หน้าปกนวนิยาย สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก

สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก

9.4 / 10.0
ลี่สิงหยวนเผลอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเจียงหว่านหนิงเพราะอาการป่วยส่วนตัว ตลอดสามปีเขาเสพติดในร่างกายเธอแต่ไม่เคยเอ่ยคำว่ารัก จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเปิดตัวแฟนสาวรุ่นน้องและสั่งตัดความสัมพันธ์กับเธออย่างเย็นชา เมื่อหว่านหนิงหายไปจากชีวิตตามคำขอ เขากลับเป็นฝ่ายทุรนทุรายออกตามหาเธออย่างคนเสียสติ ท้ายที่สุดชายที่เคยโอหังกลับต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอให้เธอกลับมาเคียงข้างเขาอีกครั้งในวันที่สายเกินไป

สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก ตอนที่ 1

ลี่สิงหยวนมีอาการเสพติดเซ็กส์กำเริบเป็นครั้งแรก แล้วก็เผลอมีอะไรกับเจียงหว่านหนิงโดยไม่รู้ตัว

ตลอดสามปีหลังจากนั้น เขาไม่เคยเอ่ยปากสารภาพรัก แต่กลับหลงใหลในร่างกายของเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น

เจียงหว่านหนิงคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปนานพอ จะสามารถละลายหัวใจของเขาได้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือข่าวว่าเขากำลังคบกับรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง

“ตามจีบเธอมาตั้งนาน ในที่สุดเธอก็ยอมเป็นแฟนฉันสักที” ชายหนุ่มมองเข้าไปในดวงตาของเธอแล้วพูดว่า “จากนี้ไปเราอย่าติดต่อกันอีกเลย”

หลังจากนั้น เจียงหว่านหนิงก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตามที่เขาต้องการ

แต่ลี่สิงหยวนกลับเสียใจ แล้วออกตามหาเธอไปทั่วอย่างคนเสียสติ

ชายหนุ่มคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างต่ำต้อย วิงวอนว่า “หว่านหนิง กลับมาอยู่ข้าง ๆ ฉันได้ไหม?”

*

“ในการแข่งขันต่อสู้ UFC ครั้งนี้ ลี่สิงหยวนคว้าแชมป์รุ่นมิดเดิลเวตได้อีกครั้ง…”

ในโทรทัศน์กำลังรายงานช่วงเวลาที่ชายคนนั้นคว้าแชมป์

บนเตียงขนาดใหญ่ในขณะนั้น ลี่สิงหยวนกดร่างเจียงหว่านหนิงไว้ใต้ตัวแล้วกระแทกเข้าไปอย่างรุนแรง

“เบา ๆ หน่อย...” เจียงหว่านหนิงรู้ดีว่าพละกำลังของลี่สิงหยวนไม่ต่างอะไรจากสัตว์ป่าเลย

ทุกครั้งหลังจบการแข่งขันรายการใหญ่ เขาก็มักจะทรมานเธอจนแทบขาดใจทุกที

แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เจียงหว่านหนิงเหนื่อยจนแทบหมดแรง รู้สึกได้ว่าชายหนุ่มถอนตัวออกไปแล้ว

เธอรู้สึกมาตลอดว่าครั้งนี้ลี่สิงหยวนรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

“วันนี้ก่อนจะไป ทิ้งกุญแจไว้ด้วยนะ ต่อไปไม่ต้องมาอีกแล้ว”

คำพูดของชายหนุ่มที่เอ่ยขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้เจียงหว่านหนิงสะดุ้งตื่นและหายง่วงในทันที

“สาวน้อยคนนั้นตอบตกลงจะเป็นแฟนฉันแล้ว” ลี่สิงหยวนยิ้มอย่างอ่อนโยนในแววตา “เสื้อผ้าเครื่องประดับที่เธอวางไว้ที่นี่ อย่าลืมเอาไปให้หมดนะ เดี๋ยวถ้าเธอเห็นเข้าจะไม่พอใจ”

เขายื่นบัตรแบล็กการ์ดใบหนึ่งมา แล้วโยนใส่ตัวเธอ

“สามปีมานี้ลำบากเธอมากนะ” ลี่สิงหยวนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “หว่านหนิง ปีนี้เธอก็อายุ 25 แล้ว ไม่คิดจะหาคนที่เหมาะสมแล้วใช้ชีวิตอย่างจริงจังบ้างเหรอ?”

เจียงหว่านหนิงพยักหน้าอย่างเหม่อลอย ความเจ็บปวดลึก ๆ ค่อย ๆ เอ่อล้นขึ้นในใจ

“ถ้าจะแต่งงาน อย่าลืมบอกผู้จัดการของฉันนะ จะได้ให้ซองแต่งงานใบโตกับเธอ” ลี่สิงหยวนดูสดชื่นจนไม่เหมือนกับว่าอดนอนมาทั้งคืน

เขาสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย แล้วเลือกเนกไทอย่างตั้งใจ “พวกผู้หญิงอย่างพวกเธอ ชอบดอกไม้อะไรกัน?”

