ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รสรักหวานเอย

รสรักหวานเอย

ชัชวินหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบต้องกลายเป็นคู่หมั้นกับอารยาสาวจบใหม่ด้วยพันธะแห่งหนี้สิน แม้จุดเริ่มต้นจะไร้รักแต่ความใกล้ชิดกลับปลุกเร้าอารมณ์เสน่หาที่ร้อนแรงเกินต้านทาน เมื่อชายหนุ่มประกาศกร้าวถึงความต้องการอันดุดันและเร่าร้อน สาวทันสมัยอย่างอารยาก็ไม่ยอมถอยแต่กลับเลือกใช้จริตยั่วยวนท้าทายเพื่อปั่นหัวคู่หมั้นรุ่นอาให้ตบะแตก ท่ามกลางเกมกามารมณ์ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ ทั้งคู่ต้องเผชิญกับรสสัมผัสที่ดูดดื่มและลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดในความสัมพันธ์ครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

ร้านที่ตกแต่งด้วยบรรยากาศโรแมนติกอบอุ่นบนตึกสูงของโรงแรมย่านใจกลางกรุงคือร้านที่ชัชวินพาเธอเข้าไปนั่ง ภายในร้านตกแต่งในโทนสีดำ ค่อนข้างดุ แต่มีเสน่ห์ชวนค้นหา เช่นเดียวกับบุคลิกของคนพามา เสียงเพลงในท่วงทำนองหวานหูดังคลอเคล้าอย่างเข้ากับสไตล์ร้าน เขาเลือกที่จะนั่งในห้องแบบอินดอร์ซึ่งมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ยามราตรีได้ แต่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าอีกห้องที่เป็นบรรยากาศแบบเอาต์ดอร์

บริกรเดินเข้ามาจุดเทียนกลางโต๊ะให้สว่างขึ้น ทำให้สีดำของเฟอร์นิเจอร์ถูกอาบไล้ด้วยแสงสีส้มนวลๆ ของเปลวเทียนที่ไหวน้อยๆ ตามจังหวะของแรงลมจากเครื่องปรับอากาศ ช่างเหมือนอารมณ์ของอารยาในยามนี้ที่ยังไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยสักเท่าไหร่

ชัชวินจัดการสั่งอาหารโดยไม่ถามสักคำว่าอารยาอยากกินอะไร เพราะปกติหญิงสาวก็ไม่เคยเรื่องมากกับเรื่องพวกนี้ และแม้เขาจะถามตอนนี้เธอก็คงไม่มีแก่ใจจะนึกอยากกินอะไร เพราะห้วงภวังค์ยังสลัดจากความหวามไหวไม่หลุด

“อาไม่มีดอกไม้ให้นะ แต่สั่งแชมเปญมาเปิดฉลองแทนพอได้ไหม” เสียงทุ้มๆ ดังขึ้นอีกครั้งหลังจากคุยกับบริกรของโรงแรมเสร็จแล้ว

“ไม่เป็นไรค่ะอา เอยยังไงก็ได้”

“ว่าง่ายดีจัง”

เขาชมแค่นั้น บรรยากาศการสนทนาก็ถูกขัดอีกรอบ เมื่อบริกรนำแชมเปญมาเสิร์ฟให้ทั้งคู่ ไม่นานอาหารเมนูต่างๆ ก็ทยอยตามมา

ชัชวินลงมือทานอาหาร ขณะที่อารยาทานอะไรแทบไม่ลง จึงได้แต่นั่งดื่มแชมเปญ ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์กระตุ้นให้เลือดลมภายในกายสาวแล่นดีมากกว่าเดิม

คู่หมั้นหนุ่มของเธอทานอาหารไปด้วยมองเธอไปด้วย สายตาของเขามันช่างร้อนแรงทำให้คนถูกมองเหมือนถูกไฟลามเลีย อารยาจึงรู้สึกเหมือนปากและลำคอแห้งผาก จึงเผลอใช้ลิ้นเลียรอบปากบ่อยๆ

“ถ้าเอยยังไม่หยุดเลียปากตัวเอง อาจะใช้ลิ้นของอาเลียแทน”

เขาขู่แต่เป็นคำขู่ที่วาบหวามเหลือเกิน คนถูกขู่จึงหน้าแดงซ่านยิ่งกว่าเดิม หัวใจเต้นแรงโครมครามไปหมด

“คือเอย...”

