หน้าปกนวนิยาย ยัยตัวร้ายกับนายสายโหด

ยัยตัวร้ายกับนายสายโหด

9.2 / 10.0
เมื่อความทุ่มเทที่มีให้กลับถูกมองข้ามอย่างไร้ค่า หญิงสาวผู้อ่อนโยนจึงตัดสินใจทิ้งอดีตที่ขมขื่นเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง การเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างสุดขั้วในครั้งนี้ทำให้เธอกลายเป็นนางมารร้ายที่ดูเย็นชาและน่าเกรงขามในสายตาของทุกคนที่พบเห็น เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวภาพลักษณ์ใหม่ของเธอก็ลบเลือนตัวตนเดิมไปจนหมดสิ้น ท่ามกลางความสัมพันธ์ครั้งใหม่ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความแค้นและความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

ยัยตัวร้ายกับนายสายโหด ตอนที่ 1

ณ โรงเรียนเอกชนชื่อดังในกรุงเทพมหานคร ช่วงพักกลางวันที่โรงอาหารของโรงเรียนนั้น มักจะเต็มไปด้วยผู้คนทั้งอาจารย์และนักเรียนเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันทั้งสิ้น ทั้งยังมีเสียงคุยเล่นกันของเหล่านักเรียนอย่างสนุกสนาน บ้างก็นินทาอาจารย์ว่าอาจารย์ท่านนั้นโหดบ้างท่านนี้ใจดีบ้าง บางคนก็บ่นว่าทำไมการบ้านเยอะจัง

แน่ล่ะ แต่เรื่องที่เหล่านักเรียนต้องเมาท์มอยเป็นประจำเลยก็คือ เรื่องของความรัก เขาทั้งหลายจะนำเหตุการณ์ข่าวสารข้อมูลมาแชร์กันเพื่อความสนุกสนานเพิ่มสีสันในการรับประทานอาหารกลางวัน หนึ่งในกลุ่มนักเรียนทั้งหลายนั้นคงขาดไม่ได้เลยคือกลุ่มของ ลลิน

กลุ่มของลินหรือลลินนั้น มีด้วยกันอยู่ 3 คน คือ เปรมมิกา สุภาวดีร่วมด้วยตัวลินเอง เพื่อนทั้งสองของลินนั้นรู้ว่าลินชอบใครและสถานะของลินเป็นอย่างไร ถึงลินจะรู้ว่าเขาคนนั้นมีแฟนแล้วก็เถอะ

เธอมักคิดเสมอว่า ชอบไปแล้วนี่นาให้เลิกคงไม่ใช่เรื่องง่าย วันนี้ก็เช่นกัน ในระหว่างทานข้าว สายตาของเธอก็จะคอยมองมาร์ทหรือคุณาวุฒิอยู่เสมอ

“นี่ ยัยลินถ้าจะมองขนาดนั้นอะนะ ฉันว่าแกควรไปบอกชอบพี่เขาตรง ๆ เถอะ จะได้จบ ๆ กันไป ฉันเห็นแกคอยมองหาพี่เขาเป็นคนไม่มีตัวตนแบบนี้ ฉันรับไม่ได้ว่ะ เพื่อนเปรมต้องสตรองค่ะ โดนผู้ชายหักอกต้องไม่ตาย อิอิ”

เปรมมิกาเมื่อทนพฤติกรรมของหญิงสาวไม่ไหวเธออดไม่ได้ที่จะพูดแขวะหญิงสาวให้เจ็บใจเล่น ๆ ซึ่งผลที่ได้รับก็คือ ค้อนวงโต ๆ จากตัวหญิงสาวและเสียงหัวเราะของสุภาวดี

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่ฉันว่าก็ดีนะยัยลิน บอกว่าชอบผลเป็นอย่างไรก็ช่างมัน แหมมั่นใจเหมือนตอนเรียนหน่อยสิจ๊ะ แม่สาวน้อย”

สุภาวดีก็อดไม่ได้ที่จะพูดจาแหย่เพื่อนสาวเล่นดูเหมือนกัน หลังจากนั้นบรรยากาศการทานข้าวของทั้งสามคนก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเล็ก ๆ จากหญิงสาวทั้งสามอย่างสนุกสนาน

ส่วนตัวลลินนั้นถึงจะหัวเราะสนุกสนานไปกับเพื่อนสาวของตน แต่ในหัวเธอนั้นมีแต่เรื่องคุณาวุฒิเต็มหัวไปหมด เธอคิดไม่ตกเลยว่าจะบอกความรู้สึกออกไปดีหรือจะเก็บมันไว้อย่างนี้ดี