“กุหลาบ?” เจียงหว่านหนิงตอบ

“เชยสิ้นดี” ลี่สิงหยวนแค่นหัวเราะเบา ๆ “ถังถังไม่เหมือนเธอ เธอตามจีบยากขนาดนั้น นิสัยก็หยิ่งในศักดิ์ศรีและดื้อรั้น แน่นอนว่าไม่ชอบดอกไม้ที่เชยแบบนี้หรอก”

พูดจบ เขาก็ไม่รอให้เจียงหว่านหนิงพูดอะไรต่อ แล้วเดินออกจากห้องไป

“ซี๊ด...”

เจียงหว่านหนิงขาอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหวขณะลุกลงจากเตียงใหญ่ กล้ามเนื้อน่องก็สั่นระริกไม่หยุด

เมื่อเดินเข้าไปในห้องน้ำ เธอมองร่างในกระจกที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำจุดทั่วร่าง แล้วถอนหายใจเบา ๆ อย่างจนปัญญา

ที่แท้...ก็ได้นอนกับลี่สิงหยวนมานานถึงสามปีแล้ว

พวกเขาเป็นเพื่อนเล่นตั้งแต่เด็ก เติบโตมาด้วยกัน

ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนหลังสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอรวบรวมความกล้าจะสารภาพรัก แต่ลี่สิงหยวนกลับคล้องแขนโอบไหล่เธออย่างคล่องแคล่วแล้วพูดว่า

“วันนี้แม่ฉันถามว่า เราสองคนกำลังคบกันอยู่หรือเปล่า ตลกจริง ๆ ฉันสนิทกับเธอขนาดเหมือนเพื่อนชาย จะไปรักกันได้ยังไงล่ะ!”

ต่อมา เจียงหว่านหนิงเลือกสมัครเข้าเรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ซึ่งอยู่ไกลจากบ้าน ตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย ทั้งสองได้เจอกันแค่ช่วงปิดเทอมฤดูหนาวเท่านั้น

หลังจากได้รับสิทธิ์เรียนต่อปริญญาโทโดยไม่ต้องสอบ เธอฉลองกับเพื่อนจนเมามาย ขณะเดียวกันในคืนนั้น ลี่สิงหยวนซึ่งกำลังจะลงแข่งในวันรุ่งขึ้นก็ถูกคู่แข่งวางยา

พวกเขาเผลอนอนด้วยกันโดยไม่ตั้งใจ

หลังจากตื่นขึ้นมา เขาบอกว่าจะรับผิดชอบ: ถ้าจนถึงอายุ 25 แล้วทั้งสองฝ่ายยังไม่เจอคนที่ชอบ งั้นก็คบกันเถอะ

เจียงหว่านหนิงใจร้อนชั่ววูบ เลยตอบตกลงไป

จากนั้น ความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนของพวกเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้น

ลี่สิงหยวนเป็นนักกีฬาต่อสู้มืออาชีพ ต้องออกกำลังกายหนักอยู่ตลอด ทำให้มีความต้องการทางด้านนั้นมากเป็นพิเศษ

หนึ่งเดือนต่อมา เจียงหว่านหนิงถึงได้รู้ว่าลี่สิงหยวนเป็นโรคเสพติดเซ็กส์

ที่แท้ ยาที่เขาโดนวางในวันนั้น ไม่ใช่อะไรที่จะระบายออกได้หมดในครั้งเดียว

ทุก ๆ หนึ่งสัปดาห์ อาการก็จะกำเริบขึ้นหนึ่งครั้ง

ลี่สิงหยวนพยายามระบายความต้องการผ่านการออกกำลังกาย แต่ก็แทบไม่ได้ผลเลย

ดังนั้น เธอจึงกลายเป็นเครื่องมือให้เขาระบายความใคร่ตามใจชอบ

ตอนนี้ เครื่องมืออย่างเธอ...ก็คงถึงเวลาที่ต้องจากไปแล้วเช่นกัน

เพราะเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนที่ลี่สิงหยวนมารับเธอที่มหาวิทยาลัย เขาบังเอิญเจอกับนักศึกษาใหม่ของรุ่นนี้จากวิทยาลัยนาฏศิลป์ คือ สวี่ถังถัง

สาวน้อยคนนั้นปีนี้อายุสิบเก้า ใบหน้าอ่อนเยาว์น่าทะนุถนอมอย่างมาก

ลี่สิงหยวนหลงใหลในตัวสวี่ถังถังทันที ราวกับถูกมนตร์สะกด

เขาใช้ทั้งวิธีอ่อนโยนและกดดันในการตามจีบ แต่สาวน้อยคนนั้นกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย

