ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์กาฝาก

วิวาห์กาฝาก

ความรักที่เธอมอบให้เขาเปรียบเสมือนกระแสธารที่ไหลรินไปอย่างไร้จุดหมายและไม่มีวันหวนคืนกลับมาได้อีก แม้ว่าวันเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปนานเพียงใด หรือเธอจะพยายามทุ่มเทความรู้สึกมากแค่ไหน แต่ความจริงที่แสนเจ็บปวดก็ยังคงชัดเจนเสมอว่า สำหรับคนที่ไม่เคยคิดจะรัก ต่อให้เนิ่นนานเท่าไหร่เขาก็ไม่มีวันเปิดใจให้เธออยู่ดี บทสรุปของความสัมพันธ์ที่มั่นคงอยู่เพียงฝ่ายเดียวท่ามกลางความเย็นชาที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
ตอน
แชร์

ตอน 2

ความเกลียดเพิ่มทวี

ร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในชุดสูทสีดำกำลังยืนมองหญิงสาวที่นั่งอยู่หน้าโลงศพไม้สักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น ดวงตาคู่คมมองหญิงสาวที่อยู่ในชุดกระโปรงตัวยาวและขบกรามเข้าหากันแน่น หญิงสาวที่นั่งอยู่ที่ด้านหน้าของโลงศพกำลังจุดธูปและส่งให้กับแขกที่มาร่วมงาน ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยน้ำตาและความเศร้าหมอง หญิงสาวยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ คนตัวโตยืนมองหญิงสาวด้วยความรังเกียจไปทั้งใจ

“มึงเป็นยังไงบ้างวะ” เสียงทุ้มของเจ้าของเหมืองที่อยู่อีกแห่งถาม ขุนพลที่อยู่ในชุดสูทเรียบร้อยเดินมายืนอยู่ข้างๆกับเพื่อนรัก

“อือ” เสียงทุ้มดังอยู่แค่ในลำคอ ขณะที่สายตายังมองไปที่ผู้หญิงคนนั้นตลอดเวลา ขุนพลมองตามสายตาของเพื่อนรักและปะทะเข้ากับหญิงสาวที่เขาคุ้นเคย เดือนนารา หญิงสาวที่เป็นพยาบาลที่คอยดูแลคุณย่านภาซึ่งเป็นย่าของอรรถพล และตอนนี้หญิงสาวยังตกอยู่ในฐานะของจำเลย เมื่อมีคนคิดว่าหญิงสาวเป็นคนฆ่าคุณย่านภาเพื่อหวังมรดกอีกด้วย โดยเฉพาะอรรถพลที่คิดแบบนั้นเกินล้านเปอร์เซ็นต์แล้ว ร่างสูงของขุนพลชำเลืองมองเพื่อนรักด้วยความหนักใจ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เชื่อแต่เขาก็ยังหาหลักฐานมาโต้แย้งและช่วยหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ไม่ได้ ขุนพลมองไปยังหญิงสาวและถอนหายใจออกมาด้วยความลำบากใจ

เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าจะช่วยหญิงสาวคนนั้นได้ยังไง ขุนพลละสายตาจากหญิงสาวและหันมามองเพื่อนรัก อรรถพลยังคงยืนเฉยแต่นัยน์ตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยเปลวเพลิง เพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้มอดไหม้ภายในชั่วพริบตา

“กูเสียใจด้วยนะ” ขุนพลพูดเสียงนิ่งและหันไปมอง หญิงสาวที่นั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าโลงศพอีกครั้ง

“อืม” อรรถพลขานรับอยู่ในลำคอ มือหนากำหมัดเข้าหากันแน่นจนเป็นสัน ถ้าหญิงสาวเป็นผู้ชายเขาคงจะกระทืบเธอให้ตายคาตีนไปแล้ว แต่ติดว่าเธอเป็นผู้หญิงเขาก็เลยทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะจัดการกับเธอไม่ได้ ต่อไปนี้หญิงสาวจะต้องได้รับผลกรรมอย่างแสนสาหัส เขาสัญญา ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มเย็นเยือก

“เข้าไปกราบศพคุณย่ากันเถอะ”หันมาให้ความสนใจกับเพื่อนรัก ร่างหนาพยายามปรับเสียงของตัวเองให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขุนพลมองเพื่อนรักอย่างรู้ทันแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้

“ไปสิ” ทั้งคู่เดินเข้าไปในงานและมาหยุดอยู่ที่หน้าโลงศพไม้สักทอง ซึ่งด้านในมีศพของคุณย่าสุดที่รักอยู่ในนั้น ดวงตาสีเข้มจ้องมาที่หญิงสาวตาเขม็ง

“จุดธูปให้คุณต่อสิ นั่งโง่อยู่ได้” พูดตะคอกหญิงสาวเสียงดัง โดยไม่สนใจสายตาของแขกในงานที่มองมาด้วยความอยากรู้

