หน้าปกนวนิยาย หนี้สวาทกำนันเถื่อน

หนี้สวาทกำนันเถื่อน

9.1 / 10.0
เมื่อสาวน้อยจอมดื้อต้องมาปะทะอารมณ์กับกำนันหนุ่มใหญ่ผู้มีอิทธิพล เรื่องราวความรักต่างวัยแนวโคแก่กินหญ้าอ่อนจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยความดุเดือด ทั้งคู่มักมีปากเสียงกันเหมือนลิ้นกับฟัน แต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนและหึงหวงที่รุนแรง พลิกผันจากความเกลียดชังกลายเป็นความผูกพันที่ครบรส ทั้งดราม่าเรียกน้ำตา ความขำขัน และความหวานซึ้งที่ตราตรึงใจ ท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนอันตรายกำนันจอมโหดพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อครอบครองหัวใจของเด็กสาวที่เขาเรียกว่าคนดี

หนี้สวาทกำนันเถื่อน ตอนที่ 1

สะแบงสาวงามประจำตำบลทุ่งนาโนน วัย20ปีบริบูรณ์ เจ้าของดวงตากลมโต พ่วงแก้มใสขาวนวลเหมือนหยวก ผิวกายผ่องเนียนละเอียดด้วยทางฝั่งพ่อมีเชื้อสายญวน จมูกโด่งเรียวปลายหยดน้ำก็ได้พ่อมาเช่นกัน ส่วนใบหน้าเรียวรูปไข่ คิ้วดกดำ ขนตาหนางอนเป็นแพ ปากกระจับอวบอิ่ม ทรงจะคล้ายทางฝั่งแม่ เธอผู้นี้ไม่ได้มีดีเพียงแค่รูปร่างหน้าตา ยังฉลาด หัวไว ใฝ่เรียนรู้ กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ ไม่เหมือนสาวบ้านนอกบ้านนาทั่วไป ทั้งยังทะเยอทะยานฝันสูง เธอมีความฝันว่าอยากจะเป็นดาราเหมือนกบ สุวนันท์ และ นิ้ง กุลสตรี อยากมีชีวิตเฉิดฉายในเมืองใหญ่ท่ามกลางไฟแสงสี แต่ด้วยความที่เกิดมาในครอบครัวชาวนาฐานะยากจนความฝันจึงเป็นได้แค่ความฝันเท่านั้น

หญิงสาวเกลียดความยากจน เกลียดบ้านนอกบ้านนา เธอพยายามขอพ่อกับแม่เข้าไปทำงานในกรุงเทพฯหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง จนกระทั่งวันที่ถูกบังคับให้แต่งงานกับกำนันเดช! เพื่อล้างหนี้ที่ครอบครัวหยิบยืมมา เธอจึงคิดหนีเข้ากรุงเทพฯเพื่อหนีงานแต่ง

คืนวันเดือนดับมืดสนิทไปทุกแห่งหนสะแบงตัดสินใจแน่แน่วว่า อย่างไรก็จะหนีไปกรุงเทพกับสะดิ้งเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นสาวประเภทสอง ซึ่งสะดิ้งเองก็มีความฝันอยากเป็นช่างทำผม

เงินรางวัลที่ได้จากการประกวดนางนพมาศปีนี้ยังไม่ได้แกะใช้สักบาท สะแบงคิดจะเอาเงินก้อนนี้เป็นทุนในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ทำงานหาเงินได้แล้วก็ค่อยส่งมาให้พ่อแม่เอาไปใช้หนี้ ปัญหาทุกอย่างมีทางออก เรื่องอะไรต้องทิ้งชีวิต ทิ้งศักดิ์ศรี ยอมแต่งงานกับคนชั่วอย่างกำนันเดชด้วย!

เมื่อแน่ใจว่าพ่อกับแม่นอนหลับสะแบงก็เปลี่ยนจากชุดนอนมาสวมเสื้อยืด กางเกงยีนขาม้า มัดผมยาวสยายรวบตึงขึ้นสูงปล่อยหางม้าไว้ด้านหลัง จากนั้นจึงวางจดหมายลาพ่อกับแม่ไว้บนที่นอน โยนกระเป๋าเสื้อผ้าลงไปทางหน้าต่าง แล้วจึงกระโดดตามกระเป๋าลงไป

ตุ๊บ! ตุ๊บ!

