
หนี้สวาทกำนันเถื่อน
ตอน 3
“ไอ้คนเลว ไอ้คนชั่ว อย่ามาแตะต้องฉันนะ!”
สะแบงด่ากราดทั้งร้องไห้ สองมือพยายามต่อยตีทำร้ายร่างกายของอีกฝ่าย แต่เหมือนไม่ได้ระคายผิวเขาสักนิด กำนันเดชดึงร่างบางมากอดไว้แนบอกก่อนจะทำให้เธอหยุดด่าด้วยการดูดกลืนริมฝีปากนุ่มเอาไว้
รสจูบหอมหวานละมุนปนเร่าร้อนดึงให้คนพยศสงบลงได้ ร่างบางอ่อนระทวยเป็นขี้ผึ้งโดนไฟลน เมื่อความรู้สึกแปลกใหม่แทรกซึมเข้ามาทดสอบร่างกาย หญิงสาวผู้ไร้เดียงสาไม่อาจจะต้านทานต่ออารมณ์ความรู้สึกที่กำลังปั่นป่วนเสมือนพายุทอร์นาโด จนเผลอครางออกมาเบาๆ
“อือ.......”
จิตวิญญาณหลุดลอยไปในอากาศ ไม่รู้ทำไมความรู้สึกมันถึงทรยศหัวใจตัวเองได้ถึงเพียงนี้
ไม่นะ ไม่นะ ไม่!!!
สะแบงพยายามดิ้นรนจนปากของเธอได้แผล เลือดไหลซึมออกมาลิ้นอุ่นรับรู้ถึงรสเค็มที่ปลายประสาทสัมผัส กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยขึ้นจมูกช่วยดึงสติทั้งหมดของเธอให้กลับมา
มีต่อสู้ขัดขืนสุดฤทธิ์เธอจะไม่ยอมตกเป็นเมียของกำนันชั่วคนนี้เด็ดขาด ถึงแม้ว่าจะต้องตายก็ขอยอมตายดีกว่า
“ปล่อยนะ! ปล่อย! ไอ้คนเลว”
หญิงสาวทั้งกัด ทั้งข่วน จนแขนของกำนันเดชได้เลือดมาเหมือนกัน
“โอ๊ย! อีสะแบง เอ็งนี่ฤทธิ์เยอะนักนะ”
กำนันเดชพลาดก้มมองดูแผลที่แขน สะแบงได้ทีลุกขึ้นจากเตียงวิ่งไปที่ประตู เขาตามมาดึงเอาไว้ สาวเจ้าทันได้คว้าแจกันที่วางอยู่บนโต้ะทุบเข้าที่หัวไหล่ของเขาเต็มๆ
แจกันแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
!!!
“โอ๊ย! อีสะแบง มึงเล่นกันขนาดนี้เลยหรือวะ”
“เออ! กูสู้ตายล่ะวันนี้!” สะแบงเสียงแข็ง ดวงตากลมโตเหลือกถลนจนเกือบจะหลุดออกจากเบ้า
อีกฝ่ายกัดฟันดังกรอด! สะบัดแขนเบาๆ นึกฉุนในความพยศ ไม่รู้จักเด็ก ไม่รู้จักผู้ใหญ่ จนสติหลุดดึงกระชากผมหางม้าลากสะแบงมาที่เตียง จับเธอโยนลงไปบนนั้นอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าเตียงจะนุ่ม แต่โยนกันขนาดนั้นสะแบงก็จุกเหมือนกัน ยังไม่ทันตั้งตัว! เสื้อชั้นในลูกไม้สีดำก็ถูกดึงอย่างแรงจนหลุดออก
“ว้าย!”
ปทุมถันขาวอวบถูกเปิดอล่างฉ่างอวดสายตาราชสีห์พิโรธ หญิงสาวรีบยกมือขึ้นมาปิดเม็ดบัวงามสีชมพูนั้นเอาไว้ทันที
“ชอบความรุนแรงนักใช่ไหม! เดี๋ยวกูจัดให้ ทีแรกกูกะจะรอให้ถึงวันเข้าหอ เจอฤทธิ์มึงขนาดนี้ กูรอไม่ไหวจริงๆ”
!!!