ตอนนี้อารยากลายเป็นคนติดอ่าง พูดอะไรตะกุกตะกักไปหมด และยิ่งเป็นหนักกว่าเดิมเมื่อร่างสูงลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้ามาหาพร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้าเธอ

“ไปเต้นรำกับอานะ”

“ค่ะอา”

อารยาเป็นเด็กว่าง่ายเหมือนที่แม่สั่งไว้ มือเล็กวางบนมือใหญ่ที่ทั้งแข็งแรงและอบอุ่น แล้วขยับตามเขาไปยังฟลอร์เต้นรำ

อ้อมแขนแกร่งโอบกอดร่างบางพาขยับไปตามเสียงเพลงที่บรรเลงอยู่ ตาคมหลุบลงจ้องมองใบหน้าสวยหวานของคู่หมั้นสาว พร้อมกับสบประสานกับดวงตาคู่สวยที่ช้อนขึ้นมองอย่างเอียงอาย

“ทำไมไม่ยอมกินอะไร ดื่มแต่แชมเปญ หรือว่าอาหารที่อาสั่งมาไม่ถูกใจ” เขาชวนคุยขณะที่ร่างยังคงโยกย้ายไปตามจังหวะเพลงนุ่มหู

“ถูกใจค่ะ แต่เอยกินไม่ลงเอง ก็อาชัชเอาแต่นั่งจ้องเอยนี่คะ”

“คืนนี้เอยสวยมากนี่ อาก็เลยละสายตาไปไหนไม่ได้”

“ปากหวานจังนะคะ”

“หวานสิ เมื่อกี้เอยก็ชิมด้วยปากตัวเองแล้วไม่ใช่เหรอ”

อารยาอยากจะตอบไปว่ายังไม่ได้ชิมเลยสักนิด แค่แตะๆ กันอยู่ข้างนอกเท่านั้น แต่หากตอบไปเช่นนั้น คงจะฟังดูก๋ากั่นและกล้าเกินหญิงไปหน่อย จึงได้แต่หลบตาอายๆ เท่านั้น เธอได้ยินเสียงชัชวินหัวเราะเบาๆ เหมือนกับชอบใจที่เธอไม่กล้าต่อปากต่อคำด้วย

“เอย...”

“ขา...” เสียงหวานขานรับพร้อมกับช้อนตาขึ้นมองคนเรียกอีกครั้ง แต่เจอสายตาที่วิบวับผิดปกติของเขาก็ทำให้ต้องสะเทิ้นเช่นเดิม

“ทำไมเงียบไป โกรธอาเหรอ”

ไม่ถามเปล่าแต่เขายังกระชับอ้อมแขนเข้าแน่นกว่าเดิม ทำให้ร่างบางแนบกับร่างใหญ่ไปทุกสัดส่วน ตอนนี้สมาธิของอารยาชักไม่อยู่กับการเต้นรำซะแล้ว ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบนร่างกายของเขาทำเอาเนื้อสาวเต้นระริกไปหมด ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ทำไมวันนี้ชัชวินถึงได้ยั่วให้เธอใจเต้นแรงนัก ไม่รู้หรือไงว่าเธอกำลังจะเป็นโรคหัวใจ

“เปล่านี่คะ ไม่ได้โกรธ”

“งั้นทำไมไม่คุยกับอา”

“ก็คุย”

“คุยแบบถามคำตอบคำ”

