ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พรหมลวง

พรหมลวง

ศิลามักพร่ำบอกรักศรัยและปรารถนาจะมีครอบครัวใหญ่ร่วมกับเธอ แม้เขาจะมองว่าการเป็นลูกคนเดียวเป็นเรื่องเหงา แต่สำหรับศรัยแล้ว เธอไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวเพราะหัวใจของอาศิลาอยู่เคียงข้างเธอเสมอ ความสัมพันธ์ที่ผูกพันกันมาอย่างยาวนานระหว่างชายหนุ่มผู้แสนดีกับเด็กสาวหัวแข็งผู้มั่นใจในตัวเองดำเนินไปอย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางคำยืนยันในความรักที่ศิลามอบให้เธอเพียงผู้เดียวมาโดยตลอด ซึ่งเธอก็พร้อมจะตอบรับรักนั้นด้วยความเต็มใจและเชื่อมั่นในสายใยที่พวกเขามีต่อกัน
ตอน
แชร์

ตอน 2

รถที่แสวงส่งไปรับลูกสะใภ้และหลานสาวกำลังเคลื่อนผ่านประตูที่เปิดกว้างเหมือนเป็นการต้อนรับสองแม่ลูกเข้าสู่อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของตระกูลชัชวาลโชติอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

คฤหาสน์หลังใหญ่หันหน้าออกสู่ทะเลกว้าง ด้านหลังไกลออกไปเป็นอาคารพาณิชย์และตลาดอาหารทะเลอันทันสมัยติดกับแพปลาล้วนแล้วแต่เป็นกิจการของครอบครัวที่เจริญเติบโตมาจากการเป็นเจ้าของเรือหาปลาเล็กๆ เพียงลำเดียวในรุ่นปู่ย่า

ศรัยมองไปรอบๆ อย่างแปลกใจในความรู้สึก สถานที่เดิมๆ แต่รู้สึกไม่คุ้นเคยเช่นเก่า เหมือนเป็นที่ใหม่ท่ามกลางผู้คนแปลกหน้า ทั้งที่คนยืนรอรับหน้าสลอนนั้นล้วนแล้วแต่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี

แต่ที่แปลกไปคือนอกจากย่าที่เห็นนั่งรถเข็นมานานแล้วปู่ของหล่อนก็นั่งรถเข็นเช่นกัน ทั้งที่ตอนมางานศพพ่อเมื่อสองปีก่อนปู่ยังเดินเหินสะดวก เวลาโทรศัพท์พูดคุยกับคนทางนี้ก็ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องนี้เลย

ศรัยหันไปสบตาแม่มีคำถามมากมายแต่แม่กลับพูดอีกอย่าง

“ปู่ย่าออกมารอรับเองเลย รีบลงมาลูก” ก่อนจะลงจากรถเมื่อคนงานมาเปิดประตูให้

ศรัยรีบลงจากรถเดินตามแม่ไปทักทายด้วยการไหว้และโอบกอดทุกคนที่มารอรับอย่างเคยชินและเป็นเหมือนธรรมเนียมปฏิบัติของบ้านหลังนี้เพราะเห็นพ่อทำทุกครั้งที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศหรือแม้แต่กลับจากต่างจังหวัด แต่พอหล่อนยกมือไหว้แล้วกำลังจะโผกอดอาศิลา ปู่กับอาศิตาก็กระแอมขึ้นแทบจะพร้อมกัน

แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะหล่อนกอดอาศิลาเต็มวงแขนแล้วกระซิบว่า

“มีทอฟฟี่ให้หนูมั้ยคะอา”

“ยายขี้งกเอ๊ย!” ลูบศีรษะเหมือนหล่อนเป็นแมวน้อย “มีสิคะไว้อาเอามาให้ตอนมื้อค่ำนะ” อาศิลาบอกเสียงเบาพร้อมดันตัวออกห่าง