หมาอีตุ่นสะดุ้งโหยงถึงสองหน แต่เมื่อมันเห็นว่าเป็นสะแบงที่กระโดดลงมามันก็เดินมาดมเจ้านายพร้อมกระดิกหางไปมา พลอยทำให้สะแบงน้ำตาซึม ใจยังนึกเป็นห่วงบุพการีถ้าหนีไปกำนันเดชจะทำอะไรพ่อกับแม่ของเธอหรือไม่ แต่ถ้ายอมแต่งงานชีวิตเธอหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

เอาล่ะ!ในเมื่อตัดสินใจแล้ว เสี่ยงแขนหักขาหักกระโดดลงมาจากบ้านแล้ว ชีวิตต้องเดินต่อไปข้างหน้า และชีวิตอีสะแบงต้องดีกว่านี้ คิดได้อย่างนั้นจึงลูบหัวหมาอีตุ่นเบาๆก่อนจะก้าวเท้าเดินกึ่งวิ่งออกจากบ้าน

หมาอีตุ่นวิ่งตามมาจนถึงถนนใหญ่

“อีตุ่น! กลับไปเดี๋ยวนี้ กลับไปอยู่กับพ่อกับแม่ ดูแลพ่อกับแม่ด้วยนะ พี่สัญญาอีกไม่นานพี่จะกลับมา” สะแบงหยุดเดินแล้วหันไปพูดกับทาสสี่ขาผู้ซื่อสัตย์

หมาอีตุ่นเหมือนฟังรู้เรื่อง ท่าทางมันคล้ายลังเลว่า จะตามเจ้านายไปหรือหันหลังกลับบ้าน สะแบงน้ำตาไหล เจ็บตรงหัวใจ คนจนก็เท่านี้ ไม่มีทางเลือกมากนัก ถ้าต้องอยู่เหมือนตายทั้งเป็น ก็สู้ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า ลองดูกันสักตั้ง! ถ้าชีวิตนี้จะหาดีไม่ได้เลยก็ให้มันรู้ไป เธอหันหลังให้เจ้าหมาแสนรู้ บังคับสองขาให้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า จุดหมายคือศาลาปากทางเข้าหมู่บ้าน

สะดิ้งรอเธออยู่ตรงนั้น

แสงไฟจากหลอดนีออนที่ติดอยู่กลางศาลาช่วยให้สะแบงมองเห็นร่างผอมบางหุ่นทรงอ้อนแอ้นนั่งหันหลังอยู่ หญิงสาวเผยยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอยู่ลึกๆ ชีวิตใหม่ของเธอกำลังจะเริ่มขึ้นนับจากนี้ สองเท้าเร่งระยะการเดินเพื่อตรงเข้าไปหาเพื่อนสนิทผู้พี่

“พี่สะดิ้งฉันมาแล้ว รอนานไหมจ๊ะ รถยังไม่มาใช่ไหม”

เมื่อได้ยินเสียงหวานนุ่มนวลพูดอย่างตื่นเต้น สะดิ้งก็ลุกขึ้นยืนหันหน้ามาหาเจ้าของเสียง สีหน้าเจ้าหล่อนดูเจื่อนหมองคล้ายแฝงความหวั่นเกรงในอะไรบางอย่าง

สะแบงวางกระเป๋าลงบนม้านั่งพลางเอ่ยถามขึ้นอีก

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นจ้ะพี่ อย่าบอกนะว่ารถไปแล้ว เราจองรอบสี่ทุ่มไม่ใช่เหรอ นี่พึ่งสามทุ่มกว่าๆ เองนะ”

“สะแบงรถไม่มารับเราแล้วล่ะ”

คนตอบน้ำเสียงสั่นเครือกิริยาเหมือนอยากจะร้องไห้ ทำให้สะแบงยิ่งประหลาดใจ

“อ้าว! ยังไงกันพี่ หมายความว่ายังไง เราจองตั๋วไว้แล้วนิจะไม่มารับได้ไง” เจ้าของพวงแก้มใสพูดขึ้นคล้ายเอ็ดตะโร

ในช่วงระยะลมหายใจเข้าออก ก็ได้รู้สึกเหมือนว่ามีบุคคลอื่นนอกเหนือจากเธอและเพื่อนสนิทผู้พี่เร่งฝีเท้าเข้ามาร่วมสนทนา

“คิดจะหนีหนี้หรืออีสะแบง!”