“ค่ะ ค่ะ คุณอรรถ” หญิงสาวกุลีกุจอจุดธูปจนมือสั่น

“นี่ค่ะพี่ต่อ” ยื่นธูปให้กับชายหนุ่มที่ยืนอยู่

“ขอบคุณครับ” มองหญิงสาวด้วยความสงสาร ใบหน้าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความทุกข์ทำให้ขุนพลอดที่จะสงสารไม่ได้ ร่างสูงนั่งลงและพนมมือขึ้นมาไหว้อย่างนอบน้อม ก่อนที่จะยื่นธูปให้กับหญิงสาวเพื่อเอาไปปัก ริมฝีปากหยักส่งยิ้มให้กับหญิงสาวเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเธอ

“ไปกันเถอะ ตรงนี้ปล่อยให้พวกขี้ข้าทำไป” พูดกระทบหญิงสาวที่นั่งอยู่เพียงลำพัง

“ทำไมมึงถึงพูดแบบนี้วะ” ขุนพลปรามเพื่อนรักที่กำลังถูกความแค้นบังตาและจิตใจ ปกติอรรถพลก็ไม่ชอบหญิงสาวอยู่แล้วและยิ่งมีการตายของคุณย่าเกิดขึ้น ยิ่งทำให้ไฟแค้นลุกฮือยิ่งขึ้นไปอีก จากความเกลียดที่มีอยู่แล้วก็เพิ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น

“กูพูดเรื่องจริงมันผิดตรงไหน ไอ้พวกกาฝาก พ่อแม่ก็ไม่มีแล้วยังจะมาเนรคุณคนที่ชุบเลี้ยงอีก” พูดและจ้องหน้าของหญิงสาวตาเขม็ง ร่างบางถึงกับน้ำตาร่วงเมื่อได้ยินคำพูดที่ออกมาจากริมฝีปากของผู้ชายที่เธอแอบรัก

“ไปรับแขกที่หน้างานกันเถอะ” ขุนพลลุกขึ้นและดึงแขนของเพื่อนให้เดินตาม แต่อรรถพลก็ไม่ยอมทำตามง่ายๆ ร่างหนายังพูดจาทำร้ายหญิงสาวไม่หยุดหย่อน อรรถพลสะบัดแขนของตัวเองออกและหันมาสั่งงานหญิงสาว

“เวลาที่แขกยังไม่มาก็ไปช่วยงานคนอื่นด้วย ไม่ใช่มานั่งกินแรงคนอื่นเขา หัดทำตัวให้เป็นประโยชน์ซะบ้าง” ยังด่าทอหญิงสาวไม่เลิก ใบหน้าคมเข้มและดุดันของร่างสูงทำให้หญิงสาวต้องรีบยืนขึ้นด้วยความลนลาน

“ค่ะ คุณอรรถ” ยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตา และรีบทำตามคำสั่งของชายหนุ่ม เธอไม่อยากให้เขาโกรธหรือเกลียดเธอมากไปกว่านี้ เพราะที่เป็นอยู่ตอนนี้เธอก็จะรับไม่ไหวแล้ว หญิงสาวกลืนก้อนแข็งๆลงไปในคอและกำลังจะเดินเลี่ยงหนีไป แต่แล้วคำพูดที่ได้ยินก็ทำให้หญิงสาวก้าวขาแทบไม่ออก

“ฉันจะเอาเธอเข้าคุกให้ได้ ให้เธอทรมานเหมือนกับคุณย่าของฉัน” พูดออกมาด้วยความโกรธจัด คนที่กำลังจะเดินเข้าไปในครัวหันกลับมามองชายหนุ่มด้วยความเจ็บปวด

“มองหน้าฉันทำไม”

“เอมเข้าไปในครัวก่อนไป” ขุนพลบอกหญิงสาว ร่างบางรีบเข้าไปในครัวตามคำแนะนำของชายหนุ่ม อรรถพลทำท่าจะเดินตามแต่ก็ถูกขุนพลห้ามเอาไว้ได้ทัน

“ไอ้อรรถพอเถอะ” ขุนพลรีบห้าม ใจหนึ่งก็อยากจะบอกให้เพื่อนรักใจเย็น แต่ดูจากท่าทางของอรรถพลแล้วคงจะเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้ใจของอรรถพลเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้น

“ผู้หญิงคนนั้นฆ่าย่าของกู” เค้นเสียงพูดด้วยความเดือดดาลความคับแค้นใจยังฝังอยู่ในอก และถ้าเขาไม่ได้ระบายมันออกมามีหวังเขาเป็นบ้าแน่ มือหนากำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือด

“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีกว่า”

