
สามปีรักพลั้ง : เธอไม่กลับมาอีก
ตอน 3
“แค่ก แค่ก แค่ก……”
คอของเจียงหว่านหนิงถูกบีบแน่นจนหายใจไม่ออก ราวกับจะขาดใจตายในวินาทีต่อมา “ฉันไม่รู้…”
“พูดมาเดี๋ยวนี้!” ลี่สิงหยวนปล่อยมือจากคอเธอ แล้วกระชากผมเธอขึ้นพลางเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันประเมินเธอต่ำไปจริง ๆ กล้าดียังไงถึงลักพาตัวถังถังไปได้”
“ฉันไม่ได้ลักพาตัวเธอ!” เจียงหว่านหนิงจ้องตาเขม็งไปยังดวงตาของชายหนุ่ม “อ๊า——”
ร่างถูกยกขึ้นจากพื้นในพริบตา ลี่สิงหยวนแบกเธอพาดบ่าแล้วเดินออกไปทันที
เสียง “โครม” ดังขึ้น
เจียงหว่านหนิงถูกโยนเข้าไปที่เบาะหลังของรถ
เธอไม่รู้ว่ารถกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน รู้แค่ว่าแล่นเร็วมาก
ไม่นานนัก เจียงหว่านหนิงก็เริ่มได้ยินเสียงคลื่นทะเลซัดสาดเป็นระยะ ๆ
ผืนน้ำทะเลมืดสนิท มีเรือยอชต์ลำใหญ่ลำหนึ่งโดดเด่นเป็นพิเศษ
ลี่ลิงหยวนลงมาจากที่นั่งคนขับ แล้วกระชากเจียงหว่านหนิงออกจากกระโปรงหลังรถอย่างหยาบคาย ลากเธอมุ่งหน้าไปทางชายหาด
“แม่...!?”
เจียงหว่านหนิงมองเห็นแม่ของตัวเองที่ถูกมัดมือมัดเท้าอยู่บนดาดฟ้าเรือด้วยความไม่อยากเชื่อ สีหน้าของเธอซีดเผือดในทันที
“อื้อ อื้อ!” แม่เจียงถูกปิดปากไว้ มองเจียงหว่านหนิงด้วยแววตาเวทนาและหมดหนทาง
“เธอจะไม่บอกฉันว่าถังถังอยู่ที่ไหนก็ได้ แต่แม่ของเธอคงต้องลำบากหน่อยแล้วล่ะ”
พูดจบ ลี่สิงหยวนก็ส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องที่อยู่บนดาดฟ้าเรือ
“อื้อ!”
เห็นเพียงว่าแม่ของเจียงหว่านหนิงถูกยัดเข้าไปในกระสอบ ปากถุงถูกมัดด้วยเชือก แล้วถูกโยนลงทะเลตรง ๆ อย่างแรง
ซ่า!
คลื่นขนาดใหญ่กระเซ็นกระจายออกมา กระสอบใบนั้นลอยขึ้นเหนือน้ำเป็นระยะตามการเคลื่อนไหวของคนบนดาดฟ้า แล้วก็ค่อย ๆ จมหายลงไปในน้ำอีกครั้ง
“ลี่สิงหยวน นายมันบ้า!” เจียงหว่านหนิงกระชากคอเสื้อชายหนุ่มไว้ “การหายตัวไปของสวี่ถังถังไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลย แม่ฉันเคยผ่าตัดปอดมา นายกำลังจะฆ่าเธอชัด ๆ…”
พูดไปจนถึงตอนท้าย น้ำเสียงของเธอก็สั่นเครือปนสะอื้นออกมาแล้ว
“ไม่เกี่ยวกับเธองั้นเหรอ?” ลี่สิงหยวนแค่นหัวเราะเบา ๆ “สองคนที่ลักพาตัวเธอ เคยซ้อมการแสดงงานวันสถาปนากับเธอมาก่อนนะ ในโทรศัพท์ที่ถังถังทำหล่นไว้ที่ร้านสะดวกซื้อ ยังมีประวัติแชตที่เธอข่มขู่เขาอยู่เลย!”
พูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์ของสวี่ถังถังออกมา บนหน้าจอปรากฏแชตระหว่าง ‘เจียงหว่านหนิง’ กับสวี่ถังถังอย่างชัดเจน
[เขาแค่รู้สึกตื่นเต้นกับของใหม่ชั่วคราว เธอควรรู้ตัวแล้วถอยไปซะ ไม่อย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน]
[อยู่เป็นยัยจนของเธอไปเถอะ อย่าเพ้อฝันว่าจะกลายเป็นหงส์สูงศักดิ์เลย]
[ถ้าเธอไม่ยอมเลิกกับลี่สิงหยวน ฉันจะทำให้เธอหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล]
“ไม่ใช่ฉันเป็นคนส่ง!” เจียงหว่านหนิงกัดฟันแน่น “ทำไมนายถึงมั่นใจนักว่าฉันเป็นคนลักพาตัวเธอ! ลี่สิงหยวน ถือว่าฉันขอร้องนาย ปล่อยแม่ฉันไปเถอะ!”
ลี่สิงหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย “เพราะฉันรู้...ความรู้สึกของเธอที่มีต่อฉัน”
“……” คิ้วของเจียงหว่านหนิงกระตุก
“ฉันรู้มาตั้งนานแล้วว่าเธอชอบฉัน พอฉันมีผู้หญิงที่รัก เธอก็เห็นเขาเป็นเสี้ยนหนามในสายตาทันที!”
ลี่สิงหยวนกัดฟันพูดอย่างเดือดดาลว่า “เจียงหว่านหนิง ไม่นึกเลยว่าเธอจะเป็นผู้หญิงใจดำอำมหิตขนาดนี้! ฉันเตือนเธอไว้เลย ต่อให้ไม่มีสวี่ถังถัง ฉันก็ไม่มีวันรักเธอ! เลิกหน้าด้านตามตื๊อฉันได้แล้ว ได้ไหม? รีบบอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าเธออยู่ที่ไหน!”
“ฉันไม่รู้!” เจียงหว่านหนิงตะโกนออกมาอย่างสิ้นหวัง
เธอพุ่งตัวไปทางทะเลโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แต่ก็ถูกลี่สิงหยวนคว้าไว้ได้ทัน
“ไม่พูดใช่ไหม? ได้ งั้นคืนนี้ฉันจะให้แม่ของเธอจมทะเลไปพร้อมกับศพ!”
พูดจบ ลี่สิงหยวนเงยหน้าขึ้นสั่งลูกน้องว่า “ตัดเชือกที่ผูกกระสอบออก”
“ไม่——”
เจียงหว่านหนิงเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว สมองว่างเปล่าไปหมด
เธออยากจะพุ่งเข้าไปห้าม แต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้เลย
เห็นเพียงว่าเชือกที่ผูกไว้กับดาดฟ้าถูกตัดขาด กระสอบก็จมหายลงไปในทะเลทันที
“แม่ แม่——”
น้ำตาของเจียงหว่านหนิงพรั่งพรูออกมาทันที เธอคว้ามือของลี่สิงหยวนไว้แล้วกัดเข้าที่ข้อมือของเขาเต็มแรง
กลิ่นคาวเลือดแผ่ซ่านเข้าไปในปากทันที
ขณะนั้นเอง ลูกน้องคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“ประธานลี่! เราพบคุณสวี่แล้ว!”
ดวงตาของลี่สิงหยวนสว่างวาบ “เธออยู่ที่ไหน พาฉันไปเดี๋ยวนี้!”
ในชั่วพริบตา ทุกคนก็พากันตามลี่สิงหยวนออกไปหมดแล้ว
เจียงหว่านหนิงรีบวิ่งตรงไปยังทะเล แล้วกระโดดลงน้ำ
น้ำทะเลยามค่ำคืนเย็นเยียบจนแทบทะลุเข้าไปถึงกระดูก ลมหายใจของเธอแทบจะหยุดลงเพราะความเย็น แต่ก็ยังฝืนว่ายน้ำมุ่งหน้าสู่กลางทะเลอย่างสุดแรง
ไม่รู้ว่าเธอว่ายอยู่นานแค่ไหน ในที่สุดเจียงหว่านหนิงก็เห็นกระสอบใบนั้นจนได้
เธอใช้แรงทั้งหมดที่มี ว่ายจนขาแทบหมดแรง จนในที่สุดก็ลากกระสอบที่ใส่ร่างแม่ของเธอขึ้นมาถึงชายหาดได้สำเร็จ
“แม่ อย่าทำให้ฉันกลัวนะ…”
เจียงหว่านหนิงมือสั่นระริกขณะคลายเชือกออก แล้วก็เห็นใบหน้าของแม่ที่ซีดเผือด ดวงตาปิดสนิทและหมดสติไปแล้ว
เธอไม่กล้าชักช้า รีบโทรเรียกรถพยาบาลทันที
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล เจียงหว่านหนิงมองแม่ที่ถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉินด้วยสภาพจิตใจเลื่อนลอย
คุณอาจจะชอบ