เฮ้อ

นี่ฉันนั่งถอนหายใจกับยัยเพื่อนบ้าสองคนนานเท่าไหร่แล้วเนี่ย

เฮ้อ

เอาไงดีล่ะยัยลิน เธอจะบอกพี่มาร์ทไหมว่าเธอชอบ ทำไมมันถึงยากนักนะแค่เดินไปบอกชอบเนี่ยไม่เห็นจะมีอะไรน่ากลัวตรงไหนเลย แล้วถ้าเธอไปบอกชอบ เขาจะรู้สึกยังไง มีท่าทางยังไง สำคัญเลยเราก็ไม่ใช่คนสวยออกจะอ้วนด้วยซ้ำ แล้วเธอดูแฟนเขาสิน่ารักทั้งนั้น เขาจะหันมามองเธอเหรอยัยบ้า บอกออกไปมันจะยังเหมือนเดิมไหม เธอมั่นใจว่าเข้มแข็งพอรับความรู้สึกหลังบอกได้แล้วเหรอ

เฮ้อ

เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ฉันจะบอกชอบพี่มาร์ท หลังจากนี้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ฮึบ สู้ ๆ

มาร์ท คุณาวุฒิ หนุ่มฮอท รูปหล่อ พ่อรวย ขวัญใจสาว ๆ ของโรงเรียนเอกชนชื่อดังในกรุงเทพ สถานะทางบ้านของเขานั้นรวยมาก และที่ทำให้เขาภูมิใจมาก ๆ ก็คงจะเป็นหน้าตาอันหล่อเหลาที่สาว ๆ พร้อมจะพลีกายถวายชีวิตให้นี่นะสิ

กลุ่มของเขานั้นมีกันอยู่ 3 คน คือ ภูมินทร์ เมฆาและตัวเขาเอง ชีวิตเขาดูเหมือนจะเพอร์เฟกต์ครบทุกอย่าง

แต่ทำไมนะ ทำไมชีวิตของเขาต้องมาเจออะไรบ้า ๆ แบบนี้ด้วย พ่อกับแม่บ้าไปแล้วหรือเปล่าที่จับเขาหมั้นกับยัยอ้วน ฮึ่ย หน้าตาก็ไม่ได้สวยอะไรมาก ตัวอ้วน ๆ เล็กน้อย มีดีอยู่เรื่องเดียวคือเรียนเก่ง เหอะ ให้ตายยังไงเขาก็ไม่แต่งกับยัยบ้านั่นเด็ดขาด ยัยลลิน

ทั้งนี้เขายังต้องปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเขามีคู่หมั้นแล้ว ไม่งั้นคงมีคนสมน้ำหน้าเขาที่มีแฟนเป็นยัยอ้วนเทอะทะหน้าตาน่าเกลียด โดยเฉพาะไอ้เพื่อนตัวแสบสองคนนั่น ที่สำคัญเลยเขามีแฟนอยู่แล้ว และแฟนของเขาแต่ละคนนั้นมีแต่คนน่ารัก ๆ หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะคนล่าสุดนี้ น้องเหม เด็ก ม.4 ที่นอกจากจะน่ารักแล้ว ยังเรียนดีและนิสัยดีอีกด้วย ถ้าให้เอามาเปรียบเทียบกับยัยลินนั่น น้องเหมแฟนเขาคนนี้ชนะเห็น ๆ หึ

เฮ้อ คิดเรื่องนี้ทีไรแล้วปวดหัวไปเล่นบาสดีกว่า ที่สนามบาสคุณาวุฒิเล่นบาสกับเพื่อน ๆ อย่างมีความสุข และชูตลงห่วงทุกครั้งด้วยท่วงท่าที่สวยงาม เรียกเสียงกรี๊ดจากผู้หญิงที่เข้ามาดูได้มากเลยทีเดียว แม้ว่าบางทีจะรู้สึกหงุดหงิดบ้างที่เห็น ลลินมานั่งดูอยู่ด้วย

ส่วนลลินนั้นเธอยิ้มอย่างมีความสุขมากเพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่เข้ามาดูคุณาวุฒิเล่นบาส แถมยังรู้สึกตื่นเต้นที่ตนจะบอกความรู้สึกของคนเองให้ฝ่ายชายรู้อีก และแล้วผู้คนในโรงยิมก็เริ่มทยอยออกไปกันจนหมด เหลืออยู่แค่นักกีฬาสองถึงสามคน

