
สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก
ตอน 2
เห็นเพียงว่าถ้วยคริสตัลในมือของเจียงหว่านหนิงแตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ
เศษแก้วแตกกระเด็นกระจายไปทั่วทุกที่
“ขะ...ขอโทษนะ...” สวี่ถังถังตะลึงงันไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบก้มลงเก็บเศษแก้วเหล่านั้นทันที “ซี๊ด...”
ลี่สิงหยวนรีบดึงตัวเธอขึ้นมา มองปลายนิ้วที่มีเลือดซึมออกมาด้วยความห่วงใย “เธอจะเก็บเศษแก้วทำไม เดี๋ยวฉันให้คนรับใช้มาทำความสะอาดก็พอแล้ว”
“เป็นความผิดของฉันเอง” สวี่ถังถังมองเจียงหว่านหนิงซึ่งตอนนี้หน้าซีดเผือดด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเสียใจ “รุ่นพี่ ขอโทษจริง ๆ นะ ฉันเผลอทำถ้วยเฟยเยี่ยนของพี่แตกโดยไม่ตั้งใจ”
‘ถ้วยรางวัลเฟยเยี่ยน’ สำหรับผู้ที่เรียนระบำโบราณนั้น ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดที่ยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด
และในตอนนี้ เกียรติยศที่เป็นของเจียงหว่านหนิงก็กลายเป็นเพียงเศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น
ลี่สิงหยวนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เมื่อได้ยินคำว่า “ถ้วยเฟยเยี่ยน” ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาไม่มีวันลืมได้เลย ตอนที่เจียงหว่านหนิงได้รับถ้วยรางวัลใบนี้ เธอดีใจจนทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ พูดคุยเจื้อยแจ้วข้างหูเขาทั้งคืนไม่หยุด
เขาอาจไม่เข้าใจเรื่องการเต้นรำ แต่ในฐานะนักกีฬาต่อสู้ รู้ดีว่ารางวัลคือการยืนยันในความสามารถ
“รุ่นพี่ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะ...” สวี่ถังถังน้ำตาคลอเบ้า แกล้งทำท่าจะก้มลงไปเก็บเศษแก้วอีกครั้ง
วินาทีถัดมา ปกเสื้อของเธอก็ถูกเจียงหว่านหนิงกระชากไว้
เสียง “เพี๊ยะ” ดังขึ้น
เสียงตบอันดังฉาดฟาดลงบนแก้มขาวเนียนของสวี่ถังถัง
รอยนิ้วมือสีแดงสดนั้นสะดุดตาและน่าตกใจอย่างยิ่ง
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่พลันเงียบงันตึงเครียดในชั่วขณะ
“จะเสแสร้งเป็นผู้บริสุทธิ์ไปถึงไหน?” เจียงหว่านหนิงพยายามบอกตัวเองให้มีสติ แต่เมื่อมองดูสภาพที่เละเทะไปทั่วพื้น กับสิ่งที่สวี่ถังถังเพิ่งทำเมื่อครู่... ภาพที่อีกฝ่ายตั้งใจพุ่งเข้ามาชนเธอ ทำให้ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นถึงขมับ
“จงใจหรือเปล่า แค่เช็กกล้องวงจรก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอ?”
พอได้ยินดังนั้น แววตาของสวี่ถังถังก็ฉายแววความรรู้สึกร้อนตัวแวบผ่านอย่างรวดเร็ว
“พอได้แล้ว!” ลี่สิงหยวนยืนขวางหน้าสวี่ถังถัง ดวงตาเย็นเยียบมองไปที่เจียงหว่านหนิง “ก็แค่เศษแก้วชิ้นหนึ่ง เกียรติที่เธอได้รับจะไม่หายไปเพียงเพราะถ้วยรางวัลแตกหรอก จำเป็นต้องคุกคามกันขนาดนี้เลยเหรอ?”