ศรัยเห็นเขาก้มหน้าทันทีเหมือนหลบสายตาใครจึงหันไปมองด้านหลังตัวเอง เห็นแววตำหนิในดวงตาปู่ก็พอจะรู้ความ จึงรีบเดินเข้าไปคุกเข่าลงแล้วกอดแข้งกอดขา

“ศรัยคิดถึงปู่ม๊ากมาก” น้ำเสียงออดอ้อนทอดยาว

“คิดถึงมากแต่ไม่ยอมมา ถ้าปู่ไม่สั่งให้กลับมาก็คงไม่คิดจะมาหาปู่สินะ”

“อ่า!” หล่อนพูดไม่ออก แต่ไม่ใช่เพราะไม่กล้าเถียงหรือเถียงไม่ได้ เพียงแต่หล่อนกำลังประสานสายตากับตนเอง ที่ยืนอยู่ใต้เงาไม้ตรงมุมตึก

ใช่! ผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนศรัย ชัชวาลโชติตอนส่องกระจกกำลังกวักมือไหวๆ แล้วร่างกายก็หดเล็กลงจนกลายเป็นเด็กทารก ก่อนหายวับไปต่อหน้าต่อตา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้อยเล่ห์กลหัวใจ
9.2
“ไม่รู้เรื่องได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันคงไม่ถูกแม่บังคับให้ต้องแต่งงาน” “อ๋อ...หวงชีวิตโสด” ธีรนัยน์เสียงขลุกขลักในลำคอ “คนอะไรไม่เจียมสังขารเอาเสียเลย แก่จวนจะเข้าโลงอยู่แล้วยังทำตัวลอยชาย มุดห้องนี้ออกห้องโน้นอยู่ได้ นอนไม่หลับหรือไงถ้าไม่มีตุ๊กตามีชีวิตนอนเคียงข้างน่ะ” “ถามตัวเองดีกว่ามั้งลูกตาล เพราะฉันคนนี้ไม่อยู่ในห้องนอนให้เธอกอดไม่ใช่หรือไง เธอถึงได้หงุดหงิด จนต้องออกมาเดินตากลมชมดาวบนท้องฟ้าคนเดียวน่ะ” “เปล่า ฉันกำลังหาทางทำให้คุณล้มเลิกความคิดบ้าๆ นั่นต่างหากล่ะ ไม่เสียเวลามาคิดเรื่องไม่มีคนให้นอดกอดหรอกย่ะ” โชคดีที่ได้รู้เรื่องจากนิสากรมาก่อน ทำให้เธอพอมีเวลาคิดหาคำพูดโน้มน้าวใจให้สิงขรยกเลิกความคิด
หน้าปกนวนิยาย แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ฉินเฉี่ยนยอมทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะผู้หญิงไร้ตัวตนข้างกายลู่ซีซิง แต่เมื่อเขากำลังจะหมั้นหมายกับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปทันที ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชากลับออกตามหาเธออย่างพลิกแผ่นดินนานถึงเจ็ดวัน เมื่อทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอกลายเป็นคนใหม่ที่สง่างามและมีคนอื่นเคียงข้าง ลู่ซีซิงที่กำลังใจสลายพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคืนดี แต่เขากลับได้รับเพียงรอยยิ้มเยาะหยันและความห่างเหินเป็นการตอบแทน แม้เขาจะพยายามเหนี่ยวรั้งเธอไว้ด้วยความรักที่สายเกินไปก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย Malalin of love ร้อยรักมาลารินทร์   (เซดริก-มาลารินทร์)
9.8
เซดริกคือชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบในฝันของสาวๆ ทั้งหน้าตาที่หล่อเหลาและฐานะที่ร่ำรวยมหาศาล ทว่าชีวิตของมาลารินทร์กลับต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้เธอจะมีความสวยติดตัวมาแต่กำเนิด แต่โชคชะตาอันโหดร้ายกลับทำให้เธอต้องเผชิญกับการสูญเสียครั้งใหญ่ และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อยื้อชีวิตแม่ที่รักเอาไว้ ในสถานการณ์ที่ไร้ทางออก เธอจึงต้องตัดสินใจแลกพรหมจรรย์ของตนเองเพื่อเงินที่จะนำมาต่อลมหายใจให้ผู้เป็นแม่ท่ามกลางวิกฤตชีวิตที่บีบคั้น