น้ำเสียงทุ้มทรงอำนาจระคนความเกรี้ยวกราดดังมาจากด้านหลังของสะแบง เวลานั้นหัวใจของเธอเหมือนถูกดึงกระชากออกแล้วโยนทิ้งลงไปบนพื้น ขณะนั้นมีลมพัดผ่านมาพอในเย็นสบาย แต่กลับสร้างความรู้สึกเย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจที่พึ่งขาดโหวง เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มหนึ่งดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

สะแบงค่อนข้างแน่ใจว่าเจ้าของเสียงคือใคร! แต่กระนั้นก็ยังส่งคำถามออกมาทางสายตา

สาวประเภทสองร่างบางที่จริตจะก้านทิ้งความเป็นชายไปหมดแล้ว พยักหน้าตอบคำถามของสายตาคู่สวย ยิ่งทำให้แน่ใจว่าคนที่พูดประโยคเมื่อครู่คือ กำนันเดช!

เรือนร่างอรชรค่อยๆ หันไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ที่ไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่ยังมีลูกสมุนตามมาด้วยอีก2คน ซึ่งนั้นถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าเห็นกำนันเดชไปไหนมาไหนคนเดียวนี่สิแปลก

“กะ กำนันเดช!” ไม่ใช่แค่เสียงสั่นเครือจนคำพูดคำจากระท่อนกระแท่น แต่เวลานี้หญิงสาวกลัวจนสั่นไปทั้งตัว

เวรกรรมอะไรของอีสะแบงนักหนา อุตส่าห์วางแผนจะหนี แต่สุดท้ายก็หนีไม่รอด!

“ว่ายังไงนางตัวดีจะหนีไปไหน หึ? ” แววตาดุดันปานเสือร้ายจ้องมองใบหน้างามคล้ายจะกัดจะกิน

“เปล่า! ฉันไม่ได้จะหนี ทำไมฉันต้องหนี ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันจะไปกรุงเทพ ไปทำงานหาเงินมาคืนกำนันนั่นแหละ ฉันจะได้ไม่ต้องจำใจแต่งงานกับคนอย่างกำนัน! ” แม้จะกลัว แต่ก็ยังรวบรวมความกล้ากัดจิกอีกฝ่าย

“ไปทำงานกรุงเทพ ฮ่าๆๆ อย่างเอ็งจะไปทำงานอะไรถึงจะได้เงินมากมายขนาดนั้นมาคืนข้า นอกจากไปเป็นกะหรี่! แต่จะไม่เป็นเอดส์ก่อนตายรึ ถึงจะหาเงินมาคืนได้ พวกแม่เล้า พวกแมงดามันดุนะโว้ย”

อีกฝ่ายไม่ได้คิดจะดูถูก หากคิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น แต่คำพูดของเขาทำให้สะแบงโกรธจนเลือดขึ้นหน้า สองมือเรียวกำหมัดแน่น ถ้าไม่เหลือบไปเห็นปืนที่เหน็บอยู่บริเวณชายพกของเขาเสียก่อนคงพลั้งฟาดปากเข้าให้ไปแล้ว

“เป็นกะหรี่หรือเป็นอะไรฉันก็ยอมทั้งนั้นแหละ ดีกว่าต้องแต่งงานกับคนชั่วๆ อย่างกำนัน! ”