“กูนี่แหละที่จะเป็นคนจัดการผู้หญิงคนนั้นเอง ตำรวจมันจะไปได้เรื่องอะไร” นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ไปด้วยเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชน

“ใจเย็นๆน่ะ ไปเถอะ” ลากเพื่อนรักให้ออกไปด้านนอก เมื่อตอนนี้สายตาของแขกที่มาร่วมงานต่างก็มองมาที่เพื่อนรักอย่างให้ความสนใจจนเขาต้องลากคนใจร้อนให้ออกมาด้านนอกเพื่อระงับสติและอารมณ์ เพราะไม่อยากให้เรื่องราวเหล่านี้ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน

“มึงก็เป็นซะแบบนี้ ชอบให้ท้ายผู้หญิงคนนั้น” หันมาบ่นเพื่อนที่ชอบมองโลกในแง่ดี ขุนพลได้แต่ส่ายหัวและยืนเงียบๆ โดยปล่อยให้เพื่อนระบายความอัดอั้นใจออกมา

ภายในงานศพของคุณย่านภา หญิงสาวที่ยังอยู่ในอาการโศกเศร้าก็ช่วยงานอย่างเต็มที่จนแทบจะไม่ได้พักผ่อน

“คุณเอมไปนั่งพักก่อนเถอะค่ะ ตั้งแต่เช้าคุณยังไม่ได้พักเลยนะคะ” แม่บ้านวัยกลางคนพูดเมื่อเห็นใบหน้าหวานที่ซีดเผือด

(โถแม่คุณคงจะเสียใจมากกับการจากไปของผู้ที่มีพระคุณ) แม่บ้านคิดในใจด้วยความสงสาร

“ไม่เป็นไรค่ะ เอมไหว” มองโลงศพที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าด้วยความเสียใจ ความผิดของเธอที่ปล่อยให้ท่านอยู่เพียงลำพังจนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น

“เอม” เสียงหวานใสของใครบางคนเรียก ร่างบางที่ยืนเหม่ออยู่ค่อยๆหันไปมอง

“กิ่ง” เรียกชื่อของเพื่อนสาวเสียงเบา หญิงสาวเดินเข้ามาหาด้วยสภาพที่อิดโรย ทั้งคู่ยืนกอดกันโดยที่หญิงสาวอีกคนร้องไห้สะอึกสะอื้น

“กิ่งเสียใจด้วยนะ” ฝ่ามือนุ่มลูบหลังเพื่อนเบาๆ และพูดปลอบเสียงนุ่ม

“ขอบคุณนะ” เสียงที่สั่นเครือพยายามเปล่งเสียงออกมาให้จบประโยค

“คุณย่าจากไปแบบนี้แล้วเอมจะทำยังไงต่อไป” ปานวาดถามเพื่อนสาว เมื่อตอนนี้เธอและเพื่อนออกมายืนคุยกันอยู่ด้านนอกของงาน

“เราก็คงจะต้องไปจากที่นี่” พูดถึงความจริงที่เธอจะต้องทำ ในเมื่อผู้ที่มีพระคุณได้จากไปแล้วเธอก็ไม่ควรที่จะอยู่ที่นี่อีก

“แล้วเอมจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ” นางเอกสาวถามด้วยความอยากรู้ ดวงตาคู่สวยลอบมองหน้าของเพื่อนรัก

“เราก็ยังไม่รู้เลย” เธอยังนึกไม่ออกว่าจะไปอยู่ที่ไหน เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอก็ไม่มีทั้งพ่อและแม่ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน หญิงสาวที่เป็นเด็กกำพร้าคิดด้วยความหดหู่

“ไปอยู่กับเราก็ได้นะ” นางเอกสาวชวนเพื่อนให้ไปอยู่ด้วยกัน

“ขอบใจจ้ะ แต่เราขอคิดดูก่อนนะ” มองเพื่อนรักด้วยความซึ้งใจกับน้ำใจที่อีกคนมีให้ เธอและปานวาดเป็นเด็กกำพร้าที่มาจากสถานที่เดียวกัน โดยเธอและปานวาดยังติดต่อและพูดคุยกันอยู่เสมอหรือจะเรียกว่าเพื่อนรักก็ว่าได้ ทั้งคู่ยืนคุยกันโดยมีสายตาคู่หนึ่งมองอยู่ตลอดเวลา

“เดือนนารา” เค้นเสียงเรียกชื่อของหญิงสาวที่เกลียดชัง หลังจากนี้ชีวิตของหญิงสาวจะไม่มีวันได้พบกับความสุขอีกตลอดกาล

