
พรหมลวง
ตอน 3
บทที่๑ สะใภ้ชัชวาลโชติ
ปีพุทธศักราช ๒๕๓๒
เศวตลูกชายคนโตของแสวงเจ้าของแพปลาและเจ้าของตลาดค้าอาหารทะเลแต่งงานสร้างครอบครัวกับมัทนาอาจารย์สาวของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง หลังแต่งงานแสวงให้มัทนาลาออกจากงานมาช่วยคิ้มกับศิตาแม่และน้องสาวของเศวตดูแลบ้าน เพราะแสวงไม่นิยมชมชอบผู้หญิงที่ทำงานนอกบ้าน แล้วให้อยู่ร่วมกันในบ้านหลังใหญ่ของครอบครัวแม้ลูกๆ ต่างก็มีครอบครัวแล้ว
โดยศิตาน้องสาวแต่งงานกับมานิตย์อดีตคนงานที่มีหน้าที่ขับรถส่งของ แม้จะเป็นแค่คนขับรถแต่มานิตย์ก็ซื่อสัตย์แสวงจึงยินยอมให้แต่งงานและให้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน พร้อมเลื่อนตำแหน่งจากคนขับรถเป็นคนเก็บเงินค่าตลาด
“มัทคงไม่อึดอัดนะที่ต้องอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่กินกงสีแบบนี้” เศวตถามภรรยาเมื่อพาเข้าห้องนอนซึ่งถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวอันน้อยนิดในอาณาจักรใหญ่แห่งนี้
มัทนามองสามีแล้วยิ้มก่อนพูด “ไม่ว่าจะอยู่บ้านพี่หรือบ้านมัทก็อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่เหมือนกัน มัทขอลองอยู่ที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน”
“หวังว่ามัทจะอยู่ได้ตลอดไป พี่เป็นลูกชายคนโตมีหน้าที่ดูแลกิจการ ดูแลพ่อแม่และน้องๆ ถ้าออกไปอยู่ข้างนอกเกรงจะทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ”
“ค่ะ มัทจะพยายาม แต่ทำไมพี่ถึงพูดว่าเป็นลูกชายคนโตแทนที่จะพูดว่าเป็นลูกชายคนเดียวละคะ”
เศวตจูงมือหล่อนเดินไปที่หน้าต่างแหวกม่านสีฟ้าอมเทาออก เผยให้เห็นตึกชั้นเดียวสีขาวสะอาดสภาพบอกให้รู้ว่าเป็นตึกเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ต้นไม้โดยรอบก็ยังโตไม่เต็มที่ พร้อมชี้แล้วบอกว่า
“ตึกใหม่พ่อสร้างให้เมียน้อยอยู่กับน้องชายของพี่”
“น้องชาย”
“ใช่จ้ะ ประยงค์เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับศิตา มีลูกชายให้พ่อหนึ่งคน ตอนนี้น้องชายพี่อายุสองสามขวบแล้วล่ะ”
มัทนามองหน้าสามีอย่างเห็นใจ หล่อนคิดว่าคงไม่มีใครชอบให้พ่อหรือแม่ตนเองมีคนอื่น หล่อนกำลังจะปลอบใจสามีแต่เขากลับพูดขึ้นก่อน
“แต่มัทไม่ต้องกลัวว่าพี่จะมีใครนะ พี่รักมัทคนเดียว”
“ขอบคุณค่ะ แค่แปลกใจว่าทำไมวันแต่งงานของเราไม่เห็นคุณประยงค์ หรือพ่อไม่ให้เปิดตัวคะ”
“ไม่ใช่แค่พ่อหรอก ทั้งแม่ทั้งศิตาก็ไม่ยอม”
“ไม่ยอมรับแต่สร้างบ้านให้อยู่ ดูแลอย่างดีหรือคะ ก็นับว่ามีน้ำใจ”
“บางทีพี่ก็ไม่เข้าใจพ่อเหมือนกัน ดูไม่ออกว่ารักประยงค์กับลูกไหม หรืออาจแค่รับผิดชอบในชีวิตที่ทำให้เกิดมา แต่น้องเล็กเป็นลูกชายต่อไปก็ได้สืบสกุล ตระกูลพี่มีทายาทแต่ละรุ่นน้อยมาก รุ่นพ่อมีพ่อเพียงคนเดียว” เศวตหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อยกลืนน้ำลายแล้วพูดต่อ
“ส่วนรุ่นพี่ถ้าไม่มีศิลาก็คงมีพี่คนเดียว แล้วครอบครัวหัวโบราณแบบนี้ก็หวังพึ่งพาลูกชายให้สืบทอดกิจการ ดูแลพี่น้องและทรัพย์สมบัติทั้งหมด มัทรู้ไหมว่าตัวเองแต่งงานกับว่าที่มหาเศรษฐีเลยทีเดียวนะ” เศวตหัวเราะกอดแน่นขึ้นทำให้หล่อนพลอยหัวเราะแล้วกอดตอบ แต่ไม่ได้ยินดีกับทรัพย์สมบัติในอนาคตเลย
“มัทไม่รู้หรอกค่ะ รู้แต่ได้แต่งงานกับคนที่มัทรักและรักมัท ก็พอใจแล้ว”
คุณอาจจะชอบ