ในเมื่อฟาดหน้าไม่ได้จึงฟาดด้วยคำพูด

กำนันเดชกัดกรามแน่น! ดวงตาเต็มไปด้วยแววพิโรธ คำพูดเธอทำให้เขาโกรธแรงพอสมควร จึงไม่เสียเวลาต่อปากต่อคำอีก ร่างสูงก้าวเข้าประชิดดึงร่างบางมาอย่างไม่ถนอม จับแขนเธอล๊อกไพล่หลังเอาไว้

“งั้นก็ไปเป็นกะหรี่ให้ข้าก็แล้วกัน รับรองข้าจ่ายตามจริง ไม่เอาเปรียบเอ็งสักบาท ใช้หนี้คืนหมดเมื่อไหร่ อยากไปไหนก็ไสหัวไปได้เลย”

พูดจบเขาก็ลากร่างอรชรที่ถึงแม้จะดิ้นรนขัดขืนก็เหมือนไม่ได้มีผลอะไร พาเดินตรงไปที่รถ ซึ่งจอดหลบความมืดไว้ข้างทาง

“ไม่นะ ปล่อยฉันนะกำนัน ช่วยด้วย! พี่สะดิ้งช่วยฉันด้วย”

อ่านต่อ

สารบัญ หนี้สวาทกำนันเถื่อน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง เดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามหาแหวนเพชรล้ำค่าที่เป็นมรดกทางใจของปู่ จนได้พบว่ามันอยู่กับน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างน่าสงสัย เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหัวขโมย จึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังญี่ปุ่นเพื่อเค้นความจริง น้ำรินที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ว่ามีคนมอบของสำคัญนี้ให้เธอมาเอง ท่ามกลางความขัดแย้งและปริศนาที่รอการพิสูจน์ความจริงระหว่างเขากับเธอ
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
ตระกูลชอว์นคือกลุ่มซาตานผู้ทรงอิทธิพล เคนพี่ใหญ่ไร้หัวใจตราหน้าหลิวหลิวหัวขโมยสาวว่าเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าแม้เธอจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น ขณะที่คิ้วท์พี่รองจอมเจ้าเล่ห์พยายามสยบความหยิ่งยโสของเมษา สาวสวยผู้ไม่ยอมสยบให้ใคร และเคเจ้านายคนเล็กผู้ใช้ความรักเป็นกรงขังมดแดงไว้เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความรุนแรงและตัณหา พวกเธอต่างเผชิญกับสภาวะจำยอมที่เปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว ในวังวนแห่งอันตรายที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านถูกเรียกตัวกลับไทยเพียงเพื่อจะพบว่าอาเฟื่องรัตน์ได้จัดงานหมั้นสายฟ้าแลบให้เธอกับธราเทพ พี่ชายที่แสนดีในวัยเด็ก ท่ามกลางความสับสนและน้อยใจ ปอป่านไม่เคยรู้เลยว่าอาของเธอกำลังป่วยหนักด้วยเนื้องอกในสมองและต้องการฝากฝังชีวิตหลานสาวไว้กับคนที่ไว้ใจได้ที่สุดก่อนจะจากไป ธราเทพผู้หลงรักเธอมาตลอดจึงต้องรับบทสามีเฉพาะกิจเพื่อปกป้องเธอจากชัยนันท์ อาหนุ่มผู้โลภมากที่หวังฮุบสมบัติมหาศาล เขาจะใช้ความรักและความจริงใจพังทลายกำแพงหัวใจของเธอลงได้หรือไม่ในเกมชิงอำนาจครั้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอขัดดอก
9.1
เมื่ออลินชาต้องกลายมาเป็นนางบำเรอเพื่อขัดดอกหนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเปิดเผย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและความต้องการที่พลุ่งพล่าน พ่อเลี้ยงพิพัฒน์กลับรู้สึกพึงพอใจและตื่นตัวอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะได้ครอบครองเธอในไม่ช้า แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนด้วยความประหม่า แต่เขาก็ยังคงเย้าแหย่และรุกรานหัวใจเธออย่างต่อเนื่องในพันธสัญญาเสน่หาที่ยากจะปฏิเสธ
ตอน
อ่านเลย
แชร์