
พรหมลวง
ตอน 2
รถที่แสวงส่งไปรับลูกสะใภ้และหลานสาวกำลังเคลื่อนผ่านประตูที่เปิดกว้างเหมือนเป็นการต้อนรับสองแม่ลูกเข้าสู่อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของตระกูลชัชวาลโชติอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
คฤหาสน์หลังใหญ่หันหน้าออกสู่ทะเลกว้าง ด้านหลังไกลออกไปเป็นอาคารพาณิชย์และตลาดอาหารทะเลอันทันสมัยติดกับแพปลาล้วนแล้วแต่เป็นกิจการของครอบครัวที่เจริญเติบโตมาจากการเป็นเจ้าของเรือหาปลาเล็กๆ เพียงลำเดียวในรุ่นปู่ย่า
ศรัยมองไปรอบๆ อย่างแปลกใจในความรู้สึก สถานที่เดิมๆ แต่รู้สึกไม่คุ้นเคยเช่นเก่า เหมือนเป็นที่ใหม่ท่ามกลางผู้คนแปลกหน้า ทั้งที่คนยืนรอรับหน้าสลอนนั้นล้วนแล้วแต่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี
แต่ที่แปลกไปคือนอกจากย่าที่เห็นนั่งรถเข็นมานานแล้วปู่ของหล่อนก็นั่งรถเข็นเช่นกัน ทั้งที่ตอนมางานศพพ่อเมื่อสองปีก่อนปู่ยังเดินเหินสะดวก เวลาโทรศัพท์พูดคุยกับคนทางนี้ก็ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องนี้เลย
ศรัยหันไปสบตาแม่มีคำถามมากมายแต่แม่กลับพูดอีกอย่าง
“ปู่ย่าออกมารอรับเองเลย รีบลงมาลูก” ก่อนจะลงจากรถเมื่อคนงานมาเปิดประตูให้
ศรัยรีบลงจากรถเดินตามแม่ไปทักทายด้วยการไหว้และโอบกอดทุกคนที่มารอรับอย่างเคยชินและเป็นเหมือนธรรมเนียมปฏิบัติของบ้านหลังนี้เพราะเห็นพ่อทำทุกครั้งที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศหรือแม้แต่กลับจากต่างจังหวัด แต่พอหล่อนยกมือไหว้แล้วกำลังจะโผกอดอาศิลา ปู่กับอาศิตาก็กระแอมขึ้นแทบจะพร้อมกัน
แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะหล่อนกอดอาศิลาเต็มวงแขนแล้วกระซิบว่า
“มีทอฟฟี่ให้หนูมั้ยคะอา”
“ยายขี้งกเอ๊ย!” ลูบศีรษะเหมือนหล่อนเป็นแมวน้อย “มีสิคะไว้อาเอามาให้ตอนมื้อค่ำนะ” อาศิลาบอกเสียงเบาพร้อมดันตัวออกห่าง
ศรัยเห็นเขาก้มหน้าทันทีเหมือนหลบสายตาใครจึงหันไปมองด้านหลังตัวเอง เห็นแววตำหนิในดวงตาปู่ก็พอจะรู้ความ จึงรีบเดินเข้าไปคุกเข่าลงแล้วกอดแข้งกอดขา
“ศรัยคิดถึงปู่ม๊ากมาก” น้ำเสียงออดอ้อนทอดยาว
“คิดถึงมากแต่ไม่ยอมมา ถ้าปู่ไม่สั่งให้กลับมาก็คงไม่คิดจะมาหาปู่สินะ”
“อ่า!” หล่อนพูดไม่ออก แต่ไม่ใช่เพราะไม่กล้าเถียงหรือเถียงไม่ได้ เพียงแต่หล่อนกำลังประสานสายตากับตนเอง ที่ยืนอยู่ใต้เงาไม้ตรงมุมตึก
ใช่! ผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนศรัย ชัชวาลโชติตอนส่องกระจกกำลังกวักมือไหวๆ แล้วร่างกายก็หดเล็กลงจนกลายเป็นเด็กทารก ก่อนหายวับไปต่อหน้าต่อตา
คุณอาจจะชอบ