ในที่สุดนักกีฬาก็ออกจากโรมยิมไปจนหมดเหลือแต่คุณาวุฒิ ที่กำลังจะเดินออกไปโดยแกล้งทำมองไม่เห็นหญิงสาวเพื่อหวังว่าเธอคงไม่ต้องมาพบเขาอีก แต่ไม่ทัน เพราะลลินได้เรียกชายหนุ่มไว้แล้ว

“พี่มาร์ทคะ ลินมีอะไรจะบอกค่ะ”

“เอ่อ คือว่าลินชอบพี่มาร์ทค่ะ ชอบมากด้วย ชอบมานานแล้วด้วยค่ะ”

พอพูดจบหญิงสาวก็ยิ้มออกมา ด้วยความรู้สึกที่โล่งที่ได้บอกความรู้สึกของตนออกไป

“แต่ฉันไม่ได้ชอบเธอ และไม่มีวันชอบด้วย”

“ทำไมคะ ทำไมพี่ไม่ชอบลิน” หญิงสาวพูดออกไปด้วยน้ำตาคลอและกลั้นไม่ให้มันไหลออกมา

“เพราะอะไรเหรอ นี่เธอไม่รู้จริง ๆ เหรอยัยอ้วน ว่าทำไมฉันถึงไม่ชอบเธอ” ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวนิ่ง หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าช้า ๆ

“หึ งั้นฉันจะบอกให้นะ เพราะว่าเธอมันอ้วนแล้วก็ไม่สวยไง พอใจหรือยัง”

“ตะ แต่ว่าเราเป็นคู่หมั้นกันนะคะ ยังไงเราก็ต้องแต่งงานกัน”

“เหอะ ฝันไปเถอะ ฉันไม่มีวันแต่งงานกับเธอ โดยเฉพาะผู้หญิงที่ฉันไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบอย่างเธอด้วยแล้ว ไม่มีวันเด็ดขาด หึ เลิกยุ่งกับฉันสักที ออกไปจากชีวิตของฉันซะ”

จบคำพูดของคุณาวุฒิ ไม่สิเขาตะคอกใส่เธอมากกว่า ลลินก็วิ่งออกไปจากบริเวณนั้นทันที คุณาวุฒิได้แต่มองตามไปเงียบ ๆ แล้วยกยิ้มมุมปากด้วยความสะใจ

ณ คฤหาสน์บ้านของลลิน หลังจากที่จบวาจาร้ายกาจที่ทิ่มแทงจิตใจของเธอนั้น ลลินก็รีบกลับมาที่บ้านและขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง

“ฮึก ฮือ คนบ้า ฮึก ไม่เห็นต้องว่ากันขนาดนี้เลย รักษาน้ำใจกันหน่อยก็ไม่ได้ ฮือ พี่มาร์ทใจร้าย ใจร้ายที่สุดเลย ฮืออออ”

ลลินเอาแต่ร้องไห้และตกอยู่ในห้วงความคิดของตน ไหนมีคนบอกว่าความรักคือสิ่งสวยงาม ไหนบอกว่าความรักไม่มีถูกไม่มีผิด ไหนบอกว่าความรักมีแต่จะทำให้เรามีความสุขจากการที่ถูกรักและได้รัก แต่ทำไมกับฉัน ความรักถึงได้ทรมานขนาดนี้ ทำไม ฮึก ฉันเกลียดความรัก เกลียด ฮึก ฮือ ฮือ ฮึก

“ในเมื่อพี่ไล่ฉันออกจากชีวิตพี่ ฉันก็จะไปจากพี่ ลาก่อนคุณาวุฒิ รักแรกของฉัน” หญิงสาวพูดออกมาด้วยดวงตาที่มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว

“คุณพ่อคุณแม่คะ ลินมีเรื่องอยากจะขอนะคะ คือลินขอไปเรียนไฮสคูลและปริญญาที่อเมริกาเลยนะคะ ถือว่าเป็นการไปฝึกภาษาด้วย เพราะปีนี้ลินอยู่ ม.5 ถ้าลินไปเรียนไฮสคูลที่นู่น ลินก็น่าจะได้อยู่เกรด 11 พอดี นะคะ คุณพ่อคุณแม่ให้ลินไปนะคะ” หญิงสาวอ้อนพ่อแม่ด้วยเหตุผล