“เอยคุยไม่เก่ง อาชัชเบื่อเอยเหรอคะ”

“หือ?” คิ้วเข้มเลิกขึ้น “ที่อาทำอยู่นี่ดูเหมือนอาเบื่อเอยเหรอ”

“ไม่รู้สิคะ เอยเดาใจอาชัชไม่ออกหรอก” ตอบเสร็จก็หลุบตาลงมองปลายคางของเขาอีกครั้ง เมื่อรู้สึกว่าสู้ประกายตาอันแสนร้อนแรงของเขาไม่ไหว

“งั้นคงเป็นความผิดของอาเอง เอาละอาจะเป็นฝ่ายชวนคุยดีกว่า เอยชอบที่นี่หรือเปล่า”

“ชอบค่ะ” ชอบทั้งที่นี่และชอบทั้งคนพามา

“หึๆ” ชัชวินหัวเราะเสียงขรึมๆ ตามแบบของเขา คราวนี้อารยาเป็นฝ่ายต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาเอง

“เอยตอบอะไรผิดไปเหรอคะ หรือว่าเอยมีอะไรตลก” หรือว่าเขาได้ยินที่เธอคิด...

“เปล่า...อาแค่ขำ”

“ขำอะไร” เสียงของคนถูกหัวเราะเริ่มห้วนตามอารมณ์

“ก็ขำเอยนั่นละ เมื่อกี้อาเพิ่งบอกว่าเอยเป็นพวกถามคำตอบคำ พออาเริ่มชวนคุยก็ยังตอบแบบเดิมอีก”

“ก็เอยไม่รู้จะตอบยังไงนี่คะ” เสียงหวานอ่อยลงเมื่อคิดว่าเขาพูดถูก

“มันขยายความได้มากกว่านั้น แต่เอาเถอะ อารู้ว่าวัยของอากับเอยก็ค่อนข้างแตกต่างกันมาก เรื่องที่เราคุยกันเลยไม่ใช่แนวเดียวกัน” เขาสรุปง่ายๆ แต่อารยาเริ่มเดือดเนื้อร้อนใจ