สวี่ถังถังสวมชุดกระโปรงยาวที่ซักจนซีด รองเท้าผ้าใบก็เริ่มล่อน สีหน้าเย็นชาและหยิ่งทะนง “เลิกมารบกวนฉันได้ไหม? ฉันไม่อยากเป็นนกขมิ้นในกรงทองของคนลามกอย่างคุณหรอก”

ความดื้อรั้นแบบนี้ไม่เพียงแต่ไม่ทำให้ลี่สิงหยวนถอยหนี กลับยิ่งทำให้เขารู้สึกกระสับกระส่ายอยากได้เธอมากขึ้นไปอีก

จนกระทั่งช่วงนั้นที่อาการเสพติดเซ็กส์กำเริบ เขายอมใช้แค่รูปถ่ายของสวี่ถังถังเพื่อช่วยตัวเอง ยังดีกว่าขึ้นเตียงกับเจียงหว่านหนิง

เจียงหว่านหนิงหลับยาวไปจนถึงบ่าย ก่อนจะถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น

เป็นสายจากแม่เจียงโทรมา

“ฮัลโหล แม่”

“ลูกรัก” เสียงของแม่เจียงดังมาจากปลายสาย “ลูกชายของป้าฮั่วฟื้นแล้วนะ!”

“พี่เยี่ยนชิง...ฟื้นแล้วเหรอ?”

ดวงตาของเจียงหว่านหนิงสว่างวาบ ก่อนจะครุ่นคิดแล้วพูดว่า “แม่ อีกแค่เจ็ดวันหนูก็จะรับปริญญาแล้ว แม่เคยบอกว่าอยากไปตั้งรกรากที่ออสเตรเลียไม่ใช่เหรอ? อีกเจ็ดวัน หนูจะไปกับแม่ด้วยนะ”

แม่เจียงพูดอย่างตกใจว่า “งั้น... แล้วสิงหยวนล่ะ? เขายอมรักทางไกลข้ามประเทศเหรอ?”

“พวกเราเลิกกันแล้ว” เจียงหว่านหนิงยิ้มจาง ๆ

เธอไม่เคยกล้าบอกแม่เลยว่า ที่จริงแล้วเธอกับลี่สิงหยวนไม่เคยคบกันแบบคนรักเลย

“คนดีของแม่ อย่าเสียใจเลยนะ ลูกยังอายุน้อย เดี๋ยววันหนึ่งก็ต้องเจอคนที่ใช่แน่นอน...” แม่เจียงถอนหายใจยาวแล้วพูดว่า “พอจองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้วก็บอกแม่นะ เราจะได้รีบไปออสเตรเลียไปเยี่ยมเยี่ยนชิงกัน”

“ค่ะ”

หลังวางสาย เจียงหว่านหนิงก็เผยรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก

ฮั่วเยี่ยนชิงอายุมากกว่าเธอสี่ปี เขาดูแลเธอเหมือนน้องสาวแท้ ๆ และรู้จักกับเธอก่อนที่เธอจะได้รู้จักลี่สิงหยวนเสียอีก

เมื่อก่อนทุกครั้งที่ลี่สิงหยวนเห็นเธอเล่นอยู่กับฮั่วเยี่ยนชิง ก็มักจะพูดเหน็บแนมแดกดันอยู่เสมอ

เมื่อหกปีก่อน ฮั่วเยี่ยนชิงย้ายตามแม่ไปอยู่ออสเตรเลีย แล้วประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา

หมอบอกว่าโอกาสที่จะฟื้นมีน้อยแทบไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์

คาดไม่ถึงว่า ปาฏิหาริย์ทางการแพทย์จะเกิดขึ้นกับฮั่วเยี่ยนชิงจริง ๆ

เจียงหว่านหนิงรีบล้างหน้าแปรงฟัน แต่งตัวเรียบร้อย แล้วเก็บข้าวของทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเองออกจากบ้านหลังนี้ทันที

เธอลากกระเป๋าลงบันไดไป แล้วเห็นลี่สิงหยวนเดินเข้ามาพร้อมกับสาวน้อยหน้าตาน่ารักใสซื่อคนหนึ่ง

สายตาของทั้งสามคนประสานกันพอดี

“เธอ...เธอเป็นแม่บ้านที่นี่...” ลี่สิงหยวนรีบอธิบายให้สวี่ถังถังฟัง

สายตาของสวี่ถังถังจับจ้องไปที่รอยจูบบนลำคอของเจียงหว่านหนิง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความผิดหวัง “รุ่นพี่ ฉันเคยชื่นชมพี่มากในฐานะนักเต้นที่เก่งและน่านับถือ ที่แท้ลับหลังกลับเอาร่างกายไปขาย”