“ไปทำไมละลูก ลูกยังเด็กอยู่เลยนะ แม่ว่าเรียนที่นี่ก็ดี ส่วนสำเนียงหรือภาษาอังกฤษแม่ว่าลูกไม่ต้องฝึกก็เป๊ะแล้วล่ะจ้ะ อย่าไปเลยนะแม่เป็นห่วง”

คุณหญิงรัตนาพูดขึ้น หญิงสาวได้แต่มองหน้าพ่อของตนด้วยสายตาอ้อนวอน

“ให้ลูกไปเถอะคุณ ลูกจะได้ประสบการณ์เยอะกว่าอยู่ที่นี่ กลับมาจะได้มาบริหารงานเราได้เลยไงล่ะผมว่าดีออก”

คุณไกรศรพ่อของลินพูดขึ้นบ้าง นั่นทำให้ลลินยิ้มออกมาทันที และหันไปอ้อนมารดาต่อ

“นะคะคุณแม่ขาให้ลินไปนะคะ น้า นะคะ น้า” ลลินเกาะแขนแม่ตัวแล้วเอาหัวทุยถูไปที่แขนของมารดาอย่างออดอ้อน พร้อมกะพริบตาให้มารดาของตนอย่างน่ารัก

“เฮ้อ ก็ได้ แม่จะว่าอะไรได้ล่ะ เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ทั้งสองคนพ่อลูกเลยนี่” จบคำพูดของมารดา หญิงสาวก็กระโดดร้องอย่างดีใจ

“ขอบคุณนะคะคุณพ่อคุณแม่ ลินสัญญาจะตั้งใจเรียนและกลับมาบริหารธุรกิจของเราให้ดีที่สุดค่ะ อิอิ”

หลังจากที่ตกลงกับครอบครัวได้แล้ว ไม่ถึง 1อาทิตย์ลลินก็ต้อง เดินทางไปอเมริกาทันที

ที่อเมริกาจากเด็กตัวอ้วนก็เริ่มโตเป็นสาวสะพรั่ง มีทั้งความสวย ความเซ็กซี่ มีคนชอบเธอมากมาย แต่เธอหาได้สนใจใครไม่เพราะเธอยังเข็ดกับความรัก แต่เธอไม่ได้มีแค่ความสวยเท่านั้น เธอยังมีความโหดที่เป็นความลับที่ไม่เคยมีใครรู้อีกด้วย เนื่องด้วยความสวยความเซ็กซี่ที่มีอยู่มากนั้นทำให้เธอได้ขึ้นปกนิตยสารของอเมริกาแทบทุกฉบับ

ด้านคุณาวุฒิหลังจากวันนั้นวันที่เขาปฏิเสธเธอและไล่ให้เธออกจากชีวิต เขาก็ไม่เห็นลลินอีกเลย เขารู้จากแม่เขาว่าลลินไปต่อที่เมืองนอกแต่ไม่รู้ที่ไหน รัฐไหน

จนวันหนึ่งขณะที่คุณาวุฒิกำลังอ่านนิตยสารอยู่นั้น เขาก็รู้สึกสะดุดกับรูป ๆ หนึ่ง ใช่ เขาจำได้ นั่น เธอ ลลินคู่หมั้นของเขาเอง เธอสวยมากแถมยังเซ็กซี่ สเปกที่เขาชอบได้พอดี ยิ่งทำให้เขารู้สึกชอบเธอขึ้นไปอีกและเผลอยิ้มกับความรู้สึกของตนเอง แต่แล้วเขาก็ต้องหุบยิ้มเมื่อในนิตยสาร มีข้อความเขียนไว้ว่า

“เอาละค่ะทุกค๊นนนนน สาวสวยสุดเซ็กซี่ ขวัญใจหนุ่ม ๆ ทั้งอเมริกา ที่ไม่เคยมีข่าวว่าคบกับใครเลย ล่าสุดหญิงสาวนามว่าลินควงหนุ่มปีเตอร์ที่เจ้าตัวบอกเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ๆ คนนี้ ไปเที่ยวค่ะ แหม ๆ เป็นไงละจ๊ะทุกคน ผู้ชายทั้งอเมริกานี่เสียดายเป็นแถบ ๆ ค่ะ ทุกคนคงจะสงสัยใช่ไหมล่ะคะว่าสรุปแล้วความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นอย่างไร ล่าสุดเจ้าตัวน้องลินเองก็ออกมาย้ำนะคะว่าเป็นเพื่อนที่สนิทกันจริง ๆ คราวนี้ก็แล้วแต่คนอ่านล่ะนะคะว่าจะคิดยังไง แต่เจ๊เจนคนนี้คิดว่า สนิทกันขนาดนี้คงไม่ใช่เพื่อนธรรมดาละมั้งคะ โหะ ๆ ๆ ๆ”

พรึบ!!!