หน้าปกนวนิยาย หนี้รักทาสเสน่หา
9.5
พิตตนันท์ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของกัณติพัฒน์ที่ถูกความหึงหวงและโทสะบดบังจนไร้ความเมตตา เขาตราหน้าว่าเธอทรยศก่อนจะใช้กำลังลากเธอไปลงทัณฑ์บนเตียงเพื่อระบายความแค้น ชุดนอนถูกฉีกขาดท่ามกลางเสียงกรีดร้องอ้อนวอนที่ไร้ความหมาย ชายหนุ่มมอบบทเรียนแสนเจ็บปวดผ่านสัมผัสอันป่าเถื่อนที่สร้างรอยช้ำไปทั่วร่างสาว แม้เธอจะบอบช้ำจนแทบแหลกสลายแต่เขาก็ไม่หยุดยั้ง พิตตนันท์ทำได้เพียงภาวนาให้ช่วงเวลาที่แสนทรมานและรุนแรงนี้จบสิ้นลงเสียทีในอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยไฟแค้นของมัจจุราชหนุ่ม
หน้าปกนวนิยาย โสเภณีไร้เดียงสา
7.8
เธออายุเพียง 15 ปี ก็ถูกนำตัวมาขายให้มหาเศรษฐีหนุ่ม เขาอายุ 32 ปี หนุ่มใหญ่ผู้ร่ำรวยและเย็นชา เมื่อเธอถูกนำมาขายใช้หนี้และเขาก็รับเธอไว้ในฐานะคนรับใช้ส่วนตัว ทว่าเพียงวันแรกที่เธอได้มาเหยียบบ้านของเขา เธอก็สูญเสียพรหมจรรย์ไป อะไรคงไม่ร้ายเท่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว และเธอเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา เธอไม่มีวันยอมเป็นโสเภณีไร้เดียงสาตลอดไปหรอก เพื่อลูกและเพื่ออนาคต เธอจึงต้องอุ้มท้องหนีเขาไปอยู่ที่อื่น โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ และเมื่อเวลาผ่านไป 4 ปี เธอและเขาได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในฐานะท่านประธานกับเลขาสาว การพบกันครั้งนี้ เธอเปลี่ยนไปมาก จากเด็กสาวผู้อ่อนต่อโลก กลายเป็นหญิงสาวที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ที่สำคัญ...เด็กชายวัย 3 ขวบที่เรียกเธอว่า ‘แม่’ ก็มีใบหน้าเหมือนเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน !
หน้าปกนวนิยาย  สวาทรักนายหัวภูตะวัน (ซีรีส์เมียข้าใครอย่าแตะ)
7.8
ภูตะวัน เจ้าของไร่ยางพาราผู้ทรงอิทธิพลทางภาคใต้ ถูกมารดาคลางแคลงใจในรสนิยมทางเพศจนส่งคนมาสืบความลับ ทำให้นับพันดาว สาวน้อยจอมซนต้องมารับภารกิจลับเพื่อจับผิดเขา ทว่าความใกล้ชิดกลับแปรเปลี่ยนกลายเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้งโดยไม่ทันตั้งตัว ท่ามกลางบทพิสูจน์รักที่พร้อมจะปกป้องกันและกันด้วยชีวิต นายหัวหนุ่มเจ้าเล่ห์จึงติดบ่วงเสน่ห์ของสาวน้อยคนนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น จนเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่เร่าร้อนและหวานซึ้งที่เขามิอาจหยุดยั้งได้เพียงแค่ครั้งเดียว