“……”
เจียงหว่านหนิงจ้องมองชายตรงหน้าอย่างตะลึงงัน หัวใจราวกับถูกใยดำพันธนาการไว้ จนแทบหายใจไม่ออก
“ถังถังไม่ได้ตั้งใจ เธออย่าได้คืบแล้วเอาศอก ”
ลี่สิงหยวนมองใบหน้าที่บวมแดงของสวี่ถังถังด้วยความสงสาร ก่อนจะยกมือขึ้นเตรียมจะฟาดลงบนหน้าของเจียงหว่านหนิง
เขาหลับตาลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลดมือลงที่ค้างอยู่กลางอากาศ แล้วกล่าวเตือนว่า “ถ้ากล้าแตะต้องเธออีกแม้แต่นิดเดียว ฉันจะไม่ยกโทษให้แน่ ไปให้พ้น”
ดวงตาของเจียงหว่านหนิงร้อนผ่าว น้ำมูกเริ่มจุกจมูกด้วยความรู้สึกจุกแน่นในใจ
เธอสูดหายใจลึกหนึ่งครั้ง แล้วลากกระเป๋าเดินทางเดินจากไปอย่างมาดมั่น
ไม่รู้ว่าด้านนอกฝนเริ่มตกหนักตั้งแต่เมื่อไร
เจียงหว่านหนิงเดินตากฝนอย่างหมดสภาพ พลางนึกถึงภาพตอนอายุสิบสี่ ที่ลี่สิงหยวนเคยยอมมีเรื่องชกต่อยเพื่อเธอ
วันนั้นเธอคว้าแชมป์จากการแข่งขันสำคัญครั้งแรกในชีวิต ขณะกำลังอุ้มถ้วยรางวัลกลับบ้าน ก็ถูกร่างใหญ่ที่เมาเหล้าชนเข้าอย่างจัง
ถ้วยรางวัลตกแตกกระจายบนพื้น ชายขี้เมอพูดจาหยาบคายแล้วเตะมันกระเด็นออกไป
ลี่สิงหยวนต่อยหมัดหนึ่งเข้าไปที่สันจมูกของอีกฝ่ายอย่างจัง
คืนนั้น เขาแบกเธอที่ร้องไห้งอแงกลับบ้าน แล้วทั้งคืนก็นั่งติดถ้วยรางวัลที่แตกจนกลับมาเหมือนเดิม
จนถึงทุกวันนี้ เจียงหว่านหนิงยังลืมไม่ได้ว่าเขาตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย แต่กลับยื่นถ้วยรางวัลให้เธอด้วยความภาคภูมิใจแล้วพูดว่า “เธอลองตรวจดูสิ ไม่มีทางเห็นร่องรอยแตกหักแม้แต่นิดเดียว”
คนที่เคยให้ความสำคัญกับเกียรติของเธอมากขนาดนั้น บัดนี้กลับยอมทำทุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนหนึ่ง ถึงขนาดคิดจะลงมือทำร้ายเธอ....
พอกลับมาถึงคอนโดที่เช่าไว้นอกมหาวิทยาลัย เจียงหว่านหนิงก็เปียกโชกไปทั้งตัวแล้ว
เธอโชคร้ายที่เป็นไข้ขึ้นสูง นอนซมอยู่ที่บ้านถึงสองวัน
‘ติ้ง——’
เสียงกดกริ่งประตูดังขึ้น
ยังไม่ทันที่เจียงหว่านหนิงจะได้ไปเปิดประตู ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้แล้ว
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างอ่อนแรง ก็เห็นลี่สิงหยวนยืนมองเธอจากที่สูง ดวงตาคมกริบแฝงความเย็นเยียบอยู่ใกล้แค่เอื้อม
วินาทีถัดมา เจียงหว่านหนิงก็ถูกแรงมหาศาลบีบเข้าที่ลำคอ
“บอกฉันมา! เธอเอาถังถังไปขังไว้ที่ไหนกันแน่!”
คุณอาจจะชอบ