เสียงปานิตยสารฝีมือคุณาวุฒิก็ดังขึ้น ใช่เขารู้สึกโกรธมาก ๆ ของของเขา เขาคิดเพียงแค่นี้

“บัดซบ บัดซบที่สุดเลย”

ชายหนุ่มได้แต่นั่งหายใจแรง ๆ ด้วยความโกรธ แต่ทันใดนั้นเขาก็นึกได้ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก

“หึ ของของฉัน ต่อให้ฉันเคยทิ้งมันไปแล้ว แต่ยังไงความจริงเธอก็คือของของฉัน ลลิน”

อ่านต่อ

สารบัญ ยัยตัวร้ายกับนายสายโหด

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย จอมใจอสูร
8.5
อัคราแสดงความโหดร้ายด้วยถ้อยคำดูแคลนเมื่อเขามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า รวิษาพยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดด้วยความเงียบ แต่กลับถูกเขาใช้กำลังรั้งตัวไว้พร้อมเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ในอดีต แม้เธอจะอ้างถึงคนรักใหม่ของเขาเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่อัครากลับไม่สนและอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่อยู่ฉุดกระชากเธอไปที่เตียงเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน เขาบังคับจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่พยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดที่รัดแน่นดุจงูร้ายในห้องที่ไร้ทางออก
หน้าปกนวนิยาย ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อนิยายที่เคยอ่านพังพินาศเพราะมีคนมาเกิดใหม่แก้ไขพล็อตจนมั่วซั่ว หญิงสาวผู้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงต้องระเห็จออกจากจวนเพื่อท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวจอมกวนประสาท ชีวิตใหม่ของเธอเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้วิชาพิสดารอย่างน้ำเต้าหู้สังหารศัตรู และยังต้องรับมือกับเพื่อนร่วมทางที่โหยหาหมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางความป่วนและอันตรายในโลกแฟนตาซีที่คาดเดาไม่ได้ครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ภริยา(ไม่)รักของนายหัว
8.3
วัชรมัยเคยทิ้งไผท ทิ้งลูก แล้ววันนี้กลับมาร้องขอความเป็นแม่อีกครั้ง ไผทจะไม่มีวันให้อภัย! ++++++++++++++++++++++++++ “ฉันไม่รังเกียจหรอกนะ ถ้าเธอจะเคยนอนกับผู้ชายคนอื่น แต่ต้องไม่ใช่ตอนอยู่กับฉัน” ขายาว ๆ ย่างสุขุมเข้ามา หญิงสาวทำตัวลีบเล็ก กระทั่งหลังติดแนบหัวเตียง “ฉันไม่ใช้ผู้หญิงร่วมกับใคร!” “พี่ป้อ...” เอ่ยยังไม่ทันจบ ริมฝีปากซีดก็ถูกประกบด้วยอวัยวะชนิดเดี๋ยวกัน “อื้อ...” ไร้ซึ่งความอ่อนหวาน มีแต่การบังคับดุดัน ไผทดูดดึงริมฝีปากบางจนฮ้อเลือด “เห็นเธอป่วย ว่าจะใจดีให้พักเสียหน่อย แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ถอดเสื้อผ้าออก ฉันจะเช็คของ!” เมื่อจุมพิตอย่างไม่เต็มใจจบลง เสียงทุ้มต่ำดังแหวกเสียงหรีดเรไรข้างนอก ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศหนาวเหน็บชวนขนลุก ไผทแสยะยิ้มร้ายกาจให้คนบนเตียง “ทำสิ ไม่งั้นก็ไสหัวไปออกจากบ้านฉัน ออกไปจากชีวิตลูก” วัชรมัยกลืนทุกความรู้สึกกลับไปในอก มือสั่นถอดเสื้อผ้าออก “จะได้อยู่กับลูก...จะได้อยู่กับปราบ” เสียงในสมองดังก้องสะกดจิตตนเอง เพื่อได้อยู่กับลูก ต่อให้ต้องลงนรกขุมไหนเธอก็จะทน! +++++++++++++++++++++++++++++
ตอน
อ่านเลย
แชร์