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย 1978 ฉันกลายเป็นสะใภ้ปากร้าย
8.8
เฉินซือหยู่ นักวิทยาศาสตร์สาวอัจฉริยะหลุดมาอยู่ในร่างสะใภ้สามผู้อ่อนแอแห่งบ้านสกุลจางในปี 1978 เธอถูกครอบครัวสามีรังแกสารพัดจนต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนปากร้ายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง เมื่อจางซือหยวนสามีของเธอตัดสินใจพาแยกบ้านมาอยู่ในค่ายทหาร เธอจึงต้องใช้ความสามารถที่มีสร้างอาชีพและฐานะใหม่ท่ามกลางยุคสมัยที่ยากลำบาก เพื่อพิสูจน์ว่าเธอสามารถสร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์ให้ครอบครัวได้ด้วยสองมือของตนเองแม้จะต้องเผชิญอุปสรรคมากมายเพียงใดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ลุ่มหลง
8.0
เมื่อเรถลำลึกสู่บ่วงกามารมณ์ที่ยากจะถอนตัว ยิ่งพยายามหักห้ามใจกลับยิ่งลุ่มหลงในสัมผัสอันเร่าร้อน แม้ปากจะพร่ำบอกให้หยุดสัมพันธ์ลับกับพี่อาร์ม แต่ร่างกายกลับทรยศและโหยหาอ้อมกอดนั้นอย่างไม่อาจต้านทาน ท่ามกลางความรัญจวนใจในคืนครบรอบแต่งงานที่สุดเหวี่ยง เธอต้องเผชิญกับบทรักอันดุดันจากชายหนุ่มทั้งสามที่ถาโถมเข้าใส่บนรถทัวร์อย่างไม่หยุดหย่อน ทุกร่องรอยแห่งความปรารถนาถูกเติมเต็มด้วยความสุขสมที่เอ่อล้น กลายเป็นของขวัญสุดสยิวที่จองจำเธอไว้ในวังวนแห่งราคะตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เทพบุตรหวนคืนรัก
8.4
เมื่อแผนการอันเห็นแก่ตัวของพ่อที่หวังจะผูกมัดเขาด้วยการแต่งงานทำให้เขาเลือกแก้แค้นอย่างแสนสาหัส ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อผู้หญิงที่เขาเคยจงเกลียดจงชังและทำลายจนย่อยยับ กลับกลายเป็นเพียงคนเดียวที่หัวใจเขาถวิลหาอย่างที่สุด ในวันที่ความจริงปรากฏ เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจยอดดวงใจและลูกน้อยกลับคืนมาสู่อ้อมกอดอีกครั้ง แม้ว่าสิ่งที่เขาเคยทำไว้จะยากเกินกว่าจะได้รับการอภัยจากนางฟ้าผู้แสนดีคนนี้ก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย น้องสาวร้อนรัก
9.2
เมื่อสาวข้างบ้านสุดเซ็กซี่มาปรากฏตัวในสภาพไร้เสื้อผ้าที่ปลายเตียงของเขา ชายหนุ่มก็ไม่อาจห้ามใจได้อีกต่อไป แม้เธอจะเป็นน้องสาวของเพื่อนสนิทที่เขาไม่ควรล่วงเกิน แต่ความเย้ายวนและสัมผัสอันเร่าร้อนของเธอกลับปลุกปั่นอารมณ์ดิบจนยากจะควบคุม เพียงแค่เธอแตะต้องตัวเขา ความต้องการก็ลุกโชนจนต้องดึงเธอเข้ามาร่วมเตียงเพื่อลิ้มลองรสชาติความเผ็ดร้อนที่ยากจะต้านทานไหวในค่ำคืนนี้
หน้าปกนวนิยาย กากีป้ายแดง
9.4
เพียงออแสร้งสวมบทบาทเป็นหญิงร้ายเพื่อเรียกร้องความสนใจจากพีรวัส อดีตสามี แต่เขากลับแสดงความหึงหวงรุนแรงเพราะกังวลเรื่องชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของตนเอง แม้เธอจะยืนยันว่าสถานะโสดทำให้เธอมีสิทธิ์ยุ่งกับใครก็ได้ แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยมือ พีรวัสตัดสินใจใช้กำลังบังคับให้เธอกลับมาเป็นภรรยาของเขาอีกครั้ง พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น ท่ามกลางความขัดแย้งที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนและแรงปรารถนาที่ยากจะต้านทานไหว
หน้าปกนวนิยาย รอให้คุณ...บอกว่ารัก
9.0
ปัญญารัตน์ยืนกำที่ตรวจครรภ์ไว้แน่นด้วยหัวใจที่เต้นรัวและมือที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอตั้งใจจะบอกข่าวดีเรื่องลูกกับนายแพทย์อนลในวันนี้ แต่ทว่าความหวังกลับพังทลายลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาเป็นฝ่ายขอจบความสัมพันธ์ที่เคยมีให้กันอย่างเลือดเย็น โดยให้เหตุผลว่าต้องการกลับไปเริ่มต้นใหม่กับคนรักเก่าที่วนเวียนกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวพร้อมความลับที่ยังไม่ได้บอกออกไป