ผ้าม่านมุงที่ถูกรวบผูกไว้ตรงมุมเสาขอบเตียงถูกดึงลงอย่างแรงจนขาดติดมากับมือใหญ่
“ไอ้กำนันเดช! ไอ้คนเลว! มึงจะทำอะไร อย่านะ! อย่าทำนะ”
สะแบงตวาดลั่นถึงแม้จะกลัว
กำนันเดชไม่ฟังเสียง ขึ้นคร่อมร่างบางเอาไว้แล้วจัดการผูกข้อมือเรียวติดกัน มัดโยงกับหัวเตียง
“ไม่นะ! อ๊าย! ปล่อยนะ ฮื้อๆๆ”
เรือนร่างงามใต้กรงเล็บราชสีห์ ทั้งถูกพันธนาการไว้หนาแน่น เธอไม่ต่างอะไรกับเหยื่อที่รอเวลา ถูกเชือด! หมดแล้วซึ่งหนทางต่อสู้
กำนันเดชมองใบหน้างามที่กำลังตื่นตระหนกด้วยแววตาเย้ยหยัน แสยะยิ้มมุมปากพลางหลุบตามองต่ำ! ปทุมถันอวบอั๋นชูชันอวดดีชี้หน้าเขา มีหรือชายหนุ่มจะปล่อยให้มันเย่อหยิ่งท้าทาย สองมือใหญ่ถือวิสาสะลูบไล้ทั้งบีบคลึง โน้มใบหน้าที่ประดับด้วยเคราสากลงไปประจบซอกคอขาว บรรจงป้อนรสจูบอุ่น ออดอ้อนบริเวณใบหูและซอกคอขาวอย่างอ้อยอิ่ง แล้วค่อยๆเปลี่ยนตำแหน่งมายังยอดชูชันส่วนที่หมายโจมตีอยู่ตั้งแต่แรก
โดนเล้าโลมถึงเพียงนี้เนื้อนวลนางก็เริ่มอ่อนปวกเปียกอีกครั้ง
“อย่านะ อย่า อ๊า.....”
ส่วนอกเผลอแอ่นขึ้นสู้ลิ้นอุ่นที่กำลังตวัดหยอกเย้ายอดดอกบัวงาม
ร่างบางสะดุ้งโหยง!
ทันทีที่มือของเขาเริ่มเลื่อนเข้าจู่โจมเนินสงวนกลางหว่างขาเรียว ความซ่านตรงเข้าเล่นงานผ่านนิ้วเรียวที่เขี่ยวนไปมากลางดอกไม้งาม รับรู้ได้ถึงความชุ่มฉ่ำซึ่งกำลังแทรกซึมออกมา
เจ้าของพ่วงแก้มใสตัวสั่นระริกความรู้สึกเริ่มวิวาทกันเอง ว่าควรทำอย่างไร ความรู้สึกส่วนที่เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังพึงพอใจที่ถูกเล้าโลมอย่างออดอ้อนอยู่อย่างนั้น แต่ความรู้สึกส่วนที่ใช้แยกแยะผิดชอบชั่วดีซึ่งมีพลังมากกว่ากรีดร้องออกมาสุดเสียง
“กรี๊ด!!! ”
สาวเจ้าดิ้นรนสุดแรงเกิด จนผ้าม่านมุงที่พันธนาการแขนไว้กับหัวเตียงฉีกขาดออกบางส่วน เป็นตายอย่างไรก็จะไม่ยอมให้ส่วนหนึ่งของร่างกายผู้ชายเลวๆคนนี้แทรกผ่านเข้ามาในตัวเธอได้อย่างเด็ดขาด
ความเครียด ความหวาดกลัว เริ่มส่งผลต่อร่างกายของหญิงสาวในเวลาต่อมา เธอหายใจหอบแรงขึ้นด้วยความเหนื่อยล้า ทั้งร่างกายและหัวใจ ท้ายที่สุดเธอก็เป็นลมหมดสติไป
!!!
กำนันเดชตกใจไม่น้อยทีเดียว ฤทธิ์เดชของหลานสาวตัวเล็กที่เขาเคยรู้จักธรรมดาซะที่ไหน เจอแบบนี้เข้าที่ตื่นๆแข็งแรงอยู่ก็หดลงเหมือนกัน
“สะแบง! สะแบง ตายไหมวะเนี่ย”
เขาร้องเรียกพลางเอามือจ่อที่จมูกเรียว เมื่อรู้สึกได้ว่าเธอยังหายใจอยู่ก็โล่งอก จึงรีบปลดผ้าม่านมุงที่พันธนาการแขนเธอออก เห็นรอยแดงตรงข้อมือก็ยังความรู้สึกผิดขึ้นในใจ แววตาอ่อนโยนระคนเวทนาจดจ้องใบหน้างามของแม่แก้มใสแล้วถอนหายใจยาว
แต่ครั้นหลุบตามองส่วนอวบที่ชูชันอยู่ก็ได้นึกเสียดาย^^!
“บ้าสิ! แค่จะสั่งสอนมันเท่านั้นนะโว้ย นี่มึงคิดจะเอาจริงหรือวะไอ้เดช ไอ้ห่าเอ๊ย!” ครั้นคิดได้ว่านี่คือการสั่งสอนเท่านั้นกำนันหนุ่มก็ต่อว่าตัวเองเป็นการใหญ่
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดึงผ้าห่มมาคลุมร่างบางเอาไว้ ก่อนหันหลังเดินออกไปจากห้อง ทันใดก็คิดอะไรได้บางอย่าง จึงหันกลับมาสอดมือเข้าไปใต้ผ้าห่มดึงกางเกงในลูกไม้สีดำออกมาแล้วโยนมันไปที่หัวเตียง จากนั้นจึงเดินหนีออกจากห้อง
คุณอาจจะชอบ