“อาชัชโกรธเอยหรือเปล่าคะ หรือว่าเอยเด็กเกินไปสำหรับอา”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KFN” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KFN
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โอกาสรักครั้งสุดท้าย
8.0
วีร์ดาจำใจก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์กับดนย์ด้วยพันธะทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวและความเจ็บปวด เมื่อเธอเชื่อว่าเขาคือต้นเหตุที่ทำให้พ่อต้องล้มป่วยหนัก จนถึงจุดที่เธอตัดสินใจขอแยกทางเพื่อยุติความทุกข์ใจนี้ ในวินาทีที่ความสัมพันธ์กำลังจะสิ้นสุด ดนย์เพิ่งจะตระหนักได้ถึงความรักที่มีต่อเธออย่างแท้จริง เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งสุดท้าย และหวังจะรั้งเธอไว้ในชีวิตอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายจอมทระนง
8.7
ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความกดดันระหว่างรุ้งพรายและคริษฐ์ คู่หมั้นหนุ่มผู้เย็นชา เริ่มสั่นคลอนเมื่อเขาตำหนิที่เธอไม่สวมแหวนหมั้น แม้เธอจะอ้างว่าถอดเก็บไว้เพราะหน้าที่การงาน แต่ความเฉยเมยและท่าทีที่ดูเหมือนถูกบังคับให้มาหาของคริษฐ์ ทำให้รุ้งพรายตัดสินใจขอถอนหมั้นและคืนแหวนให้ ทว่าเขากลับระเบิดอารมณ์ใส่ด้วยความเดือดดาล พร้อมบังคับสวมแหวนคืนให้เธออย่างไม่ยอมเลิกรา โดยอ้างเหตุผลเรื่องความรู้สึกของมารดา ท่ามกลางความอึดอัดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหัวใจของคนทั้งสอง
หน้าปกนวนิยาย สยบ(รัก)คุณป๋า
9.7
วันวิวาห์เผลอใจรักรามิล นักธุรกิจเจ้าของโรงแรมหรูผู้มีพระคุณที่ดูแลเธอมาเจ็ดปี แม้เธอจะพยายามทำตัวให้เขายอมรับ แต่ในสายตาเขากลับเห็นเพียงเด็กแสบที่คอยสร้างปัญหา รามิลพยายามรักษาระยะห่างเพื่อคงความสัมพันธ์เดิมเอาไว้ แต่เธอกลับเดินหน้าทำลายกำแพงนั้น จนทั้งคู่พลาดพลั้งตื่นมาบนเตียงเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางความต้องการที่สวนทาง เมื่อฝ่ายหญิงโหยหาความรัก แต่ฝ่ายชายกลับต้องการเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ บทสรุปของความสัมพันธ์ต้องห้ามครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย คลื่นรักอสูร
9.7
เมื่อนีนนาราขึ้นเรือผิดลำ ชีวิตเธอกลับพังทลายลงในพริบตาเมื่อพบกับบารเมษฐ์ ชายหนุ่มผู้เย็นชาที่ปักใจเชื่อว่าเธอคือผู้หญิงขายตัวที่ไร้คุณภาพ แม้หญิงสาวจะพยายามอธิบายความจริงด้วยความหวาดกลัว แต่เขากลับมองว่าเป็นเพียงมารยาที่น่ารำคาญ บารเมษฐ์ตัดสินใจลงโทษเธอในฐานะคนที่อยู่ผิดที่ผิดทาง โดยไม่สนคำทัดทานหรือเหตุผลใดๆ ท่ามกลางความสับสนและอันตรายกลางทะเล นีนนาราต้องเผชิญหน้ากับอสูรร้ายในคราบมนุษย์ที่พร้อมจะขยี้ศักดิ์ศรีของเธอให้แหลกคามือในค่ำคืนที่ไร้ทางหนี
หน้าปกนวนิยาย จับเจ้ามาเป็นฮูหยิน
9.1
ตงฟางลี่หยาง แม่ทัพผู้เย็นชาแห่งแคว้นเทียนหยวนใช้ชีวิตเพื่อรอวันสะสางความแค้นต่ออดีตสหายอย่างสาสม ทว่าหัวใจที่มืดมนกลับสั่นคลอนเมื่อโชคชะตาจากหยกบุบผานำพาหลิงลี่ย่า หมอหญิงสาวผู้ข้ามเวลามาจากโลกยุคปัจจุบันให้มาพบกัน ท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนอันตราย แม่ทัพหนุ่มจอมโหดกลับต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตามไล่ล่าและจับกุมสตรีผู้กุมหัวใจคนนี้มาเป็นของเขาให้ได้ เรื่องราวความรักข้ามมิติที่เต็มไปด้วยความแค้นและการตามหาหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์มารซาตานทมิฬ
9.6
ภัทรวนันต์ตกใจสุดขีดเมื่อคุณลอบเข้ามาในห้องส่วนตัวและล็อกประตูอย่างรวดเร็ว แม้เธอจะพยายามไล่ให้เขาออกไปเพราะกังวลเรื่องความเหมาะสมและความปลอดภัย แต่ชายหนุ่มกลับแสดงท่าทีไม่พอใจที่ถูกปฏิเสธ เขาเมินเฉยต่อคำอธิบายที่ว่าเธอกำลังจะเตรียมตัวไปทานอาหารกับทุกคนด้านล่าง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าหาอย่างคุกคามจนหญิงสาวถอยหนีไปติดผนัง ภายใต้อ้อมแขนที่กักขังเธอไว้ ภัทรวนันต์ทำได้เพียงอ้อนวอนขอร้องเขาทั้งน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น