เจียงหว่านหนิงถึงกับพูดไม่ออกในชั่วขณะนั้น

สวี่ถังถังหันไปมองลี่สิงหยวนแล้วพูดว่า “คุณลี่ อย่าลืมนะว่าตอนนี้เรากำลังคบกันอยู่ ฉันไม่มีวันตกต่ำถึงขนาดขายร่างกายตัวเองแบบรุ่นพี่คนนี้แน่”

“คุณยังอยู่ในช่วงพิจารณา ถ้ากล้าทำอะไรฉันโดยพลการ เราจะเลิกกันทันที”

“ถังถัง อย่าโกรธเลย เธอไม่เหมือนกับเขา” ลี่สิงหยวนจับมือเธอไว้ “เธอคือแฟนของฉัน”

สวี่ถังถังเชิดหน้าหันไปทางอื่นอย่างหยิ่งยโส แต่สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่ถ้วยรางวัลคริสตัลในมือของเจียงหว่านหนิง

เธอก้าวขึ้นมาข้างหน้าอีกก้าว แต่เสียหลักจนร่างเซและล้มพุ่งเข้าหาเจียงหว่านหนิง

‘โครม——’

เสียงถ้วยคริสตัลแตกกระจายดังขึ้นเมื่อตกกระแทกลงบนกระเบื้อง

อ่านต่อ

สารบัญ สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
โชคชะตาพาให้ปวีนุชต้องมาใช้ชีวิตบนเรือสำราญร่วมกับลายไม้ตลอดสิบสี่วัน ท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเร่าร้อนของฝ่ายชาย จนเธอขนานนามเขาว่าเป็นปิศาจที่ร่ายมนต์สะกดใจ แม้หัวใจจะเปี่ยมด้วยความรัก แต่ความกลัวในความต่างและอดีตที่เจ็บปวดทำให้เธอเลือกที่จะหนีไปพร้อมความทรงจำ โดยหวังลึกๆ ว่าเขาจะออกตามหาเธอเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้นั้นก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้จริง
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวคาวโลกีย์
8.1
เมื่อชายหนุ่มผู้หวงแหนชีวิตโสดไม่อยากแต่งงานตามคำสั่งของมารดาที่แสนจู้จี้ เขาจึงต้องเฟ้นหาผู้หญิงที่แซ่บและเร้าใจมาเป็นไม้กันหมาเพื่อคานอำนาจภายในครอบครัว จนได้พบกับณดา สาวมั่นที่เชื่อมั่นว่ามีเงินทองมากมายก็ไม่จำเป็นต้องมีสามี แต่เมื่อเธอตัดสินใจรับงานรับจ้างเป็นเจ้าสาวกำมะลอเพื่อช่วยเขา แผนการตบตาครั้งนี้กลับกลายเป็นบททดสอบหัวใจที่แสนอันตราย เมื่อเธอต้องเผชิญกับไฟเสน่หาที่ร้อนแรงเกินกว่าจะต้านทานได้ไหวในความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์จึงแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่แผดเผาทุกสิ่ง
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์บรรณาการ
7.8
ใบบัวต้องเผชิญชะตากรรมสุดรันทดเมื่อเธอถูกส่งไปเป็นของบรรณาการเพื่อชดใช้หนี้ที่ตนไม่ได้ก่อ เอเดน ดีคอร์เนอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของคาสิโนผู้มั่งคั่งจึงตักตวงผลประโยชน์จากเธออย่างคุ้มค่า ทว่าท่ามกลางความเร่าร้อนของไฟปรารถนาที่แผดเผา หัวใจที่เคยแข็งกระด้างของเขากลับค่อยๆ อ่อนระทวยเพราะเสน่ห์ของเธอ จากทัณฑ์ร้ายกลายเป็นความรักที่เอเดนปรารถนาจะกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดเพื่อครอบครองเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียวตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักสีกุหลาบ
8.4
กุมาริกาสาวน้อยในชุดพรางตัวตนต้องมาอยู่ใต้การดูแลของสเตฟาน มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยชายตาแลเธอ เพราะเขามีเหล่านางแบบล้อมรอบกายเสมอ ทว่าอุบัติเหตุคืนหนึ่งกลับเปลี่ยนทุกอย่างไป เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนทำให้เธอตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจ กุมาริกาตัดสินใจหนีไปพร้อมความลับเพื่อเริ่มต้นใหม่โดยไม่เรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ทิ้งให้สเตฟานต้องพลิกแผ่นดินตามหาสาวปริศนาผู้นั้นอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งโชคชะตาขีดเขียนให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้งในที่สุด
ตอน
อ่านเลย
แชร์