือนหลานสาวแท้ๆ ตอนที่เธออายุ5-6ขวบ ดำรงก็อุ้มมาเล่นด้วยอยู่บ่อยๆ ด้วยว่าเขาเป็นเพื่อนสนิทกับดำรงน้าชายแท้ๆของเธอจึงรู้จักคุ้นเคยกันมา
แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้น วันที่เขาตัดสินใจยิงดำรงจนขาพิการเดินไม่ได้ สะแบงน้อยก็กลายเป็นอื่นเหินห่างกันไปเหมือนคนไม่รู้จัก ซ้ำยังเกลียดชังเขาราวกับว่าเขาเป็นสัตว์ร้าย
คุณอาจจะชอบ





